แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 376 พิการ
บทที่ 376 พิการ
จี๋ซังชิง “รีบหาคนไปหยุดเขาเร็วเข้า”
ผู้จัดการรีบโทรศัพท์ตามคน
จี๋ซังชิงเข้าใจแล้วว่า สายที่หนิงหนิงโทรมาก่อนหน้านี้ เป็นการจงใจเพื่อให้เขาลดความระแวดระวังลง
เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่า ตอนนี้เธอเรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์แล้ว
เขาฟังผู้จัดการโทรศัพท์ติดต่อคนให้รีบไปที่นั่น
จี๋ซังชิงไม่รู้สึกผ่อนคลายแม้แต่น้อย เขากระวนกระวายจนแผลเริ่มเจ็บปวด เหงื่อท่วมศีรษะ
เขาจ้องมองหนิงหนิงในจอด้วยสายตาแค้นเคือง ราวกับจะเจาะทะลุตัวเธอ
ภาพในการไลฟ์สดหยุดนิ่งราวกับถูกหยุดเอาไว้
ทั้งสามคนฝั่งตรงข้ามไม่พูดอะไร พร้อมใจกันมองเจียงเอี้ยนจือรอดูการกระทำของเขา
เจียงเอี้ยนจือค่อย ๆ หยิบตะเกียบขึ้นมา แล้วยกชามขึ้น
ผู้ชมกลั้นหายใจ รู้สึกตึงเครียดอย่างบอกไม่ถูก
และแล้วในวินาทีถัดมา เจียงเอี้ยนจือก็ยกชามขึ้นแล้วขว้างลงกับพื้นอย่างแรง
ชามแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ ทันที อาหารที่กระเด็นเปื้อนชายกระโปรงของหยูลี่ เธอกรีดร้องพลางหลบถอยออกไป
เจียงเอี้ยนจือมองเธอนิ่ง ๆ พร้อมรอยยิ้มเยาะ
หยูลี่ทำอะไรไม่ถูก รีบปัดเมล็ดข้าวที่ติดอยู่ตามขอบกระโปรง
[พระเจ้า ตกใจหมดเลย เจียงเอี้ยนจือเป็นอะไรไปเนี่ย ทำไมจู่ ๆ ถึงทำแบบนี้]
[นี่เจียงเอี้ยนจือคงไม่ได้มีปัญหาทางประสาทจริง ๆ หรอกนะ]
[แน่นอนสิ น่าสงสารจริง ๆ ครอบครัวที่แสนดีต้องพังทลายลงแบบนี้]
[ฉันว่าเขาแค่ไม่สบายใจ เลยระบายอารมณ์ใส่ครอบครัวน่ะ]
[ก็มีแต่ครอบครัวนี่แหละที่จะทนนิสัยแย่ ๆ ของเขาได้]
เจียงเส่าทำหน้าบึ้ง
“พี่ครับ แม่เจตนาดีตักอาหารให้ พี่ไม่กินก็เรื่องของพี่ แต่ไม่น่าทำกับแม่แบบนี้นะ”
เจียงเอี้ยนจือมองดูใบหน้าที่กำลังตำหนิเขาอยู่นั้น แทบจะหลงเชื่อว่าเขาเป็นลูกชายที่กตัญญูจริง ๆ ส่วนเขากำลังเป็นคนที่งอแงไร้เหตุผล
ถ้าคนคนนี้ได้เข้าวงการบันเทิง คงจะเป็นนักแสดงที่เก่งคนหนึ่งเลยทีเดียว
[โอ้โห น้องชายช่างเข้าใจจริง ๆ สมแล้วที่เป็นน้องชายที่น่ารักคนเดิม]
[ใช่แล้ว แต่งตัวแบบนี้ มันดูเหมือนวัยรุ่นกบฏจริง ๆ ตอนแรกฉันถึงจำไม่ได้ด้วยซ้ำ]
[ตอนนั้นฉันยังหวังว่าน้องชายจะได้เดบิวท์เลย แต่ตอนนี้คงเป็นไปไม่ได้แล้ว]
[ฉันก็ชอบเหมือนกัน น้องชายก็เยี่ยมไปอีกแบบนะ!]
…
ไป๋ฮวนทนดูต่อไปไม่ไหวแล้ว เจียงเอี้ยนจือในตอนนี้ไม่เหมือนกับที่พวกเขาจินตนาการเอาไว้
พวกเขาสามารถทิ้งเขาได้ทันที แล้วหันไปชื่นชมคนอื่นแทน
คาดว่านอกจากพวกที่เป็นกองเชียร์จริง ๆ แล้ว ตอนนี้พวกเขาคงไม่อยากจะด่าหนิงเหนียนอีกต่อไป
ในคอมเมนต์ที่ไหลมาต่างพากันชื่นชมเจียงเส่า
ทางด้านนี้ เจียงเส่ายังคงพูดต่อไป
เขามองไปที่เจียงเอี้ยนจือขณะที่เจียงเอี้ยนจือยังคงไม่พูดอะไรสักคำ
เจียงเส่ายิ้มเล็กน้อย แล้วเปลี่ยนน้ำเสียงพูด “ถ้าไม่กินมื้อนี้ ต่อไปก็จะไม่มีโอกาสได้กินอีกแล้วนะ”
ข้อความชมเชยที่เต็มหน้าจอพากันชะงักงันไปชั่วขณะ
[???]
[เขาพูดว่าอะไรนะ? ต่อไปจะไม่มีโอกาสได้กินอีก? หมายความว่ายังไง?]
[ทำไมฟังดูเหมือนเป็นการข่มขู่ยังไงก็ไม่รู้?]
เจียงเอี้ยนจือพูดขึ้นในที่สุด “ฉันกลัวว่าถ้ากินตอนนี้ จะไม่มีโอกาสได้กินอีกแล้ว”
เจียงเส่าเลิกคิ้วขึ้น “วางใจได้ ในอาหารไม่มียาพิษหรอก”
เจียงเอี้ยนจือ “ที่แท้นี่ก็คงเป็นอาหารมื้อสุดท้ายก่อนประหารสินะ”
เจียงเส่าพยักหน้า “น่าเสียดาย ถึงจะเป็นอาหารมื้อสุดท้ายก่อนประหาร นายก็ไม่มีโอกาสได้กินมันแล้วละ”
ผู้ชมทั้งหมดงงงวย
[อะไรเนี่ย]
[หมายความว่ายังไง อาหารมื้อสุดท้ายก่อนประหารเหรอ?]
เจียงเอี้ยนจือมองดูคนทั้งสามที่นั่งอย่างสำรวมอยู่ตรงหน้า แต่งตัวดูเป็นทางการกันทั้งนั้น ที่แท้ก็มาเพื่อส่งเขาไปสู่สุคติสินะ
ไม่นึกว่าเขาจะมีหน้ามีตาถึงขนาดนี้
แต่เขาก็คาดการณ์ไว้แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง จึงไม่ได้รู้สึกตกใจอะไรมากนัก
เจียงเอี้ยนจือ “พวกคุณจะฆ่าฉันเหรอ?”
เจียงเส่าไม่ได้ตอบว่าใช่หรือไม่ใช่ เขาเพียงแต่พูดว่า “ถ้าจะโทษใคร ก็โทษตัวเองเถอะ ที่ไปสร้างศัตรูกับคนที่ไม่ควรสร้าง ถ้านายยังมีชีวิตอยู่ มันก็จะเป็นภัยคุกคามตลอดไป”
ผู้ชมทั้งหลายในที่สุดก็รู้สึกตัว
นี่มันไม่ใช่งานรวมญาติสักหน่อย แต่เป็นหนังสยองขวัญชัด ๆ!
[กรี๊ด! ช่วยด้วย นี่มันจะฆ่าคนจริง ๆ หรือแค่แสดงละครกันแน่?]
[ใช่แล้ว น่ากลัวมากเลย!]
หนิงหนิงตอบ “นี่ไม่ใช่ละคร นี่คือความจริง”
นั่นก็คือบทสนทนาระหว่างเจียงเส่าและเจียงเอี้ยนจือ ทั้งหมดเป็นเรื่องจริง
[ใครบอกว่าเจียงเอี้ยนจือมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนในครอบครัว? ดีถึงขนาดที่คนในครอบครัวอยากฆ่าเขาเลยเหรอ?]
[ตอนนี้พวกเรากำลังแอบดูสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมในอนาคตอยู่เหรอ?]
[ช่วยด้วย! หนิงหนิงจะแค่นั่งดูเฉย ๆ เหรอ?]
[ได้ยินว่าเจียงเอี้ยนจือไปทำให้คนที่ไม่ควรทำให้โกรธโกรธเข้า แล้วคนคนนั้นคือใครกัน?]
[คนคนนั้นเป็นคนที่อยากฆ่าเจียงเอี้ยนจือหรือเปล่า?”
[คงเป็นหนิงเหนียนมั้ง ถึงยังไงเจียงเอี้ยนจือก็ออกจากวงเพราะหนิงเหนียนมาแทนที่นี่นา]
[คุณเป็นบ้าหรือไง? พูดอะไรไม่คิดก่อนเลยเหรอ? ถ้าเป็นฝีมือของหนิงเหนียน หนิงหนิงจะยังมานั่งไลฟ์ให้พวกคุณดูอยู่ตรงนี้ได้ยังไง?]
[ทำไมจะไม่ได้ล่ะ หนิงหนิงไม่ได้บอกหรอกเหรอว่า นอกจากการกระทำผิดกฎหมาย เรื่องอื่น ๆ เธอจะปกป้องหนิงเหนียนแต่เรื่องนี้หนิงเหนียนทำผิดกฎหมายจริง ๆ นะ]
[ฉันทนคนที่มีความคิดแบบนี้ไม่ไหวแล้วจริง ๆ เกลียดหนิงเหนียนจนผิดปกติไปแล้ว พวกคุณคิดว่าหนิงเหนียนจะมีความสามารถขนาดนั้นเชียวเหรอ?]
[เลิกทะเลาะกันได้แล้ว! ต้องช่วยคนก่อนนะ!]
[ตอนนี้ไม่ต้องสนใจว่าเป็นฝีมือหนิงเหนียนหรือเปล่า หนิงหนิงรีบช่วยคนเถอะ]
…
ไม่ว่าคอมเมนต์จะรัวเข้ามามากแค่ไหน หนิงหนิงก็ยังคงนิ่งเฉย จนทำให้ผู้ชมแทบใจจะขาด
เจียงเส่าเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ พลางเอ่ยว่า “ผมก็ไม่ใช่คนอกตัญญู ที่ครอบครัวของเราได้ใช้ชีวิตที่ดีขึ้นก็เพราะพี่ทั้งนั้น งั้นแบบนี้ไหม พี่เลือกวิธีตายที่ตัวเองชอบเถอะ”
นี่มันเป็นการบีบบังคับให้เจียงเอี้ยนจือฆ่าตัวตาย
[พระเจ้า! นี่มันคำพูดที่มนุษย์จะพูดออกมาได้เหรอ?]
[เขากำลังบีบให้เจียงเอี้ยนจือไปตายนะ!]
[ปีศาจ! มันคือปีศาจที่มีชีวิต!]
…
วาเซียที่นอนคว่ำอยู่บนโต๊ะเอียงคอมองเจียงเส่ามองอย่างพินิจ
แม้แต่ปีศาจยังไม่ฆ่าคนในครอบครัวเลย
ฮึ่ม เขาไม่คู่ควรจะเป็นปีศาจด้วยซ้ำ
ผู้ชมรู้สึกหวาดกลัวและร้อนใจ แต่เจียงเอี้ยนจือกลับไม่แสดงความกลัวใด ๆ เขาพูดอย่างใจเย็นว่า “การฆ่าคนเป็นเรื่องผิดกฎหมาย”
เจียงเส่าพูดราวกับได้ยินเรื่องตลก “ผิดกฎหมายงั้นเหรอ?”
“ตอนที่นายถูกชนจนขาหัก กลายเป็นคนพิการ มันก็ผิดกฎหมายเหมือนกัน แต่คนที่ทำก็ยังใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไม่ใช่เหรอ”
[อะไรนะ? ขาหัก!]
[เรื่องนี้มันเกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ?]
นับตั้งแต่เชื่อมต่อสำเร็จ ผู้ชมก็ไม่หยุดพูดกันเลย
คำว่า ‘พิการ’ ไม่ว่าจะเมื่อไหร่หรือที่ไหน มันก็ยังคงทิ่มแทงหัวใจของเจียงเอี้ยนจือเสมอ
เขามองขาทั้งสองข้างที่ไร้ความรู้สึกของตัวเองอย่างไม่รู้ตัว
ผู้ชมที่หน้าจอเพิ่งสังเกตเห็นว่า เก้าอี้ที่เจียงเอี้ยนจือนั่งอยู่ดูแตกต่างจากคนอื่น
เมื่อมองอย่างละเอียด ปรากฏว่าเป็นรถเข็น
[เจียงเอี้ยนจือนั่งอยู่บนรถเข็น!]
[พระเจ้า! ขาเจียงเอี้ยนจือหักจริงเหรอเนี่ย?!]
[ไม่จริงใช่ไหม ฉันงงไปหมดแล้ว]
[ตอนนี้ฉันถึงรู้สักทีว่าทำไมเจียงเอี้ยนจือถึงได้ออกจากวง]
[น่าจะเป็นเพราะแบบนี้ บริษัทถึงไม่กล้าพูดอะไรสินะ]
[ทำไมตอนนั้นไม่มีข่าวคราวอะไรเลยนะ ทำไมถึงปิดเงียบได้ขนาดนี้?]
[โหดมาก ไม่อยากให้คนอื่นได้เดบิวต์ก็เลยทำขาคนหักเลย แบบนี้ยังแย่กว่าฆ่าให้ตายซะอีก]
[ก็เข้าใจได้ว่าทำไมเจียงเอี้ยนจือถึงหายเงียบไปเลย]
[ใครกัน! ใครเป็นคนทำ!]
[จะเป็นใครได้ล่ะ ก็คนที่แย่งตำแหน่งของเจียงเอี้ยนจือไปไง]
[พอกันทีเถอะ ถ้าเป็นหนิงเหนียนจริง ๆ หนิงหนิงคงส่งตัวเขาเข้าคุกไปนานแล้ว ไม่ต้องให้คุณมาเตือนหรอก]
[ยอมแพ้แล้ว บางคนนี่ ถ้าไม่พูดถึงหนิงเหนียนก็คงพูดไม่เป็นสินะ จะไม่พูดก็ได้นะ]
[งั้นคุณลองบอกมาสิ นอกจากหนิงเหนียนแล้ว ใครจะมีแรงจูงใจแบบนี้ จะมีใครไปชนคนเล่น ๆ เหรอ]