แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 448 คำเชิญ
บทที่ 448 คำเชิญ
[แต่ตอนนี้หนิงหนิงก็หาแพนด้าไม่เจอแล้ว แล้วจะทำยังไงล่ะ]
[ไม่เป็นไร เราขอให้ชิวชิวช่วยก็ได้นี่ เครือข่ายเพื่อนสัตว์ของเขาไม่ใช่เล่น ๆ นะ]
[โอ้ แย่จัง ดูสมองฉันสิ ทำไมถึงลืมขงชิวไปได้ ใช่แล้ว เราขอให้เขาช่วยได้นี่]
[งั้นรีบกลับไปกันเถอะ อยู่ที่นี่ก็เสียเวลาเปล่า]
…
ทางด้านหนิงหนิงได้ไปถามสัตว์อื่น ๆ เพิ่มอีกสองตัว แต่ก็ยังไม่ได้คำตอบเหมือนเดิม
ทีมกู้ภัยที่ตั้งแต่แรกเต็มไปด้วยความหวัง ก็ค่อย ๆ หมดแรง เมื่อเห็นว่าเที่ยงแล้ว ทุกคนก็ต่างเหนื่อยล้า จึงตัดสินใจกลับไปก่อน แล้วค่อยคุยกันตอนบ่าย
ตอนแยกจากกัน ทีมกู้ภัยกำลังจะเดินจากไป ทว่าหนิงหนิงก็ถามขึ้นมาว่า “พวกคุณกินอะไรกันตอนเที่ยง?”
ทีมกู้ภัยตอบลวก ๆ “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปน่ะ”
พวกเขาไม่ได้กลับไป แค่จะกลับไปพักผ่อนที่รถสักครู่ กินอาหารสำเร็จรูปนิดหน่อย แล้วค่อยทำงานต่อตอนบ่าย
หนิงหนิง “ขอแบ่งให้ฉันบ้างได้ไหม?”
แน่นอนว่าได้ ถึงแม้จะไม่ได้พบอะไรเลย แต่หนิงหนิงก็ยังตามพวกเขาวิ่งไปตลอดช่วงเช้า ต่างเหนื่อยด้วยกันมาทั้งนั้น
หนิงหนิงตามทีมกู้ภัยไปยังแคมป์ของพวกเขา ทีมกู้ภัยนำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาหลายถัง พร้อมกับมอบหม้อไฟร้อนในตัวให้เธออีกสองถัง และยังจัดเตรียมน้ำร้อนให้ด้วย
หนิงหนิงจึงขอแอปเปิลมาอีกหลายลูก
[โอ้โฮ หนิงหนิงนี่ไม่เกรงใจเลยจริง ๆ]”
[ไม่น่าแปลกเลยที่เธอเข้ามาช่วยเองโดยไม่ต้องบอก ที่แท้จุดประสงค์ก็คือเรื่องนี้นี่เอง]
[ไร้ยางอายจริง ๆ ไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด แล้วยังมีหน้าเอาของคนอื่นไปมากมายโดยไม่รู้สึกอะไรเลย?]
[มีของพวกนี้ ยังไม่เท่ากับให้ทางเจินเจินไปซะ แล้วให้ชิวชิวช่วยหาด้วยซ้ำ]
[ใช่เลย ชิวชิวน่าจะหาเจอเร็วแน่ ๆ ส่วนหนิงหนิงนี่ไม่มีประโยชน์เลยสักนิด]
[ไม่ใช่นะ การขอของกินจากคนอื่นแบบนี้มันสมเหตุสมผลเหรอ? ทีมรายการไม่ได้บอกว่าให้พึ่งพาตัวเองหรือไง?]
[เอ่ออ… ทีมรายการไม่ได้บอกว่าห้ามเอาของคนอื่นนี่นา]
…
ผู้ชมต่างรู้สึกไม่พอใจอย่างมากกับพฤติกรรมการขอเศษอาหารของหนิงหนิง
ข้อความในคอมเมนต์จึงเต็มไปด้วยเสียงคัดค้าน
แต่หนิงหนิงไม่สนใจเลย เธอรับของทั้งหมดที่ทีมกู้ภัยให้มา
ส่วนทีมกู้ภัยก็ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ เพราะก่อนหน้านี้ หนิงหนิงได้ช่วยเหลือพวกเขาไปมากมาย
หากไม่มีหนิงหนิงพวกเขาคงไม่สามารถจับเสือดาวเงินได้ง่ายขนาดนี้
ด้วยความเกรงใจว่าหนิงหนิงอาจจะไม่สะดวก ทีมกู้ภัยยังเสนอที่จะส่งหนิงหนิงกลับไปยังที่พักของเธอด้วย แต่หนิงหนิงปฏิเสธ
หนิงหนิง “พวกคุณพักก่อน บ่ายนี้น่าจะสามารถหาแพนด้าเจอแล้ว”
คำพูดนี้ ทำให้ทีมกู้ภัยอึ้งไปชั่วขณะ
อย่างไรก็ตาม หนิงหนิงก็ไม่ได้พูดอะไรมากไปกว่านี้ เธอรับของต่อจากทีมกู้ภัย ถึงแม้จะเป็นห่อใหญ่มาก เธอก็ไม่บ่นว่าหนัก แล้วหมุนตัวเดินจากไป
ขณะนั้นในช่องแชต ก็เริ่มมีการเยาะเย้ยรอบใหม่
[ฮ่า ๆ แม้แต่สัตว์ก็ไม่สนใจเธอแล้ว ยังจะบอกว่าบ่ายนี้จะหาเจอ พูดอะไรเกินจริงขนาดนั้น]
[ทนไม่ไหวแล้ว เธอทำได้ยังไง หน้าโดนตบจนบวมแล้วยังจะทำท่าเก๋อีก?]
[ฉันว่าที่เธอพูดก็ไม่ผิดนะ บ่ายนี้ไปขอความช่วยเหลือจากฝั่งชิวชิว ให้เขาช่วย ก็เจอแล้วไม่ใช่เหรอ หนิงหนิงเธอก็ไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนหาเจอนี่]
[โอ้โฮ จริงด้วย หนิงหนิงพูดแบบนี้ ค่อนข้างคลุมเครือ จริง ๆ แล้วเธอเจ้าเล่ห์มาก]
[ขำแทบตาย หนิงหนิงคิดว่าคนดูโง่หรือไง ใครกันแน่ที่หาเราเจอทั้งที่เราไม่มีตา?]
[ทนไม่ไหวแล้ว พวกคุณรอให้ขงชิวหาเจอก่อนแล้วค่อยพูดได้ไหม ไม่เคยเห็นคนที่ยังไม่ได้ทำอะไร แต่ก็รีบฮุบเอาความดีความชอบซะแล้ว]
[มันต่างกันตรงไหนล่ะ ชิวชิวจะหาไม่เจอได้ยังไง เขาไม่ใช่หนิงหนิงนี่ ที่จะไม่เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าสัตว์]
[พูดอะไรไม่ควรพูดให้ขาดนะ พวกคุณเคยโดนตบหน้ามาหลายครั้งแล้ว ก็ไม่ใช่เพราะพูดอะไรมั่นเกินไปหรอกเหรอ?]
หนิงหนิงเดินจากไปไกลแล้ว ทว่าสมาชิกทีมที่เพิ่งส่งของให้หนิงหนิงยังคงจ้องมองเงาหลังของหนิงหนิงอยู่
คนอื่นถามเธอว่า “เป็นอะไรไป?”
หยิงสาวคนนั้นได้สติกลับมา เธอยิ้มเล็กน้อย “เหมือนเมื่อกี้ฉันไม่เห็นกำไลข้อมือของหนิงหนิงไม่รู้ว่าเธอทำหล่นไปหรือเปล่า”
เกี่ยวกับกำไลข้อมือของหนิงหนิงนั้น ทุกคนมีความประทับใจอย่างลึกซึ้ง
อย่างไรก็ตาม กำไลข้อมือรูปงูก็ค่อนข้างพิเศษ
เมื่อแรกเห็น คนอื่น ๆ ยังคิดว่าเป็นงูตัวเล็กจริง ๆ เลย
“คงดูผิดไปมั้ง เมื่อกี้ตอนที่ฉันมา ยังเห็นมันอยู่บนข้อมือของเธอเลย”
“จริงเหรอ?” เพื่อนร่วมทีมสงสัย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ไม่นานก็โยนเรื่องนี้ทิ้งไปจากความคิด
หนิงหนิงถือของกลับมา ระหว่างทางเธอสังเกตเห็นยันต์หลายอันที่ถูกเพิ่มขึ้นมาใหม่
ไม่รู้ว่าเป็นคนของสำนักเซียนหรือหน่วยสืบสวนพิเศษที่ทิ้งไว้ คิดว่าพวกเขาคงเริ่มสืบสวนแล้ว
กลับมาถึงถ้ำ
ซูเจาเห็นกองของที่เธอถือกลับมา ดวงตาเป็นประกายวาววับ
“คุณไปปล้นมาหรือไง?”
หนิงหนิงส่งน้ำแร่ให้เธอ “ใช่ค่ะ ของที่ได้มาจากการกระทำผิด จะเอาไหม?”
ซูเจารับไปแล้วพูดว่า “ถ้างั้นฉันก็เอาละ”
หนิงเหนียนอาสารับของทั้งหมดที่อยู่ในมือของหนิงหนิงไปอย่างกระตือรือร้น
ดูเหมือนจะมีอาหารอย่างเหลือเฟือ ทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ข้าวกึ่งสำเร็จรูปแบบให้ความร้อนในตัว และยังมีข้าวกล่องแพ็กสำเร็จอีกด้วย
ผลไม้หลังอาหารก็ไม่ขาด ซูเจาเริ่มกินไปแล้วตอนนี้
ส่วนหนิงเหนียนกำลังต้มน้ำร้อนอยู่ข้างนอกถ้ำ เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหว เธอจึงเงยหน้ามองและก็เห็นเจียงเจินพาเหลียงชิงฮวนและขงชิวเดินตรงมา
หนิงเหนียนมองพวกเขาแวบหนึ่ง แต่ไม่ได้สนใจพวกเขา
เจียงเจินกำลังจะทักทาย แต่กลับถูกเมินอย่างไม่เป็นมิตร
เธอจึงยิ้มเศร้า ๆ ให้กับขงชิว ราวกับชินชากับการกระทำแบบนี้
[มันเกินไปหน่อยไหม?]
[นี่มันไร้มารยาทจริง ๆ ทั้งที่เจียงเจินยังนึกถึงพวกเขา อุตส่าห์มาเชิญพวกเขาไปกินข้าวโดยเฉพาะ]
[เจินเจินเป็นคนมีมารยาทจริง ๆ ไม่เหมือนบางคนที่ไม่มีความสุภาพเลยแม้แต่นิดเดียว]
[พวกเขาไม่ให้เกียรติอยู่แล้ว เจินเจินก็อย่าไปสนใจพวกเขาเลย จะไปทำดีกับคนที่ไม่รู้จักสำนึกทำไม ปล่อยให้พวกเขาหิวไปเถอะ]
[ขอโทษนะครับ เรื่องเชิญไปกินข้าว พวกเราไม่ไปจริง ๆ ครับ กลับไปเถอะครับ]
[ฮ่า ๆ ใครกินดีกว่าใคร ยังไม่แน่เลยนะ]
หนิงเหนียนไม่สนใจพวกเขา ทว่าเจียงเจินใจกว้างมาก เธอไม่โกรธ และถามออกไปก่อน “ถึงเวลามื้อเที่ยงแล้ว พวกคุณทานข้าวกันหรือยัง?”
หนิงหนิงในตอนนี้ ได้ยินเสียงเคลื่อนไหว จึงเดินออกมาจากถ้ำ
สายตาของเธอหยุดอยู่ที่ตัวของขงชิวสั้น ๆ สองวินาที แล้วมองไปที่เจียงเจินที่ยืนอยู่ตรงกลาง “พวกคุณมาทำอะไรที่นี่?”
เจียงเจิน “ตอนนี้เที่ยงแล้วไงละ พวกเรากะจะมาถามว่าพวกคุณทานข้าวกันหรือยัง ถ้ายังก็มาทานด้วยกันกับพวกเราไหม ขงชิวทำซุปปลาไว้ พวกสัตว์เล็ก ๆ ก็ให้ของกินพวกเรามาด้วย มีเยอะมากกินจนไม่หมด พวกคุณจะมาไหม?”
เมื่อนึกถึงภาพเหตุการณ์เมื่อสักครู่ที่บรรดาสัตว์ตัวเล็ก ๆ เข้ามาเข้าแถวส่งอาหารให้ เจียงเจินก็รู้สึกตื่นเต้นมาก เธอมั่นใจว่านั่นจะกลายเป็นฉากเด่นของรายการครั้งนี้อย่างแน่นอน
ที่สำคัญที่สุดคือ พวกสัตว์ตัวน้อยเหล่านั้นถึงกับนำของมาส่งถึงตรงหน้าเธอโดยตรง
ขงชิวบอกว่า พวกสัตว์ตัวเล็ก ๆ ชอบเธอมาก ถึงได้นำของมามอบให้เธอ
เอาละ ตอนนี เจียงเจินมั่นใจแล้วว่า คำวิจารณ์ในแง่ลบใด ๆ ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับเธอทั้งหมด จะถูกลบล้างไปหมดเพราะฉากนี้
สิ่งที่เจียงเจินคิดก้ไม่ผิด ตอนนี้คำว่า ‘เจียงเจินเจ้าหญิงดิสนีย์’ กำลังติดอยู่บนเทรนด์ยอดนิยมและแฟน ๆ กำลังเข้ามาชื่นชมเธออย่างบ้าคลั่ง
ภาพนี้มีพลังและช่างเหมือนความฝันมากจริง ๆ
สายตาทุกคู่พุ่งไปที่หน้าจอขนาดใหญ่ เมื่อได้เห็นเจียงเจินที่ราวกับร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า ด้วยชุดสีขาวงดงามและดอกไม้ที่ปลิวว่อน
คำวิจารณ์ไม่ดีที่เคยมีต่อเจียงเจินก็ถูกลบเลือนไปอย่างรวดเร็ว
เรื่องราวของพวกเขาต่อจากนี้ต้องประสบความสำเร็จมากแน่ ๆ!
ทุกคนเริ่มแห่กันไปที่สตรีมของพวกเขาเพื่อส่งของขวัญให้ทั้งคู่
ห้องไลฟ์สดของพวกเขาช่วงหนึ่งถึงกับมียอดผู้ชมแซงหนิงหนิงไปเลย
‘เรียกฉันว่าพี่ได้แล้ว ยอมรับความเหนือกว่าของฉันซะ’ เจียงเจินหัวเราะเบา ๆ พลางคิดในใจ
ทว่าขณะที่เจียงเจินกำลังคิดอย่างเพลิดเพลิน หนิงหนิงก็ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดว่า “ไม่ต้องหรอก”