แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 381 สือเฉิน
บทที่ 381 สือเฉิน
[ต้องยอมรับว่าทักษะการแสดงของจี๋ซังชิงนั้นยอดเยี่ยมมาก ดูสิ กระทั่งตอนที่เรื่องแดงขึ้นมา เราก็ได้ยินจากปากคนอื่น ตัวเขาเองไม่เคยแสดงพิรุธใด ๆ ให้เห็นเลย]
[ใช่ไหมล่ะ จี๋ซังชิงไม่ควรเป็นไอดอลเลย ควรไปเป็นนักแสดงมากกว่า ด้วยพื้นเพแบบนี้ มีรางวัลภาพยนตร์อะไรบ้างที่เขาจะคว้าไม่ได้]
[พระเจ้า ฉันโดนเขาหลอกมาตั้งแต่เดบิวต์จนถึงตอนนี้เลย]
[การติ่งไอดอลครั้งแรกของฉัน แล้วดันไปติ่งฆาตกรเข้า สมองชาไปหมดแล้ว ฮ่า ๆ]
[ไม่กล้าจินตนาการเลยว่า ก่อนการไลฟ์สด ฉันยังร้องไห้ให้กับเขาอยู่เลย อาาา อยากฆ่าตัวตายจริง ๆ!]
พวกเขาเข้าใจแล้ว พวกเขาเริ่มลบโพสต์อย่างเงียบ ๆ อยากย้อนเวลากลับไปตบตัวเองสักที
[ตอนนี้สบายแล้ว ตามดาราจนมีประวัติอาชญากรรมทางออนไลน์ ไม่กล้าเจอใครหน้าเลย]
…
หลังจากจบการถ่ายทอดสด บนโลกออนไลน์ก็เกิดกระแสการเลิกติดตามจี๋ซังชิงอย่างมหาศาล
คนจำนวนมากวิ่งไปที่โพสต์ล่าสุดของเขาบนเว่ยป๋อ
[คุณกับสตูดิโอของคุณทำบทดีบทเลวประสานกันได้ดีมากเลยนะ]
[ดูตอนนี้แล้ว โพสต์เว่ยป๋อนี้ช่างแสนจะเสแสร้งแกล้งทำ มันก็แค่พยายามชี้นำให้พวกเราไปโจมตีหนิงเหนียนไม่ใช่หรือไง?]
[แฟนคลับของหนิงเหนียนพูดถูก คุณนี่มันพวกหน้าไหว้หลังหลอกชั้นเซียน น่าขยะแขยงจริง ๆ!]
[โมโหจนแทบบ้า! ฉันยังนึกว่าคุณเป็นกระต่ายน้อยไร้เดียงสา ถึงขั้นยอมลุยเป็นแนวหน้าปกป้องคุณ แต่ตอนนี้ ดูเหมือนฉันต่างหากที่เป็นกระต่ายโง่ไร้เดียงสา ฉันมันโง่ชะมัด!]
[คุณน่ากลัวจริง ๆ ลับหลังคุณชนขาคนอื่น ทำลายความฝันของพวกเขา แต่ต่อหน้ากลับกล้ามาพูดถึงอุดมการณ์กับพวกเรา คุณคู่ควรเหรอ?]
[นายยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ ตำแหน่งหัวหน้าวงนี่ นายก็แย่งมาเหมือนกันใช่ไหมล่ะ]
[นายควรจะขอบคุณหนิงเหนียนนะ ที่ยอมแบกรับความผิดให้นายมาตลอด]
[สุดท้ายแล้ว นายนั่นแหละที่เป็นคนที่ถูกยัดเข้าวงมา เพื่อนายแฟนคลับเลยด่าหนิงเหนียนทุกวัน นึกไม่ออกเลยว่านายจะดีใจลับหลังขนาดไหน]
[ตอนนี้ฉันอยากรู้จริง ๆ ว่าจี๋ซังชิงมีพื้นเพยังไง ถึงได้ทำอะไรตามใจชอบขนาดนี้]
[@สตาร์ไลท์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่า คุณชายคนนี้มีที่มายังไงกันแน่]
[ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าหนิงเหนียนต้องผ่านวันเวลาที่แสนยากลำบากในบริษัทแน่ ๆ ก่อนหน้านี้ที่เมิ่งจินแย่งผลงานของหนิงเหนียนฉันไม่เชื่อหรอกว่านายไม่ได้อยู่เบื้องหลังช่วยเขา]
[พูดถึงเรื่องนั้น ทั้งวงก็มีแต่คนคอยดูดเลือดหนิงเหนียน]
[พูดให้ถูกหน่อย ยกเว้นสือเฉินนะ คนอื่นทั้งหมดต่างหากที่คอยดูดเลือดหนิงเหนียน]
[จะเก็บวงนี้ไว้ทำไมกัน ดูแล้วหงุดหงิด รีบยุบวงไปเลยเถอะ!]
[สือเฉินแทบจะหายสาบสูญไปแล้ว]
ในหน้าความคิดเห็น เป็นภาพที่หาดูได้ยากในรอบร้อยปี แฟนคลับของจี๋ซังชิงและแฟนคลับของหนิงเหนียนร่วมมือกันด่า
[เดี๋ยวก่อนสิ ในเมื่อจี๋ซังชิงเกลียดหนิงเหนียนขนาดนี้ ทำไมเขาถึงต้องมาช่วยรับมีดแทนหนิงเหนียนด้วย หรือว่าการบาดเจ็บของเขาจะเป็นแค่การแสดง?]
[คงไม่ใช่หรอก ตำรวจก็มาแล้ว เขาคงไม่กล้าทำแบบนั้น]
[ตอนนี้ฉันยังสงสัยอีกเรื่องหนึ่ง หนิงเหนียนดึงจี๋ซังชิงมาบังมีดจริง ๆ หรือเปล่า?]
[ดูเหมือนคลิปวิดีโอจะจับภาพได้แค่จี๋ซังชิง แต่ไม่ได้จับภาพการกระทำของหนิงเหนียนเลย]
[ใช่แล้ว ฉันจำได้ว่าคนที่ไปอยู่ในที่เกิดเหตุหลายคนบอกว่าหนิงเหนียนผลักพวกเขาออกไปก่อน ฉันไม่เชื่อว่าคนแบบนี้จะดึงคนอื่นมาบังมีด]
ก่อนหน้านี้คนที่พูดแบบนั้นส่วนใหญ่เป็นแฟนคลับของหนิงเหนียน พอคนอื่นได้ยินก็คิดว่าเป็นการแก้ตัวให้เท่านั้น
ตอนนี้ เมื่อทุกคนรู้แล้วว่าจี๋ซังชิงไม่ใช่คนดี พวกเขาก็เริ่มคิดทบทวนถึงความจริงของเหตุการณ์นี้
[มีคนมากมายเห็นหนิงเหนียนผลักคนอื่นออกไป ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เรื่องที่ดึงคนมาบังมีดก็ดูขัดแย้งกันนะ]
[ไม่มีวิดีโออื่นอีกเหรอ? แล้วจะตัดสินยังไงล่ะ?]
…
พวกเหนียนเกาต่างรู้สึกกระวนกระวายใจ เพราะไม่มีหลักฐานอะไรเลย
ถ้าจี๋ซังชิงยืนกรานว่าเป็นฝีมือของหนิงเหนียน ก็คงไม่มีทางแก้ไขได้
เรื่องนี้สร้างความวุ่นวายไปทั่ว นี่เป็นเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในวงการไอดอล นอกจากแฟนคลับแต่ละค่ายที่นอนไม่หลับแล้ว ยังมีคนอื่นที่นอนไม่หลับเช่นกัน
สือเฉินกดเปิดคลิปวิดีโอที่ดูไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วนอีกครั้ง
ในวิดีโอ หญิงสาวกำมีดไว้ แล้วแทงจี๋ซังชิงโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เขากดเล่นวิดีโอซ้ำ จ้องมองหญิงสาวในคลิป ดูแล้วดูอีก
คืนนั้นผ่านไปอย่างนั้น สือเฉินขยี้ตาที่เริ่มปวดเมื่อย เขามองดูดวงอาทิตย์ที่เพิ่งขึ้นนอกหน้าต่าง แล้วลุกขึ้น ตั้งใจไปล้างหน้าแต่งตัวเป็นพิเศษ
เขาแต่งกายเรียบร้อย ใส่ใจกับการแต่งตัวอย่างมาก
ขณะที่กำลังจะออกจากห้อง เขาก็เจอเสิ่นเยี่ยนจื่อที่เดินออกมาจากห้องข้าง ๆ
ผมของเขายุ่งเหยิง ใต้ตามีรอยคล้ำสีเทาชัดเจน ดูเหมือนว่าจะไม่ได้นอนทั้งคืน
หลังจากเกิดเหตุการณ์วันนั้น จี๋ซังชิงก็ไปโรงพยาบาล หลังจากที่ให้ปากคำเสร็จและกลับจากสถานีตำรวจแล้ว ทุกคนก็ไม่มีกำหนดการอะไร เลยรออยู่ที่โรงแรมไปพลาง ๆ
เสิ่นเยี่ยนจื่อเห็นเขาก็อุทานเสียงอ๋อออกมา
“ไปเดตเหรอ?”
สือเฉิน “ไม่ใช่ ไปเจอเพื่อนหน่อย”
เสิ่นเยี่ยนจื่อกลอกตาในใจ “เพื่อนเหรอ? แต่งตัวเป็นทางการขนาดนี้ไปเจอเพื่อน? นายคงไม่ได้กำลังจะไปหาต้นสังกัดใหม่หรอกนะ”
ตอนนี้ในโลกออนไลน์ต่างก็เรียกร้องให้พวกเขายุบวง
แต่ถึงในโลกออนไลน์จะไม่เรียกร้อง วงของพวกเขาก็จบแล้ว
แต่เดิมวงนี้ก็แทบจะไม่เหลือลมหายใจอยู่แล้ว
มีแค่หนิงเหนียนคนเดียวที่ค้ำจุนวงเอาไว้ แต่ในสถานการณ์แบบนี้ หนิงเหนียนต้องไม่อยู่ในวงแน่นอน อีกไม่นานคงได้ยุบวง แต่ก่อนที่จะแยกย้าย บริษัทคงจะล้มละลายไปก่อน
พวกเขาเองก็ไม่รู้เรื่องของเจียงเอี้ยนจือ
สิ่งที่คาดเดาในอินเทอร์เน็ตถูกต้อง ที่จริงแล้ว คนที่เข้าวงกลางคันจริง ๆ คือ จี๋ซังชิง
แต่เดิมบริษัทได้กำหนดสมาชิกวง i.z.t ไว้แล้วว่าจะเป็น เจียงเอี้ยนจือ เขา สือเฉิน เมิ่งจิน และเด็กฝึกอีกคนหนึ่ง
ยกเว้นเจียงเอี้ยนจือที่บริษัททุ่มเงินมหาศาลเพื่อเซ็นสัญญา คนที่เหลืออยู่ทั้งหมดล้วนเป็นเด็กฝึกที่บริษัทคัดเลือกมา
แต่เดิมตั้งใจให้เจียงเอี้ยนจือเป็นพี่ใหญ่คอยดูแลพวกเขา
แต่พอใกล้จะถึงวันเดบิวต์ จี๋ซังชิงก็ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
เสิ่นเยี่ยนจื่อเห็นตั้งแต่แวบแรกแล้ว จากท่าทางระมัดระวังของผู้จัดการที่พูดคุยกับเขา ก็รู้ได้ว่าจี๋ซังชิงคนนี้ไม่ธรรมดา
จากนั้น เด็กฝึกที่ถูกกำหนดไว้ว่าจะได้เดบิวต์ก็หายตัวไป คนที่มาแทนที่เขาก็คือจี๋ซังชิง
คนที่ร้องเพลงธรรมดา ๆ เต้นได้แค่พอผ่านเกณฑ์ กลับมาแทนที่เด็กฝึกที่ซ้อมมาห้าหกปี
ตอนนี้ทุกคนคงมองออกแล้วว่า จี๋ซังชิงต้องมีพื้นเพไม่ธรรมดาแน่นอน
แม้เสิ่นเยี่ยนจื่อจะรู้สึกไม่พอใจและไม่ยอมรับอยู่ในใจ
แต่เขาก็รู้จักพินิจสถานการณ์ ไม่แสดงออกมาให้เห็น แถมยังเข้าไปประจบเอาใจจี๋ซังชิงอีกด้วย
สังคมนี้มันก็โหดร้ายแบบนี้แหละ บางคนเกิดมาก็มีทุกอย่างพร้อมแล้ว
แค่รู้สึกไม่ยุติธรรมมันไม่ได้ช่วยอะไร สิ่งที่ต้องทำก็คือพยายามใช้โอกาสที่มี ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับตัวเอง
นี่แหละคือการรู้จักปรับตัว
แต่อย่างที่เห็นได้ชัด มีคนที่ไม่เข้าใจหลักการนี้
อย่างเช่น เจียงเอี้ยนจือ
ตั้งแต่ที่จี๋ซังชิงเข้าร่วม เขาก็คัดค้านอย่างรุนแรงมาตลอด
เขาชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องในการร้องเพลงและการเต้นของจี๋ซังชิง เขายืนกรานว่าระดับความสามารถของจี๋ซังชิงยังไม่พร้อมที่จะเดบิวต์
พูดให้ดูดีก็คือ จริงจัง พูดให้ไม่ดีก็คือ โง่
เสิ่นเยี่ยนจื่อรู้สึกว่า ถ้าเจียงเอี้ยนจือยังเป็นแบบนี้ต่อไป สักวันต้องมีเรื่องแน่
และความเป็นจริงก็พิสูจน์ว่า สิ่งที่เขาคาดการณ์นั้นถูกต้อง เจียงเอี้ยนจือก็ออกจากวงเหมือนกับเด็กฝึกคนก่อนหน้านี้