แค่รับศิษย์ ข้าก็เหนือฟ้า - บทที่ 98 แน่จริงก็ตัวต่อตัวสิ
ดูท่า… ข้าจะประเมินท่านผู้อาวุโสเย่ต่ำไปจริงๆ ท่านเป็นยอดฝีมือระดับไหนกันแน่นะ อวี้เซียวจื่อไม่มีทางเชื่อเด็ดขาดว่าเย่หนานเป็นแค่ผู้ฝึกตน ขั้นปรับแต่งลมปราณ
เมื่อเห็นกลุ่มเย่หนานเดินหายเข้าไปข้างใน อวี้เซียวจื่อก็รีบหาทำเลเหมาะๆ นั่งรอพวกเขากลับออกมา
เขามองดูพวกเซวี่ยกวงและยอดฝีมือคนอื่นๆ ด้วยความหวาดหวั่น ก่อนหน้านี้เขาไม่ได้สังเกตเห็นคนพวกนี้
พอลองกวาดตามองดูดีๆ คนที่ยังรอยู่ข้างนอก ล้วนเป็นพวกตาแก่รุ่นราวคราวเดียวกับเขาที่มีระดับพลังสูงทั้งนั้น
ตัดภาพมาที่สามศิษย์อาจารย์ที่เพิ่งก้าวข้ามประตูสุสานเข้ามา
ภาพแรกที่เห็นคือเศษเนื้อกระจายเกลื่อนพื้น
มีทั้งของมนุษย์และของสัตว์อสูร
ท่านอาจารย์ ดูท่าเมื่อครู่จะมีการต่อสู้ดุเดือดเกิดขึ้นที่นี่ขอรับ กู้เฉินหรี่ตามองไปรอบๆ
ดูจากกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากเศษซากเหล่านี้ คนที่ตายไปล้วนมีฝีมือไม่ด้อยไปกว่าเขา อย่างน้อยในแง่ของระดับพลังบำเพ็ญเพียร ก็ไม่ได้อ่อนกว่าเขาเลย
เย่หนานไม่ได้ใส่ใจอะไร แค่รู้สึกเบื่อนิดหน่อย
เขานึกว่าเข้ามาปุ๊บจะได้บวกปั๊บ แต่กลับเงียบกริบแบบนี้เนี่ยนะ
พี่ชายเย่ ข้ายังไม่เคยกินเนื้องูเลย หลิงหลงเดินไปหยุดอยู่หน้าหัวงูยักษ์ที่ขาดกระเด็นอยู่ไม่ไกล พลางลูบคางตัวเองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
รู้แต่กิน ดูเจ้าสิ อ้วนขึ้นตั้งเยอะ เป็นสาวเป็นนางหัดสำรวมหน่อยเข้าใจไหม เย่หนานมองค้อนหลิงหลง
ได้ยินคำบ่นของเย่หนาน ทั้งกู้เฉินและหลิงหลงต่างกลอกตามองบน
ถ้าจะพูดเรื่องกิน ใครจะไปสู้ท่านได้
พวกเขาไม่หยุดพัก เดินหน้าต่อ แต่เส้นทางข้างในช่างซับซ้อนสับสน ทำเอาเย่หนานปวดหัว
โชคดีที่มีกู้เฉินคอยนำทาง ไม่งั้นภูเขาลูกนี้คงโดนเย่หนานตบพังราบเป็นหน้ากลองอีกรอบ
ไม่นาน ทั้งสามก็มาถึงห้องโถงหินที่สภาพเละเทะ
ดูจากขนาดแล้ว ข้างในน่าจะมีสมบัติอยู่ไม่น้อย แต่ตอนนี้ถูกรื้อค้นจนเกลี้ยง
ยังมีผู้ฝึกตนอีกกลุ่มหนึ่งกำลังแย่งชิงของที่หลงเหลืออยู่ข้างใน
แม่งเอ๊ย มาช้าอีกแล้ว เย่หนานหงุดหงิด
สมบัติพวกนี้สำหรับเขาแล้ว ไร้ค่าสิ้นดี แต่เขาชอบกระบวนการในการหามัน ชอบตอนได้เก๊กหล่อ
พูดง่ายๆ คือ… ว่างจัด
พี่ชายทั้งหลาย ไม่ทราบว่าพวกท่านเข้ามานานหรือยัง เย่หนานเดินเข้าไปประสานมือถามกลุ่มผู้ฝึกตนที่กำลังแย่งของกันอยู่
หืม ไสหัวไป ตาบอดรึไง ไม่เห็นเหรอว่าพวกข้ากำลังยุ่งอยู่ ได้ยินเสียงเย่หนาน หนึ่งในผู้ฝึกตนหันมาตวาดด้วยความไม่พอใจ
ระดับพลังของกลุ่มเย่หนาน พวกเขามองปราดเดียวก็รู้แจ้ง โดยเฉพาะเย่หนานและหลิงหลง
คนหนึ่ง ขั้นปรับแต่งลมปราณ อีกคนเป็นคนธรรมดา กล้าเข้ามาในที่อันตรายแบบนี้ รนหาที่ตายชัดๆ
มีแค่กู้เฉินที่ระดับพลังพอๆ กับพวกเขา
นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาแค่ตวาดไล่ ถ้ามีแค่เย่หนานกับหลิงหลง คงโดนเชือดทิ้งไปนานแล้ว
ฮึ อาจารย์ข้าพูดจาด้วยดีๆ พวกเจ้ากลับไร้มารยาท กู้เฉินก้าวออกมาข้างหน้าทันที
เย่หนานไม่เพียงเป็นอาจารย์ แต่ยังเป็นผู้ชี้นำทางสว่าง มีบุญคุณเหมือนผู้ให้กำเนิด เขาจะทนเห็นคนด่าเย่หนานได้ยังไง
แม้แต่หลิงหลงที่อยู่ข้างๆ ก็ถลกแขนเสื้อ จ้องมองคนพวกนั้นตาขวาง
ทำไม อยากมีเรื่อง ด่าแล้วจะทำไม พวกเจ้าจะทำอะไรได้ คิดว่าแค่เจ้าคนเดียว จะสู้พวกข้าได้หมดงั้นรึ ผู้ฝึกตนเหล่านั้นมองกู้เฉินอย่างเย้ยหยัน
ท่านอาจารย์ กู้เฉินหันมามองเย่หนาน รอคำสั่ง
อืม… เห็นแก่ที่พวกมันยังไม่ได้ลงมือ แค่ซ้อมให้พิการครึ่งตัวก็พอ เย่หนานแคะขี้มูก พูดอย่างไม่ยี่หระ
ข้าจะอัดพวกมันด้วย หลิงหลงทำท่าจะพุ่งเข้าไป
แต่ก้าวไปได้ไม่กี่ก้าว ก็โดนเย่หนานหิ้วคอเสื้อดึงกลับมาเหมือนลูกไก่
พี่ชายเย่ ท่านทำอะไรเนี่ย พวกมันด่าท่านนะ ข้าจะไปเอาคืนให้ หลิงหลงทำแก้มป่อง ประท้วงเย่หนาน
เจ้าจะเข้าไปมั่วทำไม เป็นผู้หญิงยิงเรือ เอะอะก็จะตีจะฆ่า วันหน้าจะออกเรือนได้ยังไง ให้ศิษย์น้องเจ้าจัดการก็พอแล้ว เย่หนานมองค้อนหลิงหลง
เชอะ ข้าไม่แต่งงานหรอก หลิงหลงยอมหยุด แต่ปากยังบ่นงุบงิบ เชื่อฟังเย่หนานแต่โดยดี
เห็นกู้เฉินเดินตรงเข้ามา กลุ่มผู้ฝึกตนพวกนั้นแสยะยิ้ม หักนิ้วกรอบแกรบ เตรียมจะสั่งสอนบทเรียนให้กู้เฉิน
แต่ฉากถัดมา… ช่างน่าอนาถจนทนดูไม่ได้
อ๊าก... พวกข้าผิดไปแล้ว อย่าตีอีกเลย ฮือๆๆ เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วห้องโถงหิน
แม้คนพวกนี้จะมีระดับพลังเท่ากับกู้เฉิน แต่ความสามารถในการต่อสู้ต่างกันราวฟ้ากับเหว โดนกู้เฉินยำเละอยู่ฝ่ายเดียว
ผ่านไปครู่หนึ่ง
คนหกเจ็ดคนก็นั่งคุกเข่าเรียงหน้ากระดานต่อหน้าเย่หนานอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
ใบหน้าของแต่ละคนบวมปูดเป็นหัวหมู ฝีมือกู้เฉินล้วนๆ
ทีนี้จะคุยกันดีๆ ได้หรือยัง เย่หนานมองพวกเขายิ้มๆ
ฮึ แน่จริงก็ตัวต่อตัวสิ พวกข้าแพ้เขา ไม่ได้แพ้เจ้า ทำไมต้องมาคุกเข่าให้เจ้าด้วย ผู้ฝึกตนคนหนึ่งที่ดูจะไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ ตะโกนขึ้นมาอย่างไม่พอใจ
คนอื่นแม้ไม่พูด แต่สีหน้าก็บ่งบอกว่าคิดเหมือนกัน
ให้คุกเข่าต่อหน้ากู้เฉินยังพอทน เพราะโลกนี้ผู้แข็งแกร่งคือราชา
แต่กู้เฉินดันบังคับให้พวกเขามาคุกเข่าต่อหน้าเย่หนาน... ไอ้กระจอกขั้นปรับแต่งลมปราณนี่… มันหมายความว่ายังไง จะหยามกันเกินไปแล้ว
ได้ยินคำพูดท้าทาย หลิงหลงและกู้เฉินหนังตากระตุก
แทบอยากจะยกนิ้วโป้งให้ผู้ฝึกตนใจกล้าคนนั้น
ช่างกล้าหาญชาญชัยเหลือเกิน
และเป็นไปตามคาด พอเย่หนานได้ยินคำท้า มุมปากของเขาก็กระตุกยิกๆ พยายามกลั้นยิ้มสุดชีวิต
ราวกับเจอปืนกลจ่อหน้าแต่ห้ามหัวเราะ มันช่างทรมาน
มา มา มา เรามาประลองกันสักหน่อย เย่หนานไม่ถือสา กวักมือเรียกผู้ฝึกตนปากกล้าคนนั้น
ได้ยินคำท้า ผู้ฝึกตนคนนั้นเตรียมจะลุกขึ้นไปสั่งสอนเย่หนาน
แต่ติดที่รัศมีกดดันของกู้เฉิน ทำให้เขายังต้องนั่งคุกเข่าอยู่
กู้เฉินมุมปากกระตุก... ให้ตายสิ เจ้าหมอนี่กล้ามีความคิดจะเล่นงานท่านอาจารย์ ช่างรนหาที่ตายแท้ๆ
ไปเถอะ กู้เฉินพยักหน้าอนุญาต
จริงนะ ถ้าข้าเผลอทำเขาเจ็บหนักจะทำยังไง ผู้ฝึกตนคนนั้นถามย้ำ มองกู้เฉินอย่างไม่แน่ใจ
เชิญเจ้าลงมือได้เต็มที่ ข้ารับรองว่าจะไม่เอาเรื่อง ถ้าไม่เชื่อ ข้าสาบานให้ก็ได้ กู้เฉินทำท่าจะสาบาน
มะ… ไม่ต้องหรอก ข้าเชื่อ ข้ายั้งมือเป็น ผู้ฝึกตนคนนั้นรีบโบกมือ
สู้กู้เฉินไม่ได้ แต่กับไอ้กระจอกขั้นปรับแต่งลมปราณ… ขนมกรุบ
ผู้ฝึกตนคนนั้นรีบลุกขึ้น เดินมายืนประจันหน้ากับเย่หนาน
เจ้าลงมือก่อนเลย เดี๋ยวจะหาว่าข้ารังแกคนไม่มีทางสู้ ผู้ฝึกตนคนนั้นตบหน้าอกตัวเองดังป้าบ แสดงความใจกว้าง
เห็นความห้าวหาญของผู้ฝึกตนคนนี้ หลิงหลงและกู้เฉินยืนไว้อาลัยให้เขาหนึ่งวินาที
โอ้ จริงเหรอ เจ้าแน่ใจนะ เย่หนานถามย้ำสามคำรวด
คำไหนคำนั้น ใช้พลังทั้งหมดของเจ้าโจมตีมาเลย ข้ารับได้สบาย ผู้ฝึกตนคนนั้นยังคงมั่นใจเต็มเปี่ยม
จะบ้าหรือไง เขาเป็นถึงผู้ฝึกตน ขั้นผสานแก่นแท้
ส่วนเย่หนานเป็นแค่ ขั้นปรับแต่งลมปราณ ต่อให้เขายืนเฉยๆ ให้เย่หนานต่อย ก็ไม่ระคายผิวหรอก
ตกลง เห็นแก่ความจริงใจของเจ้า ข้าจะเบามือให้หน่อยแล้วกัน เย่หนานยื่นมือออกไปทำท่าตะปบกลางอากาศใส่ผู้ฝึกตนคนนั้น
วินาทีต่อมา
ฉากที่ทำให้ผู้ฝึกตนคนนั้นต้องตกตะลึงก็เกิดขึ้น
เพราะเขาขยับตัวไม่ได้ ไม่ว่าจะออกแรงดิ้นรนแค่ไหน ก็ไม่สามารถหลุดพ้นได้
ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นตรึงร่างของเขาเอาไว้อย่างแน่นหนา