แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 444 ขยันจนเกินไป
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 444 ขยันจนเกินไป
บทที่ 444 ขยันจนเกินไป
เพิ่งพูดจบ หนิงหนิงก็ได้ยินเสียงตะโกนของเหลียงชิงฮวนว่า “เธอบ้าไปแล้วเหรอ?”
หนิงหนิง “แน่นอนว่าฉันไม่ได้บ้า ไม่ใช่พวกเธอเองหรอกหรือที่บอกว่าจะช่วยกำจัดปีศาจหมาป่า ถ้าเธอไม่อยู่ที่นี่ แล้วเหยื่อล่อจะมาจากไหนล่ะ?”
พูดแบบนั้นก็จริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะให้ความช่วยเหลือจนเอาชีวิตเข้าแลกแบบนี้
หนิงหนิงพูดต่อ “ก็เราช่วยเหยื่อของมันหนีมาได้เมื่อกี้นี้เอง เธอคิดว่ามันจะจำพวกเราได้ไหม? ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าพวกเราอีกแล้วล่ะ”
ฟังแล้วยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่ ใครจะอยากให้ปีศาจหมาป่าจำได้กันล่ะ
เจียงเจินอดสั่นเทาไม่ได้ และยิ่งอยากจะวิ่งหนี
“อย่างนี้คงไม่ดีนัก พวกเราอยู่ต่อจะเป็นภาระหรือเปล่า”
ซูเจา “ไม่หรอก ฉันว่าดีนะ จะเป็นภาระได้ยังไง ถึงอย่างไรปีศาจหมาป่าก็ฉลาด พวกมันรู้ว่าต้องพุ่งเป้าไปที่คนที่อ่อนแอที่สุด แบบนี้ไม่ใช่จะช่วยให้คนที่มาช่วยเราประหยัดเวลามากขึ้นหรอกเหรอ พวกเขาก็จะปลอดภัยมากขึ้นด้วย”
หนิงเหนียนครุ่นคิด “ที่สำคัญที่สุดคือ ถึงพวกเราจะไปก็รู้สึกว่าไม่มีประโยชน์ เพราะเราสร้างความแค้นไว้แล้ว ไม่ช้าก็เร็ว ปีศาจหมาป่าก็ต้องตามหาพวกเรา”
เจียงเจินและเหลียงชิงฮวน : … จะทำยังไงดีล่ะ มันน่ากลัวยิ่งกว่าเดิมอีก
พวกเขาแต่งเรื่องอยู่ใช่ไหมเนี่ย?
แต่ที่พวกเขาพูดมามันก็มีเหตุผลจริง ๆ นะ
หมาป่าตัวนี้อาฆาตขนาดนี้ กลายเป็นปีศาจแล้วยังตามแก้แค้นสัตว์ที่เคยรังแกมันมาก่อนเลย
แล้วนับประสาอะไรกับพวกเธอล่ะ
จบกัน พวกเธอคงไปยุ่งกับสัตว์ประหลาดที่ไม่ควรยุ่งเข้าให้แล้ว
เห็นเจียงเจินแม้จะไม่พูดอะไร แต่ดูท่าทางอึดอัดใจเต็มที่ ซูเจาก็แอบชูนิ้วโป้งให้หนิงเหนียน
ขณะที่เจียงเจินกำลังกลุ้มใจไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ขงชิวก็ตัดสินใจพูดขึ้นมาว่า “พวกคุณไปกันเถอะครับ”
เจียงเจินชะงัก “หมายความว่ายังไง”
ขงชิวสูดหายใจลึก “ผมจะอยู่ที่นี่เอง แต่เดิมมันก็เป็นเรื่องของผมคนเดียวอยู่แล้ว ที่ลากพวกคุณเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ผมต้องขอโทษจริง ๆ” เขายิ้มอย่างรู้สึกผิดแล้วพูดว่า “พวกคุณไปเถอะ เรื่องนี้มันเป็นความแค้นส่วนตัวระหว่างผมกับปีศาจหมาป่าอยู่แล้ว มันคงเกลียดผม เพราะผมมักจะขัดขวางมันตลอด”
เจียงเจิน “ไม่ได้ ฉันไม่สามารถทิ้งคุณไว้คนเดียวได้”
เธอดูเหมือนจะตัดสินใจเด็ดขาดในที่สุด “ฉันจะอยู่กับคุณที่นี่”
เหลียงชิงฮวนตกใจ “เจินเจินเธอ…”
เจียงเจิน “ถ้าไม่อยากอยู่ เธอไปได้นะ”
เหลียงชิงฮวน : …
พูดแบบนี้ เธอไม่คิดจะให้โอกาสกันเลยใช่ไหม
ในใจของเหลียงชิงฮวนรู้สึกไม่เต็มใจเลย แต่บนใบหน้ากลับดูมุ่งมั่น “ในเมื่อเจินเจินจะอยู่ที่นี่ ฉันก็จะอยู่ด้วย”
ถ้าพวกเธอทั้งสองคนอยู่ เจียงฉือซิงก็ไม่ต้องพูดถึง เขาแน่นอนว่าจะอยู่ตามไปด้วย
ดังนั้น ทุกคนก็จะอยู่ที่นี่ทั้งหมด
กวางน้อยถูกเจ้าหน้าที่พาตัวไปแล้ว ทีมงานรายการก็ไปดำเนินการจัดการกับปัญหาเกี่ยวกับปีศาจหมาป่าต่อไป
แขกรับเชิญก็ยังคงถ่ายทำรายการไปตามปกติ ดำเนินชีวิตประจำวันต่อไป
หนิงหนิงกับอีกสองคนก็กลับมาที่ถ้ำเดิม
พวกเขายังไม่ทันเข้าไปในถ้ำ หนิงหนิงก็หยุดเดิน แล้วหันหลังกลับ
“พวกเธอตามมาทำไม?” ด้านหลังเจียงเจินกับอีกหลายคนเดินตามมา
ซูเจาหันไปมองด้วยสายตาขุ่นเคือง “ไม่ใช่บอกว่าจะไปหาที่พักเองหรือไง แล้วทำไมถึงตามมาอีกล่ะ?”
เหลียงชิงฮวนเริ่มโกรธขึ้นมา “ก่อนหน้านี้เธอบอกว่าไม่ให้พากวางน้อยเข้าไป ตอนนี้กวางน้อยก็ไม่ได้อยู่ด้วยแล้ว ทำไมยังไม่ให้เข้าไปอีก”
ผู้ชมก็รู้สึกว่าหนิงหนิงทำเกินไป
[หนิงหนิงทำอะไรของเธอ อาการกำเริบอีกแล้วเหรอ?]
[เธอเพิ่งเริ่มต้นก็ขัดแย้งกับขงชิวตลอด ตอนนี้ก็ไม่ให้พัก ฉันไม่เข้าใจว่าเธอต้องการทำอะไรกันแน่]
[น่ารำคาญจริง ๆ ทำไมถึงงอนแบบนี้ในเวลาแบบนี้ล่ะ]
[ฟ้าก็มืดแล้ว ไปหาที่พักตอนนี้คงไม่ทันแล้วล่ะ]
หนิงหนิง “พวกเธอบอกแล้วว่าจะไม่พักที่นี่ไง”
เหลียงชิงฮวน “กวางน้อยไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว!”
เห็นว่าทั้งสองคนกำลังจะทะเลาะกันอีกครั้ง ขงชิวรีบดึงเหลียงชิงฮวนกลับมา
“ไม่เป็นไร ๆ พวกเราไปหาที่อื่นอยู่กันเถอะครับ ถ้ำนี้คับแคบเกินไปสำหรับคนหลายคน ไม่สะดวกหรอก”
เจียงเจินรู้สึกลำบากใจ “แต่ว่ามันมืดแล้วนะ ถ้าจะไปหาที่อยู่ใหม่คงไม่ทันแล้วล่ะมั้ง”
ขงชิว “ไม่เป็นไรครับ ในป่านี้ไม่มีที่ไหนที่ผมไม่คุ้นเคย” เขารับประกันอย่างแน่นอน
เหลียงชิงฮวนแค่นเสียงหนึ่งที เธอถึงได้ยอมเดินตามขงชิวไป
หนิงหนิงกลับมาที่ถ้ำ ท้องฟ้ามืดแล้ว แต่อาหารเย็นก็ยังไม่มีอะไรให้กิน
หนิงหนิง “พวกเธอรออยู่ในถ้ำนี่แหละ ฉันจะออกไปหาอะไรมาให้กินกัน”
ซูเจารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย “คุณอาสาออกไปหาอาหารเองเหรอ?”
หนิงหนิงไม่ได้ตอบเธอ แล้วเดินออกจากถ้ำไป
เมื่อซูเจามองออกไปอีกครั้ง เธอก็หายไปแล้ว กล้องก็ไม่สามารถตามทันฝีเท้าของเธอได้อีกครั้ง
แต่เพียงสิบนาที หนิงหนิงก็กลับมาแล้ว
เธอถือสิ่งของจำนวนมากในมือและโยนลงบนพื้น
หนิงเหนียนเข้าไปดูใกล้ ๆ มีผลฮอว์ธอร์น พลัม และมังคุด เยอะมากเลย
ซูเจา “คุณทำธุรกิจค้าส่งเหรอ?”
หนิงหนิง “ลองชิมดูสักหน่อย”
เธอใช้เวทมนตร์อีกครั้ง ล้างลูกพลัมให้สะอาดในพริบตา
ซูเจา “ฉันว่าคุณขยันเกินไปแล้วนะ”
หนิงหนิงโยนลูกพลัมให้คนละลูก พูดกับหนิงเหนียนและซูเจาว่า “กินเลย”
เธอลูบลูกพลัมในมือของตัวเอง เห็นว่าทั้งสองคนกำลังจะกิน เธอจึงพูดว่า “ดูเหมือนจะยังไม่สุกเลยนะ”
ซูเจา “ไม่สุกเหรอ? ไม่น่าใช่นะ มันดูแดง ๆ สุก ๆ แล้ว”
เธอพูดพลางกัดลูกพลัมคำหนึ่ง
แล้วก็ถ่มออกมาทันที
“ทำไมมันเปรี้ยวขนาดนี้” ซูเจากำลูกพลัมไว้ด้วยความไม่อยากเชื่อ
หนิงเหนียนก็ทำหน้าเปรี้ยวเช่นกัน เขากินไม่ลง
หนิงหนิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ เธอกัดผลไม้คำหนึ่งแล้วกินต่อไปโดยไม่มีปฏิกิริยาอะไร
ซูเจา “คุณยังกินอยู่อีกเหรอ มันไม่เปรี้ยวเหรอ?”
หนิงหนิง “เปรี้ยว พวกนี้ยังไม่สุกเท่าไหร่ แต่ถ้าไม่กินก็ไม่มีอะไรอื่นให้กินแล้ว”
ซูเจา “เป็นไปได้ยังไง?”
เธอหาผลไม้มาตั้งมากมาย จะเป็นไปได้ยังไงที่ไม่มีอะไรให้กินเลย
ซูเจาไม่ยอมเชื่อง่าย ๆ จึงหยิบอย่างอื่นมาลองชิม ผลปรากฏว่าจริง ๆ แล้วทั้งหมดมันกินไม่ได้
หนิงเหนียนและซูเจามองดูของกองใหญ่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความขมขื่น
ไม่มีอะไรที่กินได้เลย
หนิงหนิง “ไม่กินเหรอ งั้นฉันกินเอง”
เธอไม่ได้พูดเล่น แต่จริง ๆ กินหมดไปเกือบครึ่งด้วยตัวคนเดียว ซูเจามองจนน้ำลายไหลออกมาจากปากไม่หยุด
มันเปรี้ยวจริง ๆ จะกินลงได้ยังไงกัน
หนิงหนิงเรียกพวกเขาทั้งสอง “กินหน่อยสิ ถ้าไม่กินจะหมดนะ”
ซูเจา “แล้วไก่กับเป็ดที่ทางรายการปล่อยไว้ล่ะ?”
หนิงหนิง “หมดแล้ว”
ซูเจา: ?
[หายไปอีกแล้วเหรอ?]
[พระเจ้า ทำไมถึงหายไปเร็วขนาดนี้อีกล่ะ?]
[ดูเหมือนว่าสัตว์ในป่านี้จะหิวโหยมานานมากแล้ว ไอ้ปีศาจหมาป่าบ้านั่น!]
[ทางทีมงานบอกว่าจะติดต่อหน่วยสืบสวนพิเศษและสำนักเซียนไม่รู้ว่าพวกเขาจะมาถึงเมื่อไหร่]
[ตระกูลจ้าวเพิ่งโพสต์ว่าพวกเขาเห็นไลฟ์สตรีมแล้ว หมาป่าปีศาจไม่ใช่ผีธรรมดา พวกเขาบอกว่าต้องเตรียมตัวก่อนจึงจะมาได้]
[ขอแค่มาก็ดีแล้ว หวังว่าจะกำจัดหมาป่าปีศาจได้เร็ว ๆ]
…
ซูเจากับหนิงเหนียนทานอาหารเย็นจนเสร็จอย่างทรมานมาก
พวกเขาคิดว่ามันจบแล้ว แต่ไม่คิดว่า นี่เพิ่งจะเป็นจุดเริ่มต้นของความทุกข์ทรมานในคืนนี้
หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ ขณะกำลังเตรียมตัวเอนกายลงนอน ทันใดนั้น บนเพดานถ้ำก็มีเสียงดังโครมคราม ก้อนหินและฝุ่นร่วงหล่นลงมา
ผู้ชมเพิ่งได้รู้เป็นครั้งแรกว่า ที่แท้ซูเจาก็สามารถเคลื่อนไหวได้รวดเร็วเหมือนกระต่ายที่กำลังวิ่งหนี
ในชั่วขณะที่ฝุ่นร่วงหล่นลงมา ซูเจาก็ปีนขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับกระต่าย แล้วหลบไปอยู่ห่าง ๆ
หินยhอยจากเพดานถ้ำร่วงหล่นลงมาพรู ๆ ทั้งหมดตกลงบนที่ที่เธอเพิ่งจะนอนเมื่อสักครู่นี้