แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 231 หายนะแห่งสำนักเมี่ยวอิน
เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เมี่ยวฉางอันสังหรณ์ใจไม่ดี
ทุกคนรีบเร่งฝีเท้าก้าวเข้าสู่ประตูสำนัก ทันทีที่เข้าไปถึงภายใน ทุกคนต่างยืนตะลึงงันด้วยความตกใจ
ภาพของสำนักเมี่ยวอินที่เคยงดงามด้วยขุนเขาเขียวขจีและสายน้ำลำธาร บัดนี้เหลือเพียงซากปรักหักพัง ตำหนักน้อยใหญ่พังทลายลงมาเป็นแถบๆ
ที่น่าสลดใจที่สุดคือ ซากศพที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่ตามพื้น
ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ ความโกรธแค้นและความหวาดกลัวปะทุขึ้นในอกของเมี่ยวฉางอัน
ท่านอาจารย์ ที่นี่เหมือนเพิ่งผ่านการต่อสู้ครั้งใหญ่มา แต่ศพของผู้เสียชีวิตล้วนเป็นหญิงสูงวัยทั้งสิ้นขอรับ ชิงมู่ใช้จิตสัมผัสตรวจสอบความผิดปกติและรีบรายงานเย่หนาน
เป็นใคร มันผู้ใดกันที่ลงมือโหดเหี้ยมอำมหิตเช่นนี้ เมี่ยวฉางอันตวาดลั่น ดวงตาแดงก่ำจนแทบถลน
นางเองก็สังเกตเห็นแล้วว่า ผู้ตายส่วนใหญ่คือผู้อาวุโสรุ่นเก่าของสำนัก หรือก็คือเหล่าอาจารย์อาอาจารย์ป้าทั้งหลาย
เมื่อได้ยินรายงานของชิงมู่ เย่หนานยังคงนิ่งเงียบ สีหน้าเรียบเฉยผิดปกติ ในขณะที่คนอื่นๆ ต่างมีสีหน้าเคร่งเครียด
การที่ไม่พบศพของเหล่าศิษย์รุ่นเยาว์ แสดงว่าพวกนางอาจจะยังมชีวิตอยู่ สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นคนทำ เย่หนานเดินเข้าไปหาเมี่ยวฉางอันแล้วกล่าวเตือนสติ
ใช่… ใช่แล้ว ข้าต้องลากคอมันออกมา แล้วสับมันเป็นหมื่นชิ้น! เมี่ยวฉางอันพยายามระงับอารมณ์ แต่แววตายังคงเต็มไปด้วยความอาฆาต
ท่านเจ้าสำนัก… ทำไมไม่เห็นศพของผู้อาวุโสเมี่ยวเฉิงเทียนเลยล่ะเจ้าคะ จู่ๆ เมี่ยวอินก็ทักขึ้น
เมี่ยวเฉิงเทียน เมี่ยวฉางอันชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อลองทบทวนดู นางก็ไม่เห็นศพของเมี่ยวเฉิงเทียนจริงๆ
หรือว่า… นางจะถูกจับไป เมี่ยวอินตั้งข้อสังเกต
เป็นไปไม่ได้! ข้ารู้นิสัยผู้อาวุโสเมี่ยวเฉิงเทียนดี นางยอมตายดีกว่ายอมถูกจับไปรับความอัปยศ เมี่ยวฉางอันรีบแย้งทันควัน
แต่จะอธิบายเรื่องนี้ยังไงล่ะเจ้าคะ ท่านเจ้าสำนัก… ข้าขอบังอาจพูดตรงๆ ระยะหลังมานี้ข้ารู้สึกว่าผู้อาวุโสเมี่ยวเฉิงเทียนมีพฤติกรรมแปลกๆ แต่เพราะนางไม่ได้ทำอะไรโจ่งแจ้ง ข้าเลยไม่ได้พูดอะไร ข้าสงสัยว่าเรื่องราวในครั้งนี้อาจเกี่ยวข้องกับนาง เมี่ยวฉานกล่าวเสริมขึ้นมาบ้าง
เจ้าหมายความว่า… ผู้อาวุโสเมี่ยวเฉิงเทียนทรยศสำนักเมี่ยวอินงั้นรึ เมี่ยวฉางอันถามเสียงหลง
มีความเป็นไปได้เจ้าค่ะ เมี่ยวฉานพยักหน้าอย่างไม่ลังเล
จะเป็นไปได้อย่างไร นางภักดีต่อสำนักมาสองสามร้อยปี จะมาทรยศเอาป่านนี้เนี่ยนะ เมี่ยวฉางอันยังคงไม่อยากจะเชื่อ
ที่เมี่ยวฉานพูดมาก็มีเหตุผล หากผลประโยชน์มากพอ แม้แต่ญาติพี่น้องก็ยังหักหลังกันได้ นี่คือความโหดร้ายของโลกผู้บำเพ็ญเพียร แน่นอนว่านี่เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน อาจจะมีเบื้องลึกเบื้องหลังอื่นอีกก็ได้ เย่หนานเอ่ยแทรกขึ้น
สิ่งที่ท่านผู้อาวุโสกล่าวมาก็ถูก หากมีเบื้องลึกอื่นก็แล้วไป แต่หากนางทำร้ายพี่น้องร่วมสำนักจริงๆ ข้าจะเป็นคนกำจัดคนทรยศด้วยมือข้าเอง เมี่ยวฉางอันกล่าวด้วยความเจ็บปวด
เอาล่ะ ช่วยกันเก็บกวาดสำนักก่อน อย่างน้อยก็หาที่ซุกหัวนอนให้ได้ก่อน ส่วนเรื่องตามล่าคนร้าย เดี๋ยวข้าช่วยเอง เย่หนานสั่งการ
ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโส! เมี่ยวฉางอันดีใจจนเนื้อเต้นที่เย่หนานยอมยื่นมือเข้าช่วย
ไม่นานทุกคนก็เริ่มลงมือเก็บกวาดซากปรักหักพัง ชาวบ้านจากทะเลทมิฬเองก็ไม่นิ่งดูดาย รีบเข้ามาช่วยงานอย่างขยันขันแข็ง
ลึกๆ แล้วชาวบ้านเหล่านี้รู้สึกมีความสุข แม้โลกภายนอกจะเต็มไปด้วยอันตราย แต่พวกเขาก็ได้เห็นท้องฟ้าที่แท้จริง ได้เหยียบยืนบนผืนดินปกติ ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่ในความมืดมิดอีกต่อไป
ศิษย์รัก เจ้าเดินทางไปทั่วสารทิศ มีความเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง พอจะมีเบาะแสไหม เย่หนานหันไปถามชิงมู่
ศิษย์เองก็ไม่แน่ใจขอรับ โลกผู้บำเพ็ญเพียรนั้นร้อยพ่อพันแม่ มีขุมกำลังลึกลับซ่อนเร้นอยู่มากมาย ที่ข้ารู้จักก็มีแต่พวกที่เปิดเผยตัว แต่ลักษณะการลงมือแบบนี้ ข้าเดาไม่ออกจริงๆ ว่าเป็นฝีมือของใครหรือสำนักใด ชิงมู่ส่ายหน้า
หลิงหลง ไปเรียกเจ้าลูกสมุนตัวน้อยของเจ้ามาหาข้าหน่อยซิ เย่หนานตะโกนเรียกหลิงหลงที่กำลังเล่นอยู่กับลูกบอลสีดำอยู่ไกลๆ
อื้อ! หลิงหลงรับคำอย่างว่าง่าย แล้วหันไปตะโกนเรียกหยุนเตี๋ย เจ้าผีเสื้อน้อย พี่ชายหนานเรียกเจ้าน่ะ
หยุนเตี๋ยได้ยินดังนั้น ร่างกายก็สั่นสะท้านด้วยความตื่นเต้น นางรอโอกาสที่จะได้คุยกับเย่หนานมานานแล้ว แต่ไม่กล้าเข้าไปทัก
ทะ… ท่านผู้อาวุโสเย่ เรียกหาข้าน้อยหรือเจ้าคะ หยุนเตี๋ยเดินบิดไปบิดมา หน้าแดงก่ำ เข้ามาหาเย่หนาน
เป็นอะไรไป ทำไมหน้าแดงขนาดนั้น เย่หนานถามด้วยความงุนงง
เอ่อ… มะ… ไม่มีอะไรเจ้าค่ะ สงสัยอากาศจะร้อนไปหน่อย ยิ่งโดนทัก หยุนเตี๋ยก็ยิ่งหน้าแดงหนักกว่าเดิม
อ๋อ อย่างนี้นี่เอง… จริงสิ ตระกูลหยุนของเจ้าเป็นใหญ่ในแดนทักษิณ เจ้าพอมองออกไหมว่าใครเป็นคนทำเรื่องบัดซบนี่ เย่หนานเข้าประเด็น
เรื่องนี้… เรียนท่านผู้อาวุโส ความจริงข้าน้อยก็ไม่ทราบ แต่ว่า… ท่านพ่อของข้าน่าจะพอรู้อะไรบ้าง แต่ข้าก็ไม่แน่ใจนะเจ้าคะ หยุนเตี๋ยตอบตามตรง
งั้นรึ ดีเลย รีบติดต่อพ่อเจ้าเดี๋ยวนี้เลย ถามให้รู้เรื่อง เย่หนานตาเป็นประกาย
หยุนเตี๋ยรีบหยิบหยกสื่อสารชนิดพิเศษออกมา
หยกชิ้นนี้ทำจากวัสดุล้ำค่า สามารถส่งเสียงได้ไกลกว่าหยกทั่วไปมาก สมฐานะตระกูลอันดับหนึ่งแห่งแดนทักษิณ
ทางด้านอวิ๋นซางที่กำลังเดินทางกลับตระกูล จู่ๆ ก็รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากหยกสื่อสาร จึงรีบหยุดรับสาย
ลูกรัก ว่าไงจ๊ะ เพิ่งแยกกันไม่นานก็คิดถึงพ่อแล้วรึ เสียงกวนประสาทของอวิ๋นซางดังลอดออกมา
ท่านพ่อ! สำรวมหน่อยเจ้าค่ะ ท่านผู้อาวุโสเย่มีเรื่องจะถามท่าน หยุนเตี๋ยรีบยื่นหยกให้เย่หนานด้วยความเขินอาย
ปลายสายเงียบกริบไปหลายอึดใจ ก่อนที่เสียงของอวิ๋นซางจะดังขึ้นมาใหม่ คราวนี้เต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและนอบน้อม อะแฮ่ม… ที่แท้ก็ท่านผู้อาวุโสเย่มีบัญชา ข้าน้อยอวิ๋นซางยินดีรับใช้ขอรับ
ข้าจะถามเจ้า… เย่หนานรับหยกมา แล้วเล่าสถานการณ์คร่าวๆ รวมถึงสภาพความเสียหายของสำนักให้ฟัง
อืม… ปลายสายดูเหมือนกำลังครุ่นคิด
เย่หนานไม่เร่งรัด รอคอยอย่างใจเย็น
ผ่านไปราวสิบกว่าลมหายใจ เสียงของอวิ๋นซางก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ท่านผู้อาวุโส ข้าอาจจะไม่รู้รายละเอียดแน่ชัด แต่ข้าพอมีข้อสันนิษฐานบางอย่างขอรับ
ว่ามา อย่าลีลา เย่หนานเริ่มหงุดหงิด
ขอรับ ในความทรงจำของข้า มีขุมกำลังอยู่สองกลุ่มที่มีพฤติกรรมชอบลักพาตัวหญิงสาวหน้าตาดีไปทำเรื่องบัดสี กลุ่มแรกคือพวกพรรคโลหิตที่ท่านเพิ่งตบตายไปนั่นแหละขอรับ
ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งค่อนข้างลึกลับ มันเป็นกลุ่มที่รวมตัวกันโดยพวกนักปรุงยาบ้าคลั่ง คนพวกนี้เป็นพวกเสียสติ เพื่อที่จะปรุงโอสถพิสดาร ต่อให้ต้องเอาญาติพี่น้องมาลงหม้อต้ม พวกมันก็ทำได้โดยไม่กะพริบตา น้ำเสียงของอวิ๋นซางเต็มไปด้วยความรังเกียจ
นักปรุงยางั้นรึ แล้วจะหาตัวพวกมันได้ที่ไหน เย่หนานถามต่อ
ท่านผู้อาวุโส เรื่องนี้ไม่ยากเลยขอรับ ท่านลองคิดดูสิว่านักปรุงยาชอบอะไรที่สุด ก็หนีไม่พ้นโอสถระดับเทพ หรือตำรับยาลับสุดยอด หรือไม่ก็สมุนไพรวิญญาณหายาก แต่ขุมกำลังส่วนใหญ่ต่อให้มีของพวกนี้ ก็ไม่อยากไปตอแยกับเจ้าพวกบ้านั่นหรอกขอรับ อวิ๋นซางอธิบาย
เข้าใจแล้ว เย่หนานพูดจบก็ตัดสายทันที
ดีเลย ไม่ว่าจะโอสถ สมุนไพร หรือตำรับยา ข้ามีถมเถไป เย่หนานวางแผนในใจเสร็จสรรพ
แต่ว่า… ไอ้พรรคโลหิตนี่ปล่อยไว้ก็รกหูรกตา คงต้องแวะไปเยี่ยมเยียนพวกมันสักหน่อยแล้ว เย่หนานพึมพำเสริมท้ายด้วยแววตาอำมหิต