แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 398 ความฝัน
บทที่ 398 ความฝัน
ขณะที่มังกรและแมวกำลังทะเลาะกันอยู่นั้น จู่ ๆ ก็มีเสียงกรี๊ดดังกลบเสียงพวกเขาไป
หนิงหนิงมองไปที่เวที บนเวทีมืดสนิท
แสงไฟดวงเล็ก ๆ ดวงแรกสว่างขึ้น ส่องไปที่เวที
ตามด้วยไฟสีขาวหลายดวงที่ทยอยสว่างขึ้น เรียงรายหนาแน่น รวมตัวกันอยู่ตรงกลางเวที
แสงไฟค่อนข้างจะแสบตา แต่คนที่ยืนอยู่ท่ามกลางแสงไฟนั้น ยิ่งเปล่งประกายมากกว่า เขายืนอยู่ตรงกลางเวทีเพียงลำพัง
เขาไม่ใช่ตัวประกอบ เขาคือเจ้าของเวทีนี้
ในเสียงดนตรีแจ๊สที่ผ่อนคลาย เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ด้วยท่าทีไม่ใส่ใจ ราวกับจิ้งจอกที่เกียจคร้าน
ต่างหูเพชรที่ข้างหู ส่องประกายแสงจ้าภายใต้แสงไฟ
เสียงกรี๊ดจากด้านล่างเวทีดังขึ้นเป็นระลอก เสียงกลองได้แทรกเข้ามา ดนตรีค่อย ๆ เร่งจังหวะเร็วขึ้น สีหน้าของเด็กหนุ่มเริ่มจริงจัง ท่าเต้นเร็วขึ้น แม้แต่เลือดในกายก็เริ่มเต้นระรัว
ผู้ชมด้านล่างถูกชักจูง พากันกรีดร้อง ส่งเสียงเชียร์ให้กับเขา
เด็กหนุ่มบนเวทีจมดิ่งอยู่กับการเต้น ความมุ่งมั่นและจริงจังของเขา แพร่กระจายไปถึงผู้ชมด้านล่างเวที
การแสดงที่สุดยอดและน่าประทับใจ เป็นความเพลิดเพลินทางสายตาอย่างถึงที่สุด
การแสดงจบลง ทิ้งความรู้สึกอยากชมต่อไว้ในใจผู้ชม เสียงกรี๊ดยังคงก้องไปทั่วทั้งพื้นที่จนกระทั่งพิธีกรขึ้นมาบนเวที
พิธีกรรอสักครู่ ทุกคนจึงค่อย ๆ สงบลง
พิธีกรมองไปที่หนิงเหนียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขา อดที่จะรำพึงไม่ได้ว่า “ดูสิ นี่แหละคือไอดอลระดับท็อป”
ผู้เข้าแข่งขันทั้งหลายต่างเอามือทาบแก้มด้วยความปลื้มปริ่ม เกือบทุกคนในกลุ่มของพวกเขาล้วนเป็นแฟนคลับของหนิงเหนียน
“ถ้าอยากเป็นเหมือนเหนียนเหนียน ก็ต้องพยายามนะ” พิธีกรพูดติดตลก ผู้เข้าแข่งขันทุกคนพยักหน้าอย่างตื่นเต้น
พวกเขามองไปที่หนิงเหนียน ในแววตามีทั้งความชื่นชมและความทะเยอทะยาน
หนิงเหนียนพยักหน้าให้พวกเขา เขาเป็นทั้งแขกรับเชิญที่มาแสดงและกรรมการในรอบชิงชนะเลิศครั้งนี้
ผู้เข้าแข่งขันที่สามารถอยู่มาถึงรอบชิงชนะเลิศได้ ย่อมมีความสามารถที่การันตีได้แน่นอน
นี่คือจุดเปลี่ยนของชีวิต ทุกคนต่างทุ่มเทสุดความสามารถ ผู้ชมด้านล่างต่างส่งเสียงเชียร์และให้กำลังใจแก่นักแสดงที่ตนชื่นชอบ
บนเวที มีทั้งหยาดเหงื่อและน้ำตา
อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอ มีทั้งความหวังและความเสียใจ
ในที่สุด ผู้ที่ถูกคัดออก ก็ได้แต่กลั้นน้ำตาและจากเวทีไปอย่างน่าเสียดาย
คืนนี้ เป็นค่ำคืนที่ยากจะลืมเลือนสำหรับทุกคน เจียงเจินเองก็ยังร้องไห้ด้วยความจริงใจเมื่อนักแสดงที่เธอชื่นชอบถูกคัดออก
พิธีกรขึ้นเวทีด้วยดวงตาแดงก่ำ
“ชีวิตย่อมมีความเสียใจมากมาย แต่ไม่เป็นไร ชีวิตก็เต็มไปด้วยความเป็นไปได้ไม่มีที่สิ้นสุดเช่นกัน และเรายินดีต้อนรับผู้เข้าแข่งขันที่ต้องจากไปกลับมาบนเวทีนี้อีกครั้ง เวทีนี้จะเปิดกว้างสำหรับผู้ที่มีความฝันตลอดไป!”
ทุกคนด้านล่างเวทีพยักหน้าพร้อมน้ำตา
สมาชิกที่ได้เดบิวต์ยืนอยู่บนเวทีที่เจิดจรัส พร้อมต้อนรับชีวิตใหม่ของพวกเขา
พิธีกร “ขอแสดงความยินดีกับทุกคนบนเวทีด้วยครับ ความพยายามของพวกคุณได้รับการตอบแทนแล้ว หวังว่าต่อจากนี้ไป พวกคุณจะมุ่งหน้าต่อไปเพื่อไล่ตามความฝันของตัวเองนะ!”
เหล่าไอดอลหน้าใหม่พร้อมใจกันตะโกนตอบรับ
บรรยากาศอันเศร้าสร้อยบนเวทีจางหายไปบ้างแล้ว
พิธีกร “หนิงเหนียนมีอะไรอยากจะพูดไหมครับ?”
หนิงเหนียนพยักหน้า รับไมค์มาแล้วพูดว่า “ผทหวังว่าตัวเอง และก็หวังว่าพวกคุณด้วย จะจดจำวันนี้ไว้ตลอดไป จดจำตัวเองที่พยายามอย่างหนักในวันนี้ และจดจำคนที่อยู่ด้านล่างเวทีและหน้าจอ ที่พยายามเพื่อพวกคุณ พวกเราต้องจดจำพวกเขาไว้ให้ดี พวกเขาเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ เพียงเพื่อจะได้เจอพวกคุณสักครั้ง พวกคุณต้องทำให้ทุกอย่างให้เต็มที่เพื่อพวกเขา ทำทุกการแสดงอย่างตั้งใจ อย่าทำให้พวกเขาผิดหวังหรือเสียใจเด็ดขาด พวกคุณต้องจำเรื่องนี้ไว้ให้ดี”
เขาเป็นคนที่พูดน้อยอยู่แล้ว และก็ไม่ใช่คนที่แสดงความรู้สึกออกมาภายนอก
แม้แต่แฟนคลับที่รู้จักเขาดี ก็ยังไม่คิดว่าเขาจะพูดมากมายขนาดนี้ในคราวเดียว
เมื่อเขาพูดจบด้วยท่าทางจริงจัง พิธีกรถึงกับอึ้งไปชั่วขณะ
บรรดาแฟนคลับเป็นกลุ่มแรกที่ตั้งสติได้
“นี่มันการสารภาพรักใช่ไหม? ใช่ไหม ๆ?”
“พระเจ้า! ในชีวิตของฉัน ฉันได้ยินหนิงเหนียนสารภาพรักกับแฟนคลับด้วย”
“ทุกคำพูดเต็มไปด้วยความรัก ทุกประโยคแฝงไปด้วยความรัก ฉันรู้สึกซาบซึ้งมาก”
“การตอบแทนที่ดีที่สุดของไอดอลคือการแสดงบนเวทีที่สมบูรณ์แบบ เหนียนเหนียนก็ทำได้ดีมากในจุดนี้ ไม่ว่าจะเป็นการเต้นหรือการร้อง ล้วนทำด้วยความตั้งใจที่สุด!”
“ฮือ ๆ พวกเราจะมุ่งมั่นไปด้วยกัน”
“ดีจังเลย รู้สึกดีที่ความชอบของเราได้รับการเห็นคุณค่า”
“ใช่เลย ตราบใดที่หนิงเหนียนยังร้องยังเต้น ฉันก็จะเป็นแฟนคลับต่อไป!”
“ความจริงใจเป็นอาวุธชั้นเยี่ยมเสมอ!”
…
เหล่าไอดอลรุ่นใหม่มองดูหนิงเหนียนพลางพยักหน้าอย่างจริงจัง มาถึงตรงนี้ รายการถ่ายทอดสดคืนนี้ก็ใกล้จะจบลงแล้ว
แต่ทุกคนยังจำเรื่องหนึ่งได้
“แล้วแขกรับเชิญปริศนาล่ะ?”
“ใช่แล้ว ใกล้จะจบรายการแล้ว แขกรับเชิญปริศนายังไม่โผล่มาเลย?”
“ทีมงานคงไม่ได้ลืมไปหรอกนะ?”
ไม่น่าจะใช่นะ เรื่องสำคัญขนาดนี้จะลืมไปง่าย ๆ ได้ยังไง?
…
ราวกับรู้ทันความคิดของทุกคนล่วงหน้า พิธีกรยิ้มน้อย ๆ
“ผมเดาว่า หลายคนคงคิดว่าพวกเราลืมเรื่องสำคัญอะไรบางอย่างใช่ไหมครับ?”
ทุกคนต่างพากันพยักหน้า “ไม่ต้องกังวลไปหรอก แขกรับเชิญพิเศษน่ะ ไม่ได้ลืมหรอก เขาอยู่หลังเวทีนี้ตอนนี้”
พอพิธีกรพูดแบบนั้น ทุกคนต่างมองไปทางด้านหลังเวที
คนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หนิงหนิงต่างก็ยืดคอมองไปด้วยความสนใจ
พวกเขาอยู่หลังเวทีมาตลอด แต่กลับไม่เห็นใครที่ดูน่าสนใจเป็นพิเศษเลย
ใครกันนะ ที่ทำตัวลึกลับแบบนี้ ทุกคนต่างอยากรู้อยากเห็นจนแทบตายกันไปหมดแล้ว
“ใครกันนะ ทีมงานรายการทำให้ลุ้นขนาดนี้”
“ต้องเป็นบุคคลที่ไม่ธรรมดาแน่ ๆ ไม่งั้นคงไม่เก็บไว้ให้ปรากฏตัวเป็นคนสุดท้ายหรอก”
“เร็ว ๆ หน่อยสิ ให้ฉันได้เห็นสักทีว่าเป็นใครกันแน่!”
ยิ่งผู้ชมร้อนใจ พิธีกรก็ยิ่งดูใจเย็น
“ผมเป็นพิธีกรรายการรอบชิงชนะเลิศประจำปีมาหลายปีแล้ว ผมได้ส่งผู้คนมากมายออกจากเวทีนี้”
เขานึกย้อนความทรงจำ แล้วเริ่มพูดคุยกับผู้ชมอย่างเป็นกันเอง
“ไม่ทราบว่า ทุกคนยังจำได้ไหม ถึงคนที่เคยเดินออกไปจากเวทีนี้”
[จำได้แน่นอนสิ เพราะพวกเราติดตามดูทุกตอนนะ แต่ละวงก็ล้วนเกิดจากคะแนนโหวตที่พวกเราทยอยส่งให้ทีละใบ ทีละใบ]
[ตอนนี้มีคนเยอะแยะเลยที่กลายเป็นซุปเปอร์สตาร์ไปแล้ว]
[ใช่ แต่ละรุ่นก็มีนักเรียนเก่ากลับมา พวกเราก็เป็นเหมือนครอบครัวใหญ่ คนที่ก้าวออกไปจากเวทีนี้มีเยอะมากจริง ๆ]
[ในบรรดาคนที่ออกจากเวทีนี้ไป คนที่โด่งดังที่สุดก็คงเจียงเอี้ยนจือแหละ]
พอพูดถึงเจียงเอี้ยนจือ ความเห็นในคอมเมนต์ก็เหมือนชะงักไปชั่วขณะ
[ใช่ เขาอยู่รุ่นแรก รุ่นแรกที่ดังระเบิดก็เพราะการแสดงจัดอันดับของเขานั่นแหละ]
[ใช่ ฉันก็เริ่มติดตามรายการนี้จากคลิปของเขาเหมือนกัน]
เมื่อพูดถึงเจียงเอี้ยนจือ ความรู้สึกเศร้าของทุกคนก็ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้ง
[พูดได้แค่ว่า ชะตาชีวิตช่างเล่นตลก ถ้าไม่ได้เจอคนเลว ๆ อย่างจี๋ซังชิง ด้วยความสามารถและความมุ่งมั่นของเขา ป่านนี้คงเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับท็อปไปแล้ว]
[น่าเสียดายจริง ๆ น่าเสียดายมาก ๆ เลย]
[เฮ้อ]
ผู้ที่ได้แต่มองดูอยู่ห่าง ๆ นอกจากจะรู้สึกเจ็บปวดใจแล้ว ก็คงได้แต่พูดว่าน่าเสียดายเท่านั้น
คนอื่น ๆ ที่มองดูยังรู้สึกเจ็บปวดใจ แล้วเจียงเอี้ยนจือที่เป็นคนในเรื่องจะรู้สึกอย่างไร
มองดูหนิงเหนียนในตอนนี้ เขาจะไม่รู้สึกเศร้าหรือร้องไห้บ้างเหรอ
[ถ้าเจียงเอี้ยนจือไม่ได้เข้าร่วมรายการนี้ก็คงจะดี]
[ฮือ ย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว]
เวทีนี้ คือความฝันของผู้คนมากมาย แต่ความฝันของเจียงเอี้ยนจือนั้น ไม่มีวันที่จะเป็นจริงได้อีกแล้ว