แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 274 ผลไม้สีดำ
เมื่อได้ยินคำสั่งของหมิงหัว ดวงตาของคนเผ่าจิ่วโยวทุกคนก็ลุกวาวขึ้นทันที พวกเขาค่อยๆ ขยับตัวเข้าไปใกล้ปากวังวนน้ำอย่างแนบเนียน โดยพยายามไม่ให้เป็นที่สังเกต
พวกมันคิดจะทำอะไร ผู้นำขุมอำนาจอื่นๆ สังเกตเห็นความเคลื่อนไหวที่ผิดปกตินี้ ต่างหรี่ตามองด้วยความระแวง
เตรียมตัวให้พร้อม ข้าว่าพวกมันกำลังจะลงมือแล้ว จางเฟิงแห่งสำนักกระบี่ส่งกระแสจิตบอกเหลยเป้า
วางใจเถอะ ข้าเตรียมพร้อมมานานแล้ว เหลยเป้าตอบกลับ
ท่านพ่อ พวกเราจะทำอย่างไรดีเจ้าคะ ซูเม่ยเอ๋อร์หันไปถามซูเจิ้นเทียน
พวกเรารอดูสถานการณ์ไปก่อน หากเลี่ยงได้ก็อย่าเพิ่งสอดมือเข้าไป ซูเจิ้นเทียนกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
ลุย!
ทันใดนั้น หมิงหัวก็เบิกตากว้าง ตะโกนสั่งการคนในเผ่าเสียงดังสนั่น
สิ้นเสียงคำรามของหมิงหัว ผู้คนจากขุมอำนาจอื่นๆ ต่างสะดุ้งโหยง ร่างกายเกร็งเขม็ง
เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!
ศาสตราวุธและของวิเศษนานาชนิดปรากฏขึ้นในมือของทุกคน เตรียมพร้อมรับมือการโจมตีจากเผ่าจิ่วโยว
ทว่าในวินาทีถัดมา พวกเขาก็ต้องยืนงงเป็นไก่ตาแตก
เพราะคนของเผ่าจิ่วโยวไม่ได้พุ่งเข้ามาโจมตีพวกเขา แต่กลับพุ่งตรงไปยังปากวังวนน้ำ แล้วแย่งชิงอะไรบางอย่างกันอย่างบ้าคลั่ง
เกิดอะไรขึ้น ซูเม่ยเอ๋อร์และคนอื่นๆ ที่อยู่ห่างออกไปต่างงุนงง
สำนักสัตว์อสูรและสำนักกระบี่เองก็สับสนไม่แพ้กัน
แต่เมื่อพวกเขาส่งจิตสัมผัสออกไปตรวจสอบ ก็เข้าใจสถานการณ์ทันที
ลำแสงสมบัติจำนวนมากกำลังพุ่งขึ้นมาจากก้นทะเล และกลุ่มของหมิงหัวกำลังไล่คว้าลำแสงเหล่านั้นอย่างเมามัน ดูจากสีหน้าตื่นเต้นของหมิงหัว เห็นได้ชัดว่ากวาดต้อนไปได้ไม่น้อยแล้ว
บัดซบ! โดนหลอกจนได้! เหลยเป้าหน้าเขียวคล้ำ
ฟุ่บ!
ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมอีกต่อไป เหลยเป้ารีบพุ่งทะยานเข้าไปร่วมวงไพบูลย์ ศิษย์สำนักสัตว์อสูรจำนวนมากที่อยู่ด้านหลังก็กรูกันตามเข้าไปติดๆ
ลุย! จางเฟิงออกคำสั่งกับเหล่าผู้อาวุโสสำนักกระบี่
ท่านพ่อ ท่านยังรออะไรอยู่อีก พวกเราก็รีบไปกันเถอะ! เห็นซูเจิ้นเทียนยังนิ่งเฉย ซูเม่ยเอ๋อร์ร้อนรนจนกระทืบเท้าเร่าๆ
ช่างเถอะ! แต่จำไว้ว่า ห้ามปะทะกับคนเผ่าจิ่วโยวเด็ดขาด พยายามอยู่ห่างๆ พวกเขาไว้ ซูเจิ้นเทียนสั่งกำชับด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด
และแล้ว มหกรรมการแย่งชิงสมบัติก็เริ่มต้นขึ้น ผู้คนจากทุกขุมอำนาจต่างพากันพุ่งเข้าไปที่ปากวังวนน้ำอย่างหนาแน่น
ฮึ! ฟังให้ดี หากใครกล้ามาแย่งของจากพวกเรา ก็ฆ่ามันซะ โดยเฉพาะไอ้สามสำนักนั่น! เห็นฝูงคนแห่กันเข้ามา หมิงหัวแผ่จิตสังหาร สั่งการลูกน้องเสียงเหี้ยม
ชั่วพริบตา ทั่วทั้งน่านน้ำและท้องฟ้าเต็มไปด้วยเสียงอาวุธปะทะกัน
ในขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวาย ชิงมู่กลับไม่ได้เข้าร่วมการแย่งชิง เขามีศาสตราจักรพรรดิอยู่ในมือแล้ว ของวิเศษทั่วไปจึงไม่อยู่ในสายตา ส่วนเรื่องสมุนไพร เขาพอจะมีอยู่บ้าง แต่ไป๋หลิงนั้นทนไม่ไหว กระโจนเข้าไปร่วมวงนานแล้ว
ผู้อาวุโส ไม่ไปช่วยคุณหนูหรือขอรับ เมี่ยวฉางอันที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยถาม
เมื่อครู่เขาเพิ่งได้รับรู้ความสัมพันธ์ระหว่างชิงมู่กับไป๋หลิง ซึ่งทำให้เขาตกใจไม่น้อย
แต่เมื่อมองเห็นยอดฝีมือจำนวนมากต้องตกตายไปต่อหน้าต่อตา เมี่ยวฉางอันก็หน้าซีดเผือด เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดเข้าไปแย่งชิง
ด้วยระดับพลังของเขา แม้จะนับว่าแข็งแกร่งในถิ่นเดิม แต่ในสถานการณ์นี้ เขาไม่มีคุณสมบัติแม้แต่จะเข้าร่วมสนามรบด้วยซ้ำ
ไม่จำเป็น นางเก่งกว่าที่เจ้าคิดเยอะ เจ้าตามข้ามาให้ดี อย่าวิ่งเพ่นพ่าน ชิงมู่กล่าวเรียบๆ ก่อนจะนั่งขัดสมาธิกลางอากาศ หยิบของวิเศษที่กู่หรานมอบให้เมื่อครู่ออกมา
มันคือผลไม้สีดำขนาดเท่าหัวแม่มือ กลิ่นอายที่แผ่ออกมามีความคล้ายคลึงกับต้นชาที่เขาเพิ่งเจอเมื่อครู่
หรือว่านี่จะเป็นผลของต้นชานั้น ชิงมู่ตั้งข้อสังเกต
ทันทีที่เขานำผลไม้นั้นออกมา กลิ่นหอมสดชื่นประหลาดก็ฟุ้งกระจายไปทั่วฟ้าดิน
คนส่วนใหญ่ที่กำลังชุลมุนแย่งชิงสมบัติไม่ได้สนใจ แต่ยอดฝีมือระดับหมิงหัวสัมผัสได้ทันที สายตาทุกคู่หันขวับมาจ้องมองผลไม้ในมือชิงมู่เป็นตาเดียว
เป็นเขานั่นเอง เหลยเป้า จางเฟิง และซูเจิ้นเทียน เพิ่งสังเกตเห็นการมีอยู่ของชิงมู่ ก่อนหน้านี้พวกเขามัวแต่สนใจกลุ่มเผ่าจิ่วโยว
ยุ่งยากแล้วสิ คิดไม่ถึงว่าเขาจะมาด้วย จางเฟิงหรี่ตามอง (อ่านนิยายก่อนใครได้ที่ Novel-Lucky)
ยอดฝีมือจากขุมอำนาจระดับสูงเหล่านี้ ล้วนเคยถูกชิงมู่ท้าประลองมาแล้วทั้งสิ้น และไม่มีใครเอาชนะเขาได้เลยสักคน
นอกจากนี้ ข้างกายไป๋หลิงยังมีคนแปลกหน้าอีกสองคน ซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกถึงความไม่ธรรมดา นั่นเป็นเหตุผลที่ยอดฝีมือระดับสูงสุดเหล่านี้ยังไม่ยอมลงมือด้วยตัวเอง ปล่อยให้ลูกน้องแย่งชิงกันไปก่อน
คนแปลกหน้าสองคนนั้น ย่อมเป็นอิ้งชางหมิงและเจิ้นเทียน
ในขณะเดียวกัน ณ ส่วนลึกที่สุดของเขตแดนเผ่าจิ่วโยว ภายในหอคอยสูง หญิงชราผู้ถือไม้เท้าหัวมังกรค่อยๆ ลืมตาขึ้น
กลิ่นอายนี้มัน… สีหน้าของหญิงชราเปลี่ยนไป นางกลายร่างเป็นลำแสงพุ่งทะยานไปยังต้นตอของกลิ่นอายทันที
ไม่ใช่เพียงเผ่าจิ่วโยว อีกสามขุมอำนาจใหญ่ก็มีการเคลื่อนไหวเช่นกัน ลำแสงหลายสายพุ่งตรงมายังทิศทางเดียวกัน
กลับมาที่ชิงมู่ เขาไม่สนใจสายตาโลภมากของเหล่าผู้แข็งแกร่งรอบกาย หลับตาลงและเริ่มดูดซับพลังงานจากผลไม้สีดำอย่างใจเย็น
ร่วมมือกันไหม จางเฟิงหันไปถามเหลยเป้า ในตอนนั้นพวกเขายังไม่รู้ว่าชิงมู่ได้บรรลุสู่ขั้นไร้ประมาณแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ของในมือชิงมู่มีแรงดึงดูดมหาศาล พวกเขารู้ดีว่ามันต้องไม่ใช่ของธรรมดาแน่นอน
ตกลง! เหลยเป้าพยักหน้า
ฟุ่บ!
จางเฟิงและเหลยเป้าระเบิดความเร็วสูงสุด พุ่งเข้าหาชิงมู่พร้อมกัน
เวลานี้ชิงมู่กำลังเข้าฌาน
ฮึ! ในสถานการณ์แบบนี้ ยังกล้าทำตัวประมาทเลินเล่อถึงเพียงนี้ จางเฟิงกระชับกระบี่ในมือ แววตาอำมหิตจ้องเขม็งไปที่ชิงมู่
ทว่าในจังหวะที่พวกเขากำลังจะถึงตัวชิงมู่ เงาร่างสายหนึ่งก็มายืนขวางทางพวกเขาไว้
ฮึ! ไอ้พวกไม่เจียมกะลาหัว! อาศัยฝีมือแค่นี้ ริอาจจะมาแตะต้องนายน้อยของข้า อิ้งชางหมิงแค่นเสียงด้วยความดูแคลน
ไอ้แก่ที่ไหนโผล่มาวะ รนหาที่ตาย! เหลยเป้าง้างหมัดเตรียมจะทุบให้เละ
ตูม!
อิ้งชางหมิงเพียงกดฝ่ามือลงเบาๆ แรงกดดันมหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่เหลยเป้าและจางเฟิงในทันที
ทั้งสองถูกตรึงร่างไว้กลางอากาศ ไม่อาจขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้ว ร่างกายท่อนบนถูกกดจนโค้งงอ ขาสั่นระริกราวกับจะร่วงหล่นลงไปได้ทุกเมื่อ
ขะ… ขั้นไร้ประมาณ! เหลยเป้าหน้าซีดเผือด ตะโกนออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ
เป็นไปได้อย่างไร จงโจวมีผู้แข็งแกร่งระดับไร้ประมาณเพิ่มขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือว่า… จางเฟิงมองไปทางเผ่าจิ่วโยวด้วยความไม่อยากเชื่อ
แม้แต่ยอดฝีมือตระกูลซูต่างก็หันไปมองเผ่าจิ่วโยวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
พวกเขาเข้าใจผิดคิดว่าอิ้งชางหมิงเป็นคนของเผ่าจิ่วโยว
ท่านผู้อาวุโส ไว้ชีวิตด้วย! เหลยเป้ายอมจำนน เขาต้านทานแรงกดดันนี้ไม่ไหวแล้ว
แม้จะห่างกันเพียงขั้นเดียว แต่ความแตกต่างของพลังนั้นราวกับฟ้ากับเหว
ฮึ! สายไปแล้ว ชาติหน้าก็จำไว้แล้วกัน ว่าอย่าทำตัวเลวทรามแบบนี้อีก กล่าวจบ อิ้งชางหมิงก็เงื้อฝ่ามือเตรียมจะปลิดชีพทั้งสอง
ทว่าในวินาทีถัดมา…
สหาย วาจาใหญ่โตยิ่งนัก
เสียงอันทรงพลังดังขึ้น พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งเข้ามาหักล้างแรงกดดันของอิ้งชางหมิง จนเหลยเป้าและจางเฟิงหลุดพ้นจากพันธนาการ
เมื่อเห็นว่าพลังของตนถูกทำลาย อิ้งชางหมิงหน้าเปลี่ยนสี แต่ก็หยุดมือลงชั่วคราว
เหลยเป้าและจางเฟิงที่รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด รีบดีดตัวถอยห่างออกไปทันทีด้วยความหวาดกลัว
ลับๆ ล่อๆ เป็นอีแอบอยู่ได้ แน่จริงก็โผล่หัวออกมา! อิ้งชางหมิงตะโกนท้าทาย
ตูม!
สิ้นเสียงท้าทาย ชายชราร่างผอมแห้งก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าอิ้งชางหมิง แล้วซัดฝ่ามือเข้าใส่ทันที
อิ้งชางหมิงไม่เกรงกลัว ซัดฝ่ามือสวนกลับไปเช่นกัน
แรงปะทะของสองฝ่ามือระเบิดออก ส่งผลให้ผู้คนโดยรอบกระเด็นกระดอนออกไปไกล เหลือเพียงไป๋หลิง ชิงมู่ที่กำลังเข้าฌาน และเจิ้นเทียนที่คอยกางม่านพลังคุ้มกันชิงมู่เท่านั้นที่ยังคงยืนหยัดอยู่ที่เดิม