แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 396 ทุกอย่างคลี่คลาย
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 396 ทุกอย่างคลี่คลาย
บทที่ 396 ทุกอย่างคลี่คลาย
[ตระกูลลู่จะเปิดบริษัทบันเทิงแล้วเหรอ?]
[ไม่จริงนะ นี่คือบริษัทบันเทิงของตระกูลลู่เหรอ?]
[เดี๋ยวก่อน บางทีนี่อาจจะแค่กดติดตามแบบขำ ๆ ก็ได้]
[หรือว่าอาจจะเป็นการแนะนำให้ติดตามจากบัญชีที่เพิ่งสมัครใหม่]
[ฮ่า ๆ ๆ แนะนำให้ติดตามงั้นเหรอ เหตุผลสมจริงมากเลย จะทำให้ฉันหัวเราะตายอยู่แล้ว]
พวกเหนียนเกากำลังรู้สึกตื่นเต้นและไปกังวลพร้อม ๆ กัน
ถ้านี่เป็นบริษัทบันเทิงของตระกูลลู่จริง ๆ ความกังวลที่มีก่อนหน้านี้เกี่ยวกับเรื่องการลดทอนรสนิยมก็จะหมดไป
เพราะตระกูลลู่เองก็ได้สร้างอาจารย์นักออกแบบที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติมามากมาย อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับแบรนด์หรูหลายแบรนด์ด้วย
พวกเขาจึงรู้สึกกระตือรือร้นมาก
และด้วยลักษณะการกระทำที่สร้างความฮือฮาของบัญชีนี้ มันก็ดูคล้ายกับสไตล์ของตระกูลลู่จริง ๆ
ตระกูลลู่ก็เป็นแบบนี้แหละ ปกติเงียบ ๆ แต่ถ้าคุณได้ยินเสียงอะไรจากพวกเขา นั่นต้องเป็นเรื่องใหญ่แน่
เหมือนกับที่เกิดขึ้นตอนนี้
ไม่นานนัก ช่องแสดงความคิดเห็นก็ถูกยึดครองด้วยชาวเน็ตที่เห็นเทรนด์ยอดนิยมจากทุกสารทิศ
ไม่ใช่แค่แฟนคลับเท่านั้น ยังมีคนนอกที่แวะเข้ามาดูเรื่องฉาวด้วย
[ตระกูลลู่เปิดบริษัทบันเทิงตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ ทำไมฉันถึงไม่รู้เรื่องเลย]
[จริงหรือเปล่า เป็นของตระกูลลู่จริง ๆ เหรอ]
[ยังไม่แน่ใจหรอก ดูต่อไปก่อน]
ทุกคนต่างสงสัยเหมือนกัน
แต่ความสงสัยเหล่านี้ก็ไม่ได้คงอยู่นานนัก แค่ประมาณห้านาทีเท่านั้น บริษัทลู่ซางกดติดตามเว่ยหลานเอนเตอร์เทนเมนต์กลับ
แฟน ๆ ที่คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวก็พบเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว
[กดติดตามกลับแล้ว!]
ไม่ใช่แค่กดติดตามกลับเท่านั้น ยังแสดงความคิดเห็นในส่วนคอมเมนต์ด้วย
[บริษัทลู่ซาง : ขออภัยที่มาช้า ยินดีต้อนรับเว่ยหลาน เอนเตอร์เทนเมนต์ เข้าสู่บริษัทลู่ซาง ไม่ทราบว่า @หนิงเหนียน สนใจจะเป็นพนักงานคนแรกของเว่ยหลาน เอนเตอร์เทนเมนต์หรือไม่ สวัสดิการบริษัทของเราดีมาก ๆ เลยนะ~]
หลังจากนั้น บัญชีของบริษัทในเครือกลุ่มบริษัทลู่ก็ทยอยเข้ามาร่วมในส่วนความคิดเห็น เพื่อจัดกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ต้อนรับสมาชิกใหม่ของกลุ่ม และต่างส่งเสียงเรียกหนิงเหนียนเพื่อช่วยรับสมัครสมาชิกใหม่
ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้เหล่าชาวเน็ตที่กำลังดูอยู่ถึงกับตะลึง
[แม่เจ้า! นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้เห็นการจัดกิจกรรมกระชับความสัมพันธ์ของกลุ่มบริษัทลู่ เปิดหูเปิดตาจริง ๆ นี่ต้องรวยแค่ไหนกันเนี่ย]
[เว่ยหลานยิ่งใหญ่อลังการมากเลยฮ่า ๆ ๆ ๆ!]
[รู้สึกเหมือนได้เฝ้าดูฉากการประสูติของเจ้าหญิงเลยนะ]
[ฮ่า ๆ ๆ ตลกจริง!]
[แบบนี้ก็เหมือนกับให้เกียรติหนิงเหนียนมาก ๆ เลยนะ]
[ได้ยินมาว่าพอหนิงเหนียนเข้าไปทำงานที่บริษัทเว่ยหลาน ก็เป็นพนักงานคนแรกเลยนะ]
[พระเจ้า! ไม่ใช่แค่รักษาหน้าอย่างเดียว แถมยังมีหน้ามีตาด้วย พอหนิงเหนียนเข้าไปก็เป็นใหญ่เป็นโตเลยนะ!]
[เข้าไปอยู่กับเว่ยหลานแล้ว ยังจะกังวลเรื่องทรัพยากรอีกเหรอ!]
[ฉันเพิ่งไปค้นดูข้อมูล ที่จริงเว่ยหลานตั้งมาตั้งแต่เดือนที่แล้วแล้ว แต่ว่าไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย]
[ว้าว เรื่องใหญ่ขนาดนี้ แต่กลับไม่มีข่าวคราวอะไรเลย]
[ขอกระซิบนิดหน่อยในฐานะคนวงการ จริง ๆ แล้วพวกเรารู้เรื่องการก่อตั้งเว่ยหลานมานานแล้ว นักแสดงหญิงและนักแสดงชายระดับแถวหน้าหลายคนอยากเข้าร่วม แต่เว่ยหลานปฏิเสธไปหมด พวกเราก็งงว่าตระกูลลู่จะทำอะไร ไม่คิดว่าวันนี้จะไปทาบทามหนิงเหนียนเอง]
[ทุกคนต้องอยากเข้าไปอยู่แล้ว ตอนที่ยังไม่เปิดบริษัท ก็มีการทุ่มเงินลงทุนไปทั่ว พอเปิดบริษัทแล้ว มีศิลปินในสังกัดเอง ก็ต้องปรนเปรอดูแลให้ดีสิ จะเลือกทำอะไรก็ได้ตามใจ]
[จริง ๆ ด้วย ถ้ามองในมุมนี้ เป็นการให้เกียรติหนิงเหนียนมากเลยนะ]
[@หนิงเหนียน จะไปไหม! ตัดสินใจด้วยตัวเองเลย!]
[@สตาร์ไลท์เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ไอ้บริษัทหมา ๆ แกไม่เหลือข้อได้เปรียบอะไรอีกแล้ว รีบ ๆ ไสหัวไปซะ]
[วางใจได้ สตาร์ไลท์คงกักขังหนิงเหนียนไว้ไม่ได้แล้ว ถ้าหนิงเหนียนอยากไป ฝ่ายกฎหมายของตระกูลลู่ไม่ใช่ย่อย ๆ นะ]
[ฮ่า ๆ ฉันว่าตระกูลลู่แค่ใช้เงินก็ซื้อตัวหนิงเหนียนได้แล้ว]
…
แฟนคลับต่างพากันดีใจ ความกังวลที่ใหญ่ที่สุดก็หมดไป
เมื่อบริษัทอย่างเว่ยหลานทุ่มสุดตัวขนาดนี้เพื่อเชิญหนิงเหนียน ก็ไม่ต้องกังวลว่าพวกเขาจะปฏิบัติไม่ดีกับหนิงเหนียน
ขอเพียงหนิงเหนียนไปอยู่กับเว่ยหลาน อนาคตก็สดใสแน่นอน
พวกเขาตื่นเต้นมาก จนไม่ได้คิดด้วยซ้ำว่าหนิงเหนียนอยากไปหรือเปล่า
ด้วยเงื่อนไขแบบนี้ คนทั่วไปใครเห็นก็ต้องสนใจแน่นอน
แต่หนิงเหนียนกลับทำตรงข้ามกับคนทั่วไป
เขาปฏิเสธอีกครั้ง
แม้แต่ฉีอันก็ไม่เข้าใจว่าหนิงเหนียนคิดอะไรอยู่ “นายคงต้องให้เหตุผลฉันหน่อยว่าทำไมถึงไม่ไป?”
หนิงเหนียนมองดูในส่วนคอมเมนต์ ซึ่งมีความคิดเห็นมากมาย ทุกคนต่างคาดเดากันว่า ทางฝ่ายเว่ยหลานตั้งใจรอหนิงเหนียนเพื่อให้เป็นการเปิดตัวครั้งแรกที่ยิ่งใหญ่
เขาแค่นเสียงในลำคอ
ก่อนหน้านี้เขายังไม่กล้าที่จะยืนยันว่าบริษัทของลู่จีอันนั้น จัดตั้งขึ้นมาเพื่อหนิงหนิงโดยเฉพาะหรือไม่
แต่หลังจากเหตุการณ์วันนี้ เขาก็มั่นใจแล้ว เพื่อหนิงหนิงนั่นแหละ
หนิงเหนียนรู้จักตัวเองดี บริษัทเว่ยหลานนั้น มีรุ่นพี่ในวงการมากมายที่อยากเข้าไปทำงานด้วยแต่ก็ไม่มีโอกาส
ท้ายที่สุด เขาก็แค่ไอดอลคนหนึ่ง จะไปเทียบกับรุ่นพี่ที่การันตีรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศพวกนั้นได้อย่างไร แต่บริษัทเว่ยหลานกลับส่งคำเชิญมาหาเขา
หนิงเหนียนคิดว่า ตัวเองคงไม่ได้มีเสน่ห์ขนาดนั้น ถ้าเป็นอย่างนั้น ลู่จีอันต้องมีจุดประสงค์อื่นแน่นอน
ในคอมเมนต์เดาผิดไปหมด เมื่อเห็นหนิงเหนียนนั่งเงียบเหมือนหม้อน้ำเก็บความรู้สึก ฉีอันก็ถอนหายใจ
“ช่างเถอะ ฉันเข้าใจว่านายเคยโดนหลอกมาก่อนเลยไม่ค่อยไว้ใจ ฉันเข้าใจ ลองคิดทบทวนดูดี ๆ อีกครั้งก็แล้วกัน แต่นายไม่ต้องกังวลนะ เพราะตอนนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว นายยังมีพี่สาวอยู่ด้วย”
หนิงเหนียน : …
ฉีอันไม่แน่ใจว่าเป็นความรู้สึกของเขาเองหรือเปล่า แต่เมื่อเขาพูดถึงหนิงหนิง ท่าทีต่อต้านของหนิงเหนียนดูจะชัดเจนขึ้น
เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องคุย “แต่เรื่องยกเลิกสัญญานั้น ตอนนี้คุยกันได้แล้วนะ ทางสตาร์ไลท์ติดต่อมาหาฉันแล้ว”
วันก่อนทำเป็นเงียบหายไป วันนี้เว่ยหลานเพิ่งโพสต์เว่ยป๋อไป พวกเขาก็รีบติดต่อมาทันที
สตาร์ไลท์ก็รู้ดี พอมีเว่ยหลาน พวกเขาคงเก็บหนิงเหนียนไว้ไม่อยู่แน่
หนิงเหนียนรู้สึกไม่พอใจนิดหน่อย “งั้นก็ยกเลิกสัญญาเลย”
การเจรจายกเลิกสัญญาเป็นไปอย่างราบรื่น สตาร์ไลท์รู้ตัวว่าตนเองผิด เลยไม่กล้าพูดอะไรมาก หนิงเหนียนจึงได้อิสรภาพกลับคืนมาอย่างรวดเร็ว
หลังจากทุกอย่างเสร็จสิ้น สตาร์ไลท์ก็ประกาศแถลงการณ์ส่งหนิงเหนียนไป
[เยี่ยมเลย! ยกเลิกสัญญาแล้ว!]
[ยินดีด้วยที่เหนียนเหนียนได้อิสรภาพคืนมาแล้ว!]
[สตาร์ไลท์นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของพวกรังแกคนอ่อนแอแต่กลัวคนที่แข็งแกร่ง ถ้าตระกูลลู่ไม่ออกมา พวกเขาคงไม่มีทางปล่อยเหนียนเหนียนไปเร็วขนาดนี้แน่ พวกนั้นคงต้องถกเถียงกันอีกพักใหญ่]
[หวังว่าต่อไปเหนียนเหนียนจะมีความสุขที่เว่ยหลานนะ!]
…
ในขณะที่ทุกคนกำลังฉลองให้กับหนิงเหนียนที่หลุดพ้นจากวังวนแห่งความทุกข์
สือเฉินก็ลบบัญชีเวยป๋อและโซเชียลมีเดียทั้งหมดของเขา
เขาจากไปอย่างเงียบเชียบ พอทุกคนรู้ตัวก็เหลือเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น
ความรู้สึกเหมือนฝุ่นที่ร่วงหล่นลงสู่พื้น
ทุกคนต่างมีความรู้สึกที่ซับซ้อน
[เฮ้อ มีหลายอย่างที่อยากจะพูด แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี ช่างมันเถอะ]
[ก็ขอให้สือเฉินมีความสุขกับการใช้ชีวิตเป็นคนธรรมดานะ]
[เรื่องนี้ก็ถือว่าจบลงแล้วสินะ ช่างไร้สาระจริง ๆ]
[จี๋ซังชิงติดคุก สือเฉินถอนตัวจากวงการ หนิงเหนียนมีอนาคตที่ดีกว่า เหลือแค่เจียงเอี้ยนจือ… เฮ้อ]
[คนเลวคนหนึ่งทำลายความฝันของคนอื่น ถึงจะเอาจี๋ซังชิงไปประหารก็ไม่ช่วยอะไรแล้ว]
[ต่อไปเจียงเอี้ยนจือจะทำยังไงดีล่ะ ในที่สุดเรื่องทั้งหมดก็จบลง แต่เขาไม่มีโอกาสได้ขึ้นเวทีอีกแล้ว]
[อ้า… อีกแล้ว ความเสียดายอีกแล้ว ทำไมโลกนี้ถึงได้มีเรื่องน่าเสียดายมากมายขนาดนี้นะ]
[จะเกิดปาฏิหาริย์แบบเดียวกับชุนฮวาไหมนะ?]
[ไม่มีทางหรอก เจียงเอี้ยนจือไม่ใช่เทวดาซะหน่อย]