แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 198 ไข่ดำหมายเลขสี่
หลิงหลงและอวี้เซียนวิ่งกระหืดกระหอบกลับมายังยอดเขาเดิมที่พวกนางเพิ่งจากมา
เมื่อเห็นสองสาววิ่งกลับมา เจ้าสัตว์อสูรเจ้าถิ่นก็แสดงท่าทีระแวดระวังตัวขึ้นมาทันที มันเองก็สังเกตเห็นกองทัพโครงกระดูกตีนเขาที่กำลังเคลื่อนพลเข้ามาเช่นกัน
ตกใจหมดเลย หัวใจจะวาย หลิงหลงทิ้งตัวลงนั่งแปะกับพื้นริมหน้าผา พลางใช้มือน้อยๆ ตบหน้าอกปลอบขวัญตัวเอง
ภาพเหตุการณ์ที่หญิงชรากำลังระเบิดพลังทำลายล้างกองทัพโครงกระดูกอยู่ตีนเขานั้น ปรากฏแก่สายตาของหลิงหลงและอวี้เซียนอย่างชัดเจน
เมื่อรู้สึกว่าลมปราณในกายเริ่มเข้าที่เข้าทาง หญิงชราก็ไม่คิดจะรั้งรออยู่อีกต่อไป นางรีบคว้าตัวหลานสาวชุดดำแล้วทะยานขึ้นสู่ยอดเขาทันที
ทว่ากองทัพโครงกระดูกเหล่านั้นกลับไม่มีทีท่าว่าจะรามือ พวกมันเปลี่ยนทิศทางมุ่งหน้าตรงมายังยอดเขาที่หลิงหลงพักอยู่อย่างพร้อมเพรียง
อย่างไรก็ตาม การจะเคลื่อนพลจำนวนมหาศาลขึ้นมาถึงยอดเขานั้น จำต้องใช้เวลาสักพักใหญ่
ลูกพี่! โปรดรับการคารวะจากข้าด้วย!
ทันทีที่เท้าแตะพื้นยอดเขา ท่ามกลางสายตางุนงงของทุกคนและสัตว์อสูร เด็กสาวชุดดำก็พุ่งถลาเข้ามาคุกเข่าไถลไปกับพื้น แล้วกอดหมับเข้าที่ท่อนขาเล็กๆ ของหลิงหลงอย่างหน้าไม่อาย
นายน้อย… ท่าน... เมื่อเห็นกิริยาของหลานสาว หญิงชราถึงกับยกมือขึ้นกุมขมับ อับอายจนแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี
หลิงหลงพยายามขยับขาหนีด้วยความรังเกียจ แต่เด็กสาวชุดดำกลับกอดรัดแน่นหนึบราวกับปลิง ทำให้หลิงหลงดึงขาออกมาไม่ได้
เจ้าจะทำอะไรน่ะ ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ หลิงหลงขมวดคิ้วมุ่น จ้องมองเด็กสาวชุดดำด้วยความไม่พอใจ
ข้าอยากฝากตัวเป็นลูกน้องท่าน ลูกพี่รับข้าไว้เถอะนะเจ้าคะ เด็กสาวชุดดำยังคงกอดขาหลิงหลงแน่น ตื๊ออย่างหน้าหนาใจดำ
ฝากตัวเป็นลูกน้องข้า หลิงหลงฟังแล้วก็ชะงักไปเล็กน้อย
จากนั้นนางก็ยกมือขึ้นลูบคาง เลียนแบบท่าทางเวลาเย่หนานใช้ความคิด ทำทีเป็นครุ่นคิดอย่างจริงจัง
เมื่อเห็นคนหนึ่งกล้าขอ อีกคนก็กล้าคิด อวี้เซียนและหญิงชราต่างมองหน้ากันด้วยความอิดหนาระอาใจ
แม่นาง ขอบคุณพวกท่านมากสำหรับความช่วยเหลือ นี่คือโอสถที่เหลืออยู่ หญิงชราหันมาประสานมือคารวะอวี้เซียน ก่อนจะยื่นขวดหยกที่หลิงหลงให้มาคืนแก่นางด้วยความเสียดายเล็กน้อย
เมื่อครู่นางตรวจสอบดูแล้ว ภายในขวดยังมีโอสถหลงเหลืออยู่อีกหลายเม็ด นางเพิ่งใช้ไปเพียงเม็ดเดียวเท่านั้น
แม้โอสถเหล่านี้จะล้ำค่าเพียงใด แต่นางก็ไม่กล้าคิดครอบครองไว้แต่ผู้เดียว จากสัญญาณหลายอย่างบ่งบอกว่าหลิงหลงและอวี้เซียนนั้นมีภูมิหลังไม่ธรรมดา โดยเฉพาะเด็กน้อยหลิงหลง
ไม่ใช่แค่นางไม่ใช่คนประเภทชอบฉวยโอกาสรังแกผู้เยาว์ แต่สิ่งที่นางกลัวที่สุดคือความโลภของตนอาจจะนำมาซึ่งวิบากกรรมใหญ่หลวงในภายภาคหน้า
ท่านไม่ต้องคืนข้าหรอก ในเมื่อหลิงหลงให้ท่านแล้ว ท่านก็เก็บไว้เถอะ อวี้เซียนรีบปฏิเสธทันควัน
นี่… หญิงชราตกตะลึง นางไม่คิดว่าอวี้เซียนจะใจกว้างถึงเพียงนี้ โอสถคุณภาพระดับนี้ นางเกิดมายังไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน
หญิงชราเห็นอวี้เซียนยืนกรานปฏิเสธ จึงชำเลืองมองไปทางหลิงหลงอย่างกล้าๆ กลัวๆ
ทว่าเวลานี้หลิงหลงหาได้สนใจเรื่องโอสถไม่ นางกำลังคุยหยอกล้อกับเด็กสาวชุดดำอย่างสนุกสนาน ทำตัวราวกับผู้ใหญ่ตัวน้อยๆ ภาพนั้นทำให้หญิงชราพูดไม่ออก
เช่นนั้น… ก็ได้ ขอบพระคุณแม่นางอวี้มาก หญิงชราจำต้องเก็บขวดหยกกลับคืนมา พร้อมกล่าวขอบคุณซ้ำอีกครั้ง
ไม่เป็นไร อวี้เซียนส่ายหน้า นางไม่ได้ซักถามถึงชื่อเสียงเรียงนามหรือสถานะของทั้งสอง
แต่ฝ่ายหญิงชราและเด็กสาวชุดดำนั้น ได้ยินหลิงหลงเรียกชื่ออวี้เซียนมาก่อนหน้านี้แล้ว จึงเรียกนางว่าแม่นางอวี้ได้อย่างถูกต้อง
ลูกพี่ รับข้าไว้เถอะนะ! รับเถอะๆ! เด็กสาวชุดดำยังคงเขย่าขาหลิงหลงไปมาไม่หยุด
ก็ได้ๆ ข้ารับเจ้าเป็นลูกน้องก็ได้ ฮิฮิฮิ… หลิงหลงคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบตกลง นางหัวเราะคิกคักด้วยความตื่นเต้น นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีคนมาขอเป็นลูกน้อง
หญิงชราไม่ได้ห้ามปรามการกระทำของหลานสาว หากเป็นคนอื่น นางคงสั่งสอนให้รู้สำนึกไปแล้ว
แต่ชัดเจนว่า ไม่ว่าจะเป็นไม้แกะสลักรูปมังกรที่หลิงหลงเคยใช้ หรือโอสถวิเศษเมื่อครู่ ล้วนบ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของเด็กคนนี้ การได้ผูกมิตรกับคนระดับนี้ มีแต่ได้กับได้ ไม่มีคำว่าขาดทุน
เย้! ลูกพี่ใจดีที่สุดเลย เด็กสาวชุดดำร้องด้วยความดีใจเมื่อหลิงหลงตอบรับ
หลิงหลง พวกเรารีบไปจากที่นี่กันเถอะ ที่นี่อันตรายเกินไป พวกโครงกระดูกใกล้จะถึงแล้ว อวี้เซียนรีบเตือนสติหลิงหลง
นางมองดูกองทัพโครงกระดูกที่ดาหน้ากันเข้ามาเต็มตีนเขาด้วยความหวาดหวั่นจนหนังศีรษะชา
อ้อ จริงด้วย! ไปเร็ว ไปเร็ว หลิงหลงเพิ่งนึกขึ้นได้ รีบพยักหน้าหงึกๆ
สายไปแล้ว… เราหนีไม่พ้นแล้ว เสียงเคร่งเครียดของหญิงชราดังแทรกขึ้นมา
เมื่อได้ยินดังนั้น อวี้เซียนสังหรณ์ใจไม่ดี รีบมองกวาดไปรอบๆ ตีนเขา
ไม่มองยังดีเสียกว่า พอมองแล้วถึงกับใจหายวาบ
บัดนี้เบื้องล่างไม่ได้มีเพียงกองทัพโครงกระดูกกลุ่มเดิม แต่กลับกลายเป็นว่าทุกทิศทุกทางล้วนเนืองแน่นไปด้วยโครงกระดูกสีขาวโพลนจนมืดฟ้ามัวดิน
วินาทีนี้ พวกนางถูกปิดล้อมจนไร้ทางหนีทีไล่โดยสมบูรณ์
ซวยแล้ว ซวยแล้ว รู้งี้เมื่อกี้วิ่งไปให้ไกลกว่านี้ก็ดี หลิงหลงหน้าเบ้เป็นมะระขี้นกทันที
ลูกพี่ รออะไรอยู่เล่า รีบใช้ของวิเศษที่ท่านเคยใช้ก่อนหน้านี้พาพวกเราฝ่าวงล้อมออกไปสิเจ้าคะ! เด็กสาวชุดดำรีบตะโกนบอกหลิงหลง ของวิเศษที่นางพูดถึงย่อมหมายถึงไม้แกะสลักรูปมังกร
คำพูดของเด็กสาวทำให้ดวงตาของหญิงชราเป็นประกายขึ้นมา
แม้โครงกระดูกพวกนี้จะน่ากลัว แต่หากใช้ไม้แกะสลักของหลิงหลงเปิดทาง การจะพาพวกนางหนีออกไปย่อมไม่ใช่เรื่องยาก
อานุภาพความร้ายกาจของไม้แกะสลักชิ้นนั้น พวกนางต่างประจักษ์แก่สายตามาแล้ว
จริงอยู่ที่หญิงชราสามารถเหาะหนีได้ แต่โครงกระดูกพวกนี้ดูเหมือนจะมีสติปัญญาและรู้จักการทำงานเป็นทีม แม้พลังของแต่ละตัวจะไม่สูงนัก แต่จำนวนนั้นมากมายมหาศาล มิหนำซ้ำยังมีโครงกระดูกของสัตว์อสูรปีกที่บินได้ปะปนอยู่ด้วย ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่นางหวาดระแวงที่สุด
ไม้แกะสลักอันนั้น… ไม่มีแล้ว หลิงหลงตอบเสียงอ่อย
หา หมดแล้วหรือ เด็กสาวชุดดำอ้าปากค้าง
หัวใจของหญิงชรากระตุกวูบ หากไม่มีของวิเศษชิ้นนั้น พวกนางจะฝ่าวงล้อมออกไปได้อย่างไร
หลิงหลงไม่ได้โกหก นางรู้สึกว่าไม้แกะสลักรูปมังกรนั้นหน้าตาคล้ายงู ซึ่งนางกลัวงูมาก จึงหยิบติดมือมาแค่ชิ้นเดียวด้วยความอยากรู้อยากเห็น ส่วนที่เหลือทั้งหมดอยู่กับเย่หนาน
ที่นี่มันสถานที่บ้าบออะไรกัน ในอดีตเคยเกิดเรื่องวิบัติอันใดขึ้นที่นี่ หญิงชราพึมพำด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ตอนนี้ไม่มีเวลามาหาคำตอบแล้ว ต้องหาทางออกไปให้ได้ก่อน น้ำเสียงของอวี้เซียนเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ
หลิงหลง เจ้าพอจะมีวิธีอื่นอีกไหม อวี้เซียนหันไปถามหลิงหลงที่กำลังขมวดคิ้วยุ่ง
เอ่อ… ก็พอมีนะ หลิงหลงเกาศีรษะน้อยๆ ที่มัดผมแกละสองข้าง
คำตอบของหลิงหลงทำให้ทุกคนถอนหายใจด้วยความโล่งอก
หากต้องบุกฝ่าวงล้อมออกไปตรงๆ หญิงชราอาจจะพอเอาตัวรอดได้ แต่อาจต้องแลกด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส ทว่าคนอื่นๆ ที่เหลือคงยากที่จะดูแลให้ทั่วถึง
รอเดี๋ยวนะ หลิงหลงก้มหน้าก้มตาค้นหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าสะพายใบจิ๋วสีชมพู
เด็กสาวชุดดำขยับตัวเข้าไปใกล้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น นางสนใจกระเป๋าใบเล็กของหลิงหลงมาพักหนึ่งแล้ว
กลับไปข้าต้องให้ท่านพ่อทำกระเป๋าแบบนี้ให้บ้าง ดูน่ารักดี เด็กสาวชุดดำคิดในใจ
เจอแล้ว! ฮี่ๆๆ…
ท่ามกลางสายตางุนงงของทุกคน หลิงหลงหยิบวัตถุทรงกลมสีดำขนาดมหึมา เส้นผ่านศูนย์กลางกว่าสิบเมตรออกมาจากกระเป๋าใบจิ๋ว
เมื่อเห็นวัตถุประหลาดนี้ เด็กสาวชุดดำและหญิงชราต่างจ้องมองด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่ามันคือสิ่งใด
มีเพียงอวี้เซียนเท่านั้นที่หนังตากระตุกยิกๆ
นางเคยเห็นของสิ่งนี้มาก่อน เพียงแต่ไม่เคยเห็นลูกใหญ่ยักษ์ขนาดนี้ ครั้งก่อนหลิงหลงเคยให้ลูกขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลแก่นาง ซึ่งรูปร่างหน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบ
ลูกพี่ นี่มันตัวอะไรน่ะเจ้าคะ เด็กสาวชุดดำลูบคลำวัตถุสีดำนั้นด้วยความฉงน
อ๋อ เจ้านี่น่ะเหรอ ข้าเรียกมันว่า ไข่ดำหมายเลขสี่ หลิงหลงตอบด้วยความภาคภูมิใจ
นางรู้สึกว่าชื่อ ระเบิด มันฟังดูไม่ไพเราะ จึงจัดการตั้งชื่อใหม่ให้เสร็จสรรพ
ไข่ดำหมายเลขสี่ หญิงชราและเด็กสาวชุดดำทวนคำอย่างไม่เข้าใจความหมาย
อ่ะ นี่ ข้าให้เจ้าลูกนึง
ว่าแล้ว หลิงหลงก็ล้วงเอาออกมาอีกลูกหนึ่ง วางลงตรงหน้าเด็กสาวชุดดำ
ขอบคุณเจ้าค่ะลูกพี่ เด็กสาวชุดดำรับไว้โดยไม่ปฏิเสธ แม้นางจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ของที่หลิงหลงให้ ย่อมไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน