แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 233 พี่ชายหนาน... ทำไมท่านถึงมาอึเรี่ยราดแบบนี้
[ติ้ง! ใจเย็นก่อนครับโฮสต์ นี่ไม่ใช่ขี้ธรรมดา… มันคือ มังคุด เอ้ย! มูลมังกร ครับ!]
ถุย! ไม่ธรรมดาตรงไหน ก็ขี้เหมือนกันนั่นแหละ! หา เมื่อกี้แกพูดว่าอะไรนะ มูลมังกร เย่หนานขมวดคิ้วจ้องมองก้อนสีเหลืองทองส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ตรงหน้าด้วยความสงสัย
[ถูกต้องครับโฮสต์ มันคือมูลมังกร]
อ๋อ… งั้นเหรอ แต่ถึงจะเป็นมังกร ขี้ก็คือขี้อยู่ดีไม่ใช่เรอะ เย่หนานทำหน้าพะอืดพะอม
[โฮสต์อาจจะไม่ทราบ แต่ทุกส่วนในร่างกายของมังกร สำหรับสิ่งมีชีวิตภายนอกแล้ว ล้วนเป็นสมบัติล้ำค่าทั้งสิ้น แม้แต่มูลของมันก็ไม่มีข้อยกเว้น] ระบบอธิบายอย่างใจเย็น
ฟังดูมีเหตุผลแฮะ มังกรเป็นสัตว์ในตำนาน เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งและศักดิ์สิทธิ์ ขี้ของมันอาจจะมีประโยชน์จริงๆ ก็ได้ เย่หนานลูบคางครุ่นคิด
ระบบ ขอเปลี่ยนของรางวัลได้ไหม เย่หนานยังทำใจไม่ได้ ลองต่อรองดูอีกสักตั้ง
ทว่าคราวนี้ระบบเงียบกริบ เหมือนตายจากไปแล้ว
ชิ! ระบบขี้งก เย่หนานถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ เขาใช้ลูกศรเสียบก้อน ทองคำ นั้นขึ้นมา แล้วออกจากมิติแห่งความวุ่นวาย
เมื่อกลับมาถึงห้องพัก เย่หนานก็โยนลูกศรเสียบมูลมังกรไว้บนโต๊ะ
จ้องมองก้อนทองคำบนโต๊ะ เย่หนานเริ่มวางแผนในใจ
ก่อนหน้านี้เขากำลังคิดว่าจะใช้อะไรเป็นเหยื่อล่อพวกนักปรุงยาโรคจิตออกมาดี
เจ้าก้อนนี้… ดูเหมือนจะเข้าท่าไม่เลว
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูขัดจังหวะความคิด
เข้ามา! เย่หนานตะโกนตอบ
ท่านผู้อาวุโสเย่ สองพ่อลูกตระกูลจินมาขอพบเจ้าค่ะ เมี่ยวฉางอันเดินนำเข้ามาเป็นคนแรก
อ้อ ให้เข้ามาสิ เย่หนานโบกมืออนุญาต
ฮิฮิฮิ… พี่ชายหนาน!
แต่คนที่พุ่งเข้ามากลับเป็นหลิงหลง ตามมาด้วยอวี้เซียน
หลิงหลงกระโดดขึ้นไปนั่งบนเตียงข้างๆ เย่หนานอย่างสนิทสนม
เอ๊ะ พี่ชายหนาน นั่นอะไรน่ะ บาร์บีคิวสูตรใหม่เหรอ หอมจังเลย หลิงหลงตาโตเมื่อเห็นก้อนสีเหลืองทองเสียบไม้บนโต๊ะ
พูดจบ นางก็หยิบมันขึ้นมาดมฟุดฟิด ทำท่าจะงับเข้าปาก
จินต้าฝูและจินต้าเป่าที่เดินตามหลังเข้ามา ก็สังเกตเห็นก้อนทองคำนั้นเช่นกัน
กลิ่นหอมประหลาดที่ลอยมาแตะจมูก ทำให้พวกเขารู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่าอย่างน่าประหลาด
เห็นหลิงหลงกำลังจะเอาเข้าปาก เย่หนานรีบร้องห้ามเสียงหลง หยุดนะ!
หา มีอะไรเหรอพี่ชายหนาน หลิงหลงเอียงคอถามด้วยความงุนงง
ยัยตะกละ! รู้ไหมว่านั่นมันอะไร จะกินมั่วซั่วไม่ได้นะ! เย่หนานดุ
อะไรเหรอ ก็มันหอมนี่นา หลิงหลงเกาหัวแกรกๆ
มันคือขี้! เจ้ายังจะกินอีกไหม เย่หนานเฉลยความจริง
อ๋อ… ที่แท้ก็ขี้… หา ขี้! หลิงหลงตาโตเท่าไข่ห่าน รีบโยนก้อนทองคำลงบนโต๊ะเหมือนจับของร้อน
นางรีบเช็ดมือน้อยๆ กับผ้าปูที่นอนของเย่หนานอย่างรังเกียจ
สายตาที่มองเย่หนานเปลี่ยนไปเป็นความขยะแขยง
พี่ชายหนาน... ทำไมท่านถึงมาอึเรี่ยราดแบบนี้ล่ะ แถมยังเสียบไม้ไว้ซะดิบดีอีก... อี๋…
เย่หนานมุมปากกระตุกยิกๆ เมื่อเจอสายตาพิฆาตของหลิงหลง
คนอื่นๆ ในห้องต่างทำหน้าไม่ถูก กลั้นขำกันจนตัวสั่น
พวกเขาย่อมรู้ดีว่าเย่หนานคงไม่ทำเรื่องอุบาทว์พรรค์นั้น และดูจากลักษณะแล้ว มันไม่น่าใช่ขี้ของมนุษย์ทั่วไป กลิ่นอายความไม่ธรรมดาแผ่ออกมาชัดเจน
ยัยเด็กบ้า! ไปไกลๆ เลย! ใครบอกว่าข้าขี้เอง แล้วข้าจะเสียบไม้ทำซากอะไร เย่หนานถลึงตาใส่
ทุกคนต่างโล่งอก แต่ก็ยังไม่กล้าหัวเราะออกมาดังๆ หลิงหลงนี่ช่างกล้าเล่นจริงๆ
ท่านผู้อาวุโส สิ่งนี้คือมูลของสัตว์ชนิดใดหรือขอรับ จินต้าฝูถามด้วยความสนใจใคร่รู้
มูลมังกร เย่หนานตอบสั้นๆ
อะไรนะ มูลมังกร มังกรยักษ์ในตำนานน่ะหรือขอรับ จินต้าฝูหน้าถอดสี ตกตะลึงสุดขีด
เมี่ยวฉางอันและคนอื่นๆ ยังงงๆ เพราะสำหรับพวกเขา มังกรเป็นเพียงสัตว์ในนิทานปรัมปรา
โฮ่… ดูท่าเจ้าจะรู้เรื่องพวกนี้ดีนี่ เย่หนานมองจินต้าฝูอย่างสนใจ
ท่านผู้อาวุโส ข้าน้อยเคยอ่านเจอในตำราโบราณ แม้จะมีบันทึกไว้น้อยนิด แต่กล่าวว่ามังกรคือเจ้าแห่งสรรพสัตว์ เป็นตัวแทนแห่งความศักดิ์สิทธิ์และทรงพลัง ร่างกายทุกส่วนล้วนเป็นสมบัติล้ำค่าที่สามารถฝืนลิขิตสวรรค์ได้ แต่น่าเสียดายที่ไม่เคยมีใครพบเห็นตัวจริง จินต้าฝูจ้องมองก้อนทองคำบนโต๊ะด้วยความตื่นเต้น มือไม้สั่น
ตัวมังกรน่ะเป็นสมบัติทั้งตัวจริง และก็ลึกลับแข็งแกร่งจริง แต่ไอ้ที่ว่าเป็นเจ้าแห่งสรรพสัตว์นี่คงเว่อร์ไปหน่อย เย่หนานแย้งในใจ แม้จะไม่รู้ว่าเจ้าแห่งสรรพสัตว์คือตัวอะไร แต่คงไม่ใช่มังกรแน่ๆ
ขอรับๆ ข้าน้อยอาจจะเพ้อฝันไปเอง จินต้าฝูรีบน้อมรับ
แล้วท่านผู้อาวุโสจะจัดการกับมูลมังกรก้อนนี้อย่างไรหรือขอรับ จินต้าฝูถามต่อ
พวกเขาไม่กล้าถามที่มาที่ไป แต่อยากได้ส่วนแบ่งใจจะขาด ทว่าไม่กล้าเอ่ยปาก
ข้ากะว่าจะเอาไปใช้ล่อพวกนักปรุงยาให้ออกมา พวกเจ้าคิดว่าไง เย่หนานลูบคางปรึกษา
หา ท่านผู้อาวุโส! เอาไปใช้แบบนั้นมันสิ้นเปลืองเกินไปแล้ว! ขายให้ข้าเถอะขอรับ! ข้ายินดีแลกด้วยทรัพย์สมบัติทั้งหมดที่มี! จินต้าฝูโพลงออกมาทันที ความโลภเข้าครอบงำ
เห็นผู้ใหญ่แย่งขี้กัน หลิงหลงเบ้ปากด้วยความรังเกียจ แล้วกระโดดลงจากเตียงวิ่งออกไปเล่นข้างนอก
อวี้เซียนเห็นดังนั้นจึงรีบตามไปดูแล
เมี่ยวฉางอันยังคงยืนตะลึงกับข้อเสนอของจินต้าฝู ทรัพย์สมบัติของตระกูลจินนั้นมหาศาลเพียงใด ใครๆ ก็รู้ แต่เขากลับยอมแลกทั้งหมดเพื่อขี้ก้อนเดียว
นางเริ่มตระหนักถึงมูลค่ามหาศาลของสิ่งที่วางอยู่ตรงหน้า
นางเริ่มใจเต้นแรง แม้จะไม่รู้สรรพคุณแน่ชัด แต่ถ้าได้มาครอบครองสักนิดก็คงดีไม่น้อย
ช่างเถอะ ถ้าเจ้าอยากได้ก็แบ่งไปเองแล้วกัน ข้าแม้จะร้อนเงิน แต่ก็ไม่ได้ขัดสนขนาดนั้น ไว้ข้าจะออกจากที่นี่เมื่อไหร่ เจ้าค่อยให้ค่าขนมข้าติดไม้ติดมือไปบ้างก็พอ เย่หนานไม่ได้โลภมากขนาดนั้น
ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโส! ขอบพระคุณอย่างสูงขอรับ! จินต้าฝูดีใจจนน้ำตาไหล ยืนยิ้มแก้มปริ ถูมือไปมาด้วยความตื่นเต้น
เอ้า! อยากได้ก็ไปแบ่งเอา ข้าไม่อยากจับ มันมือเลอะ เย่หนานทำหน้าหยี
รับทราบขอรับ! จินต้าฝูไม่รอช้า ถลกแขนเสื้อเดินเข้าไปที่โต๊ะ ค่อยๆ บรรจงแคะมูลมังกรออกมาอย่างระมัดระวัง เพียงก้อนเท่าหัวแม่มือ เขาก็พอใจแล้ว ไม่กล้าโลภมากไปกว่านี้
เจ้าก็เอาไปบ้างสิ เย่หนานหันไปบอกเมี่ยวฉางอัน
ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสเจ้าค่ะ เมี่ยวฉางอันรีบหยิบขวดหยกออกมาแบ่งใส่ไปเล็กน้อย
ทันทีที่สัมผัสมูลมังกร ทั้งสองรู้สึกถึงพลังงานประหลาดที่แผ่ซ่านไปทั่วร่าง สบายตัวอย่างบอกไม่ถูก สมองปลอดโปร่งแจ่มใสยิ่งกว่าได้ดมยาวิเศษ
ทั้งคู่ตัดสินใจไม่เก็บเข้าแหวนมิติ แต่เก็บไว้ในอกเสื้อ เพื่อให้พลังงานนั้นหล่อเลี้ยงร่างกายตลอดเวลา
สะ… สหายเย่… ตุ๊กตาไม้ของข้าพังไปแล้ว…
จินต้าเป่าที่เงียบมานาน ในที่สุดก็กลั้นใจเอ่ยปาก
ด้วยความรีบร้อน เขาเผลอเรียกเย่หนานเหมือนเมื่อก่อน
จินต้าฝูได้ยินลูกชายเรียกแบบนั้นถึงกับตาเหลือกด้วยความตกใจ
แต่เย่หนานไม่ได้ถือสา กลับยิ้มให้อย่างใจดี เอ้า! เอาไป ใช้หมดแล้วค่อยมาเอาใหม่
เย่หนานโยนตุ๊กตาไม้ตัวใหม่ให้จินต้าเป่า
ฮี่ๆๆ… ขอบคุณมากขอรับสหายเย่! จินต้าเป่ารับไว้อย่างทะนุถนอม ราวกับได้แก้วตาดวงใจคืนมา