แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 74 วาสนาของจูหลาน
จริงสิ ศิษย์รัก เจ้ารู้ได้ยังไงว่าอาจารย์อยู่ที่สำนักอวี้หัว เจ้าไม่น่าจะรู้นี่นา เย่หนานหันไปถามไป๋หลิงและจูหลาน
ท่านอาจารย์ ศิษย์ก็สอบถามมาเรื่อยๆ ตลอดทาง ไม่งั้นคงหาไม่เจอหรอกเจ้าค่ะ ไป๋หลิงตอบด้วยน้ำเสียงหน่ายๆ
พวกนางมาถึงเมืองอวิ๋นถึงได้ข่าว เพราะเย่หนานไม่มีใครสนใจ แต่กู้เฉินที่ลงแข่งประลองสี่สำนักนั้น มีคนเห็นไม่น้อย
เรื่องนี้ทำให้ไป๋หลิงและจูหลานแปลกใจ
นึกไม่ถึงว่าเย่หนานจะมาพำนักอยู่ในสำนักระดับท้องถิ่น แถมยังใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ขนาดนี้ ดูท่าความเป็นอยู่จะดีไม่เบา
ท่านอาจารย์ ท่านเข้าร่วมสำนักอวี้หัวแล้วหรือเจ้าคะ ไป๋หลิงถามสิ่งที่สงสัยในใจ
เปล่าหรอก แค่มาพักอยู่ชั่วคราว เย่หนานส่ายหน้า
ส่วนทางด้านกู้เฉินที่อยู่ในครัว มองมู่เป่ยเฉินที่กำลังตื่นเต้นเลือกของด้วยความเอือมระอา
เขาจึงวางมือจากงานครัว เดินมาที่หน้าประตูคลังเก็บของ
ศิษย์น้อง เลือกได้หรือยัง ขอบอกไว้ก่อนนะว่าห้ามโลภมาก กู้เฉินยิ้มให้มู่เป่ยเฉิน
แม้จะเป็นรอยยิ้ม แต่แฝงไว้ด้วยคำเตือน
เขาเป็นศิษย์พี่รอง ส่วนหลิงหลงก็ยังเด็กเกินไป เขาจึงต้องคอยอบรมสั่งสอนศิษย์น้องให้มีทัศนคติที่ถูกต้อง และเป็นแบบอย่างที่ดี
คำพูดของกู้เฉินเปรียบเสมือนน้ำเย็นราดรดศีรษะมู่เป่ยเฉิน
นั่นสิ ข้าจะโลภมากได้ยังไง ขืนทำให้อาจารย์ไม่พอใจ คงแย่แน่ มู่เป่ยเฉินรีบดึงสติกลับมา
เมื่อกี้เขาตื่นเต้นจนลืมตัวไปหน่อย
ทราบแล้วขอรับศิษย์พี่รอง มู่เป่ยเฉินรู้ความ รีบคารวะกู้เฉิน
สุดท้าย มู่เป่ยเฉินจึงเลือกเคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิมาหนึ่งเล่ม และสมบัติวิเศษอีกหนึ่งชิ้น
แต่เขาไม่ได้รู้สึกเสียดาย กลับดีใจเสียอีก
เคล็ดวิชาระดับจักรพรรดิเชียวนะ ทั้งชีวิตเขาไม่เคยเห็นมาก่อน อย่าว่าแต่จะได้ครอบครองเลย
ถ้าเอาของสิ่งนี้ออกไปสู่โลกภายนอก คงเกิดความโกลาหลครั้งใหญ่แน่
เห็นมู่เป่ยเฉินเชื่อฟัง กู้เฉินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ท่านอาจารย์ ทานมื้อเช้าได้แล้วขอรับ กู้เฉินหันไปตะโกนเรียกเย่หนาน
สิ้นเสียงเรียก หลิงหลงพุ่งตัวมาด้วยความเร็วแสงเป็นคนแรก
ทุกคนชินกับภาพนี้แล้ว
มีเพียงอวี้เซียนที่ยังคงจ้องมองคลังเก็บของของเย่หนานด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ไปเถอะ ไปกินข้าวด้วยกัน เย่หนานชวนจูหลานและไป๋หลิง
ไม่นานทุกคนก็นั่งล้อมวงที่โต๊ะอาหารในลานบ้าน
จูหลานอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็กลืนกลับลงไป
ไป๋หลิงที่นั่งข้างๆ ดูออกว่าจูหลานคิดอะไร
แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร ไป๋หลิงรู้ว่าเย่หนานชอบกินข้าว จึงกะว่ารอให้กินเสร็จก่อน แล้วนางค่อยช่วยพูดให้
ตลอดการเดินทาง นางกับจูหลานสนิทกันพอสมควร ถือว่าเป็นเพื่อนกันแล้ว
มื้อเช้าผ่านไปอย่างรวดเร็ว หลังกินเสร็จ เย่หนานจึงหันไปมองจูหลาน
เมื่อกี้ฟังเรื่องราวของจูหลาน เย่หนานก็พอรู้จุดประสงค์ที่นางมาหา
ถือว่าจูหลานรู้กาละเทศะ ไม่พูดเรื่องเครียดบนโต๊ะอาหาร ทำให้เย่หนานพอใจมาก
เมื่อเห็นเย่หนานมองมา จูหลานเริ่มทำตัวไม่ถูก
ในขณะที่ไป๋หลิงกำลังจะเอ่ยปากช่วย เย่หนานก็ชิงพูดขึ้นก่อน เจ้ามาหาข้ามีธุระอะไร ว่ามาสิ
ได้ยินเย่หนานถาม จูหลานรู้สึกเขินอายเล็กน้อย
นึกไม่ถึงว่าเย่หนานจะดูออกตั้งนานแล้ว
จูหลานสูดหายใจลึก ตัดสินใจลุกขึ้นยืน
ตุบ
แล้วคุกเข่าต่อหน้าเย่หนาน
ท่านผู้อาวุโส ข้าอยากกราบท่านเป็นอาจารย์ เพื่อตอบแทนบุญคุณของท่านเจ้าค่ะ พูดจบ จูหลานเตรียมจะโขกศีรษะ
แต่วินาทีต่อมา พลังที่มองไม่เห็นแต่นุ่มนวลก็ประคองนางไว้ ทำให้นางก้มหัวไม่ลง
เจ้ามาหาข้า ไม่ใช่แค่เพื่อตอบแทนบุญคุณหรอกใช่ไหม และ… ข้าก็รับเจ้าเป็นศิษย์ไม่ได้ เย่หนานพูดตรงๆ
ได้ยินคำปฏิเสธ ร่างกายของจูหลานสั่นสะท้าน
แต่… ก็เป็นสิ่งที่นางคาดไว้อยู่แล้ว พรสวรรค์ของนางก็แค่นั้น
ท่านผู้อาวุโส เรื่องตอบแทนบุญคุณเป็นเรื่องจริง แต่ข้าก็อยากจะเรียนรู้วิชาจากท่าน เพื่อที่วันข้างหน้าข้าจะได้มีโอกาสแก้แค้นเจ้าค่ะ จูหลานเปิดใจ
เรื่องนี้ช่วยไม่ได้ วิถีแห่งเต๋าไม่ใช่สิ่งที่จะถ่ายทอดให้ใครส่งเดช นี่คือกฎเหล็กของโลกผู้บำเพ็ญเพียร เย่หนานส่ายหน้า แล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้โยก
แต่… เห็นแก่ที่เจ้าเป็นเพื่อนของศิษย์ข้า ข้าจะให้ตุ๊กตาไม้อีกตัว พร้อมกับเคล็ดวิชาหนึ่งเล่ม และสมบัติวิเศษอีกหนึ่งชิ้น เป็นไง เย่หนานยื่นข้อเสนอ
ความจริงเขาสามารถไปช่วยจูหลานล้างบางตระกูลจูได้สบายๆ
แต่ไม่จำเป็น เขากับจูหลานก็แค่คนเคยพบหน้ากันผ่านๆ เท่านั้น
จูหลานไม่มีทางเลือกอื่น จึงได้แต่โค้งคำนับด้วยความซาบซึ้ง ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสเจ้าค่ะ
หลิงหลง ไปหยิบเคล็ดวิชาและสมบัติวิเศษมาให้เขาที เย่หนานตะโกนสั่งหลิงหลงที่นอนอยู่บนเก้าอี้โยกตัวเล็ก
เจ้าหนูกู้ ได้ยินไหม รีบไปหยิบมาสิ หลิงหลงตะโกนสั่งต่อโดยไม่ลืมตา นอนอาบแดดสบายใจเฉิบ
ทุกคน: .
เย่หนานมุมปากกระตุก
กู้เฉินเองก็พูดไม่ออก ได้แต่เดินไปที่คลังเก็บของเอง
จูหลานไม่มีกายาพิเศษ เป็นแค่ผู้ฝึกตนธรรมดา
กู้เฉินเลือกเคล็ดวิชาอะไรให้ก็เหมาะทั้งนั้น
เห็นกู้เฉินเดินเข้าคลังเก็บของ อวี้เซียนตกใจ
นางเพิ่งรู้ว่านั่นคือที่เก็บสมบัติของเย่หนาน
เย่หนานแข็งแกร่งขนาดนี้ สมบัติข้างใน
แค่นึก อวี้เซียนก็หายใจติดขัด
แต่ไม่นานนางก็ระงับความตื่นเต้นลง
อย่าว่าแต่เย่หนานเลย แค่เงาดำปริศนาก่อนหน้านี้ ก็ถล่มสำนักอวี้หัวได้ราบคาบ
ดูท่า… ต้องพยายามเอาใจคุณชายให้มากๆ แล้วสิ อวี้เซียนไม่ได้ผิดหวัง
ยังไงซะ ใกล้เกลือกินด่าง ย่อมมีโอกาสมากกว่า
ไม่นาน กู้เฉินก็เดินออกมา
ในมือถือม้วนคัมภีร์ที่เปล่งแสงระยิบระยับ และกระบี่โบราณเล่มหนึ่งที่ดูธรรมดาๆ
คนอื่นไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร
มีเพียงอวี้เซียนที่สงสัยว่ามันคืออาวุธและเคล็ดวิชาระดับไหน
จูหลานตาเป็นประกาย เคล็ดวิชานี้ดูดีกว่าเล่มที่เย่หนานเคยให้ก่อนหน้านี้เสียอีก
รับไปสิ กู้เฉินยื่นของให้จูหลาน
ขอบคุณเจ้าค่ะ จูหลานรับมาเก็บไว้อย่างดี โดยไม่ได้เปิดดู
เพราะขืนเปิดดูตอนนี้ จะกลายเป็นการไม่ไว้ใจเย่หนาน
เห็นจูหลานเก็บไปเลย อวี้เซียนแอบผิดหวัง นางอยากเห็นว่าเป็นเคล็ดวิชาอะไร
เอ้า นี่อีกอย่าง ดื่มซะ มันจะช่วยเปลี่ยนพรสวรรค์ของเจ้า เย่หนานหยิบขวดหยกออกมาอีกใบ ยื่นให้จูหลาน นี่เป็นของรางวัลจากระบบเช่นกัน
เห็นขวดหยกในมือเย่หนาน จูหลานตื่นเต้นจนมือสั่น
ตื่นเต้นยิ่งกว่าตอนได้เคล็ดวิชาเสียอีก
เปลี่ยนพรสวรรค์เชียวนะ นี่คืออุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตนาง
ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสเจ้าค่ะ จูหลานไม่รู้จะพูดยังไง คุกเข่าลงอีกรอบ
เย่หนานพูดไม่ออก แต่ก็ขี้เกียจห้ามแล้ว
รับขวดหยกมา จูหลานเก็บไว้อย่างทะนุถนอมราวกับสมบัติล้ำค่า
เอาล่ะ ธุระเสร็จแล้ว เจ้าก็ควรไปเตรียมตัวได้แล้วกระมัง เย่หนานพูดต่อ
ได้ยินเย่หนานพูดแบบนี้ จูหลานรู้ทันทีว่าเย่หนานกำลังไล่แขก
งั้น… ผู้น้อยขอลาท่านผู้อาวุโสเจ้าค่ะ รอข้าแก้แค้นสำเร็จ จะกลับมาตอบแทนบุญคุณ แม้ให้เป็นวัวเป็นม้าข้าก็ยอม พูดจบ จูหลานก็หันหลังเดินจากไป
เย่หนานไม่ได้สนใจ หลับตาลง เตรียมตัวนอนอืดต่อ