แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 446 ช่วยเหลืออย่างแข็งขัน
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 446 ช่วยเหลืออย่างแข็งขัน
บทที่ 446 ช่วยเหลืออย่างแข็งขัน
ขงชิวเป็นคนช่างพูด ทุกคนรวมตัวกันล้อมวง ฟังเขาเล่าเรื่องราวในป่า ฟังมิตรภาพระหว่างเขากับสัตว์เล็ก ๆ
ทุกคนฟังเรื่องราวสนุก ๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับสัตว์ต่าง ๆ พลางหัวเราะไปด้วย แต่ในขณะเดียวกันก็นึกถึงว่าหลายปีมานี้ เขาไม่มีเพื่อนคนอื่นเลย มีแค่สัตว์เป็นเพื่อน ช่างโดดเดี่ยวเหลือเกิน
ผู้ชมพากันรู้สึกชอบขงชิวโดยไม่รู้ตัว
ขณะนี้ที่ หน่วยสืบสวนพิเศษ
เฉินมู่กำลังจ้องหน้าจอถ่ายทอดสดนิ่ง ๆ เขาจ้องมองขงชิวมาพักใหญ่แล้ว
จี๋ไหลถามขึ้นอย่างสงสัย “เกิดอะไรขึ้น? มีปัญหาเหรอ?”
เฉินมู่หยิบโทรศัพท์ออกมา จ่อไปที่หน้าจอ ถ่ายรูปภาพหนึ่งใบ แล้วส่งให้โจวเฉิงซื่อที่เพิ่งดูไลฟ์สตรีมเสร็จและออกเดินทางไปแล้ว
จี๋ไหลเข้าไปดูใกล้ ๆ เห็นว่าเขาถ่ายรูปขงชิวคนนี้ จึงถามว่า “มีอะไรเหรอ? เขามีปัญหาเหรอ?”
เขามองดู คิดว่าขงชิวคนนี้ก็แค่ผีธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
ขณะที่กำลังพูดอยู่นั้น โจวเฉิงซื่อก็ตอบข้อความกลับมา
[โจวเฉิงซื่อ : ดูคุ้นตาอยู่บ้าง]
เฉินมู่เก็บโทรศัพท์ แล้วจึงตอบคำถามของจี๋ไหล “แน่นอนว่ามีปัญหา ทั้งผมและโจวเฉิงซื่อรู้สึกว่าเขาดูคุ้นตาอยู่บ้าง”
จี๋ไหล “…”
จี๋ไหล “แล้วตอนนี้พวกเราควรจะไปจัดการกับหมาป่าตัวนั้น หรือควรจะสืบสวนเรื่องของคนที่ชื่อขงชิวก่อน?”
เฉินมู่ตอบกลับ “ต้องทั้งตามหาหมาป่าและสืบสวนขงชิวนั่นแหละ และที่สำคัญ ต้องไม่ให้ตระกูลจ้าวพบหมาป่าก่อนพวกเรา”
ทางฝั่งตระกูลจ้าว มีข่าวว่าจ้าวฉี่หมิงได้เดินทางเข้าไปในภูเขาแล้ว
ไม่คิดว่าจะเป็นจ้าวฉี่หมิงที่ลงมือเอง ดูเหมือนว่าการล่มสลายของตระกูลจี๋จะส่งผลกระทบต่อทั้งสำนักเซียนอย่างมาก
ตอนนี้สำนักเซียนกำลังเร่งพิสูจน์ตัวเองอย่างจริงจัง
หน่วยสืบสวนพิเศษที่เพิ่งจะได้หายใจหายคอกันไปบ้าง ดูเหมือนว่าตอนนี้จะต้องทุ่มแรงกันอีกครั้งแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น เรื่องนี้ยังมีข้อสงสัยมากมาย
เฉินมู่มองดูหน้าจอที่มีภาพของขงชิวกำลังพูดอย่างคล่องแคล่ว
เรื่องนี้ แต่เดิมก็เป็นเพียงคำพูดฝ่ายเดียวของขงชิวเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม สัตว์ตัวเล็ก ๆ ไม่สามารถพูดได้อยู่แล้ว
เขาบอกว่า หมาป่าเป็นปีศาจ แต่ปีศาจที่ไหนจะฝึกฝนบำเพ็ญเพียรได้ง่าย ๆ ขนาดนั้นกันล่ะ
สัตว์ประหลาดที่จะพัฒนาสติปัญญาได้ อย่างน้อยก็ต้องใช้เวลาถึงสิบกว่าปี
ตอนนี้หมาป่านี่แข็งแกร่งมากขนาดนี้ ฟังดูไม่เหมือนกับสิ่งมีชีวิตที่เพิ่งได้รับสติปัญญาเลย
การบอกว่ามันเป็นปีศาจนั้นดูจะฝืนเกินไปหน่อย
ทำไมขงชิวถึงมั่นใจนักว่าหมาป่าเป็นปีศาจ และทำไมเขาถึงรู้เรื่องราวของหมาป่านี่เป็นอย่างดี
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นข้อสงสัย
ขงชิวคนนี้มีจุดน่าสงสัยมากเกินไป
นอกจากนี้แล้ว หนิงหนิงก็น่าจะรู้สึกอะไรบางอย่างด้วย เพราะเธอดูเหมือนจะระแวงขงชิวคนนี้อย่างมาก
ไม่อย่างนั้น ทำไมเธอถึงไม่ยอมให้ขงชิวคนนี้เข้ามายุ่งกับพวกเขาเลยล่ะ
จี๋ไหล “ถ้าไม่ใช่ปีศาจ แล้วมันคืออะไรล่ะ?”
ดูแล้วก็ไม่เหมือนเป็นวิญญาณหรืออะไรทำนองนั้น
เฉินมู่ตบไหล่จี๋ไหล “นั่นฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน นี่ไง เราถึงต้องสืบหาข้อมูลเพิ่มเติมอย่างไรละ พยายามเข้า ครั้งนี้คงไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แล้วละ”
จี๋ไหลถึงกับรู้สึกหมดคำพูด
‘ช่างเถอะ อย่างไรก็ตาม หลังจากเรื่องของเหยียนซางแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่จะทำให้เขารู้สึกตกใจได้อีกแล้ว’
หน่วยสืบสวนพิเศษและสำนักเซียนกำลังแข่งขันกันอยู่อย่างลับ ๆ ทว่าทีมรายการที่ชัดเจนว่าอยู่ในอันตราย กลับดูเหมือนไม่ค่อยกังวลเท่าไร
คงเป็นเพราะมีขงชิวอยู่ด้วย เจียงเจินกับพวกเขาอยู่กันจนถึงตีหนึ่งกว่า ๆ ก่อนจะแยกย้ายไปนอน
ฝั่งของหนิงหนิงตอนตีหนึ่งกว่านั้น พวกเขาก็ยังไม่ได้นอนเช่นกัน
แต่เพราะพวกเขาไม่มีทางเลือก เนื่องจากมีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นหลากหลายรูปแบบ ต่อให้อยากนอนก็นอนไม่หลับ และแล้ว ทั้งสามคนก็เกือบจะลืมตาตื่นจนถึงรุ่งสาง
พอฟ้าสางเท่านั้น หนิงหนิงก็ลุกขึ้นมาทันที
“หิวไหม?” เธอถามหนิงเหนียน
หนิงเหนียนพยักหน้าอย่างซื่อตรง
แปลกจริง ๆ เขารู้สึกหิวมาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะนอนไม่หลับทั้งคืนหรือเปล่า
หนิงหนิง “ฉันจะไปหาอะไรกินหน่อย”
ซูเจา “ถ้าคุณกำลังหาของที่เหลือจากเมื่อคืน คุณไม่ต้องไปหาเลยก็ได้”
หนิงหนิงตอบปฏิเสธทันที “ไม่ใช่ คราวนี้เป็นของอร่อยต่างหาก”
[หึ ๆ เธอจะหาอะไรอร่อย ๆ กินได้เหรอ]
[ถ้าหาของอร่อยได้ ก็คงไม่ต้องกินของเปรี้ยวแล้วสิ ก่อนหน้านี้ทำท่าเก่งมาก แต่พอห่างจากสัตว์เล็ก ๆ ก็ไม่รู้อะไรเลยนี่]
[ถ้าอยากหาของอร่อย ลองไปถามชิวชิวดูสิ เขาคุ้นเคยกับป่าลึกนี่นะ]
[เธอไม่ใช่เหรอที่ถามพวกสัตว์เล็ก ๆ ได้ งั้นก็ไปถามสิ แต่คาดว่าพวกมันคงไม่อยากสนใจเธอหรอก ยังไงพวกสัตว์เล็ก ๆ ทั้งหมดก็เป็นเพื่อนสนิทของชิวชิวทั้งนั้น]
หนึ่งคืนผ่านไป ทุกคนเรียกขงชิวด้วยชื่อเล่นที่น่ารักว่า ชิวชิว กันไปแล้ว
มีผู้ชมบางคนที่อยู่ในห้องไลฟ์สดทั้งคืนเพื่อรอดูเรื่องตลกของหนิงหนิง
และเมื่อคืนนี้เป็นไปตามที่พวกเขาหวังไว้ หนิงหนิงกับพรรคพวกไม่ค่อยสบายนัก
ส่วนทางฝั่งของเจียงเจินตอนนี้กำลังนอนหลับสบาย ยังไม่ตื่นนอนกันเลย
พอเห็นหนิงหนิงตื่นเช้าไปหาของกิน พวกเขาก็เริ่มล้อเลียนอย่างบ้าคลั่งบนหน้าจอ
ผลก็คือ ในวินาทีถัดมา พวกเขาเห็นหนิงหนิงมองตรงไปที่กล้อง ทำเอาพวกเขาตกใจกันเป็นแถว
ในใจกำลังลุ้นระทึก พลันได้ยินเสียงหนิงหนิงถามขึ้น “หาแพนด้าเจอหรือยัง?”
ไม่นาน ผู้ชมก็ได้ยินคำตอบของเจียงซั่ว “ยังไม่เจอครับ เมื่อคืนไม่กล้าตามหานานเกินไป”
เพราะถึงอย่างไรขงชิวก็บอกแล้วว่า ในป่าไม่ปลอดภัย
แม้ว่าอีกฝั่งจะไม่ใช่อาณาเขตของปีศาจหมาป่า แต่พอถึงตอนกลางคืน พนักงานก็ไม่กล้าอยู่แล้ว
ตอนนี้ฟ้าสว่างแล้ว พวกเขากำลังเตรียมตัวเข้าไปในภูเขาเพื่อตามหาต่อ
หนิงหนิง “ฉันสามารถช่วยได้”
เจียงซั่ว “คุณจะช่วยงานเราเหรอ?”
เจียงซั่วรู้สึกประหลาดใจมาก ที่หนิงหนิงอาสาจะช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ ราวกับพระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก
อย่างไรก็ตาม นั่นถือเป็นเรื่องดีมาก
เจียงซั่วรีบติดต่อกับกรมป่าไม้ทันที
หนิงเหนียนได้ยินหนิงหนิงจะไปช่วยเหลือก็รู้สึกกังวลอยู่บ้าง
หนิงหนิง “ไม่ต้องกังวลหรอก ที่นั่นไม่ใช่อาณาเขตของปีศาจหมาป่า แต่พวกคุณต่างหากที่อันตรายกว่า”
ซูเจา “อันตรายเหรอ? ฉันรู้สึกว่ามันไม่ต่างจากเมื่อก่อนเลย”
ยังคงน่าเบื่อเหมือนเดิม
ถึงแม้จะรู้ว่าในป่านี้ยังมีปีศาจหมาป่าอยู่ แต่ในใจพวกเขากลับไม่รู้สึกกลัวอะไรเลย
อีกอย่าง ก่อนหน้านี้ก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าในป่าจะมีปีศาจหมาป่า ก็เคยเดินผ่านมาแบบนี้แล้วเหมือนกัน
ผู้ชมต่างก็สังเกตเห็นเช่นกันว่า พวกเขาดูเหมือนจะไม่กลัวปีศาจหมาป่าเท่าไร
[จริงด้วย ถ้าไม่พูดถึง ฉันก็ไม่ได้สนใจปีศาจหมาป่าเลย]
[อาจจะเป็นเพราะหนิงหนิงอยู่ที่นี่ละมั้ง?]
[ใช่แล้ว เมื่อวานหนิงหนิงเดินไปที่นั่น หมาป่าก็วิ่งหนีไปหมดไม่ใช่เหรอ]
ที่ไหนที่มีหนิงหนิงอยู่ ที่นั่นก็ไม่มีอันตราย ที่จริงแล้ว เธอคือผู้หญิงที่สามารถต่อกรกับเทพผู้ชั่วร้ายได้ แล้วปีศาจตัวเล็ก ๆ แค่นี้จะนับเป็นอะไรได้?
ที่จริง ยังมีเรื่องสำคัญอีกอย่าง
นั่นคือรูปร่างของปีศาจหมาป่าไม่ได้เหมือนกับปีศาจในละครทีวีที่ทำให้คนรู้สึกขนหัวลุก
พูดตามตรง หมาป่าตัวนั้นดูน่าเกรงขามมากกว่า ไม่ใช่น่าขนลุก
พวกเขาเพิ่งเริ่มรู้สึกกลัวนิดหน่อยก็หลังจากที่ได้ฟังขงชิวเล่าเมื่อวานนี้
[ที่จริงหมาป่าตัวนี้แค่รังแกสัตว์อื่นเพราะไม่ให้มีอาหารกิน แต่ไม่ได้ลงมือโดยตรง ก็ยังดีนะ]
[หมายความว่าอะไรกันน่ะ? นี่มันปีศาจหมาป่านะ มันเกือบจะกัดชิวชิวตายแล้วนะ]
[น่าจะจับหมาป่าตั้งนานแล้ว จะได้จบเรื่องไปเลย]
[หนิงหนิง ในเมื่อตั้งใจจะตามหาแพนด้าอยู่แล้ว ก็จับปีศาจหมาป่าไปด้วยสิ]
[เธอพูดถึงการจับมันง่าย ๆ เหมือนมันเป็นเรื่องง่ายมากเลยนะ ถ้ามันหลบซ่อนตัวตลอดเวลา เธอจะมีวิธีอะไรล่ะ]
[คอยรอผลจากหน่วยสืบสวนพิเศษและสำนักเซียนก่อนดีกว่า ดูเหมือนพวกเขากำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่แล้ว]
…
ไม่นานนัก ทางกรมป่าไม้ก็ส่งข้อความแจ้งกลับมาว่า พวกเขายินดีมากที่หนิงหนิงจะมาช่วย
พวกเขาตกลงกับหนิงหนิงว่าจะนัดเจอกันที่ใต้ต้นแพร์นั่น
หนิงหนิงจึงให้หนิงเหนียนและซูเจารออยู่ในถ้ำ ส่วนเธอก็ออกไปคนเดียว