แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 229 ท่านอาจารย์ มีคนจะฆ่าข้า!
ไปซะ!
เย่หนานเหลือบมองรอยสักบนแขนขวาก่อนจะกระทืบเท้าส่งแรงดีดตัวพุ่งทะยานออกจากใจกลางหุบเหวลึก
ตอนนี้ป่าหมอกปีศาจทั้งผืนได้อันตรธานหายไป กลายเป็นหุบเหวลึกขนาดมหึมาที่กินอาณาเขตกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
ในระหว่างที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ สายตาของเย่หนานสะดุดเข้ากับวัตถุทรงกลมสีดำขนาดเท่าลูกบาสเก็ตบอล รูปร่างบิดเบี้ยว ลอยคว้างอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า
นั่นอะไรน่ะ เย่หนานเพ่งมองด้วยความสงสัย
ช่างมันเถอะ เก็บไปก่อนแล้วกัน ทนทานขนาดนี้ต้องเป็นของดีแน่
ไม่รอช้า เย่หนานคว้าวัตถุปริศนานั้นติดมือมาด้วยหน้าตาเฉย
ข้างนอกเงียบลงแล้วหรือยังนะ
ภายในเตาหลอมสีดำ หลิงหลงเอ่ยถามด้วยความหวาดระแวง ก่อนหน้านี้แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้ผนังถ้ำที่พวกนางหลบซ่อนอยู่ร้อนระอุจนแดงฉาน
หากไม่ได้เตาหลอมวิเศษใบนี้คุ้มกัน บวกกับคุณสมบัติการฟื้นฟูตัวเองของถ้ำ พวกนางคงกลายเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว
ณ ขอบเหวลึก ภายนอกเขตป่าหมอกปีศาจเดิม
เหล่าผู้บำเพ็ญเพียรที่รอดชีวิตต่างยืนมองภาพความพินาศเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึง
ต้องใช้พลังมหาศาลขนาดไหนกัน ถึงจะทำลายล้างได้ขนาดนี้ เมี่ยวฉางอันพึมพำกับตัวเอง สายตาจับจ้องไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า
ท่านอาจารย์ช่างแข็งแกร่งเหลือเกิน มู่เป่ยเฉินและพรรคพวกที่ยืนอยู่ไม่ไกล ต่างทึ่งในอานุภาพของอาจารย์ตน พร้อมกับความภาคภูมิใจลึกๆ ที่ผุดขึ้นในใจ
เสวี่ยขวงและคนอื่นๆ ที่หนีออกมาได้ทัน ก็รีบเข้ามารวมกลุ่มกับมู่เป่ยเฉิน ขาดเพียงหลิงหลงและหยุนเตี๋ยเท่านั้น
จบกัน… หมดสิ้นแล้ว… อวิ๋นซางทรุดตัวลงนั่งกับพื้น สายตาเหม่อลอย โดนลูกหลงรุนแรงขนาดนี้ ลูกสาวข้าคงไม่รอดแน่
ชิงมู่ก็ยังไม่กลับออกมา อวิ๋นซางจึงปักใจเชื่อว่าชิงมู่เองก็คงสังเวยชีวิตไปพร้อมกับลูกสาวของเขาในมหาภัยพิบัติครั้งนี้
ไอ้เฒ่านักพรต ผู้อาวุโสของข้าต้องการพบเจ้า
ในขณะที่ทุกคนกำลังตกอยู่ในความเศร้าโศก กลุ่มคนในชุดแดงเลือดก็เดินตรงเข้ามาหามู่เป่ยเฉิน
หาข้าทำไม แล้วพวกเจ้าเป็นใคร มู่เป่ยเฉินขมวดคิ้วถาม
ฮึ่ม! อย่ามาถามมาก ตามมาซะดีๆ ชายชุดแดงล้อมกรอบมู่เป่ยเฉินไว้ แต่สายตายังคงชำเลืองมองอวิ๋นซางด้วยความระแวง กลัวว่าผู้นำตระกูลอวิ๋นจะยื่นมือเข้ามาสอด
แต่เมื่อเห็นอวิ๋นซางจมอยู่ในความทุกข์ระทม ไม่สนใจสิ่งรอบข้าง พวกมันจึงโล่งใจ
เห็นฝ่ายตรงข้ามมีระดับพลังเหนือกว่า มู่เป่ยเฉินจึงยอมตามไปแต่โดยดี อีกใจหนึ่งเขาก็อยากรู้ว่าใครกันแน่ที่ต้องการพบเขา
อวี้เซียนและคนอื่นๆ ทำท่าจะเข้าไปช่วย แต่มู่เป่ยเฉินยกมือห้าม
ไม่ต้องห่วง ข้าไปแป๊บเดียว เดี๋ยวก็กลับ ถ้ามีเรื่องอะไรพวกมันทำอะไรข้าไม่ได้หรอก มู่เป่ยเฉินกล่าวอย่างมั่นใจ
ตกลง อวี้เซียนพยักหน้า แต่ก็ยังแอบตามไปห่างๆ เพราะอย่างไรเสีย มู่เป่ยเฉินก็เป็นศิษย์ของเย่หนาน
เมื่อไปถึงจุดนัดพบ มู่เป่ยเฉินก็เข้าใจสถานการณ์ทันที
เพราะเขาเห็นสายตาอาฆาตมาดร้ายของปิงเสวียนที่จ้องเขม็งมาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
พวกเจ้าเป็นใคร มีธุระอะไรกับข้า มู่เป่ยเฉินแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง หันไปถามชายชราชุดแดงที่เป็นหัวหน้ากลุ่ม
ยังต้องถามอีกรึ เจ้าก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ เสวี่ยเฟิง แห่งพรรคโลหิต กล่าวด้วยสีหน้าบึ้งตึง
การมาเยือนป่าหมอกปีศาจครั้งนี้ พรรคโลหิตสูญเสียอย่างหนัก เหลือรอดกลับไปเพียงไม่กี่คน แถมยังบาดเจ็บสาหัส สมบัติก็ไม่ได้สักชิ้น ต้องรีบถอนตัวกลับไปมือเปล่า
พวกเจ้ามาเพื่อช่วยนางงั้นรึ มู่เป่ยเฉินปรายตามองปิงเสวียนด้วยความดูแคลน
ใช่แล้วจะทำไม เจ้าจะปลิดชีพตัวเอง หรือจะให้ข้าลงมือ เสวี่ยเฟิงแผ่จิตสังหารกดดัน
ท่านผู้อาวุโส ได้โปรดทำลายวรยุทธ์ของมัน แล้วส่งตัวมันให้ข้าเถิด ข้าจะแล่เนื้อมันเป็นพันชิ้นให้สาสมกับความแค้น! ปิงเสวียนอ้อนวอนเสวี่ยเฟิงด้วยน้ำเสียงสั่นเครือจากความโกรธ
แค่เจ้าเนี่ยนะ มีปัญญาก็ลงมือเองสิ! ต้องยืมมือคนอื่นมาแก้แค้น ไม่อายบ้างหรือไง มู่เป่ยเฉินเย้ยหยัน
เจ้า… ขอแค่ฆ่าเจ้าได้ จะใช้วิธีไหนข้าก็ไม่เกี่ยง! พอฆ่าเจ้าเสร็จ ข้าจะไปลากนังแพศยาไป๋หลิงมาลงนรกไปพร้อมกับเจ้า! ปิงเสวียนตะโกนลั่นอย่างบ้าคลั่ง
พอได้แล้ว! ลงมือซะ ฆ่ามันให้จบๆ จะได้รีบกลับไปรายงานท่านประมุข เสวี่ยเฟิงเริ่มหมดความอดทน สั่งลูกน้องให้จัดการทันที
รับทราบ! ลูกสมุนพรรคโลหิตเตรียมจะรุมสกรัมมู่เป่ยเฉิน
ตูม!
ทันใดนั้น เงาร่างสายหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า กระแทกพื้นดินจนเกิดหลุมลึก เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ผมเผ้ากระเซอะกระเซิง
เหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ดึงดูดความสนใจของทุกคน การเคลื่อนไหวของพรรคโลหิตชะงักลงชั่วคราว
ไอ้นี่มันตัวอะไรวะเนี่ย เย่หนานก้าวขึ้นมาจากหลุม ในมือถือลูกบอลสีดำรูปร่างประหลาด พลิกไปพลิกมาด้วยความฉงน
ท่านผู้อาวุโส! ท่านกลับมาแล้ว! ลูกสาวข้า… ลูกสาวข้าหายไปแล้ว!
อวิ๋นซางที่เห็นเย่หนานปรากฏตัว รีบวิ่งถลาเข้าไปหา คว้ามือเย่หนานเขย่าพร้อมร้องไห้ฟูมฟาย
ลูกสาวเจ้า นางยังไม่ออกมาเหรอ เย่หนานขมวดคิ้ว
ใช่แล้วขอรับ! นางกับน้องสาวท่านยังไม่ออกมาเลย! อวิ๋นซางพยักหน้าทั้งน้ำตา แววตาเต็มไปด้วยความหวังริบหรี่
ว่าไงนะ หลิงหลงก็ยังไม่ออกมา เย่หนานชะงักกึก
ท่านอาจารย์!
คุณชาย!
เหล่าศิษย์และพรรคพวกต่างกรูเข้ามาหาเย่หนานด้วยความดีใจ
แล้วชิงมู่ล่ะ เขาไม่ได้อยู่กับเจ้าหรือ เย่หนานกวาดตามองหาแต่ไม่พบชิงมู่
เขาอาสาเข้าไปตามหาเตี๋ยเอ๋อร์กับน้องสาวท่าน แล้วก็หายเงียบไปเลย อวิ๋นซางสะอื้นไห้
ภาพของผู้นำตระกูลอวิ๋นผู้ยิ่งใหญ่ ร้องไห้คร่ำครวญเกาะแขนเย่หนานอย่างหมดสภาพ ทำให้ผู้คนที่รู้จักเขาถึงกับอ้าปากค้าง
ต่างพากันคาดเดาถึงตัวตนที่แท้จริงของชายหนุ่มผู้นี้
หรือว่าข้าจะมองพลาดไปจริงๆ เจ้านี่อาจจะเป็นยอดฝีมือที่เร้นกาย เสวี่ยเฟิง แห่งพรรคโลหิต ลอบคิดในใจด้วยความหวาดหวั่น
แต่แล้ว ความคิดนั้นก็สะดุดลงเมื่อได้ยินเสียงตะโกนของมู่เป่ยเฉิน
ท่านอาจารย์! ช่วยด้วย! มีคนจะฆ่าข้า! มู่เป่ยเฉินร้องฟ้องเสียงหลง ทำหน้าตาน่าสงสารสุดฤทธิ์
หือ เย่หนานเงยหน้ามองตามเสียง
เห็นกลุ่มคนชุดแดงล้อมกรอบมู่เป่ยเฉินไว้ด้วยท่าทีคุกคาม
เย่หนานเดินอาดๆ ตรงเข้าไปหา พร้อมเอ่ยถามเสียงเรียบ พวกเจ้าคิดจะฆ่าศิษย์ข้า
เมื่อเห็นเย่หนานเดินเข้ามา เสวี่ยเฟิงขมวดคิ้ว แต่ก็ไม่ได้เกรงกลัวมากนัก เพราะเขามั่นใจในระดับพลังวิญญาณดั้งเดิมของตน
สหาย… ศิษย์ของเจ้าสังหารคนของนิกายข้า การล้างแค้นย่อมเป็นเรื่องสมควร เสวี่ยเฟิงจ้องตาเย่หนานเขม็ง แม้เย่หนานจะดูเหมือนมีแค่ขั้นกลั่นลมปราณ แต่เขาก็ไม่ประมาท
ดูจากโหงวเฮ้งแล้ว นิกายเจ้าคงไม่ใช่พวกดีเด่อะไร กลิ่นอายชั่วร้ายคละคลุ้งไปหมด ตายๆ ไปบ้างก็ดีแล้วไม่ใช่รึ เย่หนานตอบกลับด้วยท่าทีกวนประสาท
สามหาว! อย่าคิดว่าปกปิดพลังตบะแล้วข้าจะกลัว! วันนี้ศิษย์เจ้าต้องตายสถานเดียว! เสวี่ยเฟิงโกรธจัด รู้สึกเหมือนโดนหยามเกียรติ
ไอ้โง่! มู่เป่ยเฉินที่หลบอยู่หลังเย่หนาน ชูนิ้วโป้งคว่ำลงใส่กลุ่มพรรคโลหิตเป็นการเยาะเย้ย
ตายซะเถอะ! เห็นกิริยาของมู่เป่ยเฉิน ความอดทนของเสวี่ยเฟิงก็ขาดผึง เขาตัดสินใจลงมือสังหารทั้งอาจารย์และศิษย์ให้สิ้นซาก
ต่อให้เย่หนานเก่งแค่ไหน จะสู้พลังอำนาจของพรรคโลหิตเบื้องหลังเขาได้หรือ
ไอ้โง่! เย่หนานสบถซ้ำ
เมื่อเห็นฝ่ามือของเสวี่ยเฟิงฟาดเข้ามา เย่หนานเพียงยื่นมือออกไปคว้าจับข้อมืออีกฝ่ายไว้เฉยๆ
หมับ!
เจ้า… เสวี่ยเฟิงตกใจสุดขีด เมื่อพบว่าพลังฝ่ามือของตนไม่อาจสั่นคลอนเย่หนานได้แม้แต่น้อย เหมือนมดพยายามผลักภูเขา
เขาตระหนักได้ทันทีว่าประเมินเย่หนานต่ำเกินไป
ในจังหวะที่เสวี่ยเฟิงพยายามจะดึงมือกลับ เขาก็รู้สึกตัวลอยขึ้นจากพื้น
ไม่ใช่ลอยธรรมดา แต่ถูกเย่หนานจับเหวี่ยง!
ตึง! ตึง! ตึง!
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน เย่หนานจับร่างของเสวี่ยเฟิงฟาดลงกับพื้นซ้ายทีขวาทีราวกับฟาดผ้าขี้ริ้ว
ไม่ว่าเสวี่ยเฟิงจะดิ้นรนขัดขืนอย่างไร ก็ไม่อาจหลุดพ้นจากเงื้อมมือมารของเย่หนานได้