แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 245 เจ้าดำน้อยจอมอาฆาต!
แม้พวกเขาจะพยายามฝืนทรงตัวให้ตั้งตรงเพียงใดก็ไร้ผล ร่างกายไม่อาจขยับเขยื้อนไปข้างหน้าได้แม้แต่ก้าวเดียว มิหนำซ้ำยังค่อยๆ ลอยละลิ่วขึ้นสู่ท้องฟ้า พุ่งตรงไปรวมกันยังจุดเหนือศีรษะของเย่หนาน
อ๊ากกก...
ในที่สุด ทุกคนก็ต้านทานแรงดึงดูดมหาศาลไม่ไหว ถูกกระชากลอยขึ้นไปบนเวหาจนหมดสิ้น
แม้แต่ฉีไห่ที่พยายามตะเกียกตะกายอยู่บนพื้นดินก็หนีไม่พ้น หมดโอกาสหลบหนีโดยสิ้นเชิง
ความโลภทำลายคนแท้ๆ! ฉีไห่ได้แต่หลับตาลงด้วยความสิ้นหวัง
ทว่าก่อนที่ดวงตาจะปิดลง เขายังมิวายส่งสายตาอาฆาตแค้นจ้องมองไปยังหลิงหลงที่ยืนอยู่ข้างกายเย่หนานเป็นครั้งสุดท้าย
เพียงครู่เดียว ความโกลาหลรอบด้านก็สงบลง
แต่ทว่า เหนือศีรษะของเย่หนานกลับปรากฏลูกบอลขนาดมหึมาที่อัดแน่นไปด้วยก้อนหิน ดิน และต้นไม้ใหญ่ ลอยเด่นอยู่กลางอากาศ
ตูม!
เย่หนานกระทืบเท้าลงพื้นจนแผ่นดินแตกระแหง ดีดตัวพุ่งขึ้นไปหยุดอยู่ตรงหน้าลูกบอลยักษ์ลูกนั้น
ไปซะ!
เย่หนานหวดแข้งเตะออกไปเต็มแรง ราวกับกำลังเตะลูกบอลขนาดยักษ์ เท้าของเขาปะทะเข้ากับวัตถุทรงกลมมหึมานั้นอย่างจัง
ฟุ่บ!
วินาทีต่อมา ลูกบอลยักษ์ก็พุ่งทะยานแหวกอากาศหายลับไปในท้องฟ้าด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ เพียงแค่กระพริบตาก็ไร้ซึ่งร่องรอย ส่วนจะปลิวไปตกที่แห่งหนตำบลใดนั้น คงไม่มีใครล่วงรู้ได้
จบงาน กลับบ้านกันเถอะ เย่หนานคว้ามือเล็กๆ ของหลิงหลง พาเดินกลับไปที่เรือเหาะซึ่งมีสภาพเสียหายเล็กน้อยด้วยท่าทีสบายๆ
ในเวลานี้ อวี้เซียนที่อยู่บนเรือเหาะมีสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด เมื่อครู่นางต้องรีดเค้นพลังทั้งหมดที่มีออกมาเพื่อต้านทานแรงกดดันจากพลังของเย่หนาน หากสถานการณ์ยืดเยื้อไปอีกเพียงหนึ่งหรือสองลมหายใจ นางคงถูกดูดลอยตามไปด้วยเป็นแน่
ยังนับว่าโชคดีที่ทั้งนางและเรือเหาะลำนี้ไม่ใช่เป้าหมายของเย่หนาน เพียงแค่ได้รับผลกระทบจากหางเลขเท่านั้น
หืม เจ้าเป็นอะไรไป ทำไมสภาพดูไม่ได้เลย เมื่อเห็นอวี้เซียนในสภาพมอมแมม เย่หนานก็ชะงักไปเล็กน้อย
มะ… ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เมื่อครู่ลมแรงไปหน่อย อวี้เซียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงจนปัญญา
มีเพียงหลิงหลงที่ยืนอยู่ข้างๆ แอบฉีกยิ้มเห็นเขี้ยวเล็กๆ หัวเราะคิกคัก
ไม่นานนัก ทั้งสามก็เดินทางกลับมาถึงสำนักเมี่ยวอิน เมื่อทุกคนเห็นว่าหลิงหลงปลอดภัยดี ต่างก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เย่หนานพักผ่อนอยู่ที่นั่นต่ออีกหลายวัน แต่เมี่ยวฉางอันและชิงมู่ก็ยังไม่กลับมาเสียที เขาจึงคร้านจะรออีกต่อไป
เย่หนานเดินไปหาเมี่ยวอินและเมี่ยวฉานที่เรือนพัก
ข้าจะไปแล้ว ข้าทิ้งของบางอย่างไว้ให้พวกเจ้า เผื่อวันหน้ามีเหตุฉุกเฉินอาจได้ใช้ประโยชน์ เย่หนานชี้มือไปในอากาศ
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเมี่ยวอินและเมี่ยวฉาน สิ่งของนับสิบชิ้นค่อยๆ ลอยออกมาล่องลอยอยู่กลางอากาศ
มีทั้งเคล็ดวิชาระดับราชัน ศาสตราวุธระดับนภาอีกหลายชิ้น และยังมีตุ๊กตาไม้แกะสลักอีกสามตัว
ก่อนหน้านี้เขาเคยมอบสมบัติวิเศษระดับราชันให้เมี่ยวฉางอันไปแล้วชิ้นหนึ่ง ครั้งนี้ยังมอบให้อีกมากมายเพียงนี้ นับว่าเขาได้ช่วยเหลือจนสุดความสามารถแล้ว
สำหรับสำนักที่มีรากฐานไม่แข็งแกร่งเช่นนี้ หากเขามอบของให้มากเกินไป รังแต่จะนำภัยมาสู่ตัวพวกนางเสียเปล่าๆ
นอกจากสมบัติวิเศษเหล่านี้ เย่หนานยังมอบตุ๊กตาไม้แกะสลักไว้คุ้มครองพวกนางอีกสามตัว
ขอบพระคุณผู้อาวุโสเจ้าค่ะ เมี่ยวฉานและเมี่ยวอินทรุดตัวลงคุกเข่าโขกศีรษะทันที
ของล้ำค่าเหล่านี้ หากไม่ใช่เพราะเย่หนาน ชั่วชีวิตนี้พวกนางคงไม่มีวาสนาได้เห็น
ลำพังแค่สมบัติที่อยู่ตรงหน้า ก็เพียงพอที่จะยกระดับสำนักของพวกนางขึ้นไปได้อีกหลายขั้น
ยิ่งมีตุ๊กตาไม้แกะสลักเหล่านั้นด้วยแล้ว การจะแทรกตัวเข้าไปเป็นขุมกำลังในดินแดนจงโจวก็ไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป
ไม่ต้องขอบใจข้าหรอก ช่วงที่ผ่านมาข้าพักอยู่ที่นี่มานานพอสมควร สำนักของพวกเจ้าก็นับว่าเป็นฝ่ายธรรมะ การมอบของเล็กน้อยให้พวกเจ้าไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใด เย่หนานกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ
เมื่อสั่งเสียเสร็จสิ้น เย่หนานก็ไม่รอช้า เขาแอบส่งกระแสจิตเรียกหลิงหลง อวี้เซียน และเซวี่ยขวาง ให้ขึ้นเรือเหาะแล้วจากไปทันที
เมี่ยวฉานและเมี่ยวอินมองตามเรือเหาะที่ค่อยๆ ลับสายตาไป ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเทิดทูนและอาลัย
พวกนางรู้ดีว่า การจากลาครั้งนี้อาจไม่มีวันได้พบกันอีก โลกใบนี้เล็กเกินกว่าจะรองรับมังกรอย่างเย่หนานได้
ฮ่าฮ่าฮ่า… ลูกพี่ก็ยังเห็นความสำคัญของข้า ก่อนไปก็ยังอุตส่าห์แอบหนีบข้ามาด้วย บนเรือเหาะ เซวี่ยขวางยิ้มร่าด้วยความภาคภูมิใจ (อ่านฟรีตอนต่อไปได้ที่)
เขาคิดไม่ถึงเลยว่า เย่หนานเลือกที่จะไม่บอกกล่าวคนอื่นๆ แต่กลับแจ้งให้เขาทราบ
มีเพียงหลิงหลงที่นั่งห้อยขาอยู่ตรงขอบเรือ แกว่งเท้าไปมาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ปากก็บ่นงึมงำไม่หยุด
เหตุผลไม่มีอะไรมาก ตอนจากมาเย่หนานหนีบลูกสมุนของตัวเองมาด้วย แต่ลูกสมุนของนางกลับถูกทิ้งไว้ที่นั่นจนหมดเกลี้ยง
ส่วนทางด้านสำนักเมี่ยวอิน ชางหยวนและคนอื่นๆ ต่างแตกตื่นโวยวายกันยกใหญ่ เสียงดังเจี๊ยวจ๊าวไม่หยุดหย่อน
เมี่ยวอินและเมี่ยวฉานมองดูกลุ่มคนที่กำลังโต้เถียงกันวุ่นวายตรงหน้า ได้แต่กุมขมับด้วยความเหนื่อยหน่าย
โฮๆๆ… ลูกพี่ ทำไมท่านถึงใจร้ายทิ้งข้าไว้แบบนี้ อวิ๋นเตี๋ยร้องไห้คร่ำครวญน้ำตาแทบเป็นสายเลือด
เฮ้อ… ในที่สุดก็สงบหูสักที ให้คนตามกันเป็นขบวนทุกวัน น่ารำคาญชะมัด เย่หนานนอนเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้โยกอย่างสบายอารมณ์ ปากก็บ่นพึมพำไม่ขาดปาก
คนเหล่านั้นเป็นเพียงคนที่ผ่านมาพบกันโดยบังเอิญ เขาคงไม่สามารถหิ้วกระเตงไปด้วยได้ตลอดเวลา และคงไม่สามารถคอยช่วยเหลือไปได้ตลอดชีวิต
ตอนนี้บนเรือเหาะเหลือเพียงสี่ชีวิต มีอวี้เซียนทำหน้าที่ชงชา และเซวี่ยขวางรับบทกรรมกรแบกหาม
เวลานี้เซวี่ยขวางกำลังเหงื่อแตกพลั่กอยู่หน้าเตาย่างบาร์บีคิว
ช่วงที่ผ่านมา เขาเริ่มศึกษาศิลปะการย่างอาหารจนชำนาญ พักหลังมานี้เย่หนานก็เริ่มติดใจรสมือการย่างของเขาแล้ว
พวกเจ้าอ่อนแอเกินไป เดี๋ยวข้าจะหาเวลาว่างยกระดับพลังให้พวกเจ้าสักหน่อย เย่หนานกวาดตามองอวี้เซียนและเซวี่ยขวาง ก่อนจะเอ่ยขึ้นเนิบๆ
ขอเพียงได้ชงชาให้คุณชายตลอดไป เรื่องอื่นอวี้เซียนไม่สนใจหรอกเจ้าค่ะ อวี้เซียนกล่าวด้วยท่าทีเอียงอาย
ไม่ได้สิ ติดตามข้าแล้ว ระดับพลังจะต่ำต้อยได้อย่างไร เย่หนานตอบกลับหน้าตาย ไม่ได้รับรู้ความนัยในคำพูดของอวี้เซียนแม้แต่น้อย สมกับเป็นชายชาตรีผู้ซื่อบื้อเรื่องความรัก
พี่หนาน ตัวท่านเองก็ยังอยู่แค่ขั้นกลั่นลมปราณเลย ระดับพลังยังต่ำกว่าพี่สาวอวี้เซียนอีกนะ หลิงหลงโพล่งแทรกขึ้นมาอย่างไม่ดูตาม้าตาเรือ
เย่หนาน ……
ไปเล่นตรงนู้นไป ผู้ใหญ่เขาคุยกัน เด็กเปรตอย่างเจ้าจะมาสอดอะไรด้วย เย่หนานถลึงตาใส่หลิงหลงอย่างหมั่นไส้
ได้ยินคำพูดของหลิงหลง อวี้เซียนและเซวี่ยขวางต่างก็ทอดถอนใจ
ในใต้หล้านี้คงมีแต่หลิงหลงเท่านั้นที่กล้าพูดเช่นนี้ หากเป็นคนอื่น คงถูกเย่หนานตบตายคาที่ไปนานแล้ว
แต่อวี้เซียนก็พูดจากใจจริง สำหรับนางในตอนนี้ เย่หนานคือตัวตนที่ไร้เทียมทาน ขอเพียงได้อยู่ข้างกายบุคคลระดับนี้ ระดับพลังของนางจะสูงหรือต่ำก็ดูเหมือนจะไม่สำคัญอีกต่อไป
ส่วนเซวี่ยขวางนั้นมีปฏิกิริยาที่ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
ขอบคุณลูกพี่! ขอบคุณลูกพี่คร้าบ! เซวี่ยขวางดีใจจนเนื้อเต้นราวกับโดปยาคึก ดูเหมือนจะมีแรงพลิกไม้ย่างบาร์บีคิวมากขึ้นเป็นกอง
ภาพนี้ทำเอาหลิงหลงเบ้ปากด้วยความหมั่นไส้
คุณชาย เจ้าคะ ต่อไปพวกเราจะไปที่ไหนกันดี อวี้เซียนรินชาให้เย่หนานพลางเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
เอ่อ… ไปเที่ยวจงโจวกันดีไหม ได้ยินว่าที่นั่นเจริญรุ่งเรืองที่สุด เย่หนานก็นึกไม่ออกว่าที่ไหนน่าเที่ยว จึงนึกถึงจงโจวขึ้นมา
ข้าแล้วแต่คุณชายเจ้าค่ะ อวี้เซียนพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย
เมื่อได้ยินคำว่า จงโจว หัวใจของเซวี่ยขวางก็พองโตด้วยความปิติ
เมื่อก่อนด้วยความที่ฝีมืออ่อนด้อย อย่าว่าแต่จงโจวเลย แค่ออกไปจากแดนทักษิณเขายังทำไม่ได้ ดีไม่ดีอาจตายกลางทางเสียก่อน จึงได้แต่ทำกร่างอยู่ในพื้นที่ห่างไกลอย่างสำนักยู่ฮวา
แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว เขาได้รู้จักลูกพี่ที่แข็งแกร่งเทียมฟ้า เขาเชื่อมั่นว่าต่อให้เป็นจงโจว เย่หนานก็สามารถยึดครองพื้นที่ยืนหยัดได้อย่างมั่นคง
และตัวเขาในฐานะสมุนเอกเบอร์หนึ่งของเย่หนาน (แน่นอนว่าต้องรองจากอวี้เซียน) ถึงเวลานั้นจะไม่ยิ่งใหญ่คับฟ้าหรอกหรือ
ในขณะที่กลุ่มของเย่หนานกำลังมุ่งหน้าไปยังทิศทางหนึ่งอย่างสะเปะสะปะ
อีกด้านหนึ่ง สุนัขตัวเล็กสีดำสนิทตัวหนึ่งกำลังแลบลิ้นห้อย ยิงฟันขู่คำราม มาหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตูสำนักเมี่ยวอิน
มันดมกลิ่นตามล่ามาตลอดทาง จนกระทั่งมาถึงสถานที่ที่กลิ่นอายของไอ้คนที่เตะมันเข้มข้นที่สุด
ฟุ่บ!
โดยไม่ลังเล เจ้าดำน้อยพุ่งตัวเข้าไปในสำนักเมี่ยวอินพร้อมกับส่งเสียงเห่าด่าทอไม่หยุดปาก
มันสะบัดหัวเล็กๆ ของมันทีหนึ่ง แววตากลับมาลุกโชนด้วยพลังใจอันเต็มเปี่ยม มันจะต้องล้างแค้นไอ้ลูกเตะนั่นให้จงได้!