แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 390 ผานซุ่ยเหลียน
บทที่ 390 ผานซุ่ยเหลียน
“ฮึ ตอนนี้ถึงได้รู้ว่ามันลำบากสินะ แต่ตอนที่เคยตามติดก้นวิ่งแก้ปัญหาให้มัน ทำไมไม่เห็นจะรู้สึกทรมานบ้างล่ะ?” ผานซุ่ยเหลียนมองเขาด้วยสายตาดูแคลนพลางพูดประชดประชัน
จี๋หยวนซานปวดหัว “เรื่องมันก็เป็นแบบนี้ไปแล้ว คุณจะพูดให้น้อยลงหน่อยได้ไหม?”
“แอบเลี้ยงลูกของผู้หญิงต่ำช้านั่นมาตลอด แถมยังก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนี้ แล้วจะให้ฉันพูดน้อยลงได้ยังไง!”
ผานซุ่ยเหลียนยิ่งคิดยิ่งโมโห
“จี๋หยวนซาน คุณนี่มันเก่งจริง ๆ แอบปิดบังฉัน แล้วก็แอบทำเรื่องใหญ่เงียบ ๆ เป็นไงล่ะ ถ้าไม่ถูกจับได้คราวนี้ คงต้องรอจนกว่าคุณจะพาเขามาที่บ้าน แล้วมาแย่งมรดกกับอาชิงของเรา เราถึงจะรู้เรื่องสินะ?”
ขมับของจี๋หยวนซานเต้นตุบ ๆ “ฉันจะให้มรดกเขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน คุณจะคิดไปเองแบบนี้ไม่ได้นะ!”
“ฉันคิดไปเองเหรอ? จี๋หยวนซาน คุณลองดูสิ่งที่ตัวเองทำสิ เขาจะฆ่าคนอยู่แล้ว คุณยังจะช่วยเขาอีก แบบนี้จะไม่ให้ฉันคิดไปเองได้ยังไง?”
ผานซุ่ยเหลียนพูดด้วยอารมณ์คุกรุ่น ยิ่งพูดยิ่งเดือดดาล
“อาชิงแค่ออกไปกินข้าวนอกบ้าน คุณยังบอกให้เขาระวังตัว กลัวจะเป็นที่ครหา แต่คุณสิ เก่งนักล่ะ กล้าปล่อยให้ไอ้ลูกนอกคอกนั่นไปฆ่าคน! แถมยังช่วยปิดบังอีก เก่งมากเลยนะ จี๋หยวนซาน!”
จี๋หยวนซาน “ที่ฉันพูดไป เขาได้ฟังบ้างไหม?”
ผานซุ่ยเหลียนชะงักไปครู่หนึ่ง
“คุณหมายความว่ายังไง คุณคิดว่าอาชิงของพวกเราสู้ไอ้ลูกนอกสมรสนั่นไม่ได้งั้นเหรอ?”
จี๋หยวนซานทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาฟาดโต๊ะดังปัง ลุกขึ้นยืนชี้หน้าผานซุ่ยเหลียน
“คุณจะเลิกพูดคำว่าลูกนอกคอกได้หรือยัง นั่นมันลูกของฉันนะ!”
“ลูกของคุณงั้นเหรอ?” ผานซุ่ยเหลียนกรีดร้องและวิ่งเข้ามาข่วนหน้าเขา
ไอ้คนหน้าไม่อาย ตอนที่พี่ชายเขาตาย ถ้าไม่ได้ครอบครัวของเธอสนับสนุน เขาจะเป็นหัวหน้าตระกูลได้ยังไง
ไอ้คนอกตัญญู ลืมบุญคุณ
ผานซุ่ยเหลียนลงมือโดยไม่ปรานีแม้แต่น้อย ใบหน้าของจี๋หยวนซานมีรอยแดงปรากฏขึ้นหลายรอยในทันที
เขาถอยหลังไปพลางใช้มือป้องกันตัวไปพลาง ทนไม่ไหวอีกต่อไป จึงตะโกนลั่นออกมา
“ผานซุ่ยเหลียน! อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าอวี้หลานตายยังไง! เธอน่ะรู้ดีที่สุดไม่ใช่เหรอ!”
ผานซุ่ยเหลียนสงบสติอารมณ์ลงในทันที เธอหยุดการเคลื่อนไหว มองเขาด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ
“ฉันก็ช่วยจัดการเรื่องนั้นให้เธอเรียบร้อยดีแล้วนะ ฉันเคยพูดอะไรไม่ดีกับเธอบ้างล่ะ?”
ผานซุ่ยเหลียนหัวเราะเยาะเย้ย
“ก็เพราะนายนั่นแหละที่ทำผิด อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ ตลอดหลายปีมานี้นายไม่เคยขาดผู้หญิงเลย เล่น ๆ ก็ว่าไปอย่าง แต่อย่าได้ไปจริงจังกับใครเข้าล่ะ”
เธอสงบลงแล้ว รอบ ๆ หูของจี๋หยวนซานก็เงียบสงบลงด้วย
เขานวดขมับ อดถอนหายใจไม่ได้
ผานซุ่ยเหลียนถาม “เป็นยังไงบ้าง ให้ฉันลองไปคุยกับทางบ้านดูไหม ให้พวกเขาช่วยเหลือหน่อย”
จี๋หยวนซานส่ายหน้า “ตอนนี้ยังไม่จำเป็น”
ช่วยจี๋ซังชิงก็ช่วย แต่ก็ต้องระมัดระวังมาก นอกจากคนใกล้ชิดของเขาแล้ว ไม่น่าจะมีใครรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับจี๋ซังชิง
ตราบใดที่จี๋ซังชิงไม่พูดออกมา ก็คงไม่มีใครรู้เรื่องนี้
สิ่งที่จี๋หยวนซานชื่นชอบจี๋ซังชิงมากที่สุดก็คือความฉลาด รู้จักพิจารณาสถานการณ์
ตอนนี้เขาคงเข้าใจดีว่า ตราบใดที่เขาไม่พูดออกมา เขาถึงจะปกป้องเขาได้
เพื่อตัวเขาเอง เขาก็คงไม่พูดอะไรออกมาหรอก
“หึ คุณก็ดูจะเข้าใจเขาดีนะ”
ผานซุ่ยเหลียนได้ยินแล้วแค่นเสียงหึในลำคอ
“แล้วทำไมคุณถึงกระวนกระวายขนาดนั้นล่ะ”
เมื่อเธอถาม จี๋หยวนซานก็นึกขึ้นได้ อาการปวดหัวที่เพิ่งจะทุเลาลงก็กลับมาหนักขึ้นอีกครั้ง
“ก็เพราะหนิงหนิงไงล่ะ”
เธอเป็นตัวแปรเพียงหนึ่งเดียวในเหตุการณ์อุบัติเหตุครั้งนี้
“แล้วเธอคนนั้นมีความเคลื่อนไหวอะไรบ้างไหม” ผานซุ่ยเหลียนถาม
จี๋หยวนซานตอบ “ตอนนี้ยังไม่มีอะไร”
น่ากลัวที่สุดคือ การที่เธอไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย
จี๋หยวนชิงเคยพลาดท่าครั้งใหญ่เพราะเธอมาแล้ว
“ใครจะไปรู้ล่ะ เธอเงียบแบบนี้ ไม่แน่อาจจะสร้างข่าวใหญ่ขึ้นมาอีกก็ได้”
ผานซุ่ยเหลียน “ครั้งนั้นเป็นเพราะอาชิงประมาท เขาแค่จับตาดูเธอคนเดียว ไม่ได้สังเกตความเคลื่อนไหวด้านล่าง คุณอย่าไปทำแบบเขานะ สิ่งสำคัญคือต้องจับตาดูคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ให้ดี ถ้าคอยดูพวกเขาได้ดี ก็จะไม่มีปัญหาอะไร”
จี๋หยวนซาน “ที่คุณพูดมา ฉันรู้ทั้งหมดแล้ว”
จริง ๆ แล้วเขาให้คนคอยจับตาดูอยู่
ทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อยู่ภายใต้การเฝ้าติดตามของเขา ตอนนี้ยังไม่มีอะไรผิดปกติ แม้แต่ตำรวจก็ยังสืบไม่พบอะไร
ผานซุ่ยเหลียน “แล้วคุณกลัวอะไร? มันก็จบไปแล้วนี่”
จี๋หยวนซาน “พูดง่าย ๆ คือตราบใดที่เรื่องนี้ยังไม่จบ ฉันก็ยังวางใจไม่ได้”
ผานซุ่ยเหลียน “แค่ลูกนอก… เอ่อ เด็กคนนั้นของคุณยืนยันว่าเขาไม่ได้ทำ มันก็จบแล้ว จะไม่สบายใจอะไรอีก เขาน่าจะเข้าใจเหตุผลนี้นะ ในเมื่อเขาฉลาดขนาดนั้น ใช่ไหม?”
จี๋หยวนซาน “ก็จริงอย่างที่คุณว่า”
ผานซุ่ยเหลียน “งั้นก็แค่นั้นแหละ ส่วนหนิงหนิงนั่น พูดถึงที่สุดแล้ว ก็แค่เด็กสาวอายุยี่สิบกว่า ๆ จะเก่งกาจอะไรได้มากมาย ก็แค่เด็กผู้หญิงที่พ่อแม่บุญธรรมทิ้งไป แล้วก็ทำท่าจะเป็นจะตาย คุณไม่ต้องกังวลไปหรอก”
ผานซุ่ยเหลียนพูดออกมาได้เช่นนี้ เพราะเธอได้เห็นกับตาตัวเองตอนที่หนิงหนิงถูกไล่ออกจากตระกูลเจียง เธอร้องไห้น้ำตานองหน้า ไม่ยอมไปไหนเลยทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น แม่คนนั้นจากตระกูลเจียง เวลาไปร่วมงานสังสรรค์กับบรรดาภรรยาเศรษฐี ก็มักจะเอาเรื่องที่หนิงหนิงอ้อนวอนขอกลับไปตระกูลเจียงมาเล่าให้ทุกคนฟังเป็นเรื่องตลก เพื่อให้ทุกคนขำขัน
แม้ผานซุ่ยเหลียนจะรู้สึกรังเกียจพฤติกรรมแบบนี้ แต่ใครบ้างล่ะที่ไม่ชอบดูเรื่องสนุก ๆ
เธอเองก็หัวเราะไปด้วย พูดถึงเรื่องนี้แล้ว มันทั้งน่าสงสารและน่าขันไปพร้อมกัน
เธอไม่เชื่อหรอกว่า ความยึดติดของคนเราจะสลัดทิ้งได้ง่าย ๆ แบบนั้น
ดังนั้น ไม่ว่าตอนนี้ในอินเทอร์เน็ตจะบรรยายถึงหนิงหนิงว่าเป็นวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่ที่ทำอะไรก็ได้อย่างไร แต่ในความคิดของผานซุ่ยเหลียนก็ยังฝังใจว่า หนิงหนิงเป็นคนหน้าด้านที่ไม่ยอมปล่อยวางความหรูหราร่ำรวย
เธอคิดว่าทุกอย่างที่หนิงหนิงทำล้วนเป็นการพยายามดึงความสนใจจากตระกูลเจียง เพราะยังอยากกลับไปอยู่กับตระกูลเจียง
เธอรู้สึกดูแคลนหนิงหนิงอยู่บ้าง อีกอย่าง หนิงหนิงก็เคยมีปัญหากับจี๋หยวนชิงมาก่อน ทำให้ผานซุ่ยเหลียนยิ่งรู้สึกขัดหูขัดตามากขึ้นไปอีก
ผานซุ่ยเหลียนพูดว่า “ไม่ต้องไปสนใจเธอหรอก คุณแค่ดูแลเด็กของตัวเองให้ดีก็พอแล้ว จะไปยุ่งกับเรื่องของเธอทำไมกัน”
จี๋หยวนซานคิดดูแล้วก็เห็นด้วย
จะว่าไปผู้หญิงก็พอใจง่ายจริง ๆ
บางครั้งเขาก็คิดมากเกินไป
พูดถึงที่สุดแล้ว หนิงหนิงก็แค่เด็กสาวคนหนึ่ง จะมาสู้กับเขาที่เป็นจิ้งจอกเฒ่าในวงการธุรกิจได้อย่างไร?
เขาไม่เหมือนจี๋หยวนชิงที่ยังเป็นแค่มือใหม่หัดขับที่ไร้ประสบการณ์
เมื่อจี๋หยวนซานคิดออก ก็ไม่ปวดหัวแล้ว ในใจก็สบายขึ้นแล้ว
น่าเสียดายที่ในตอนนี้ จี๋หยวนซานไม่รู้เลยว่า นี่จะเป็นช่วงเวลาสบาย ๆ ครั้งสุดท้ายของเขา
ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า ในเรื่องนี้ ไม่ใช่ตำรวจ ไม่ใช่หนิงหนิง แต่เป็นหนิงเหนียนที่เคลื่อนไหวเป็นคนแรก
หนิงเหนียนโพสต์ข้อความหนึ่งลงในเว่ยป๋อ
[หนิงเหนียน : ส่งไฟล์เสียงให้ตำรวจแล้ว]
ตอนนี้หนิงเหนียนมีความนิยมสูงมาก เมื่อเขาโพสต์ในเว่ยป๋อ ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับหรือไม่ก็ตาม ก็ดึงดูดความสนใจจากทั่วทั้งโลกออนไลน์ในทันที
ชาวเน็ตจำนวนมากรีบเข้ามาในส่วนคอมเมนต์
ด้านล่างข้อความสั้น ๆ มีการแนบไฟล์เสียงที่ค่อนข้างยาว
[อีกแล้ว ทำไมตอนนี้ทุกคนชอบส่งไฟล์เสียงกันจัง ฉันเริ่มจะเป็นโรคกลัวการฟังเสียงแล้วนะ]
[ตำรวจเหรอ? มีเรื่องแน่ ๆ!]
หลังจากที่ทุกคนทยอยฟังไฟล์เสียงจนจบ ต่างก็ตกตะลึง ไม่สามารถตั้งสติได้เป็นเวลานาน
[โอ้โห???]
[หา???]