แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 367 ไร้ประโยชน์
บทที่ 367 ไร้ประโยชน์
ณ มุมหนึ่งของเมืองที่ห่างไกล เจียงเส่ากำลังเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์มือถืออย่างหงุดหงิด
ตรงข้ามกับเขา เจียงเอี้ยนจือนั่งเงียบ ๆ เขามองการกระทำของเจียงเส่าด้วยสายตาเย็นชา
เจียงเส่าเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์มือถือ พอดีเห็นสีหน้าแบบนั้นของอีกฝ่าย ยิ่งทำให้โมโหหนัก
เขาลุกขึ้นยืน เดินไปด้านหลังของเจียงเอี้ยนจือยกเท้าขึ้น แล้วเตะอย่างแรง
เสียงดังตุ้บ รถเข็นถูกเตะล้ม เจียงเอี้ยนจือร่วงลงจากรถเข็น ล้มคว่ำลงกับพื้นทันที
เขาดิ้นรนพยายามจะลุกขึ้น ส่วนเจียงเส่าก็ยืนกอดอกอยู่ด้านหลัง พลางชื่นชมท่าทางกระอักกระอ่วนของเขาอย่างไม่รีบร้อน
ในขณะที่เจียงเอี้ยนจือเหงื่อท่วมใบหน้า พยายามยันตัวลุกขึ้น เจียงเส่าก็ค่อย ๆ เหยียบลงบนหลังของเขาอย่างช้า ๆ
เจียงเอี้ยนจือรู้สึกเจ็บแปลบที่หลัง ร่างกายทั้งหมดทรุดฮวบลงกับพื้นอีกครั้ง
เจียงเส่ายิ้มพลางใช้เท้าบดขยี้ไปบนแผ่นหลังของเจียงเอี้ยนจือ เจียงเอี้ยนจือหยุดขยับตัว
เขาชินกับเรื่องแบบนี้แล้ว เจียงเส่าคงจะอารมณ์ไม่ดีแน่ ๆ
เจียงเอี้ยนจือกัดฟันแน่น ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
เจียงเส่ายิ้มเย็นชา “ก็แค่คนพิการเท่านั้นเอง ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมีคนคิดถึงนายมากมายขนาดนั้น”
ด้วยความที่ยังเด็ก อะไรที่คิดก็เก็บไว้ไม่อยู่
ทุกครั้งที่เขาอารมณ์ไม่ดี ก็จะวิ่งมาทรมานเจียงเอี้ยนจือ
เจียงเส่า “ทำไมไม่ขยับล่ะ?”
เจียงเอี้ยนจือครุ่นคิดนิดหน่อยก็สามารถเดาได้แล้วว่าทำไมเขาถึงไม่มีความสุข
เขายิ้มเล็กน้อย
“ไม่ต้องอิจฉาฉันหรอก ถ้านายเดบิวต์ก็จะได้แบบนี้เหมือนกัน”
ประโยคนี้ตรงจุดเจ็บปวดของเจียงเส่าพอดี
เขายกเท้าขึ้น เตะเจียงเอี้ยนจืออย่างแรงหนึ่งที
เจียงเอี้ยนจือ,uเหงื่อเย็น ๆ ผุดซึม แต่เขาไม่ได้ส่งเสียงแม้แต่น้อย กลับหันไปยิ้มให้เจียงเส่าเบา ๆ
เขารู้ดีว่าเจียงเส่าจะไม่มีวันได้เดบิวต์ในชาตินี้
ตระกูลจี๋ให้การคุ้มครองตระกูลเจียง แต่เงื่อนไขก็คือ สมาชิกตระกูลเจียงห้ามปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน
พวกเขากลัวว่า คนในตระกูลเจียงจะดึงความสนใจของผู้คนมาที่ตัวเขา
ดังนั้น พวกเขาจึงไม่มีทางยอมให้เจียงเส่าได้เดบิวต์อย่างแน่นอน
เจียงเอี้ยนจือยังรู้อีกว่า เจียงเส่าอยากเดบิวต์มาก
ตอนแรกที่เขาเข้าร่วมออดิชั่น ทางรายการได้แอบไปถ่ายวีซีอาร์กับเจียงเส่า ในนั้นเจียงเส่าแสดงบทน้องชายที่น่ารักได้อย่างยอดเยี่ยม
ตอนที่เจียงเอี้ยนจือได้ดูวีซีอาร์เป็นครั้งแรก เขาแทบจะควบคุมสีหน้าไม่อยู่ อยากจะหัวเราะเยาะออกมา
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเจียงเส่าไม่ดีมาตั้งแต่เด็ก
แม่ของเขาเสียชีวิตตั้งแต่เขายังเล็ก พ่อก็แต่งงานใหม่
แม่เลี้ยงไม่ชอบเขา มักจะตีและด่าเขาเป็นประจำ
พ่อของเขาเพื่อเอาใจแม่เลี้ยง ก็ร่วมมือกันทารุณเขาด้วย
เจียงเส่าตั้งแต่เด็กจนโต ด้วยการสนับสนุนจากแม่ของเขา ก็รังแกเขาไม่น้อย
เขาเป็นเพียงคนนอกในบ้านหลังนี้เท่านั้น
หลังจากโตแล้ว เขาไปเข้าร่วมการประกวดคัดเลือก หนึ่งในเหตุผลก็คือ ต้องการแยกตัวออกมาพึ่งพาตนเองให้เร็วที่สุด ไม่อยากมีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับพวกเขาอีก
ไม่คิดว่าเจียงเส่าจะหน้าด้านขนาดนี้ ยังจะมาติดสอยห้อยตามอีก
วีซีอาร์ตอนนั้นทำให้เจียงเส่ามีแฟนคลับที่เป็นคุณแม่ ๆ เพิ่มขึ้นมาเยอะเลยทีเดียว
เจียงเอี้ยนจือพูดกับเจียงเส่าในภายหลังว่า ถ้าเขาอยากเดบิวต์ ก็บอกทุกคนไปเลยว่าตัวตนที่แท้จริงของเจียงเส่าเป็นยังไงกันแน่
เจียงเอี้ยนจือยังจำได้ถึงความบ้าคลั่งของเจียงเส่าในโทรศัพท์ เขารู้สึกสะใจมาก
หลังจากนั้น เจียงเส่าก็เงียบหายไป
ชาตินี้เจียงเส่าคงหมดโอกาสได้เดบิวต์แล้วล่ะ เมื่อก่อนมีเขาคอยขวางทาง ตอนนี้มีตระกูลจี๋คอยควบคุม
เจียงเอี้ยนจือหัวเราะออกมาอย่างสะใจ
“นายคงไม่มีวันได้เดบิวต์ไปชั่วชีวิต”
คำพูดนั้นเหมือนราดน้ำมันลงบนกองไฟ เจียงเส่าเตะใส่อีกฝ่ายอย่างรุนแรง
“ฉันไม่ได้เดบิวต์ ก็ยังดีกว่าคนพิการที่เดินไม่ได้นะ”
เมื่อเห็นเจียงเอี้ยนจือแสดงสีหน้าโกรธเคือง เจียงเส่าก็รู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง
“เจียงเอี้ยนจือ ชาตินี้นายไม่มีทางได้กลับไปยืนบนเวทีอีกแล้ว”
เจียงเอี้ยนจือหันขวับมามองเขาด้วยสายตาดุดัน
เจียงเส่าพูดว่า “ชาตินี้นายได้แต่อยู่ที่นี่ อยู่ในมุมมืดที่ไม่มีใครเห็น สักวันทุกคนจะลืมนาย ชีวิตของนายพังยับเยินไปแล้ว และนายก็ทำอะไรไม่ได้เลย”
เจียงเส่ายักไหล่
“ตระกูลจี๋แค่ไม่ให้ฉันเดบิวต์เท่านั้น แต่นายโดนทำร้ายจนขาหัก คงเต้นไม่ได้อีกแล้ว”
เจียงเส่าหัวเราะเยาะ “นอกจากโดนทำร้ายจนขาหักแล้ว ยังเรียกร้องความเป็นธรรมไม่ได้อีก ช่างน่าอัดอั้นจริง ๆ อดทนเอาไว้เถอะ ใครใช้ให้นายไม่รู้จักสังเกตคน ไปขัดใจคนที่ไม่ควรขัดล่ะ”
เจียงเส่าย่อตัวลง ตบไหล่เจียงเอี้ยนจือเบา ๆ
“ต้องขอบคุณนายด้วยนะ ที่ทำให้ครอบครัวของพวกเราได้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้น ฉันไม่ได้เดบิวต์ก็ไม่เป็นไร ได้เป็นลูกคนรวยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องปากท้องไปทั้งชีวิต ก็ดีเหมือนกัน”
เขามองสำรวจเจียงเอี้ยนจือตั้งแต่หัวจรดเท้า สายตาหยุดอยู่ที่ขาของอีกฝ่าย ยิ้มเบา ๆ แล้วลุกขึ้นยืน หันหลังโบกมือให้เจียงเอี้ยนจือ ตั้งใจเน้นเสียงฝีเท้าให้ดังขณะเดินจากไป
“ฉันไปแล้วนะ มีนัดไปแข่งรถกับคนอื่น แล้วเจอกันพี่ชาย”
เงาร่างของเจียงเส่าหายไปที่ประตู เสียงปิดประตูดังขึ้นจากชั้นล่าง
เจียงเอี้ยนจือนอนอยู่บนพื้นเป็นเวลานาน ร่างกายของเขาเจ็บปวดมาก ลุกไม่ขึ้น
เขาพยายามพลิกตัวอย่างยากลำบาก มองขึ้นไปที่เพดาน
นึกถึงคำพูดของเจียงเส่า เขากำมือแน่นอย่างเงียบงัน
เจียงเส่ารู้ดีว่าจะแทงใจดำเขาได้อย่างไร
เจียงเอี้ยนจือชอบเต้นและร้องเพลงมาตั้งแต่เด็ก การได้ขึ้นไปยืนบนเวทีคือความฝันที่เขามีมาตั้งแต่วัยเยาว์
ทางบ้านไม่มีทางส่งเสียให้เขาไปเรียนเต้นและดนตรีแน่ เขาจึงเรียนรู้ด้วยตัวเอง
แม้จะเดินผิดทางมามากมาย แต่เขาก็ยังยืนหยัดมาได้
วันแล้ววันเล่า เขาฝึกฝนอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเช่นนี้
เจียงเส่าเคยหัวเราะเยาะเขาว่าฝันกลางวันชัด ๆ
พวกเขาเป็นแค่เด็กจากครอบครัวธรรมดา จะเป็นไปได้ยังไงที่จะประสบความสำเร็จในวงการบันเทิง
เจียงเอี้ยนจือไม่ได้คิดอะไรมาก เขาแค่ชอบร้องเพลงและเต้น เขาอยากไปยืนบนเวทีที่ใหญ่และกว้างขวางกว่านี้
และด้วยความเชื่อมั่นเช่นนี้ เขาก็ได้ก้าวขึ้นไปยืนบนเวทีจริง ๆ
บนเวทีที่ส่องสว่าง เขาได้ยินเสียงโห่ร้องจากด้านล่างเวที
ฉากในความฝันได้กลายเป็นความจริง
ทุกการแสดงบนเวที เขาใช้ความพยายามอย่างเต็มที่
ผู้คนมากมายเดินทางมาจากที่ไกลแสนไกลเพื่อมาดูเขา
เขาต้องแสดงผลงานที่ดีที่สุดเพื่อตอบแทนพวกเขา
เขารักและหวงแหนทุกคนที่รักเขา
มีแฟนคลับมากมายที่มาดูเขาบ่อย ๆ ไม่พลาดทุกการแสดงของเขา
เจียงเอี้ยนจือจำได้หมด
ไป๋ฮวนคือหนึ่งในนั้น เจียงเอี้ยนจือประทับใจเธอมาก
สิ่งที่แตกต่างจากแฟนคลับคนอื่น ๆ คือเธอเงียบมาก แม้จะนั่งอยู่แถวหน้าสุดใกล้เวที ในขณะที่คนรอบข้างต่างกำลังตะโกนกันอย่างตื่นเต้น
มีเพียงเธอเท่านั้น ที่นั่งเงียบ ๆ แหงนหน้ามองเขา
เวลาพบเจอกัน เธอไม่เคยเข้ามาทักก่อน ได้แต่ยืนมองเขาอยู่ด้านหลังฝูงชน ด้วยสายตาที่จริงจังและจดจ่อ
ทำให้เจียงเอี้ยนจือรู้สึกราวกับว่า เขาเป็นความหวังทั้งหมดของเด็กสาวคนนี้
เขามีดีอะไรกันนักหนา
ต่อมา ในงานแจกลายเซ็นครั้งหนึ่ง เขาได้จดจำชื่อของเธอไว้ ไป๋ฮวน
ในช่วงแรกที่เขาเดินไม่ได้ เจียงเอี้ยนจือก็นึกถึงแฟนคลับอยู่เสมอ
แต่ยิ่งคิด เขาก็ยิ่งรู้สึกเจ็บปวด
เขาไม่สามารถกลับไปยืนบนเวทีได้อีกแล้ว และเขาไม่ต้องการที่จะคิดถึงเรื่องนั้นอีกต่อไป
ไม่คิดไม่ฝันว่า ในตอนที่เขายอมแพ้กับตัวเองแล้ว ไป๋ฮวนกลับไม่ยอมทอดทิ้งเขา
เธอถึงกับเดินทางไกลแสนไกลมาตามหาเขา
ในขณะที่เห็นไป๋ฮวนอยู่บนชั้นบน เจียงเอี้ยนจือรู้สึกงงงวยไปชั่วขณะ เขาคิดว่าตัวเองกำลังฝันไป
เธอมาจริง ๆ ด้วย
เธอหาเขาเจอได้ยังไงกัน
เจียงเอี้ยนจือรู้สึกว่าหัวใจที่เหมือนตายไปแล้วของเขากลับมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
นานแค่ไหนแล้วนะ นับตั้งแต่ไป๋ฮวนจากไป เหมือนผ่านมานานมากแล้ว