แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 454 จ้าวฉี่หมิง
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 454 จ้าวฉี่หมิง
บทที่ 454 จ้าวฉี่หมิง
เห็นหนิงหนิงยิ่งเงียบลงเรื่อย ๆ เจียงเจินกลับยิ่งดีใจ “เรื่องนี้ก็ยกให้ชิวชิวจัดการเถอะ จะได้ไม่ต้องเสียเวลาวิ่งไปวิ่งมาให้เหนื่อยเปล่า ไม่ดีหรือไง?”
เธอยิ้มตาหยี ค่อย ๆ เอียงหัวมองที่หนิงหนิงพลางถามความเห็นของหนิงหนิง
“คุณคิดว่ายังไง?”
หนิงหนิงปฏิเสธ “ไม่ต้องแล้ว”
เจียงเจิน “อย่าเขินไปเลย หาไม่เจอก็เป็นเรื่องปกติ ก็คนเราไม่มีใครสมบูรณ์แบบนี่นา บางครั้งก็ไม่ต้องคิดมากหรอก”
ซูเจาที่อัดอั้นมานาน ในที่สุดก็ทนไม่ไหว หลุดหัวเราะออกมา
“ที่เธอบอกว่าไม่ต้องแล้ว หมายความว่า หาเจอแล้ว ไม่ต้องให้พวกคุณช่วย”
รอยยิ้มของเจียงเจินแข็งค้างที่มุมปาก “หาเจอแล้วเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไร?”
ซูเจา “เมื่อวานก็หาเจอแล้วมั้ง พวกคุณไม่รู้เหรอ?”
[โอ้พระเจ้า น่าอายจัง]
[นี่เป็นช่วงเวลาที่น่าอายที่สุดตั้งแต่ดูรายการนี้มาเลย]
[ยอมแล้ว เห็นไหม นี่แหละคือการที่คุณพูดแต่เรื่องของตัวเอง ไม่ฟังคนอื่นพูดเลยก็จะเป็นแบบนี้]
[ขำจริง ๆ ใครจะไม่รู้ล่ะว่าเจียงเจินแค่อยากเหน็บหนิงหนิงเท่านั้น น่าเสียดายจริง ๆ หนิงหนิงทำภารกิจเสร็จไปนานแล้ว ตัวเองกลับทำตัวน่าอาย ฮ่า ๆ ๆ]
…
“หาเจอแล้วเหรอ งั้นก็ดีแล้ว” เจียงเจินรู้สึกเขินมาก
ซูเจาไม่เกรงใจเลย “ครั้งหน้าก่อนจะพูดถึงคนอื่น ลองทำความเข้าใจสถานการณ์ให้ชัดเจนก่อนก็ดี ไม่อย่างนั้น คนที่จะเสียหน้าก็มีแค่ตัวเองเท่านั้น”
เจียงเจินรู้สึกเหมือนทั้งตัวร้อนผ่าว เธอคิดว่าใบหน้าของเธอคงแดงไปหมดแล้ว
แม้แต่เหลียงชิงฮวนก็เงียบไปด้วย ไม่รู้จะช่วยกู้หน้าเธอยังไงดี
สุดท้ายก็เป็นขงชิวที่ก้าวออกมา “คุณเจียงเจินแค่เชื่อใจผมมากเกินไป เธอมีเจตนาดี ทุกคนหวังให้หมีแพนด้าได้รับการช่วยเหลือเร็ว ๆ ในเมื่อหมีแพนด้าได้รับการช่วยเหลือแล้ว ก็เป็นเรื่องดีที่สุดแล้ว แต่ในเมื่อการปฏิเสธไม่ได้เป็นเพราะเรื่องนี้ ผมอยากรู้ว่าทำไมคุณหนิงถึงไม่อยากไปกับพวกเราล่ะครับ?”
เขาเบี่ยงประเด็นอย่างแนบเนียน
หนิงหนิงก็พูดตรง ๆ ไม่มีอ้อมค้อม “เพราะฉันไม่ไว้ใจคุณ คุณบอกว่าไม่มีอันตรายแล้วมันจะไม่มีอันตรายจริง ๆ เหรอ?”
แค่ประโยคเดียว ก็ดึงความสนใจที่อยู่ที่เจียงเจินทั้งหมดไปที่ขงชิวได้ทันที
ขงชิวยังไม่ทันได้พูดอะไร เหลียงชิงฮวนก็ไม่พอใจก่อนแล้ว “คุณหมายความว่ายังไง ไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป ทำไมต้องมาพูดไม่ดีกับขงชิวด้วย ขงชิวแค่มีน้ำใจเท่านั้น คุณไม่เห็นต้องพูดแบบนี้เลย มันจะทำร้ายจิตใจคนเกินไปแล้วนะ”
[ทำอะไรของเธอน่ะ? หนิงหนิงกำลังทำอะไร? แย่มากเลย]
[หนิงหนิงพูดอะไรของเธอ เธอนี่ช่างทำลายบรรยากาศเหลือเกิน คนอื่นเขามาชวนเธอด้วยความใจดี แต่เธอกลับไล่กระแทกใส่คนอื่นแบบนี้ ไม่อายบ้างเหรอ]
[หนิงหนิงดูเหมือนจะมีปัญหากับชิวชิวมาตลอด ชอบมีเรื่องกับชิวชิวเสมอเลย]
[ใช่เลย ชิวชิวไม่ได้ทำอะไรให้เธอโกรธเลยนะ อย่างมากก็แค่มีความสามารถเหมือนกันเท่านั้น]
[ฮ่า ๆ ๆ ตลกดี คำว่ามีความสามารถเหมือนกัน พูดเก่งจังเลย ชี้ประเด็นขัดแย้งได้ตรงเป๊ะ]
[หนิงหนิงคงรับไม่ได้ที่โลกนี้มีคนที่สองที่สามารถสื่อสารกับสัตว์ได้เหมือนเธอสินะ ช่างเผด็จการจริง ๆ จิ๊ ๆ]
[ถ้าเป็นแบบนั้น ต่อไปถ้าเจอแม่มดที่มีความสามารถเหมือนกัน เธอจะไปท้าดวลกับทุกคนหรือไง]
[แย่แล้ว แม่มดแคมป์ข้าง ๆ นั่นมีแม่มดในตำนานตั้งเยอะแยะ บางคนก็ยังมีชีวิตอยู่ด้วยนะฮ่า ๆ ๆ]
[อืมม พวกคุณอย่าลืมนะ คราวก่อนคนที่หนิงหนิงไม่ถูกชะตาด้วยคือเหยียนไถ และทุกคนก็เห็นแล้วว่าเหยียนไถมีจุดจบอย่างไร]
[นั่นมันไม่เหมือนกันนะ เหยียนไถแค่ปากเก่งแต่ไม่ทำอะไรเอง ทุกอย่างเขาล้วนพึ่งคนอื่น แต่ชิวชิวไม่เหมือนกัน เขาทำงานร่วมกับแขกรับเชิญ ถ้าสวนดอกแพร์มีอันตราย ชิวชิวก็คงหนีไม่พ้นเหมือนกัน]
[ฮึ ยังไงพวกคุณก็มีเหตุผลเข้าข้างตัวเองอยู่ดี ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาอย่ามาโทษว่าหนิงหนิงไม่ได้เตือนละ]
[แน่นอนว่าเราไม่โทษหนิงหนิง แต่ขอร้องให้หนิงหนิงพูดจาสุภาพกว่านี้ได้ไหม]
…
เมื่อเจอกับคำตำหนิ หนิงหนิงไม่ได้สะทกสะท้าน เธอยังคงพูดต่อว่า “ฉันไม่เพียงแค่ไม่ไป แต่ฉันยังแนะนำให้พวกคุณไม่ควรไปด้วย เรื่องความผิดปกตินั่นก็แค่การคาดเดา ใครจะรู้ว่าป่านั้นมีอะไรกันแน่”
คำพูดของเธอก็มีเหตุผล พูดถึงที่สุดแล้ว เรื่องความผิดปกติอะไรนั่น ก็เป็นแค่การคาดเดาของขงชิวเท่านั้น
จี๋เสี่ยวเสี่ยวลังเลเล็กน้อย “หรือว่าพวกเราควรรอดูสักหน่อย”
ขงชิวได้ยินดังนั้นก็แสดงสีหน้าเจ็บปวด
เจียงเจินปฏิเสธทันที “ไม่ต้องหรอก ฉันเชื่อใจชิวชิวมาก”
ขงชิวยิ้มให้เธอด้วยความขอบคุณ
เมื่อเห็นพลังงานสีดำที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวพวกเขา หนิงหนิงคิดสักครู่ แล้วยังคงเตือน “พวกคุณควรลองคิดอีกสักหน่อยนะ”
ก่อนหน้านี้วาเซียบอกว่าเธอเปลี่ยนไปมาก แต่หนิงหนิงไม่ยอมรับ
อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ เธอเองก็รู้สึกว่าตัวเองเปลี่ยนไปมากเหมือนกัน
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอจะไม่พูดอะไรสักคำ
อยากตายก็ตาย มันเป็นทางเลือกของแต่ละคน
เธอจะไม่มีวันมาขวาง แต่ตอนนี้เธอกลับมีความอดทน ยืนตรงนี้พยายามเตือนคนอื่นซ้ำแล้วซ้ำอีก
“ถ้าฉันบอกว่า หากพวกคุณไป จะเกิดอันตรายถึงชีวิตล่ะ?”
หนิงหนิงมองพวกเขาเงียบ ๆ
เมื่อขงชิวได้ยินคำพูดก็ตกใจ ก่อนที่พวกเขาจะพูดอะไร มีเสียงผู้ชายแทรกเข้ามาจากด้านข้าง
“อันตรายถึงชีวิต? ผมไม่เห็นว่ามันอันตรายตรงไหน”
กลุ่มคนเดินออกมาจากป่า
ดูจากลักษณะการแต่งกาย มือซ้ายถือเครื่องฮวงจุ้ย มือขวาถือดาบไม้ท้อ
ไม่ได้สวมเครื่องแบบ น่าจะเป็นคนจากสำนักเซียน
คนที่เพิ่งพูดไปน่าจะเป็นหัวหน้าของคนกลุ่มนี้
เขาอายุประมาณยี่สิบปี สวมแว่นตากรอบทอง
และแม้จะเป็นช่วงกลางฤดูร้อน แต่เขากลับใส่ชุดสูททั้งชุด
หนิงหนิงคิดว่าตัวเองใส่กระโปรงเข้าป่าก็แปลกแล้ว ไม่นึกว่าจะมีคนที่ไม่กลัวร้อนใส่สูทเข้าป่าซึ่งแปลกยิ่งกว่าเธอ
แต่ไม่ต้องพูดถึงว่าเขาหน้าตาดูดีมาก ทั้งตัวดูเหมือนนักเรียนนอกที่แอบแฝงความไม่ธรรมดาไว้
โดยไม่ต้องมีใครเตือน หนิงหนิงก็สามารถคาดเดาได้ว่าคนที่เพิ่งมาคือใคร
‘จ้าวฉี่หมิง’
ในสำนักเซียนหลักทั้งสี่แห่ง ที่มีชื่อเสียงโดดเด่น มีแค่สองตระกูลใหญ่ คือ
ตระกูลจี๋และตระกูลจ้าว
แต่ตอนนี้ตระกูลจี๋ไม่มีแล้ว เหลือแค่ตระกูลจ้าวที่รุ่งโรจน์อยู่เพียงตระกูลเดียว
ภารกิจครั้งนี้ มีคนมากมายพูดถึงบนอินเทอร์เน็ต ตระกูลจ้าวจึงรีบมาถึงที่ภูเขาก่อนที่หน่วยสืบสวนพิเศษจะมาถึง พวกเขาเริ่มสืบสวนและประกาศว่าครั้งนี้เป็นงานการกุศล ไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ เพื่อกำจัดภัยให้ประชาชน
เครื่องหมายต่าง ๆ ที่หนิงหนิงเห็น ก็น่าจะเป็นสิ่งที่พวกเขาทิ้งไว้
ทันทีที่จ้าวฉี่หมิงปรากฏตัว เจียงเจินและคนอื่น ๆ ก็จำได้ทันที
เพราะการติดต่อระหว่างตระกูลร่ำรวยกับสำนักเซียนยังคงใกล้ชิดกันมาก
“คุณจ้าว คุณมาได้ยังไง” เจียงเจินดูทั้งประหลาดใจและดีใจ
จ้าวฉี่หมิง “ดูไลฟ์มา เห็นที่นี่มีปีศาจหมาป่า เลยมาดูหน่อย”
ความรู้สึกเวลาที่จ้าวฉี่หมิงพูด ก็เหมือนกับความประทับแรกที่เขามอบให้กับผู้คน คือยากที่จะคาดเดา
เจียงเจิน “งั้นพบอะไรไหม”
จ้าวฉี่หมิง “พบแล้ว พวกเรากำลังเตรียมจับมันอยู่”
เจียงเจิน “จับเหรอ? เร็วจัง”
ผู้ชมก็ตกใจมากเช่นกัน
[ไม่จริงใช่ไหม เพิ่งผ่านไปแค่หนึ่งวันเท่านั้น ก็จะจับมนุษย์หมาป่าแล้วเหรอ?]
[จริงหรือเปล่า จับได้เร็วขนาดนี้ รู้สึกไม่ค่อยสมจริงเลยนะ]
[อย่าเลย เร็วเกินไปหรือเปล่า รู้สึกว่ามันรีบร้อนไปหน่อย ถ้าเกิดมีเรื่องขึ้นมาคงไม่ดีแน่]
[ร่วมมือกับหน่วยสืบสวนพิเศษด้วยไหม อย่างนั้นจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น และปลอดภัยกว่าด้วย]
…
แขกรับเชิญก็มีความกังวลเหมือนกัน
นี่เพิ่งผ่านไปแค่วันเดียวเท่านั้นนะ