แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 384 สามความผิด
บทที่ 384 สามความผิด
ในเมื่อหนิงเหนียนมีหนิงหนิงคอยปกป้องแล้ว ฉีอันก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีก
เขาจึงพูดความคิดที่อยู่ในใจมานานแล้วออกมา
“หนิงเหนียน ยกเลิกสัญญาเถอะ”
เขาคิดอย่างนี้มานานแล้ว
พูดถึงตัววง i.z.t เอง ตอนนี้สมาชิกต่างแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเอง แทบไม่ได้รวมตัวกัน มีแต่ชื่อ ไม่มีตัวตน ทุกคนแค่ถือครองชื่อนี้ไว้เท่านั้นเอง
ฉีอันอยากจะหัวเราะตอนที่เห็นเว่ยป๋อของจี๋ซังชิงที่พูดถึงเรื่องการพัฒนาวงด้วยถ้อยคำอันสวยหรู
วงนี้มีไว้เพื่อรับใช้เขา เขาต้องเกาะหนิงเหนียนเพื่อดูดเลือด เขาเลยไม่อยากให้วงแยกตัวกัน
การอยู่ในวงอาจจะช่วยให้สมาชิกคนอื่นได้พัฒนา แต่สำหรับหนิงเหนียนแล้ว การอยู่ในวงไม่ได้ช่วยอะไรเลย มีแต่จะถ่วงให้ล่าช้า
หนิงเหนียนอยู่ในวงนี้ เหมือนเป็นกระสอบทรายให้คนอื่นระบายอารมณ์
ต้นสังกัดก็ไม่เคยดูแลหนิงเหนียนให้ดีเลยสักครั้ง
อาศัยหนิงเหนียนสร้างชื่อเสียง แต่งานที่ดี ๆ ไม่เคยตกมาถึงหนิงเหนียนเลย
นี่มันชัดเจนว่าเป็นการรังแกกัน
บริษัทสตาร์ไลท์ก็มักจะหลอกล่อหนิงเหนียนด้วยสัญญาลม ๆ แล้ง ๆ อัลบั้มเดี่ยวก็พูดมาเกือบปีแล้ว แต่ยังไม่เห็นแม้แต่เงา
หนิงเหนียนน่าจะยกเลิกสัญญาไปนานแล้ว
แต่ก่อนเขาไม่กล้าพูด เพราะทั้งเขาและหนิงเหนียนต่างก็ไม่มีความสามารถพอ
แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ถือโอกาสตอนที่มีกระแสดี อีกทั้งยังมีหนิงหนิงคอยสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง การยกเลิกสัญญาก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
เมื่อได้ยินดังนั้น หนิงเหนียนก็ลืมตาขึ้น เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“ยากมาก”
ความจริงแล้ว ฉีอันไม่รู้ว่า หนิงเหนียนมีความคิดที่จะยกเลิกสัญญามานานแล้ว
ตอนที่เขาเข้าบริษัทครั้งแรกนั้น เขาถูกหลอกให้เข้ามา บริษัทไม่เคยทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับเขาสักข้อเดียว
แถมยังกดดันเขาทุกทาง เพราะความนิยมของเขาสูงเกินความคาดหมายของบริษัท และยังสูงกว่าจี๋ซังชิงอีก
จี๋ซังชิงจึงชักชวนคนอื่น ๆ ให้มารังแกเขา
ตอนแรกอาจจะแค่กีดกันเขาออกจากกลุ่ม แต่พอเวลาผ่านไปก็เริ่มลงมือทำร้าย
แน่นอนว่าเขาไม่ได้ปล่อยให้พวกนั้นทำร้ายเขาฝ่ายเดียว เขาต่อสู้กลับไป แต่การต่อสู้กลับนั้นกลับทำให้เขาถูกรังแกหนักขึ้น
ส่วนบริษัทนั้นไม่ได้แยแสเรื่องนี้เลย ทำให้จี๋ซังชิงยิ่งเหิมเกริมมากขึ้นเรื่อย ๆ
ครั้งหนึ่ง จี๋ซังชิงเคยผลักเขาตกลงมาจากบันได
โชคดีที่แค่กระดูกหัก
ขณะที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย หนิงเหนียนเกิดความคิดที่จะลาออกจากบริษัท
เขาแจ้งความกับตำรวจ แต่ไม่มีใครกล้าที่จะออกมาเป็นพยานให้เลย
เมื่อกลับมา สิ่งที่ต้อนรับเขามีเพียงรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจของจี๋ซังชิง
แต่ก่อนก็เป็นแบบนั้น ทางสตาร์ไลท์ไม่ยอมปล่อยให้เขาไป
และตอนนี้ก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้
ถึงแม้ว่าสตาร์ไลท์อาจจะได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเรื่องของเจียงเอี้ยนจือ แต่สตาร์ไลท์ก็แตกต่างจากไห่ซาง
ถ้าจะพูดกันตามตรง ไห่ซางก็แค่บริษัทเล็ก ๆ ในวงการเท่านั้น มันเป็นสถานบันเทิงที่ที่มีเรื่องผิดกฎหมายอยู่เบื้องหลัง ตระกูลเหยียนตั้งใจที่จะไม่ทำให้เป็นที่สนใจ และเพื่อความสะดวกในการทำผิดกฎหมาย ทุกคนตั้งแต่บนลงล่างล้วนเป็นคนของพวกเขาเอง
หากถูกเปิดโปง คนพวกนั้นก็ต้องติดคุกไปด้วยกัน
บริษัทก็จะล้มละลายไปโดยปริยาย
แต่สตาร์ไรท์กลับต่างออกไป
สตาร์ไรท์เป็นบริษัทไอดอลที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ในวงการ เป็นบริษัทใหญ่
ผู้บริหารระดับสูงและผู้ถือหุ้นมีความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนยุ่งเหยิง
กลุ่มผู้บริหารชุดนี้ มีแรงหนุนหลังจากตระกูลจี๋
ในเรื่องนี้ ถ้าตระกูลจี๋ช่วยพวกเขาไม่ได้ แล้วพวกเขาล้ม คนที่อยากจะเข้ามาแทนที่พวกเขามีมากมาย
หลังจากนั้นก็เปลี่ยนกรรมการ เปลี่ยนผู้บริหาร ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ แล้วสตาร์ไลท์ก็จะฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่
ส่วนตัวเขาเอง ตอนนี้พูดได้ว่าเป็นต้นเงินต้นทองที่ใหญ่ที่สุดในบริษัท พวกนั้นคงไม่มีทางยอมให้เขายกเลิกสัญญาง่าย ๆ แน่
ฉีอันถอนหายใจ “จริงอย่างที่ว่า มันยากจริง ๆ” ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่เขากังวลใจ
เมื่อมีคณะผู้บริหารชุดใหม่มา ท่าทีของพวกเขาอาจเปลี่ยนไป
พวกเขาอาจจะเปลี่ยนแนวทางการพัฒนาของหนิงเหนียนและอาจจะเป็นมิตรมากขึ้น
แต่อย่างไรก็ตาม ฉีอันยังคงรู้สึกว่า หนิงเหนียนเหมาะที่จะทำงานตามลำพังมากกว่า
ตอนนี้ ไม่ว่าเขาจะไปอยู่บริษัทไหน อนาคตก็ไร้ขีดจำกัด ไม่ได้หมายความว่า จะต้องอยู่กับสตาร์ไลท์เท่านั้น
ในเมื่อตอนนี้เป็นงานที่มาหาหนิงเหนียน ไม่ใช่หนิงเหนียนที่ต้องไปวิ่งหางานเอง
ตั้งแต่เริ่มออกอากาศจนถึงตอนนี้ ฉีอันได้รับข้อเสนองานมากมาย รวมถึงผลงานของผู้กำกับชื่อดังด้วย
พวกเขาติดต่อเขาโดยตรง โดยไม่ผ่านบริษัทด้วยซ้ำ
สิ่งที่หนิงเหนียนต้องการตอนนี้ คือบริษัทที่สามารถไว้วางใจได้อย่างเต็มที่ ชัดเจนว่าสตาร์ไลท์ไม่ใช่
ฉีอันคิดไปคิดมา รู้สึกว่าการยกเลิกสัญญาน่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
อย่างไรก็ตาม การทำให้สตาร์ไลท์ยอมปล่อยคนนั้น เป็นปัญหาที่พวกเขาต้องแก้ไข
หนิงเหนียน “พวกเขาไม่มีทางปล่อยฉันไปง่าย ๆ แต่ถ้าทำให้พวกเขาไม่มีทางเลือก พวกเขาก็ต้องปล่อยฉันไป”
ฉีอันรู้สึกกังวลมาก “นายคงไม่ได้จะให้หนิงหนิงสาปพวกเขาหรอกนะ?”
หนิงเหนียน “หนิงหนิงจะไม่ปล่อยให้ฉันทำเรื่องผิดกฎหมายหรอก”
ฉีอัน : …
คำพูดของเขาฟังดูเหมือนเคยคิดจะทำจริง ๆ อย่างนั้นแหละ
ฉีอัน “แต่ว่า นอกจากให้หนิงหนิงให้สาปแช่งแล้ว ก็ดูเหมือนจะไม่มีวิธีอื่นแล้วนะ”
เขาพูดล้อเล่นแบบนั้น
หนิงเหนียนคิดว่าที่จริงมันก็มี
แต่เหตุผลนี้ จะต้องเปิดแผลเก่าของเขา
และยังไม่รู้ด้วยว่าจะได้ผลรึเปล่า
กลัวว่าจะเหมือนครั้งก่อน ที่เขาต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวไร้คนช่วยเหลือ
แต่ครั้งนี้คงไม่เป็นแบบนั้นแน่ ๆ แม้พวกเขาจะไม่ช่วยเขา แต่ก็จะมีคนคอยปกป้องเขา
หนิงเหนียนก้มหน้ามองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง
….
ในขณะที่ทุกคนบนโลกออนไลน์กำลังถกเถียงกันถึงเหตุการณ์ที่สนามบิน
สือเฉินสมาชิกวงที่แทบไม่มีตัวตนในกลุ่ม ก็ได้ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ให้ทุกคนอย่างไม่ทันตั้งตัว
สือเฉินโพสต์ข้อความลงในเว่ยป๋อ
[สวัสดีครับทุกคน ผมคือสือเฉินสมาชิกวง i.z.t ขอเวลาทุกคนสักครู่ฟังคำสารภาพของผม
ผมมีความผิดอยู่สามประการ
ความผิดข้อแรก แม้ผมจะรู้ว่าเจียงเอี้ยนจือถูกจี๋ซังชิงบีบบังคับให้ออกไป แต่ผมกลับเลือกที่จะเงียบ และเพิกเฉย มองดูหนิงเหนียนถูกเข้าใจผิด และถูกประณามจากสาธารณชน
ความผิดข้อที่สอง ในช่วงที่อยู่ในวง ผมได้เห็นกับตาว่าหนิงเหนียนถูกจี๋ซังชิงรังแกมาตลอดสองปี ผมไม่เคยพูดอะไรเลย ได้แต่มองดูพวกเขารังแกและทุบตีหนิงเหนียน และยิ่งไปกว่านั้น เมื่อหนิงเหนียนมาขอความช่วยเหลือจากผม ผมกลับปฏิเสธที่จะช่วยเขา
ความผิดข้อที่สาม ในฐานะไอดอล ผมเป็นคนคอยดูท่าทีและขี้ขลาด ไม่ได้ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี ผมขอโทษแฟนคลับของผม และขอโทษทุกคนที่เคยคาดหวังในตัวผม
ผมคิดมาตลอดว่าตัวเองเป็นคนชายขอบในวง ไม่เป็นที่นิยมเท่าสมาชิกคนอื่น
ผมคิดลบ เย็นชา ไม่กระตือรือร้น แค่ใช้ชีวิตไปวัน ๆ
แต่ถึงผมจะเป็นแบบนี้ ก็ยังมีคนมากมายที่แอบชอบและคอยสนับสนุนผมอย่างเงียบ ๆ
แต่ผม… ไม่คู่ควรกับความรักความชอบนี้เลย
ผมคิดมานานมากแล้ว จึงตัดสินใจที่จะออกจากวงการบันเทิง ความผิดของผมรุนแรงเกินไป ผมไม่สมควรที่จะปรากฏตัวบนหน้าจอและเป็นไอดอลของทุกคน
ต่อจากนี้ไป ผมจะใช้ชีวิตเป็นคนธรรมดา ทำตัวมั่นคง เรียนรู้และรับรู้สิ่งต่าง ๆ เพื่อเป็นคนที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง
ในตอนที่จะจากไป ผมได้ตัดสินใจทำอะไรบางอย่างด้วยตัวเอง
หลังจากผ่านมานานแบบนี้ ผมได้ช่วยเหลือหนิงเหนียนในสิ่งที่เขาเคยขอแต่ผมได้ปฏิเสธไป นี่เป็นวิธีเดียวที่ผมคิดว่าจะชดเชยให้กับเขาได้
@สตาร์ไลท์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ พวกคุณปล่อยให้จี๋ซังชิงรังแกหนิงเหนียน ผมเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับจี๋ซังชิงและพวกคุณก็เช่นกัน ผมยอมรับในความผิดของผมแล้ว แล้วพวกคุณล่ะ?
ผมไม่อยากเห็นพวกคุณหายตัวไปเงียบ ๆ หลังจากเรื่องนี้จบ
อยู่ในบริษัทมานานขนาดนี้ ผมรู้ดีที่สุดว่าพวกคุณพยายามล้างตัวเองยังไง
ผมขอรับผิดชอบต่อทุกคำพูดข้างต้นของผม และผมมีหลักฐานที่เกี่ยวข้องเก็บไว้
ยินดีต้อนรับสตาร์ไลท์ให้มาเผชิญหน้ากัน
ลาก่อน
ผมขอย้ำอีกครั้งว่า ผมอยู่ในวงนี้ ผมได้เห็นกับตาตัวเองว่าจี๋ซังชิงรังแกหนิงเหนียนมายาวนานถึงสองปี
แต่บริษัทกลับไม่ดำเนินการใด ๆ ผมกลัวว่าตัวเองจะโดนลูกหลง ยิ่งไปกว่านั้น ตอนที่เขาขอความช่วยเหลือจากผม ผมก็ปฏิเสธเขาไป]