แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 441 ขงชิว
บทที่ 441 ขงชิว
ยันต์คาถาราวกับมีตา คอยไล่ตามหมาป่าอย่างไม่ลดละ
ยันต์อัคคีธรรมดาไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายจริง ๆ กับสิ่งมีชีวิต มันเป็นเพียงการขู่ให้กลัว แต่ก็มากพอที่จะทำให้สัตว์หลายชนิดตกใจวิ่งหนี
เหมือนกับหมีดำตัวนั้น
หมาป่ายังไม่ทันตั้งตัว มันไม่มีทางหลบเลย ขนมันถูกลุกไหม้ด้วยเปลวไฟในทันที
ไฟลุกโชนขึ้น ดูน่ากลัวมาก
“เยี่ยมมาก!” เจียงเจินร้องอย่างยินดี
พวกเขาแค่รอให้หมาป่าตัวนั้นถอยไปเอง
แต่พวกเขายังไม่ทันได้ดีใจนาน คนที่ถูกกดอยู่กับพื้นก็ร้องอุทานขึ้นมาทันที
ผมของเขาไฟลุก!
ชายคนนั้นกลิ้งไปมาบนพื้น รีบดับไฟที่ลุกไหม้ตัวเขาอย่างร้อนรน
เจียงฉือซิง “เกิดอะไรขึ้น”
สิ่งนี้สำหรับมนุษย์แล้ว ไม่มีอันตรายใด ๆ เลย
เว้นแต่ว่า…
หนิงหนิงในตอนนี้ ในที่สุดก็ยืนยันได้ “เขาไม่ใช่คนที่มีชีวิตอยู่จริง ๆ”
ประโยคเดียว ทำให้ทุกคนสูดหายใจเฮือกด้วยความตกใจ ไม่ใช่คน ยังกลัวยันต์อัคคีอีก นอกจากผี พวกเขาก็นึกถึงความเป็นไปได้อื่นไม่ออกแล้ว
[เฮ้ย? ไม่ใช่คนเหรอ]
[ผีงั้นเหรอ? ไม่จริงใช่ไหม ถ่ายรายการกลางแจ้งก็ยังเจอผีได้ด้วย?]
[น่าจะเป็นเพราะแบบนี้หนิงหนิงถึงไม่ให้พวกเขาใช้ยันต์อัคคีสินะ ถ้าเกิดเผาผีตายไปจะทำยังไง]
เหลียงชิงฮวนไม่กล้าเชื่อ ปากก็ไวกว่าใจ “เขาเป็นผีเหรอ?”
เสียงของเธอดังพอสมควร ดึงความสนใจของชายคนนั้น
เขามองมาทางพวกเธอราวกับเห็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะช่วยชีวิต “ช่วยด้วย! ช่วยฉันเร็ว! มันกำลังจะกินฉัน!”
เมื่อมองไปที่หมาป่านั่นอีกครั้ง ร่างกายครึ่งหนึ่งของมันจมอยู่ในกองไฟแล้ว
ตอนนี้ มันไม่ขยับเขยื้อน เพียงแต่มองมาทางพวกเขา
ทุกคนเพิ่งสังเกตเห็นว่า ดวงตาของมันเป็นสีทองอร่าม
ดวงตาสีทอง เมื่อรวมกับภาพตรงหน้า ก่อให้เกิดความงามที่ทั้งสะเทือนใจและน่าพิศวงในเวลาเดียวกัน
ทุกคนตกตะลึงกับภาพตรงหน้า จนไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี
เมื่อคนคนนี้ไม่ใช่คนที่มีชีวิต หมาป่าตัวนี้ ก็ย่อมไม่ใช่หมาป่าธรรมดาแน่นอน
หมาป่ายังคงไม่ขยับ จ้องมองมาทางกลุ่มคน ปล่อยให้เปลวไฟกลืนกินมัน
ซูเจาสังเกตเห็น “มันไม่ได้มองพวกเราหรอก?”
เมื่อได้ยินเธอพูดเช่นนั้น ทุกคนจึงเพิ่งสังเกตเห็นว่า ถึงแม้หมาป่าจะมองมาทางพวกเขา แต่มันไม่ได้มองพวกเขาจริง ๆ ตามสายตาของมัน จุดสุดท้ายปลายทาง หยุดนิ่งอยู่บนร่างของกวางน้อยที่อยู่ด้านหน้าสุด
หมาป่ากำลังมองกวาง
กวางน้อยก็กำลังเงยหน้ามองหมาป่าอยู่เช่นกัน
มันดูเหมือนจะกลัวมาก ยังคงสั่นไม่หยุด มันสั่นหนักกว่าเมื่อก่อนอีก
มันส่งเสียงครางต่ำออกมาจากปาก ต่อมา พวกเขาได้พบกับภาพที่ไม่น่าเชื่ออย่างยิ่ง
ทุกคนเห็นว่า หยดน้ำตาใสระยับกำลังไหลออกมาจากดวงตาของกวาง
ชั่วขณะนั้น ทุกคนตกตะลึงจนไม่รู้จะพูดอะไร
[มันร้องไห้เหรอ? ทำไมถึงร้องไห้ล่ะ?]
“มันร้องไห้เพราะกลัวหมาป่าหรือเปล่า?” เจียงเจินรีบก้าวขึ้นไปข้างหน้า โอบกอดกวางน้อยเอาไว้ “ไม่เป็นไรนะ มีฉันอยู่ตรงนี้แล้ว”
เธอกอดกวางไว้ พร้อมกับตะโกนใส่หมาป่า “อย่าเข้ามานะ ฉันจะไม่ยอมให้นายทำร้ายมันเด็ดขาด!”
ดูเหมือนไฟที่อยู่บนตัวหมาป่ากำลังจะลุกลามไปถึงวิญญาณที่ถูกมันทับอยู่แล้ว
เจียงเจินตะโกนใส่หนิงหนิง “รีบไปช่วยคนเร็วเข้า!”
ดูเหมือนว่า กวางตัวนี้กำลังพาพวกเขามาช่วยคนคนนี้
หนิงหนิงหลับตาลงชั่วครู่เพราะแสงที่แยงตาทำให้รู้สึกเจ็บนิด ๆ แต่เธอไม่ได้สนใจ “ทำไมฉันต้องช่วยด้วย เขาตายไปนานแล้ว”
เจียงเจินร้อนรน “ทำไมเธอถึงใจเย็นขนาดนั้น?”
หนิงหนิงยังไม่ทันได้พูดอะไร หนิงเหนียนก็โกรธมาก
หนิงเหนียน “ไฟไม่ได้ถกจุดโดยเธอเหรอ ถ้าอยากช่วยก็ไปช่วยเองสิ”
เจียงเจินถูกขัดจนพูดไม่ออก ไม่มีอะไรจะพูดอีก
หนิงหนิงเตือนพวกเขาแล้วจริง ๆ ว่าอย่าใช้ยันต์อัคคี
เธอตำหนิหนิงหนิง “แล้วทำไมเธอไม่พูดให้ชัดเจนตั้งแต่แรก พูดคลุมเครือแค่ครึ่งเดียว ใครจะเข้าใจล่ะ”
หนิงหนิง “เพราะฉันไม่แน่ใจ”
เจียงเจินยังไม่เชื่อ “เป็นไปได้ยังไง เธอไม่ใช่เก่งมากหรอ? แม้แต่ผีเธอก็ดูออกไม่ใช่เหรอ?”
หนิงหนิงถูกถามจนจนมุมจริง ๆ ที่จริงแล้ว โดยปกติไม่ว่าเป็นผีหรือไม่ เธอมองแวบเดียวก็รู้ แต่สถานที่นี้มันไม่ธรรมดาเลย
สิ่งเหล่านี้ ที่ได้ยินอยู่ตอนนี้ เห็นอยู่ตอนนี้ ใครจะรู้ว่าเป็นอะไรกันแน่
ขณะที่พวกเขากำลังเผชิญหน้ากันอยู่ จู่ ๆ ก็ได้ยินจี๋เสี่ยวเสี่ยวตะโกนว่า “มันกำลังจะไปแล้ว!”
พอมองไป ถึงได้พบว่า หมาป่าตัวนั้นปล่อยชายคนที่มันกดทับอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
มันหันตัวกลับ เหมือนดาวตก และในชั่วพริบตา ก็หายเข้าไปในป่า เพียงไม่กี่วินาที มันก็หายไปโดยไร้ร่องรอย
ทุกคนต่างอึ้งไปชั่วขณะ
เหลียงชิงฮวน “มันไปแล้วเหรอ?”
ซูเจา “ไปแล้วไม่ดีหรือไง?”
มันไปแล้วก็ดีอยู่แล้ว แค่ไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงจู่ ๆ ก็หายไป รู้สึกแปลกมาก
เหลียงชิงฮวนโกรธจนไม่อยากพูดอะไร
อย่างไรก็ตาม หมาป่าไปแล้ว ทำให้หลายคนรู้สึกโล่งอก
ความกดดันจากหมาป่าตัวนี้รุนแรงมาก เมื่อมันอยู่ที่นี่ ทุกคนรู้สึกเหมือนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจ
หนิงหนิงเร่งเจียงเจิน “หมาป่าไปแล้ว ตอนนี้ไปช่วยคนกันเถอะ”
เจียงเจิน : …
ที่พูดมาก็จริง แต่ว่า คนคนนั้นเป็นผีนะ
ท่ามกลางสายตาของทุกคน เจียงเจินลำบากใจ ไม่รู้จะถอยหลังหรือก้าวไปข้างหน้าดี
เธอคิดถึงหยกเครื่องรางป้องกันตัวที่พกอยู่ น่าจะไม่มีปัญหา ตัดสินใจกัดฟันและวิ่งไปหาชายที่นอนอยู่บนพื้นทางนั้น
“คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” เจียงเจินยืนอยู่ข้างเขา สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวล ชายคนนั้นนอนคว่ำอยู่บนพื้น ไม่ขยับเขยื้อน
เมื่อมองใกล้ ๆ จะเห็นได้ว่าชายคนนี้อายุน้อยมาก ราว ๆ ยี่สิบกว่าปี
“ไม่เป็นไรครับ” เสียงของเขาฟังดูอ่อนแรง
“ให้ฉันช่วยพยุงคุณขึ้นมาไหมคะ?” เจียงเจินถามอีกครั้ง
ชายคนนั้นปฏิเสธ “ไม่ต้องหรอก คนกับผีแยกทางกัน ถ้าแตะต้องพลังงานหยินแล้วจะไม่ดีนะ” ไม่คิดว่าเขาจะยอมรับว่าตัวเองเป็นผีอย่างตรงไปตรงมาแบบนี้
เจียงเจินรู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง
ชายคนนั้นพยายามอย่างเต็มที่ จนในที่สุดก็ลุกขึ้นมานั่งได้
เจียงเจินเห็นใบหน้าของเขา และเบิกตากว้างเล็กน้อย
ใบหน้าที่มีรูปลักษณ์งดงาม มีไฝเล็ก ๆ สีดำอยู่บนปลายจมูก
เขายิ้มให้กับเจียงเจิน ถึงแม้ว่าเจียงเจินจะเคยชินกับการเห็นหนุ่มหล่อ แต่รอยยิ้มนั้นก็ทำให้เธอตาพร่าไปชั่วขณะ
[โอ้โห ทำไมหน้าตาหล่อขนาดนี้]
[ดูหนุ่มมากเลย หน้าตาหล่อขนาดนี้ ทำไมต้องตายเร็วด้วยล่ะ? ช่างไม่ยุติธรรมเอาซะเลย!]
เขาดูไม่มีความก้าวร้าวเลย ประกอบกับหน้าตาที่ดีเลิศ ทำให้คนอื่นเกิดความรู้สึกชอบได้ง่ายมาก
คนอื่น ๆ ก็ค่อย ๆ เข้ามารวมตัวกันล้อมรอบ
หนิงหนิงไม่ได้ขยับตัว เธอยืนอยู่ด้านหลังกลุ่มคน นอกจากเธอแล้ว ดูเหมือนจะไม่มีใครสังเกตเห็นกวางน้อยตัวนั้น
มันจ้องมองไปยังทิศทางที่หมาป่าเดินจากไป นิ่งไม่ขยับ
เมื่อหนิงเหนียนหันกลับมามองเธอ เธอจึงเดินตามกลุ่มคนไป แล้วรวมวงเข้าไป
พอเดินเข้าไป เธอก็ได้ยินชายหนุ่มแนะนำตัวเอง “สวัสดีครับทุกคน ผมชื่อขงชิว”
เหลียงชิงฮวน “ขงชิว ชื่อของคุณฟังดูไพเราะดีนะคะ”
ขงชิวยิ้มน้อย ๆ เวลายิ้มก็ดูดีด้วย ผู้ชมที่ดูอยู่หน้าจอรู้สึกหวั่นไหวอีกระลอก
หนิงหนิงกวาดสายตามองไปที่ตัวขงชิว แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ
ขงชิวพักสักครู่ เหมือนเพิ่งได้สติกลับมา
เขาเงยหน้าขึ้น เห็นโดรนถ่ายทอดสดที่บินอยู่บนอากาศ รู้สึกแปลกใจ จึงถาม “นี่คืออะไรเหอครับ?”
เจียงเจินมองดูแล้วตอบไปตามสบาย “กล้องถ่ายวิดีโอไง พวกเรากำลังถ่ายรายการพอดี เลยมาเจอคุณ”
ขงชิวเอียงศีรษะมองดูเจียงเจินราวกับว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่ได้ยิน
เขายิ้มอย่างเก้อเขินแล้วถามอีกครั้ง “กล้องถ่ายวิดีโอเหรอ? บันทึกรายการ? หมายความว่ายังไงครับ?”