แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 191 ความฝันอันหนาวเหน็บ
ในห้วงความฝัน เย่หนานพยายามฝ่าฟันอุปสรรคอย่างไม่ย่อท้อ จนในที่สุดเขาก็มาถึงพื้นผิวของดาวเนปจูนได้สำเร็จ
ดูเหมือนจะเย็นยะเยือกพิกลแฮะ ยิ่งเข้าใกล้ดวงดาวดวงนี้มากเท่าไหร่ เย่หนานก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงความหนาวเหน็บที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น
ความรู้สึกนี้มันช่างสมจริงขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่ความหนาวก็ยังสัมผัสได้ชัดเจนขนาดนี้ เย่หนานบ่นพึมพำกับตัวเอง เขาปักใจเชื่อว่านี่ต้องเป็นฝีมือของเจ้าระบบตัวดีที่หาเรื่องแกล้งเขาอีกเป็นแน่
นี่เป็นครั้งแรกที่เย่หนานได้เข้าใกล้ดวงดาวขนาดมหึมาเช่นนี้ ความรู้สึกตื่นตะลึงจึงก่อตัวขึ้นในจิตใจอย่างช่วยไม่ได้
เย่หนานค่อยๆ ทิ้งตัวลงต่ำอย่างเชื่องช้า
วูบ!
ทว่าในชั่วพริบตาถัดมา ร่างกายของเย่หนานกลับเสียสมดุล ราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นกระชากลงสู่พื้นผิวของดาวเนปจูนด้วยความเร็วที่น่าหวาดหวั่น
บัดซบ! ประมาทไปหน่อย เย่หนานสบถออกมาอย่างหัวเสีย
เมื่อครู่เขาคิดว่าระวังตัวดีแล้ว เขารู้ดีว่าดวงดาวเหล่านี้ล้วนมีแรงโน้มถ่วง แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงคือแรงดึงดูดของดาวดวงนี้กลับรุนแรงและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าโลกมนุษย์ที่เขาเคยอยู่เสียอีก
เดิมทีเย่หนานคิดว่าในระหว่างที่ร่วงหล่นด้วยความเร็วสูง ร่างกายคงเสียดสีกับชั้นบรรยากาศจนลุกเป็นไฟ แต่ความเป็นจริงกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง มวลอากาศเย็นยะเยือกแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของเขาเป็นระลอก ราวกับถูกจับยัดเข้าไปในช่องแช่แข็ง และความหนาวเย็นนั้นก็ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ
วิ้ง!
เย่หนานรีบโคจรพลังปราณขึ้นมาคุ้มกันกาย ความหนาวเหน็บจึงค่อยๆ ทุเลาลง
นึกไม่ถึงว่าในความฝันก็ยังใช้พลังปราณได้ เย่หนานทำหน้าตาตื่นเต้นราวกับค้นพบทวีปใหม่
ความเร็วในการร่วงหล่นยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับอุณหภูมิที่ลดต่ำลงจนติดลบอย่างน่าใจหาย
ตูม!
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าใด ร่างของเย่หนานก็พุ่งชนเข้ากับภูเขาน้ำแข็งลูกหนึ่งเข้าอย่างจัง เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ภูเขาน้ำแข็งทั้งลูกแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ เศษน้ำแข็งนับไม่ถ้วนปลิวว่อนไปทั่วทิศทาง
บ้าเอ๊ย! เจ็บเหมือนกันนี่หว่า เย่หนานค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนท่ามกลางหลุมน้ำแข็งขนาดมหึมา
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือทุ่งน้ำแข็งอันกว้างใหญ่ไพศาลไร้ที่สิ้นสุด พายุหิมะโหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่ง
อย่าว่าแต่คนธรรมดาเลย ต่อให้เป็นผู้บำเพ็ญเพียร หากตัดเรื่องความหนาวเย็นออกไป ลำพังแค่พายุคลั่งพวกนี้ก็เพียงพอที่จะฉีกกระชากร่างให้แหลกเป็นชิ้นๆ ได้อย่างง่ายดาย
โชคดีที่ผู้มาเยือนคือเย่หนาน หากเป็นยอดฝีมือระดับเมี่ยวฉางอันมาอยู่ที่นี่ เกรงว่าจะถูกฉีกร่างแหลกเหลวในพริบตา ไม่อาจต้านทานได้แม้แต่น้อย
พลังปราณของเย่หนานทะลักออกมาดั่งเขื่อนแตก ก่อตัวเป็นม่านแสงคุ้มกันกาย เขาค่อยๆ กวาดสายตามองไปรอบๆ
ต้องขอบคุณกายาอันแข็งแกร่งและพลังปราณอันหนาแน่น หากเปลี่ยนเป็นผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่น คงยืนหยัดอยู่ได้ไม่นานเป็นแน่
นี่หรือคือดาวเนปจูนในตำนาน เย่หนานมองทิวทัศน์รอบกายด้วยความตกตะลึง
หนึ่งก้าว… สองก้าว… เย่หนานเลือกทิศทางหนึ่งแล้วก้าวเดินออกไป ทุกย่างก้าวที่ย่ำลงไปล้วนทิ้งรอยเท้าลึกไว้บนพื้นน้ำแข็ง
เขาอยากรู้นักว่าดาวดวงนี้มีความพิเศษอย่างไร แม้นี่จะเป็นเพียงความฝันที่สมจริงเกินเหตุ แต่ก็ไม่อาจขวางกั้นความอยากรู้อยากเห็นของเย่หนานได้
เกิดอะไรขึ้น
ณ โลกภายนอก เมี่ยวฉางอันที่กำลังนั่งขัดสมาธิบำเพ็ญเพียรอยู่ จู่ๆ ก็สัมผัสได้ว่าอุณหภูมิรอบกายลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว จนหนาวเหน็บเข้ากระดูก
วูบ!
เมี่ยวฉางอันเลิกบำเพ็ญเพียรทันที ร่างของเขาพุ่งออกมานอกเรือนพัก
ท่ามกลางความมืดมิดยามราตรี สายตาของเมี่ยวฉางอันจับจ้องไปยังต้นตอของไอเย็นทันที
นั่นมัน… ห้องของท่านอาวุโสเย่ เมี่ยวฉางอันมองไปยังเรือนพักที่อยู่ไม่ไกลด้วยความตื่นตระหนก เรือนหลังนั้นถูกแช่แข็งจนกลายเป็นประติมากรรมน้ำแข็งไปเสียแล้ว และแน่นอนว่านั่นคือห้องพักของเย่หนาน
มิหนำซ้ำ ยังมีไอเย็นมหาศาลแผ่กระจายออกมาจากห้องนั้นอย่างต่อเนื่อง
เกิดเรื่องอันใดขึ้น ชางหยวนปรากฏตัวขึ้นข้างกายเมี่ยวฉางอัน
ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น ผู้คนทั้งหมู่บ้านต่างสะดุ้งตื่นเพราะความหนาวเย็นผิดปกตินี้ แม้แต่เสวี่ยขวงและคนอื่นๆ ก็ยังรีบรุดออกมาดูสถานการณ์
บางคนถึงกับต้องห่อตัวด้วยผ้าห่มผืนบางๆ ออกมาด้วยความหนาวสั่น
เข้าไปดูหน่อยไหม เสวี่ยขวงหันไปถามความเห็นจากเมี่ยวฉางอันและคนอื่นๆ
เมื่อได้ยินดังนั้น เมี่ยวฉางอันขมวดคิ้วครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ
อย่าดีกว่า ข้าว่าท่านอาวุโสอาจจะกำลังฝึกวิชาอยู่ หากบุ่มบ่ามเข้าไปรบกวนคงไม่ดีแน่ อีกอย่าง… ท่านคิดว่าหากท่านอาวุโสตกอยู่ในอันตรายจริงๆ ลำพังพวกเราจะช่วยอะไรได้ รังแต่จะเข้าไปส่งตายเสียเปล่าๆ
คำพูดของเมี่ยวฉางอันทำให้เสวี่ยขวงและคนอื่นๆ รู้สึกเห็นด้วย
ลำพังแค่ไอเย็นที่แผ่ออกมายังทำให้พวกเขารู้สึกหนาวเหน็บจนปวดกระดูก แล้วเย่หนานที่อยู่ใจกลางความหนาวเย็นนั้นเล่า จะต้องเผชิญกับสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวขนาดไหน
หากบุ่มบ่ามเข้าไป นอกจากจะช่วยอะไรไม่ได้แล้ว ดีไม่ดีอาจจะโดนลูกหลงจนตัวตาย กลายเป็นเรื่องเศร้าเสียเปล่า
พวกเจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะ ข้ากับชางหยวนจะเฝ้าดูอยู่ตรงนี้เอง เมี่ยวฉางอันหันไปบอกคนในหมู่บ้าน
เมื่อได้ยินคำสั่งของเมี่ยวฉางอัน ชาวบ้านต่างพากันแยกย้ายกลับเข้าห้อง ปิดประตูหน้าต่างแน่นหนา เพราะอากาศภายนอกนั้นหนาวเย็นเกินจะทนไหว
ตัดกลับมาในความฝัน เย่หนานมองเกราะพลังปราณรอบกายที่แตกสลายและก่อตัวขึ้นใหม่อยู่ตลอดเวลาด้วยความประหลาดใจ เริ่มมีไอเย็นบางส่วนแทรกซึมเข้ามาได้บ้างแล้ว
มันเกิดอะไรขึ้น ข้างหน้ามีอะไรรรออยู่กันแน่ เย่หนานเริ่มสงสัย ตอนที่ตกลงมาทีแรกยังไม่รุนแรงขนาดนี้
ดูเหมือนทิศทางที่เขากำลังมุ่งหน้าไปจะมีบางอย่างไม่ชอบมาพากล ความหนาวเย็นและพลังทำลายล้างของพายุรุนแรงกว่าจุดเริ่มต้นหลายเท่าตัว และแทบจะทวีความรุนแรงขึ้นทุกลมหายใจ ราวกับต้องการขัดขวางไม่ให้เขาก้าวต่อไป
ต่อให้เป็นเย่หนานเอง ก็ยังเริ่มรู้สึกตึงมือ ฝีเท้าที่เคยรวดเร็วเริ่มช้าลง
น่าสนุกดีนี่
ดวงตาของเย่หนานสาดประกายแสงสีทองวาวโรจน์ เพ่งมองตรงไปยังเบื้องหน้า
ภายใต้ เนตรทลายมายา ของเย่หนาน สายตาของเขาทะลุทะลวงผ่านพายุและหมอกหนาอันหนาวเหน็บไปจนสิ้น
ข้างหน้ามีบางอย่างอยู่จริงๆ ด้วย
เย่หนานมองเห็นว่าห่างออกไปราวหลายร้อยกิโลเมตร บนยอดภูเขาน้ำแข็งทรงกรวยแหลม มีจุดแสงสีขาวขนาดมหึมาส่องสว่างเจิดจ้า
จุดแสงนั้นมีขนาดใหญ่มาก หากไม่มีพายุและหมอกหนาบดบัง เกรงว่ามองด้วยตาเปล่าก็คงเห็นได้ชัดเจน
คงต้องเร่งเครื่องหน่อยแล้ว เย่หนานย่อเข่าลงเล็กน้อย
ตูม!
พื้นน้ำแข็งใต้ฝ่าเท้าแตกกระจาย เย่หนานระเบิดพลังฝีเท้าพุ่งทะยานออกไปราวกับลูกธนูหลุดจากคันศร
วูบ วูบ วูบ…
ร่างของเย่หนานกลายเป็นเพียงเงาเลือนราง วิ่งฝ่าพายุและหมอกหนาอันเย็นยะเยือกด้วยความเร็วสูง
เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ เปรี๊ยะ…
ยิ่งเข้าใกล้เป้าหมายมากเท่าไหร่ ในพายุก็เริ่มมีสายฟ้าสีขาวฟาดผ่าลงมาใส่เย่หนานอย่างบ้าคลั่ง
ทว่าความเร็วของเย่หนานนั้นเหนือชั้นยิ่งนัก แม้สายฟ้าจะฟาดลงมาถี่ยิบ แต่เขาก็ยังสามารถหลบหลีกได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว
ตูม!
เมื่อสัมผัสได้ว่าแรงต้านทานเริ่มรุนแรงขึ้น เย่หนานตัดสินใจระเบิดพลังทั้งหมดที่มีพุ่งเข้าหาเป้าหมาย ความเร็วของเขาไม่เพียงไม่ลดลง แต่กลับทวีความร็วสูงขึ้นเรื่อยๆ
ทุกที่ที่ร่างของเย่หนานพุ่งผ่าน อัดแน่นไปด้วยพลังอันเกรี้ยวกราด ส่งผลให้พื้นที่ด้านหลังระเบิดกระจายตามแนวทางที่เขาวิ่งผ่าน ภาพที่เห็นช่างน่าตื่นตะลึง เมื่อประกอบกับสายฟ้านับไม่ถ้วนที่ฟาดลงมา ดูราวกับว่าเย่หนานกำลังเผชิญกับทัณฑ์สวรรค์ก็มิปาน
แต่ไม่ว่าพายุและหมอกน้ำแข็งจะน่ากลัวเพียงใด ก็ไม่อาจหยุดยั้งเย่หนานได้
ในที่สุด เย่หนานก็ฝ่าฟันมาจนถึงยอดเขา
เพียงแต่สภาพของเย่หนานในตอนนี้ เหลือเพียงกางเกงในสีแดงตัวเก่งเพียงตัวเดียวติดกาย
ท่ามกลางพายุอันบ้าคลั่ง เสื้อผ้าอาภรณ์ของเขาถูกฉีกกระชากจนไม่เหลือชิ้นดี
ไอ้นี่มันคืออะไรกัน
เย่หนานจ้องมองลูกบอลแสงสีขาวที่ส่องสว่างราวกับดวงอาทิตย์ดวงน้อย แผ่ไอเย็นยะเยือกออกมาอย่างน่าประหลาดใจ
เขารู้ดีว่าเจ้าลูกบอลแสงสีขาวนี้ต้องไม่ใช่วัตถุธรรมดาสามัญ
และเขาก็รู้อีกว่า ความฝันที่ระบบสร้างขึ้นมานี้ ย่อมไม่ได้มีไว้เพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว
ในขณะที่เย่หนานกำลังจะยื่นมือไปสัมผัสลูกบอลแสงสีขาวนั้นเอง
วิ้ง!
ทันใดนั้น ลูกบอลแสงที่เคยใหญ่โตราวกับดวงอาทิตย์ พลันหดเล็กลงเหลือเพียงขนาดเท่าหัวแม่มือ ทว่าแสงสว่างที่เปล่งออกมากลับไม่ได้ลดน้อยถอยลงแม้แต่น้อย
หืม เย่หนานยืนงงเป็นไก่ตาแตก
แต่ในขณะที่เขากำลังตื่นตะลึงอยู่นั้น
ฟุ่บ!
ลูกแก้วสีขาวพุ่งเข้าประชิดหน้าเย่หนานในชั่วพริบตา ก่อนจะพุ่งหายเข้าไปในกลางหน้าผากของเขาโดยตรง