แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 62 อยากดูเหรอ ไม่ให้ดูหรอกแบร่
ไป๋หลิงที่นั่งยองๆ อยู่หน้าปิงหยวนเอ่ยเสียงเย็น เมื่อกี้เจ้าบอกว่าเราไม่มีความแค้นต่อกัน ตอนนี้ข้าจะให้เจ้าดูชัดๆ ว่าเรามีความแค้นกันหรือไม่
พูดจบ ไป๋หลิงก็แง้มผ้าคลุมหน้าใต้หมวกสานออกเล็กน้อย เผยให้เห็นเสี้ยวหนึ่งของใบหน้า
คนอื่นมองไม่เห็น แต่ปิงหยวนเห็นชัดเต็มสองตา
รูม่านตาของเขาหดเกร็งทันที
ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าทำไมเสียงของนางถึงคุ้นหู
ที่แท้คือนางมารที่สำนักเหมันต์น้ำแข็งตามล่าตัวอยู่นั่นเอง
ปะ… เป็นเจ้า เป็นไปได้ยังไง… เจ้าโดนทำลายวรยุทธ์ไปแล้วนี่ ปิงหยวนขบกรามแน่นด้วยความเคียดแค้น
ไม่เพียงแค่นั้น เขายังพยายามจะหยิบหยกสื่อสารออกมาอย่างสุดชีวิต
เขาต้องแจ้งให้ทางสำนักรู้ว่า ตอนนี้ไป๋หลิงไม่เพียงฟื้นคืนพลัง แต่ยังมีลูกไม้แพรวพราวและน่ากลัวกว่าเดิม
หากไม่รีบกำจัดแต่เนิ่นๆ ผลที่ตามมาอาจร้ายแรงเกินคาด
แต่การกระทำของเขา ในสายตาไป๋หลิง… ก็แค่การดิ้นรนเฮือกสุดท้าย
ไม่รอช้า ไป๋หลิงตวัดกระบี่ฟันฉับเดียว
ฉึก
ศีรษะขนาดใหญ่กลิ้งหลุนๆ ไปกองกับพื้น
ดวงตาของปิงหยวนยังคงเบิกโพลง ตายตาไม่หลับ
เขาเป็นถึงยอดฝีมือ ขั้นกายาบริสุทธิ์ แต่กลับต้องมาตายด้วยน้ำมือของ ขั้นผสานแก่นแท้ ช่างน่าอนาถใจยิ่งนัก
เมื่อเห็นไป๋หลิงฆ่าปิงหยวนจริงๆ เหล่าไทยมุงต่างก็สายตาล่อกแล่ก
ฮ่าฮ่าฮ่า… สมบัติวิเศษเป็นของข้าแล้ว ทันใดนั้น เงาร่างหนึ่งพุ่งออกจากฝูงชน ตรงเข้าหาจูหลาน
รนหาที่ตาย ไป๋หลิงหน้าเครียด
เคร้ง
แสงกระบี่วูบวาบ ตัดหัวเจ้าโง่เง่านั่นกระเด็นทันที
แม้จะเป็นแค่ขั้นรวบรวมวิญญาณแต่ก็ถือว่าแกร่งกว่าจูหลาน
แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น
สายตาของทุกคนเริ่มมองมาที่ไป๋หลิงและจูหลานอย่างไม่เป็นมิตร
ก่อนหน้านี้ยังเกรงใจสำนักเหมันต์น้ำแข็ง แต่ตอนนี้ไม่มีใครกลัวแล้ว เป้าหมายคือฆ่าคนชิงสมบัติ
ในกลุ่มคนพวกนี้ มีระดับ ขั้นผสานแก่นแท้ ปะปนอยู่ไม่น้อย
ทำยังไงดี จูหลานรีบขยับเข้ามาใกล้ไป๋หลิง
ไม่มีตุ๊กตาไม้ นางก็ไร้ทางสู้ นางยังไม่ได้แก้แค้น ยังหาเย่หนานไม่เจอ จะมาตายที่นี่ไม่ได้
ทำไงได้ ก็ต้องฝ่าวงล้อมออกไปสิ ไป๋หลิงตอบอย่างไม่ยี่หระ
ได้ยินดังนั้น จูหลานตกใจแทบสิ้นสติ ผู้ฝึกตนเยอะขนาดนี้ จะฝ่าออกไปได้ยังไง
ในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะลุยฝ่าวงล้อม
ตูม
พลังบางอย่างระเบิดขึ้นกลางวงล้อม อานุภาพไม่ได้รุนแรง
แต่กลับทำให้ฝุ่นควันฟุ้งกระจายไปทั่ว
เกิดความโกลาหลขึ้นทันที เสียงไอโขลกเขลกดังระงมเพราะสำลักฝุ่น
ไม่มีใครรู้เลยว่า มีเงาร่างประหลาดวูบไหวผ่านฝูงชนไปอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ
นักพรตซอมซ่อคว้าตัวไป๋หลิงและจูหลาน แล้วพุ่งตัวหนีไปอย่างรวดเร็ว
แม้แต่ไป๋หลิงและจูหลานเองยังตั้งตัวไม่ทัน รู้สึกแค่ว่าข้อมือถูกพลังมหาศาลดึงกระชากไป
เมื่อฝุ่นจางหาย ไป๋หลิงและจูหลานก็หายวับไปแล้ว
บัดซบ มันหนีไปแล้ว มีคนสบถด้วยความโกรธ
แม้จะบ่น แต่ทุกคนก็ไม่รอช้า รีบกระจายกำลังออกตามหาไป๋หลิงและจูหลานทันที
ณ ป่านอกเมือง นักพรตซอมซ่อพาหญิงสาวทั้งสองมาหยุดพัก
โอ๊ย เหนื่อยแทบตาย นักพรตซอมซ่อนั่งแปะลงกับพื้นอย่างหมดสภาพ
ทำไมถึงช่วยพวกเรา ไป๋หลิงจำนักพรตซอมซ่อได้ตั้งแต่ระหว่างทาง
มีเพียงจูหลานที่มองนักพรตซอมซ่อด้วยความสงสัย
อิอิ… ก็แค่ถูกชะตาพวกเจ้าไงล่ะ นักพรตซอมซ่อเปลี่ยนเรื่อง หันไปถามจูหลาน เอ่อ… คือว่า ขอดูสมบัติวิเศษของเจ้าหน่อยได้ไหม
ได้ยินดังนั้น สองสาวเริ่มระแวงทันที
เฮ้ อย่าระแวงกันขนาดนั้นสิ ข้าแค่ขอดูเฉยๆ ยังไงข้าก็ช่วยชีวิตพวกเจ้าไว้นะ นักพรตซอมซ่อทำหน้ามุ่ยเมื่อเห็นท่าทีของสองสาว
ข้าไม่มีสมบัติวิเศษอะไรหรอก มีแค่กระบี่เล่มนี้ อยากดูไหม ไป๋หลิงตีหน้าตาย ถามกลับ
อยากดู อยากดู นักพรตซอมซ่อถูมือไปมา จ้องมองกระบี่แสงเหมันต์ในมือไป๋หลิงตาเป็นมัน
อยากดูเหรอ ไม่ให้ดูหรอกแบร่ ไป๋หลิงยังไม่รู้เจตนาที่แท้จริงของตาแก่นี่
นักพรตซอมซ่อ: .
เจอกันสองครั้งซ้อน ไป๋หลิงไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องบังเอิญ
รอยยิ้มบนหน้าของนักพรตซอมซ่อแข็งค้างไปทันทีเมื่อได้ยินคำตอบ
จูหลานที่อยู่ข้างๆ ก็พูดไม่ออก
ตอนนี้ไป๋หลิงถอดหมวกสานออกแล้ว
จูหลานนึกไม่ถึงว่า หญิงสาวผู้เย็นชาคนนี้ จะมีลูกเล่นกวนประสาทแบบนี้ด้วย
ด้วยความจำนน นักพรตซอมซ่อหันไปส่งสายตาเว้าวอนให้จูหลานแทน
จูหลานไม่มีทางเลือก จึงเตรียมจะหยิบตุ๊กตาไม้ออกมาให้นักพรตดู ยังไงเขาก็ช่วยชีวิตพวกนางไว้จริงๆ
อีกอย่าง ตุ๊กตาไม้ก็พังยับเยิน ใช้งานไม่ได้แล้ว
ที่นางเก็บไว้ ก็เพื่อเป็นที่ระลึกถึงเย่หนาน
เห็นจูหลานจะหยิบของออกมา ไป๋หลิงรีบห้าม อย่าให้มันดู ใครจะไปรู้ว่ามันคิดอะไรอยู่
ได้ยินคำพูดของไป๋หลิง หน้านักพรตซอมซ่อบิดเบี้ยวราวกับกินของเสียเข้าไป
เฮ้ย แม่หนู เจ้าจะอะไรนักหนา… เจ้าไม่ให้ข้าดู ก็เรื่องของเจ้า แต่นี่คนอื่นเขาจะให้ดู เจ้าจะมาขวางทำไม นักพรตซอมซ่อโวยวาย
เจ้าคงเก่งมากสินะ ซ่อนระดับพลังไว้ด้วยนี่ ทำไมไม่แย่งเอาดื้อๆ เลยล่ะ จะมาหลอกพวกเราทำไม ไป๋หลิงพูดแทงใจดำ
ได้ยินดังนั้น นักพรตซอมซ่อชะงักไปเล็กน้อย
แต่ก็ยังค้อนขวับใส่ไป๋หลิง ข้าไม่ทำเรื่องชั่วช้าสามานย์แบบฆ่าคนชิงทรัพย์หรอกนะ อมิตาพุทธ บาปกรรม บาปกรรม
พูดจบ นักพรตซอมซ่อก็ทำท่าสวดมนต์อย่างจริงจัง
วางใจเถอะ ถ้าเขาคิดจะทำร้ายเราจริงๆ คงไม่มานั่งคุยกับเราแบบนี้หรอก อีกอย่าง… สมบัติของข้ามันก็พังไปแล้วด้วย จูหลานอธิบายให้ไป๋หลิงฟัง
ได้ยินดังนั้น ไป๋หลิงจึงยอมถอย นางเองก็เข้าใจเหตุผลนี้ดี
ท่านผู้อาวุโส นี่เจ้าค่ะ จูหลานยื่นตุ๊กตาไม้ให้นักพรตซอมซ่อ
ความจริงไป๋หลิงเองก็อยากรู้อยากเห็นเหมือนกัน จ้องมองตุ๊กตาไม้ในมือจูหลานตาไม่กระพริบ
นักพรตซอมซ่อรับตุ๊กตาไม้มาอย่างทะนุถนอม
แค่ไอ้ของเล่นชิ้นเล็กๆ นี่อะนะ นักพรตซอมซ่อขมวดคิ้วพิจารณา
เขาเห็นสมบัติมาเยอะ แต่ไอ้ของเล่นชิ้นนี้ ดูยังไงก็แค่ท่อนไม้ธรรมดา
แต่ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้า เขาเห็นกับตาตัวเอง
หรือว่า… สายตาข้ายังไม่ถึงขั้น มองไม่เห็นความลึกลับของมัน นักพรตซอมซ่อคิดในใจ
แม้แต่ไป๋หลิงก็คิดเช่นนั้น ถ้าไม่ได้เห็นกับตาเมื่อครู่
คงไม่มีทางเชื่อว่า ชายหัวโล้นผู้ทรงพลัง จะมาจากตุ๊กตาไม้ชิ้นนี้
และรูปร่างหน้าตาของตุ๊กตาไม้ ก็เหมือนชายหัวโล้นสวมผ้าคลุมเปี๊ยบ
เจ้าได้ตุ๊กตาไม้นี้มาจากไหน ไป๋หลิงถามโพล่งออกมา
แม้จะเสียมารยาท แต่นางอยากรู้จริงๆ
แต่… จูหลานก็ไม่ได้ปิดบัง ข้าได้รับมอบมาจากท่านผู้อาวุโสท่านหนึ่งโดยบังเอิญ
ท่านผู้อาวุโส เจ้ารู้ไหมว่าท่านเก่งแค่ไหน หน้าตาเป็นยังไง ยังหาท่านเจอไหม เร็ว… รีบบอกข้ามา นักพรตซอมซ่อกระตือรือร้นถามรัวๆ เขาชักจะสนใจเรื่องนี้ขึ้นมาจริงๆ แล้วสิ