แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 240 เบาะแสของศิษย์สำนักเมี่ยวอิน
พอได้แล้ว ข้าไม่มีเวลามาฟังพวกเจ้าพล่ามไร้สาระ แค่เจ้ายอมรับว่าเป็นนักปรุงยาก็พอ
คำพูดของเย่หนานทำให้กุยไห่ชะงัก สีหน้าบ้าคลั่งเปลี่ยนเป็นงุนงง
แม้แต่กุยหมิงเองก็สงสัยในเจตนาของเด็กหนุ่มตรงหน้า
บอกข้ามา คนของสำนักเมี่ยวอินอยู่ที่ไหน เป็นฝีมือของพวกเจ้านักปรุงยาใช่หรือไม่ เย่หนานยิงคำถามตรงประเด็น
สำนักเมี่ยวอิน กุยไห่ทวนคำ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะลั่น ฮ่าๆๆ… ใช่แล้ว! เป็นฝีมือของพวกข้านี่แหละ แล้วเจ้าจะทำไม
เจ้ามีส่วนร่วมด้วยรึเปล่า เย่หนานหันไปถามกุยหมิง
ข้าไม่มีวันทำเรื่องผิดศีลธรรมเยี่ยงนั้นเด็ดขาด! เวรกรรมแท้ๆ! กุยหมิงส่ายหน้าด้วยความเจ็บปวดใจเมื่อมองไปที่ศิษย์น้องของตน
บอกมา คนของสำนักเมี่ยวอินอยู่ที่ไหน เย่หนานเริ่มหมดความอดทน
อยากรู้รึ ฝันไปเถอะ! ไอ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างเจ้า ข้ายังไม่อยากจะเอามาทำยาด้วยซ้ำ แต่… แม่นางน้อยข้างตัวเจ้านั่นดูท่าทางใช้ได้ ฮ่าๆๆ… กุยไห่แสยะยิ้ม โลมเลียอวี้เซียนด้วยสายตาหยาบโลน
สิ้นคำพูดของกุยไห่ บรรยากาศภายในห้อง VIP เย็นยะเยือกลงทันตา
อวี้เซียนและจินต้าฝูค่อยๆ หันไปมองเย่หนานด้วยความหวาดหวั่น
และเป็นไปตามคาด… ใบหน้าของเย่หนานบัดนี้ดำทะมึนราวกับพายุฝน
เคลียร์พื้นที่! เย่หนานเอ่ยเสียงเรียบ แต่หนักแน่นดุจหินผา
ทุกคนในโรงประมูลเข้าใจความหมายของคำสามคำนี้ดี ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนจะตามมาด้วยเสียงหัวเราะเยาะเย้ย
ฮ่าๆๆ… ขำตายชัก! เด็กขั้นกลั่นลมปราณกล้าสั่งเคลียร์พื้นที่
ใครบางคนอดไม่ได้ที่จะตะโกนแซวด้วยน้ำเสียงดูแคลน
ในเมื่อไม่ยอมไป ถ้าโดนลูกหลงตายขึ้นมา ก็อย่ามาโทษข้าแล้วกัน เย่หนานปรายตามองฝูงชนที่กำลังหัวเราะเยาะอย่างไม่ใส่ใจ
วูบ!
เย่หนานก้าวเท้าเดินออกจากห้อง VIP มุ่งหน้าตรงไปยังตำแหน่งของกุยไห่
ฮึ! ให้เกียรติแล้วไม่รับ ตายซะ! กุยไห่เห็นเย่หนานเดินเข้ามาหาเรื่อง ก็บันดาลโทสะ จะยอมให้เด็กเมื่อวานซืนมาดูถูกได้อย่างไร
ตูม!
กุยไห่ซัดฝ่ามือออกไป ก่อเกิดเป็นฝ่ามือพลังปราณขนาดยักษ์ หมายจะบดขยี้เย่หนานให้แหลกเหลวคาที่
กุยหมิงที่ยืนอยู่ใกล้ๆ อยากจะห้ามแต่ก็ไม่ทันการ
ฝ่ามือมรณะฟาดลงใส่ร่างของเย่หนานอย่างจัง
ครืน…
แรงสั่นสะเทือนทำให้โครงสร้างของโรงประมูลสั่นไหว ผนังแตกร้าว
หยุดเดี๋ยวนี้! ห้ามก่อเรื่องในโรงประมูล!
ฉับพลัน ยอดฝีมือระดับ ผลัดเปลี่ยนกายา ของทางโรงประมูลหลายคนพุ่งตัวออกมาล้อมกุยไห่ไว้
ฮึ! ก็แค่มดปลวกตัวเดียว ตายไปก็ช่างหัวมันสิ ทำไม พวกเจ้าคิดจะเป็นศัตรูกับองค์กรนักปรุงยาของข้ารึไง กุยไห่จ้องมองผู้คุมกฎของโรงประมูลด้วยสายตาเย็นชา
เมื่อได้ยินชื่อองค์กรนักปรุงยา ผู้คุมกฎเหล่านั้นถึงกับชะงัก ลังเลที่จะลงมือ
จริงอยู่ที่พวกเขาสามารถจัดการกุยไห่ได้ แต่ผลที่จะตามมาจากการไปกระตุกหนวดเสืออย่างกลุ่มนักปรุงยาบ้าคลั่งนั้น ไม่คุ้มเสี่ยง
อีกอย่าง ในสายตาของพวกเขา ชีวิตของเย่หนานที่เป็นเพียงผู้ฝึกตนขั้นกลั่นลมปราณนั้นไร้ค่า
ส่วนจินต้าฝู… ก็แค่พ่อค้าที่มีอิทธิพลนิดหน่อย ไม่ได้สลักสำคัญอะไร
ฮ่าๆๆ… มันต้องอย่างนี้สิ! เห็นท่าทีลังเลของอีกฝ่าย กุยไห่ยิ่งได้ใจ หัวเราะร่าอย่างอวดดี
อ้อ… ที่แท้โรงประมูลของพวกเจ้าก็มีมาตรฐานแค่นี้เองสินะ
เสียงเรียบๆ ดังออกมาจากกลุ่มควันฝุ่นที่ยังตลบอบอวล
หือ ยังไม่ตายอีกรึ
เมื่อฝุ่นจางลง ภาพที่ปรากฏทำเอาทุกคนตาค้าง เย่หนานเดินนำขบวนออกมาจากซากปรักหักพังอย่างสง่าผ่าเผย
การโจมตีระดับนั้น ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นผลัดเปลี่ยนกายายังยากจะรับมือ แต่เย่หนานและพรรคพวกกลับไร้รอยขีดข่วน
ดูท่าเจ้าจะมีของดีคุ้มกายสินะ ดวงดีจริงๆ กุยไห่ตาเป็นประกายด้วยความโลภ
ถูกต้อง ของดีข้ามีเพียบ แน่จริงก็เข้ามาเอาสิ เย่หนานยิ้มเยาะ
โรงประมูลมีกฎห้ามก่อความวุ่นวาย เชิญพวกท่านออกไปสะสางบัญชีกันข้างนอก ผู้ดูแลโรงประมูลรีบตัดบท
ตกลง! กุยไห่รับคำ อย่างน้อยก็ต้องไว้หน้าเจ้าถิ่นบ้าง
จะให้ข้าออกไปก็ได้ แต่ต้องจัดการไอ้คนทำผิดกฎเมื่อกี้ก่อน เย่หนานยืนกรานไม่ยอมขยับ
ข้าบอกแล้วไงว่าเรื่องนี้ให้ยุติแต่เพียงเท่านี้ ผู้ดูแลขมวดคิ้ว เริ่มหงุดหงิด
งั้นเอาอย่างนี้ ข้าขอตบมันคืนสักที แล้วถือว่าเจ๊ากัน ตกลงไหม เย่หนานยื่นข้อเสนอ
ฮ่าๆๆ… แค่ฝ่ามือเดียว จะสักกี่ทีข้าก็รับได้! กุยไห่หัวเราะร่าอย่างมั่นใจ
ตกลง! ผู้ดูแลเห็นดีด้วย
ในสายตาพวกเขา แรงตบของเด็กขั้นกลั่นลมปราณจะไปทำอะไรใครได้ ให้ตบไปจะได้จบๆ เรื่อง
เข้ามาเลยไอ้หนู! ระวังแรงสะท้อนจะทำแขนหักเอานะ! กุยไห่ยืนกอดอกท้าทาย
ในความคิดของเขา เย่หนานรอดมาได้เพราะสมบัติวิเศษ ไม่ใช่เพราะฝีมือ
จัดไป!
สิ้นเสียง เย่หนานก็ตบฝ่ามือออกไปเบาๆ
ตูม!!!
คลื่นพลังมหาศาลที่มองไม่เห็นพุ่งทะยานออกจากฝ่ามือ กวาดล้างทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า
ในพริบตา อาคารโรงประมูลครึ่งซีกอันตรธานหายไป ราวกับถูกลบออกจากโลก
ร่างของกุยไห่ปลิวละลิ่วหายวับไปกับสายลม
โชคดีที่ก่อนหน้านี้ผู้คนเริ่มทยอยหนีออกไปบ้างแล้ว ไม่อย่างนั้นคงมีคนตายเกลื่อน
ทุกคนในเหตุการณ์ยืนแข็งทื่อ อ้าปากค้าง มองดูซากความเสียหายเบื้องหน้าด้วยความช็อก
แม้แต่ผู้คุมกฎของโรงประมูลยังไม่กล้าหายใจแรง ได้แต่ยืนมองเย่หนานเดินตรงไปที่หลุมลึกท่ามกลางซากปรักหักพัง
ถ้าเจ้าไม่มีประโยชน์ ข้าคงตบให้ตายไปแล้ว เย่หนานมองกุยไห่ที่นอนหายใจร่อแร่จมกองเลือดอยู่ในหลุมด้วยสายตาดูแคลน
จะ… เจ้า… แข็งแกร่งขนาดนี้ได้ยังไง กุยไห่มองเย่หนานด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
ข้าถาม เจ้าตอบ เย่หนานไม่สนใจคำถาม พวกเจ้าเอาศิษย์สำนักเมี่ยวอินไปซ่อนไว้ที่ไหน
ฮ่าๆๆ… ต่อให้ข้าตาย ข้าก็ไม่บอก! จุดจบของพวกมันคือการกลายเป็นยาวิเศษของข้า! กุยไห่ยังคงปากแข็ง หัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
ไม่ต้องถามเขาหรอก ข้าพอจะรู้ว่าอยู่ที่ไหน
เสียงเศร้าสร้อยของกุยหมิงดังแทรกขึ้น
กุยไห่ชะงัก รอยยิ้มเลือนหายไปทันที
หุบปาก! ถ้าเจ้ากล้าบอก ข้าจะเป็นผีมาหลอกหลอนเจ้า! กุยไห่ตะคอกใส่อย่างบ้าคลั่ง
เฮ้อ! นี่คงเป็นกรรมตามสนอง ศิษย์น้องเอ๋ย เจ้าก่อกรรมทำเข็ญมามากพอแล้ว สมควรแก่เวลาที่จะต้องจบสิ้นเสียที กุยหมิงมองดูสภาพน่าเวทนาของศิษย์น้องด้วยความสงสาร
ในเมื่อเจ้ารู้ งั้นไอ้หมอนี่ก็หมดประโยชน์
เย่หนานมองกุยไห่ในหลุม แล้วยกมือขึ้นตบลงไปอีกครั้ง
ตูม!
พื้นดินระเบิดกระจาย ร่างของกุยไห่หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย ไม่เหลือแม้แต่ซาก
ดูท่าทางเจ้าจะเป็นคนดี หวังว่าคงไม่หลอกข้านะ เย่หนานหันมามองกุยหมิง แววตาฉายแววอันตราย
มิกล้าขอรับท่านผู้อาวุโส ข้าหรือจะกล้าปิดบังท่าน ความจริงต่อให้ท่านไม่ลงมือ ข้าก็วางแผนจะไปช่วยเหยื่อเหล่านั้นอยู่แล้ว กุยหมิงประสานมือคารวะด้วยความนอบน้อมและจริงใจ