แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 405 ไม่มีคำพูดจริงสักคำเดียว
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 405 ไม่มีคำพูดจริงสักคำเดียว
บทที่ 405 ไม่มีคำพูดจริงสักคำเดียว
[น่าเบื่อจริง ถ้าฉันเป็นหนิงหนิงฉันก็ไม่ชอบเจียงเจินเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ฉันก็โดนแฟนคลับของเธอด่าจนแย่]
[นั่นมันเป็นปัญหาส่วนตัวระหว่างเธอกับเจียงเจิน ทำไมต้องเอามายุ่งกับเรื่องงานด้วย แบบนี้มันก็สร้างปัญหาให้คนอื่นน่ะสิ]
[ใช่แล้ว ตอนนี้ปล่อยให้คนตั้งเยอะต้องมายืนรออยู่แบบนี้?]
[ซูเจาก็ยังไม่มาเหมือนกัน พวกนี้นี่มันคู่แท้กันจริง ๆ]
เจียงเจินยักไหล่ แสดงท่าทีว่าตัวเองก็ไม่รู้เรื่อง
เป็นที่รู้กันดีว่าเธอและหนิงหนิงไม่ลงรอยกัน
เจียงฉือซิงทนฟังไม่ได้อีกต่อไป “นั่นเป็นเพราะเธอไม่สบาย”
ตั้งแต่ออกมาจากสนามบินใบหน้าของหนิงหนิง ก็ซีดขาวขนาดนั้น เห็นได้ชัดว่าไม่สบาย
ทางรายการจัดเตรียมรถตู้มาให้ แต่มีคนมากเกินไป
หนิงหนิงไม่อยากนั่ง มันก็เป็นเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ
เจียงเจินเลือกที่จะพูดได้ดีมากจริง ๆ
เจียงเจิน : …
มาทำลายบรรยากาศอีกแล้ว
ถ้าไม่ทำลายบรรยากาศเขาจะตายหรือไง?
เจียงเจินรู้สึกเก้อเขินอยู่บ้าง “อ้าว? เกิดอะไรขึ้น ฉันไม่เห็นสังเกตเห็นเลย”
เจียงฉือซิงมองดูท่าทางของเธออย่างเงียบ ๆ
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่า เจียงเจินเป็นคนแบบไหนกันแน่
โกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่มีคำพูดจริงใจสักคำเดียว
เจียงฉือซิงแสดงสีหน้า ‘ฉันจะดูว่าเธอจะแสดงละครไปได้ถึงไหน’ ทำให้ เจียงเจินรู้สึกอึดอัดใจ
โชคดีที่เหลียงชิงฮวนพูดแทรกขึ้นมาว่า “อ้อ เจินเจินคงไม่ทันสังเกตสินะ ก็ดูเวลามันรีบซะขนาดนี้”
เรื่องนี้ก็ถูกเหลียงชิงฮวนเบี่ยงประเด็นไป
เจียงเจินฉวยโอกาสเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ดูเหมือนว่าทุกคนจะยังมาไม่ครบนะ”
พูดจบ เธอก็แสดงสีหน้าเสียใจ กัดริมฝีปากเบา ๆ
เหลียงชิงฮวนฮึมฮัมตอบ “ใช่แล้ว คนอื่นบินมาจากที่อื่นยังมากันหมด ก็ไม่รู้ว่าเธอที่อยู่ในโรงแรมแท้ ๆ ทำไมยังมาไม่ถึง มีเรื่องให้ยุ่งเยอะจริง ๆ”
เจียงเจินคว้าแขนเสื้อของเธอไว้ พร้อมส่ายหน้า
“ชิ” เหลียงชิงฮวนแค่นเสียง
[ฮ่า ๆ ๆ ฉันก็รู้ว่าชิงฮวนเป็นคนใจร้อน ต้องทนกับซูเจาไม่ได้แน่ ๆ]
[ชิงฮวนพูดแทนใจฉันเลย ด่าได้ดีนัก เธอนั่นละชอบหาเรื่องจุกจิก น่ารำคาญจะตาย]
[เจินเจินน่ารักจัง ยังกลัวว่าตัวเองจะพูดผิดอีก กลัวไปทำไมล่ะ เธอคอยเกรงใจคนอื่นแบบนี้ แต่อีกฝ่ายเคยคิดถึงความรู้สึกเธอบ้างไหม?]
[ซูเจาคอยดึงเจินเจินลงไม่หยุดหย่อน แต่ตัวเองกลับไม่สนใจอะไรเลย ไอ้จิ้งจอกเฮงซวย]
[ตลกจะตาย เจียงเจินในที่สุดก็ได้ลิ้มรสความรู้สึกของการถูกข่าวเหยียบย่ำโจมตีรอบด้านแล้วใช่ไหม สมควรแล้ว ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ]
[สมควรแล้ว บูมเมอแรงในที่สุดก็พุ่งกลับมาทิ่มแทงตัวเอง ใช้ข่าวเหยียบย่ำหนิงหนิงจนสร้างชื่อเสียง ตอนนี้ถูกคนอื่นเหยียบย่ำบ้าง ก็อย่ารู้สึกน้อยใจเลย]
[ฮ่า ๆ ๆ ซูเจามีพื้นเพยังไงกันแน่นะ]
[เธอเป็นศิลปินในสังกัดยูนิเวอร์ซัล ซึ่งเป็นบริษัทบันเทิงต่างประเทศ มีคนบอกว่าเธอมีความสัมพันธ์กับนายทุนใหญ่จากต่างประเทศด้วย]
[มีคนเคยวิเคราะห์เครื่องประดับของซูเจาไว้ เครื่องประดับที่เธอใส่ รวมถึงเสื้อผ้าที่เธอสวม ไม่เคยมีชิ้นไหนต่ำกว่าสิบล้านหยวนเลย]
[โห พวกคนรวยนี่รวยจนฉันจินตนาการไม่ออกจริง ๆ]
[สรุปคือฐานหลังแน่นมากนั่นแหละ ไม่งั้นคิดว่าเธอจะทำอะไรได้ตามใจเหรอ]
[ที่แท้เจียงเจินก็แค่เก่งแต่ข่มคนในบ้านเท่านั้นแหละ พอเจอคนนอกเข้ามาก็โดนเขาเหยียบจนหมดปัญญาเลย ฮ่า ๆ ๆ]
[ยังจะหัวเราะอีก รอให้ซูเจาทำอะไรหนิงหนิงดูสิ แล้วจะหัวเราะไม่ออกหรอก]
[พอดีตอนนี้หนิงหนิงเป็นซุปเปอร์สตาร์อันดับหนึ่งในประเทศ ไม่มีใครมีฐานหลังแน่นเท่าเธอแล้ว ลองปะทะกับซูเจาดูสิ ว่าใครจะเก่งกว่ากัน]
[เอ๋ อย่าเลย หนิงหนิงออกจากวงการไปแล้ว พวกคุณอย่าได้ลากหนิงหนิงเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งระหว่างเจียงเจินกับซูเจาเลย เรื่องของพวกเขา ให้พวกเขาจัดการกันเองเถอะ]
พวกหนิงตังมองออกชัดเจนว่า แฟนคลับของเจียงเจินตอนนี้กำลังพยายามอย่างหนักที่จะลากหนิงหนิงเข้าไปพัวพันกับความขัดแย้งระหว่างเจียงเจินกับซูเจา
กลยุทธ์นี้ก็แค่การโยนความผิดให้คนอื่น ช่างไร้ยางอายจริง ๆ
พวกหนิงตังไม่ได้รู้สึกเกลียดชังซูเจาเท่าไหร่หรอก
ซูเจาเติบโตมาจากต่างประเทศตั้งแต่เด็ก และเดบิวต์ก็ที่ต่างประเทศด้วย
ก่อนหน้านี้เธอก็ค่อนข้างดังในต่างประเทศแล้ว แต่ตัวเธอเองค่อนข้างเก็บตัว
เมื่อเร็ว ๆ นี้เธอเพิ่งถ่ายหนังเสร็จและกลับมาทำงานในประเทศ ก็ดังเลยเปรี้ยงปร้างอีกครั้ง จึงทำให้เธอเริ่มออกงานบ่อยขึ้น
ไม่น่าเชื่อว่าตัวตนที่แท้จริงของเธอจะแตกต่างจากภาพลักษณ์ในหนังโดยสิ้นเชิง ที่แท้เธอเป็นคนมีนิสัยเสแสร้งแบบนี้
แต่เธอมีจุดเด่นอย่างหนึ่ง
นั่นก็คือ เธอจะคอยจับผิดและโจมตีแต่เจียงเจินคนเดียวเท่านั้น
และสิ่งที่นำมาวิจารณ์ก็คือเรื่องฝีมือการแสดง
จะเห็นได้ว่า ตระกูลเจียงพยายามอย่างหนักที่จะช่วยกู้หน้าเจียงเจิน แต่น่าเสียดายที่ไม่เกิดประโยชน์อะไร
เรื่องนี้ทำให้พวกหนิงตังดูแล้วขำมาก
ในทางกลับกัน เมื่อมองซูเจาแล้วกลับรู้สึกสบายตากว่ามาก
แฟนคลับของเจียงเจินอย่าหวังจะมาโจมตีลอย ๆ
“พวกคุณกำลังพูดถึงฉันอยู่หรือเปล่า?”
เสียงหญิงสาวอ่อนหวานชวนหลงใหลดังขึ้น ขณะที่ข้อความคอมเมนต์มากมายยังคงไหลเลื่อนบนหน้าจอ
แม้จะยังไม่เห็นตัว แต่ได้ยินเสียงเธอก่อนแล้ว
เสียงที่ทั้งอ่อนหวานและเย้ายวนใจนี้ ไม่ผิดแน่ เป็นซูเจาอย่างแน่นอน
จากนั้น กล้องก็แพนไปที่หญิงสาวซึ่งยืนอยู่ไม่ไกลจากจุดนัดพบ ซูมภาพให้เห็นใบหน้าของเธอชัดเจน
หญิงสาวยืนอยู่ในแสงย้อนแดด
เธอสวมชุดเดรสสีแดงเข้มสายเดี่ยว ชายกระโปรงเป็นประกายทองเมื่อต้องแสงแดด ยามยืนอยู่กลางแสง มันเหมือนกำลังลุกไหม้
บนศีรษะสวมหมวกกันแดดสีดำ ใบหน้าสวมแว่นกันแดดสีดำขนาดใหญ่ปิดบังดวงตา
มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ราวกับยิ้มไม่ยิ้ม จ้องมองไปยังที่ที่แขกคนอื่น ๆ อยู่
[ฮืดดด—]
[สวยจังเลย…]
[ต้องยอมรับว่าซูเจาเป็นสาวสวยจริง ๆ]
[เฮ้ย ไม่ใช่นะ นี่มันรายการเอาชีวิตรอดในป่าไม่ใช่เหรอ ใส่กระโปรงมาทำไมกัน สวยแล้วมันจะมีประโยชน์อะไร]
[อืมม… พูดอะไรลำบากจัง รายการเอาชีวิตรอดแต่ใส่กระโปรงมา ยังคงทำตัวเว่อร์วังเหมือนเดิม สมกับเป็นคนชอบเรียกร้องความสนใจจริง ๆ]
[ฉันบอกแล้วไงว่าซูเจาต้องมาทำตัวแบบนี้แน่ ๆ ดูสิ นี่ไงล่ะ เป็นไปตามคาด]
[แต่งตัวครบชุดเลย แม้แต่เส้นผมยังจัดเสียเรียบร้อย ทำเอาผู้ชมงงไปหมด]
[สามซีซั่นแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เห็นแขกรับเชิญแต่งตัวแบบนี้]
[เหมือนซูเจาจะมาผิดที่แล้ว เธอไม่ควรมาที่รายการกรีนวิลเดอร์เนส เธอควรไปเดินพรมแดงมากกว่า]
[นี่มันการแข่งขันแบบคัดออกนะ อย่าคิดว่าจะเหมือนรายการวาไรตี้ก่อนหน้านี้ที่เหนื่อยแล้วจะมีคนมาช่วย]
[เดี๋ยวก่อน เธอเอากระเป๋าเดินทางใบใหญ่ขนาดนี้มาด้วยเหรอ]
ความสนใจของผู้ชมถูกดึงดูดไปที่ความงามของเธอ จนกระทั่งได้รับการเตือน พวกเขาถึงสังเกตเห็นว่า ข้าง ๆ ซูเจาวางกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เอาไว้ด้วย
[ไม่สิ กระเป๋าใบใหญ่ขนาดนี้ ซูเจาหิ้วมาได้ยังไงกัน?]
[แน่นอนว่าเธอคงไม่ได้หิ้วมาเอง ต้องมีคนช่วยแบกมาแหละ]
[เอากระเป๋าเดินทางมาทำไมกัน เข้าไปในภูเขาก็ไม่ได้ใช้เลยสักนิด แถมยังไม่อนุญาตให้นำของส่วนตัวเข้าไปด้วย]
[เธอเป็นถึงเจ้าหญิงนะ จะสนใจกฎของกองถ่ายที่ไหนกัน]
[หึ ๆ ซูเจาคงไม่เคยดูรายการนี้มาก่อนแน่ ๆ น่าสงสารคนที่ช่วยถือกระเป๋าให้เธอจริง ๆ]
…
ซูเจาถอดแว่นออก ใต้กรอบแว่นนั้นคือดวงตาคู่สวยดุจดั่งจิ้งจอก
เธอยกมือขึ้นบังแสงที่พุ่งเข้าใส่ดวงตาของเธออย่างรวดเร็วและรุนแรง
“น่ารำคาญจริง” น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
เหลียงชิงฮวนแอบกลอกตามองบ่งบอกความรำคาญ
ซูเจาเดินเอื่อย ๆ ไป ชุดกระโปรงสีแดงที่สวมใส่ดึงดูดสายตาเป็นอย่างมาก
เมื่อเธอไปยืนรวมกับแขกรับเชิญคนอื่น ๆ ผู้ชมก็สังเกตเห็นว่า
ซูเจาผิวขาวมากจริง ๆ ขาวกว่าคนอื่นหลายเฉด เมื่อยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน แทบจะสะท้อนแสงเลยทีเดียว
แขกรับเชิญคนอื่น ๆ ก็สังเกตเห็นเช่นกัน เจียงเจินแอบขยับตัวออกห่างไปหลายก้าว ไม่อยากยืนอยู่ใกล้เธอ