แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 235 เจ้ามีเงินไหม
ในขณะที่เย่หนานกำลังลอยชายสำรวจพื้นผิวดาวอังคารอย่างสบายอารมณ์ เขาก็ไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองกำลังถูกจับตามองโดยมนุษย์จากโลกในฐานะ สิ่งมีชีวิตลึกลับต่างดาว
ไม่เห็นมีอะไรน่าสนใจเลยแฮะ เย่หนานบ่นพึมพำ เริ่มรู้สึกเบื่อหน่าย
ช่างเถอะ ไหนๆ ก็มาแล้ว ขุดทองกลับไปเป็นของฝากหน่อยดีกว่า
ว่าแล้วเย่หนานก็นั่งยองๆ เริ่มขุดแงะก้อนทองคำที่บังเอิญเจอ
ใช่แล้ว โชคดีจริงๆ ที่เขามาเจอกับสายแร่ทองคำเข้าพอดี เขาจึงตั้งใจจะเก็บก้อนทองคำกลับไปเป็นที่ระลึกสักสองสามก้อน เพราะถึงอย่างไรในโลกผู้บำเพ็ญเพียร ทองคำก็แทบไม่มีค่าอะไรอยู่แล้ว
ไม่รู้ว่าคราวนี้จะเอาของออกจากความฝันได้อีกหรือเปล่า เย่หนานเก็บก้อนทองคำเข้ากระเป๋า แล้วเดินสำรวจต่ออีกสักพัก หากไม่เจออะไรน่าสนใจจริงๆ ก็กะว่าจะตื่นจากฝัน
กึก กึก กึก…
ทันใดนั้น หุ่นยนต์ตัวจิ๋วขนาดเท่าฝ่ามือก็เคลื่อนที่เข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเย่หนาน
โอ้โฮ… ตัวอะไรเนี่ย เย่หนานก้มลงคว้าเจ้าหุ่นยนต์ตัวน้อยขึ้นมาพิจารณาด้วยความสนใจ
ณ ฐานปฏิบัติการบนดาวอังคาร
นักบินอวกาศทั้งสามคนกำลังจ้องมองภาพบนหน้าจอด้วยความตื่นตะลึงจนตาแทบถลน
ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอคือภาพถ่ายทอดสดจากกล้องของหุ่นยนต์สำรวจที่เย่หนานกำลังถืออยู่
แต่มุมกล้องดันจับภาพได้แค่ท่อนล่างของเย่หนาน เห็นเพียงรองเท้าบูทสไตล์จีนโบราณคู่หนึ่ง
เหลือเชื่อ! เหลือเชื่อจริงๆ! ฮ่าๆๆ… นี่มันการค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ที่จะพลิกหน้าประวัติศาสตร์!
สองหนุ่มหนึ่งสาวที่ถอดชุดอวกาศออกแล้ว ต่างตื่นเต้นดีใจจนเนื้อเต้น
พวกเขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้พบสิ่งมีชีวิตบนดาวอังคาร และยิ่งไปกว่านั้น รูปร่างลักษณะดูคล้ายมนุษย์มาก สังเกตได้จากเท้าคู่นั้น
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงข้อสันนิษฐาน พวกเขายังไม่กล้าฟันธงว่าเป็นมนุษย์จริงๆ อาจจะเป็นมนุษย์ต่างดาวที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ก็ได้ เพราะในความรู้ของพวกเขา มนุษย์มีอยู่แค่บนโลกเท่านั้น
เสียดายจัง มองไม่เห็นหน้า นักบินหญิงบ่นอุบด้วยความเสียดาย
ช่างเถอะ รีบส่งภาพนี้กลับไปที่โลกก่อน เราต้องมองดาวอังคารในมุมมองใหม่แล้ว
ทั้งสามรีบแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ ส่งข้อมูลสำคัญกลับไปยังโลก
ทำไมบนดาวอังคารมีหุ่นยนต์ด้วย หรือว่าจะมีคนอาศัยอยู่ เย่หนานพลิกดูหุ่นยนต์ในมือไปมา
สักพักเขาก็ปล่อยมันลงพื้น
อาจจะเป็นเพราะกลไกขัดข้อง หรือเย่หนานมือหนักไปหน่อย เจ้าหุ่นยนต์ตัวน้อยก็นิ่งสนิท ไม่ไหวติงอีกเลย
มองดูซากหุ่นยนต์บนพื้น เย่หนานเริ่มครุ่นคิด
สมัยอยู่โลก เขาเคยเห็นข่าวเกี่ยวกับเทคโนโลยีสำรวจอวกาศ การส่งยานสำรวจไปดาวต่างๆ
และเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้ก็ดูคล้ายกับพวกยานสำรวจเหล่านั้นมาก
สภาพแวดล้อมแบบนี้ไม่น่ามีคนอยู่ หรือว่าส่งมาจากโลก หรือว่าในความฝันนี้… โลกก็มีคนอยู่ เย่หนานตาเป็นประกาย เหมือนค้นพบทวีปใหม่
ถ้าเป็นอย่างที่คิดจริงๆ เรื่องนี้ชักจะสนุกขึ้นมาแล้วสิ
เอาไว้คราวหน้าค่อยไปดูที่โลก ถ้าไม่ติดธุระ ข้าไปเดี๋ยวนี้เลย เย่หนานพึมพำ
เพื่อไม่ให้พลาดอะไรดีๆ เย่หนานเดินสำรวจต่ออีกหลายวัน แต่ก็ไม่พบอะไรเพิ่มเติม จึงตัดสินใจตื่นจากฝัน
เฮือก!
เย่หนานสะดุ้งตื่นขึ้นมา สิ่งแรกที่ทำคือคลำหา ก้อนทองคำ ที่เก็บมา
วูบ!
เย่หนานสะบัดมือ ก้อนทองคำขนาดมหึมาหลายก้อนก็ร่วงลงมากองกับพื้น
โอ้โห! เอาออกมาได้จริงๆ ด้วย! เย่หนานมองกองทองคำตรงหน้าตาเป็นประกาย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูขัดจังหวะ
เข้ามา! เย่หนานตะโกน
ท่านผู้อาวุโส ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วขอรับ ข้าหาโรงประมูลดีๆ ในเมืองใกล้เคียงได้แล้ว งานประมูลจะเริ่มในอีกสามวัน ตอนนี้รอแค่ท่านพร้อม จินต้าฝูรายงานด้วยความนอบน้อม
ข้าหลับไปนานแค่ไหน เย่หนานถามกลับ
เอ่อ… ท่านหลับไปนานแค่ไหน ข้าจะไปตรัสรู้ได้ไงล่ะขอรับ จินต้าฝูยิ้มเจื่อน
หมายถึง… ตั้งแต่เจ้าไปจัดการเรื่องจนถึงตอนนี้ ผ่านไปนานแค่ไหนแล้ว เย่หนานเปลี่ยนคำถาม
สามวันขอรับ สามวันเต็มๆ จินต้าฝูรีบตอบ
สามวันงั้นรึ ข้าหลับไปสามวัน… เวลาในความฝันกับความจริงดูเหมือนจะไม่ต่างกันมากนัก เย่หนานพึมพำ
ท่านผู้อาวุโส เห็นเย่หนานพึมพำคนเดียว จินต้าฝูเรียกเบาๆ
อืม… เจ้าทำได้ดีมาก ลำบากเจ้าแล้ว เย่หนานพยักหน้าพอใจ
ท่านผู้อาวุโส เรื่องประมูลเรียบร้อยแล้ว เราควรจะปล่อยข่าวลือออกไปไหมขอรับ เพื่อล่อให้พวกนั้นมาติดกับ จินต้าฝูเสนอแนะ
ไม่จำเป็น ถ้าเจ้าปล่อยข่าว คนจะแห่กันมาเยอะเกินไป ยอดฝีมือก็จะเยอะตาม เดี๋ยวจะวุ่นวายเปล่าๆ พวกคนบ้าคลั่งการปรุงยา จมูกไวจะตาย เดี๋ยวพวกมันก็ได้กลิ่นเอง เราแค่นั่งรอสวยๆ ก็พอ เย่หนานมั่นใจ
จินต้าฝูพยักหน้าเห็นด้วยอย่างเลื่อมใส
จริงอย่างที่เย่หนานว่า คนพวกนั้นต้องมีวิธีสืบข่าวเรื่อง มูลมังกร ประมูลแน่
บางทีโรงประมูลหรือขุมอำนาจต่างๆ อาจถูกพวกองค์กรนักปรุงยาจับตามองอยู่ตลอดเวลาก็เป็นได้ เพราะโรงประมูลคือแหล่งรวมของวิเศษ ทั้งโอสถ ตำรับยา และสมุนไพร
ในขณะเดียวกัน
ด้วยความเร็วระดับเทพของชิงมู่ เพียงสามวัน เขากับเมี่ยวฉางอันก็เดินทางมาถึงเขตอิทธิพลของขุมอำนาจใหญ่แห่งแดนทักษิณ
ท่านผู้อาวุโส ท่านรู้ตำแหน่งของพรรคโลหิตหรือไม่ เมี่ยวฉางอันถามชิงมู่อย่างเกรงใจ
รู้ ชิงมู่ตอบสั้นๆ
สมัยที่ออกท่องยุทธภพแสวงหาความแข็งแกร่ง เขาเคยได้ยินเรื่องราวของพรรคโลหิตมาบ้าง
ไม่นานทั้งสองก็มาถึงเมืองแห่งหนึ่ง
สมกับเป็นถิ่นของขุมอำนาจใหญ่ แค่ระดับจินตาน (สร้างแกนทองคำ) ก็เดินกันขวักไขว่ ระดับผลัดเปลี่ยนกายายิ่งนับไม่ถ้วน บางคนข้ายังมองไม่ออกด้วยซ้ำว่าระดับไหน เมี่ยวฉางอันตื่นตาตื่นใจ
ในสถานที่แบบนี้ หากไม่มีผู้แข็งแกร่งคอยคุ้มกัน โดยเฉพาะผู้หญิงสวยๆ อย่างนาง คงลำบากแน่
เมี่ยวฉางอันเหลือบมองชิงมู่
การที่เย่หนานมอบหมายภารกิจนี้ให้ชิงมู่ แสดงว่าเขาต้องเก่งกาจมาก แต่จะเก่งแค่ไหน นางยังไม่เคยเห็นกับตา
มีเงินไหม จู่ๆ ชิงมู่ก็ถามขึ้น
คะ… ค่ะ! มีค่ะท่านผู้อาวุโส มีอะไรหรือเปล่าคะ เมี่ยวฉางอันสะดุ้งโหยง รีบพยักหน้า
ไปหาอะไรกิน ดื่มเหล้าสักหน่อย ชิงมู่พูดจบก็เดินดุ่มๆ เข้าไปในภัตตาคารข้างทาง
เมี่ยวฉางอันยืนงงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบวิ่งตามเข้าไป
ตามหลักแล้ว ผู้ฝึกตนระดับชิงมู่ หรือแม้แต่ระดับนาง แทบไม่ต้องกินต้องดื่มอาหารทางโลกแล้ว
แน่นอนว่าอาหารฝีมือเย่หนานเป็นข้อยกเว้น
ไม่นานเสี่ยวเอ้อก็นำอาหารและสุรามาเสิร์ฟเต็มโต๊ะ
ชิงมู่มองดูอาหารบนโต๊ะ ขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ก็คลายลงอย่างรวดเร็ว
เขาคว้าไหสุราขึ้นมากระดกเข้าปากอึกใหญ่
รสชาติก็งั้นๆ ไม่เห็นมีอะไรพิเศษ ทำไมท่านอาจารย์ถึงชอบนักนะ ชิงมู่บ่นพึมพำ แล้วคีบกับข้าวเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ
เมี่ยวฉางอันได้ยินดังนั้นก็ถึงบางอ้อ
ที่แท้ก็แค่อยากเลียนแบบพฤติกรรมเย่หนานเพราะความสงสัยใคร่รู้นี่เอง
เจ้าลองบอกมาซิ ว่าทำไม ชิงมู่ขมวดคิ้วหันมาถามเมี่ยวฉางอัน
เมี่ยวฉางอันยิ้มแห้งๆ ก่อนจะอธิบายอย่างใจเย็น ท่านผู้อาวุโสชิงมู่ ท่านผู้อาวุโสเย่ชอบกินดื่ม อาจเป็นเพราะอารมณ์สุนทรีย์ เป็นความชอบส่วนตัว ท่านไม่ชอบการถูกผูกมัดด้วยกฎเกณฑ์
เหมือนกับท่าน ที่กระหายความแข็งแกร่ง ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อวิถีแห่งยุทธ์ แต่ท่านผู้อาวุโสเย่อาจจะต่างออกไป ท่านแสวงหาอิสระเสรี ทำตามใจปรารถนา บางทีการกินดื่มก็เป็นความสุขอย่างหนึ่งของท่าน
ชิงมู่พยักหน้าหงึกๆ เหมือนจะเข้าใจแต่ก็ยังไม่เข้าใจซะทีเดียว
ก่อนจะถามคำถามโลกแตกออกมา แล้วทำไมท่านอาจารย์ถึงแข็งแกร่งขนาดนั้น ทั้งที่กลิ่นอายพลังมีแค่ขั้นกลั่นลมปราณ