แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 268 ภายในโลกใต้พิภพ
ท่านสุดหล่อ พวกเราจะย้อนกลับไปฆ่าไอ้เด็กเวรสองคนนั่นทิ้งเลยดีไหมขอรับ เมื่อเห็นหลานหลิงจากไปแล้ว จอมมารเพลิงทมิฬก็ไม่ได้ใส่ใจนางอีก แต่กลับยังผูกใจเจ็บกับไป๋หลิงและชิงมู่ไม่หาย
เมื่อได้ยินคำถาม ตัวตลกเพียงปรายตามองจอมมารเพลิงทมิฬแวบหนึ่งโดยไม่เอ่ยคำใด ก่อนจะหมุนตัวเดินมุ่งหน้าเข้าสู่ใจกลางโลกใต้สมุทรต่อไป
เมื่อเห็นลูกพี่เดินหนีไปดื้อๆ จอมมารเพลิงทมิฬก็ได้แต่ยืนงง ก่อนจะจำใจเดินตามไปอย่างไม่เต็มใจนัก
ฮึ! ฝากไว้ก่อนเถอะ ข้าจดจำกลิ่นอายของพวกเจ้าได้แม่นแล้ว วันหน้าข้าจะกลับมาคิดบัญชีแน่ จอมมารเพลิงทมิฬหันกลับไปถลึงตาใส่อำมหิตใส่ทิศทางที่กลุ่มของไป๋หลิงอยู่ด้วยความอาฆาตมาดร้าย
การจากไปของจอมมารเพลิงทมิฬ ทั้งชิงมู่และไป๋หลิงต่างก็ไม่ได้คิดจะไล่ตาม
พวกเขารู้ขีดจำกัดของตัวเองดีว่า ด้วยระดับพลังในตอนนี้ ไม่อาจสังหารจอมมารเพลิงทมิฬได้
โดยเฉพาะชิงมู่ที่ตระหนักเรื่องนี้ดีที่สุด เว้นเสียแต่ว่าเขาจะใช้วิชาต้านสวรรค์ไล่แทงอีกฝ่ายไปเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้น
ส่วนไป๋หลิงนั้น วิชาของนางเป็นแบบตั้งรับรอการโจมตี หากจอมมารเพลิงทมิฬไม่ลงมือ นางก็ทำอะไรไม่ได้
ศิษย์พี่หญิง ท่านอาจารย์มาด้วยหรือเปล่าขอรับ ชิงมู่กระชับหอกยาวในมือ หันไปถามไป๋หลิง
ข้าก็อยากจะถามเจ้าเหมือนกัน ไป๋หลิงขมวดคิ้วตอบ
ชิงมู่พยักหน้ารับรู้ ไม่ได้ซักไซ้ต่อ เขาหันกลับไปสนใจต้นชาโบราณที่ยังคงสภาพสมบูรณ์อยู่เบื้องล่าง
สำหรับสัตว์อสูรผู้พิทักษ์ที่เคยเฝ้าอยู่ที่นี่ มันคงเตลิดหนีไปไกลลิบตั้งแต่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวของจอมมารเพลิงทมิฬแล้ว
ไป๋หลิงเองก็สังเกตเห็นต้นชาต้นนั้นมาสักพักแล้ว นางจึงเหาะลงไปหาทันที
ช้าก่อน เห็นชิงมู่ทำท่าจะเก็บต้นชา ไป๋หลิงรีบเอ่ยห้าม
ศิษย์พี่หญิง มีอะไรหรือขอรับ ชิงมู่ถามด้วยความสงสัย
ข้าขอเก็บใบชาสักหน่อย ไป๋หลิงบอกความต้องการ
เชิญขอรับ ชิงมู่ไม่ได้ขัดข้อง
นี่คือต้นชาอะไรกัน ให้ความรู้สึกมหัศจรรย์ยิ่งนัก ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสใบชา ไป๋หลิงก็สัมผัสได้ถึงกระแสพลังลึกลับที่ไหลเวียนไปทั่วร่าง
ข้าเองก็ไม่ทราบ แต่มันมีความพิเศษมาก ท่านอาจารย์น่าจะรู้ ชิงมู่ตอบพลางมองดูด้วยความใคร่รู้ แม้แต่สายตาของเขาก็ยังมองไม่ออกว่ามันคือพันธุ์อะไร
เมื่อได้ยินว่าชิงมู่ตั้งใจจะนำไปมอบให้เย่หนาน ไป๋หลิงก็นึกขึ้นได้ว่าอาจารย์ของตนชื่นชอบการดื่มชาเป็นชีวิตจิตใจ
วูบ!
วินาทีต่อมา ไป๋หลิงสะบัดมือวูบเดียว ต้นชาทั้งต้นก็หายวับไปเข้าไปอยู่ในแหวนมิติของนาง
เห็นการกระทำอันรวดเร็วของศิษย์พี่ ชิงมู่อ้าปากค้าง กำลังจะเอ่ยถาม
ทว่าไป๋หลิงชิงพูดขึ้นก่อน ยังไงก็เป็นของที่จะมอบให้ท่านอาจารย์อยู่แล้ว เดี๋ยวข้าเอาไปให้ท่านเองก็แล้วกัน
เห็นท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวของไป๋หลิง ชิงมู่ก็ได้แต่พูดไม่ออก แต่เขาก็ไม่ได้ติดใจอะไร อย่างไรเสียก็นับเป็นคนกันเอง
ศิษย์น้อง ตอนนี้ผู้บำเพ็ญเพียรคนอื่นๆ หนีหายกันไปหมดแล้ว พวกเราลองเข้าไปสำรวจใจกลางโลกใต้สมุทรกันดีไหม ไป๋หลิงหันมาถามความเห็น
ข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน ชิงมู่หมายตาที่นั่นไว้นานแล้ว ติดที่ว่าเมื่อก่อนพลังฝีมือยังอ่อนด้อยเกินไป
เมื่อความเห็นตรงกัน ทั้งสองจึงเร่งความเร็ว มุ่งหน้าสู่พื้นที่แกนกลางของโลกใต้สมุทร
ณ ใจกลางดินแดนลึกลับ ซึ่งปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ
ตัวตลกและจอมมารเพลิงทมิฬกำลังเดินสำรวจซ้ายทีขวาที
ท่านสุดหล่อ ที่นี่ก็ดูไม่เห็นจะมีอะไรพิเศษเลยนะขอรับ จอมมารเพลิงทมิฬมองไปรอบๆ ด้วยความฉงน
จะรีบร้อนไปไย เดี๋ยวเจ้าก็รู้เอง ตัวตลกปรายตามองลูกน้องขี้บ่น
ขอรับๆ เชื่อท่านสุดหล่อทุกอย่างขอรับ จอมมารเพลิงทมิฬรีบฉีกยิ้มประจบ
โฮก!!!
ทันใดนั้น สัตว์อสูรตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในครรลองสายตา
เจ้านี่ดูแปลกพิกล จอมมารเพลิงทมิฬหรี่ตามองสัตว์อสูรรูปร่างคล้ายวัวที่ดวงตาแดงก่ำ เนื้อตัวเน่าเปื่อยส่งกลิ่นเหม็นโชย
มิหนำซ้ำ บนร่างของมันยังลุกโชนไปด้วยเปลวเพลิงสีดำ ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับเพลิงทมิฬของเขาอยู่หลายส่วน
จอมมารเพลิงทมิฬสัมผัสได้ว่า แม้สัตว์อสูรตัวนี้จะไม่แข็งแกร่งมากนัก แต่เปลวเพลิงสีดำบนตัวมัน กลับดูน่ากลัวยิ่งกว่าเพลิงของเขาเสียอีก
เมื่อเห็นผู้บุกรุกทั้งสอง สัตว์อสูรวัวคลั่งก็ยิ่งบ้าคลั่ง มันพุ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างดุเดือด (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ฮึ! รนหาที่ตาย จอมมารเพลิงทมิฬซัดหมัดออกไปตูมเดียว
ตูม!
ร่างของสัตว์อสูรปลิวละลิ่วกระเด็นออกไปไกล
จอมมารเพลิงทมิฬคิดว่าการโจมตีเพียงครั้งเดียวคงทำให้มันแหลกเป็นชิ้นๆ
แต่เขากลับต้องผิดหวัง
แม้สัตว์อสูรตัวนั้นจะบาดเจ็บสาหัส ร่างกายเกือบฉีกขาดออกจากกัน แต่เปลวเพลิงสีดำบนตัวมันกลับทำหน้าที่สมานแผลให้หายสนิทในพริบตา
บริเวณที่ถูกรักษาดูแปลกประหลาดขึ้นไปอีก มันส่งเสียงฉ่าๆ พร้อมควันสีดำพวยพุ่ง ราวกับหินสีดำที่ถูกเผาจนร้อนแดง
หมัดนี้ของข้า สามารถสังหารผู้บำเพ็ญเพียรขั้นไร้ประมาณได้เป็นเบือ แต่เจ้านี่กลับไม่เป็นอะไรเลยรึ จอมมารเพลิงทมิฬอุทานด้วยความแปลกใจ
สิ้นเสียงอุทาน ความเคลื่อนไหวรอบด้านก็ดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ
เพียงไม่นาน สัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนก็พากันแห่แหนเข้ามาล้อมกรอบพวกเขาไว้ กลิ่นอายของบางตัวแข็งแกร่งเสียจนจอมมารเพลิงทมิฬยังหน้าเปลี่ยนสี
นี่มันสถานที่บ้าอะไรกัน ทำไมถึงมีสัตว์อสูรแข็งแกร่งขนาดนี้อยู่ที่นี่ได้ จอมมารเพลิงทมิฬตกตะลึงจนตาค้าง
ไม่ใช่ว่าเขากลัว แต่ในสถานที่เช่นนี้ ตามหลักแล้วไม่ควรมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งเกินขอบเขตขั้นไร้ประมาณดำรงอยู่
แต่เมื่อเหลือบมองตัวตลกข้างกาย และนึกถึงเย่หนาน จอมมารเพลิงทมิฬก็ได้แต่มุมปากกระตุก ความสงสัยยังคงวนเวียนอยู่ในหัว
เขาไม่เข้าใจว่า ยอดคนระดับตัวตลกผู้นี้ จะมาทำอะไรในสถานที่รกร้างที่แม้แต่เขายังรู้สึกรังเกียจเช่นนี้
ครืนนน...
แผ่นดินสั่นสะเทือน เลื่อนลั่น ฝูงสัตว์อสูรนับพันหมื่นพุ่งถาโถมเข้าใส่หมายจะขย้ำพวกเขาทั้งเป็น
ในขณะที่จอมมารเพลิงทมิฬเตรียมจะลงมือ เขาก็เหลือบไปเห็นการเคลื่อนไหวของตัวตลก
ตัวตลกค่อยๆ ยื่นมือที่ดูแข็งทื่อราวกับไม้แกะสลักออกมา แล้วยกขึ้นเบาๆ
ทันใดนั้น เสียงแผ่นดินไหวก็เงียบลง สัตว์อสูรทั้งหมดสูญเสียการควบคุมร่างกาย พวกมันค่อยๆ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างไม่อาจขัดขืน
ภาพที่เกิดขึ้นทำให้จอมมารเพลิงทมิฬยืนตะลึง
แม้เขาจะไม่กลัวสัตว์อสูรพวกนี้ แต่การรับมือกับจำนวนมหาศาลขนาดนี้ โดยที่หลายตัวมีพลังเหนือกว่าขั้นไร้ประมาณไปไกลโข ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย หากหลุดออกไปสู่โลกภายนอกสักตัวคงกลายเป็นภัยพิบัติครั้งใหญ่
ตัวตลกค่อยๆ กำมือเข้าหากันเบาๆ
ปัง! ปัง! ปัง!
สัตว์อสูรที่ลอยค้างอยู่กลางเวหา ระเบิดร่างออกพร้อมกันราวกับดอกไม้ไฟลูกยักษ์ เศษเนื้อและโลหิตสาดกระจายย้อมท้องฟ้าเป็นสีแดงฉาน
พลังช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก… จอมมารเพลิงทมิฬแหงนหน้ามองท้องฟ้าด้วยความยำเกรง
เขาสามารถฆ่าพวกมันได้ แต่ต้องเปลืองแรงไม่น้อย แต่การยกมือเพียงครั้งเดียวก็กวาดล้างได้ราบคาบเช่นนี้ เป็นสิ่งที่เขาทำไม่ได้แน่นอน
ไปกันเถอะ ตัวตลกเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง เดินผิวปากต่อไปอย่างสบายอารมณ์
โอ้… ขอรับ! รอข้าด้วยขอรับ! จอมมารเพลิงทมิฬได้สติ รีบวิ่งตามก้นตัวตลกไปต้อยๆ
หลังจากที่ตัวตลกและจอมมารเพลิงทมิฬจากไปได้ราวหนึ่งถึงสองชั่วยาม ชิงมู่และไป๋หลิงก็เดินทางมาถึงบริเวณดังกล่าว
กลิ่นอายพลังตกค้างช่างน่ากลัวเหลือเกิน ไป๋หลิงสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ สีหน้าเคร่งเครียดลงทันที
ใช่ขอรับ แถมยังมีปะปนกันหลายชนิด ทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย ชิงมู่กล่าวเสริม
เป็นไปได้ไหมว่าเป็นฝีมือของเจ้านั่น ไป๋หลิงหันมองชิงมู่ด้วยสายตาแปลกๆ
ชิงมู่รู้ทันทีว่านางหมายถึงจอมมารเพลิงทมิฬ คู่กรณีที่เพิ่งโดนเขา ทะลวง มาหมาดๆ
ไม่แน่ใจ แต่พวกเราต้องระวังตัวให้มาก ดูจากสถานการณ์แล้ว เขาอาจจะยังไม่คิดจะปะทะกับพวกเราในตอนนี้ ชิงมู่วิเคราะห์
ลึกเข้าไปในใจกลางดินแดนลึกลับ
ตัวตลกและจอมมารเพลิงทมิฬได้มาหยุดยืนอยู่หน้ากระท่อมมุงจากหลังเก่าซอมซ่อ
ทว่าสิ่งที่ขัดแย้งกับสภาพบ้าน คือโต๊ะน้ำชาที่ทำจากหยกขาวเนื้อดีตั้งอยู่หน้ากระท่อม บนโต๊ะมีถ้วยชาหลายใบวางอยู่ และภายในถ้วย… ยังมีควันร้อนกรุ่นลอยขึ้นมา ราวกับเพิ่งมีคนรินไว้เมื่อครู่นี้เอง