แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 477 พี่สาวจะไปไหน
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 477 พี่สาวจะไปไหน
อย่างไรก็ตาม กลับไม่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวของแขกรับเชิญหลายคนในสถานที่จริงเลยแม้แต่น้อย
เจียงซั่วสับสนไปหมด “นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
เว่ยฉือยังคงความสงบ และถามว่า “กล้องเสียหรือเปล่า?”
เจียงซั่วลองทดสอบดู แต่ก็พบว่าฟังก์ชันของกล้องทั้งหมดยังใช้งานได้ดี
“ไม่เสีย”
แต่มันน่าแปลกตรงที่ ยังคงไม่ได้ยินอะไรเลย
เว่ยฉือ “อย่าเพิ่งสนใจมันเลย หนิงหนิงบอกให้พวกเราออกไปก่อน”
เจียงซั่ว “แต่ว่า พวกเขาทั้งหมดยังอยู่ข้างใน”
เว่ยฉือ “ฟังหนิงหนิงไว้ ถ้าไม่ออกไปตอนนี้ เดี๋ยวพวกเราก็อาจจะติดอยู่ข้างในด้วย”
เมื่อก่อนไม่ว่าหนิงหนิงจะเจอปัญหาอะไร เธอก็รับมือได้อย่างสบาย ๆ เสมอ
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นหนิงหนิงดูลนลานอยู่บ้าง
เจียงซั่วยังคงลังเลอยู่ แต่เว่ยฉือตัดสินใจเด็ดขาด “พวกเราลงจากภูเขากันเถอะ แล้วแจ้งให้ชาวบ้านในละแวกนี้รีบออกไปด้วย”
เรื่องนี้แปลกมาก จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังงงงวย ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เรื่องที่ไม่รู้ ก็ไม่ควรไปเป็นตัวถ่วง
ฟังหนิงหนิงไว้ ตอนนี้ถอยออกมาเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ทันทีที่พูดก็ลงมือทำ เจียงซั่วรีบแจ้งไปทันที ให้ทีมงานรายการทั้งหมดถอนตัวก่อน
และไม่ลืมแจ้งให้ผู้ชมทราบด้วยว่า ทีมงานรายการจะต้องถอนตัวชั่วคราว
[ทีมงานก็ต้องถอนตัวด้วยเหรอ ฉันรู้สึกว่าเรื่องนี้มันใหญ่ไปหน่อยแล้วนะ]
[อ่า การถ่ายทอดสดกำลังจะปิดแล้ว แต่ว่าแขกรับเชิญทุกคนยังอยู่ข้างในเลยนะ]
[หนิงหนิงสั่งให้ทีมงานรายการถอนตัว ดอกฮิกันบานะสีแดงดูเหมือนจะมีฤทธิ์ทำให้ประสาทหลอน ศิษย์ของตระกูลจ้าวโดนไปแล้วไม่ใช่เหรอ]
[ถ้าอยู่ต่อไป ทีมรายการอาจได้รับผลกระทบด้วย ออกไปเร็ว ๆ จะดีกว่า]
[รู้สึกเหลือเชื่อจริง ๆ ดอกฮิกันบานะสีแดง สิ่งที่เคยเห็นแค่ในนิยายเท่านั้น ฉันได้เห็นมันจริง ๆ แล้ววันนี้]
[ใช่เลย มันคือดอกฮิกันบานะสีแดงจริง ๆ โอ้พระแม่เจ้า]
[แย่แล้ว คราวนี้ดูเหมือนหนิงหนิงจะไม่สามารถแก้ไขได้ด้วย เราจะทำยังไงดีล่ะ]
…
หลังจากแจ้งกับผู้ชมว่าการถ่ายทอดสดจะถูกปิด ผู้กำกับก็พบกับปัญหา
“ผู้กำกับครับ ปิดไม่ได้”
ห้องไลฟ์สดทางฝั่งของเจียงเจินนั้น ไม่สามารถปิดได้เลย
แม้จะปิดเครื่องไปแล้ว แต่ภาพการถ่ายทอดสดยังคงดำเนินต่อไป
ในภาพสามารถเห็นคนหลายคนที่กำลังตกใจกลัวต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน พวกเขาทุกคนดูเหมือนจะอยู่ในอาการช็อกไปแล้ว
พวกเขาดูเหมือนจะไม่ได้มีอาการหลงเข้าสู่ภาพลวงตาเหมือนทางฝั่งของหนิงหนิง
แค่ทุกคนค่อนข้างกลัวกันมาก
เจียงซั่วคาดเดา “เป็นเพราะขงชิวรึเปล่า?”
เว่ยฉือ “เรื่องนี้ไม่ชัดเจน เราไม่ต้องสนใจมันก่อนดีกว่า”
ทีมงานรายการเก็บข้าวของเรียบร้อยอย่างรวดเร็ว แล้วออกจากบ้านเช่า
แม้ว่ากล้องถ่ายทำจะถูกถอนออกไปแล้ว แต่เจียงเจินยังคงถ่ายทอดสดอยู่ในห้องไลฟ์สดเป็นอย่างดี
ทำให้ผู้ชมทุกคนรู้สึกแปลกใจ
[ไม่ใช่บอกว่าจะถอนตัวออกไปหรอกหรือ ทำไมยังถ่ายทอดสดอยู่ล่ะ? แปลกจัง]
[ไม่มีอะไรแปลกนี่ ตอนนี้จะถ่ายทอดสดหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับทีมงานรายการแล้ว]
[พระเจ้า สิ่งที่เรากำลังดูอยู่ตอนนี้คืออะไรกันแน่ ทำไมรู้สึกว่ามันช่างน่าขนลุกจัง?]
[ฉันมีคำถาม สิ่งที่เราเห็นตอนนี้ เป็นความจริงทั้งหมดเหรอ?]
[จากการเตือนของหนิงหนิงก็พอจะตัดสินได้ว่า เฉพาะเมื่ออยู่ท่ามกลางดอกฮิกันบานะสีแดง ได้กลิ่นและเห็นดอกฮิกันบานะสีแดง ถึงจะมีโอกาสเกิดภาพหลอน ดังนั้นสิ่งที่เราเห็นน่าจะเป็นความจริงทั้งหมด]
[แล้วขงชิวหมายความว่ายังไง ทำไมยังต้องไลฟ์ต่อ เขาอยากให้เราเห็นอะไรกันแน่?]
[สิ่งที่ฉันสงสัยคือ ขงชิวคนนี้เป็นใครกันแน่ ถึงสามารถสร้างภาพมายาที่ยอดเยี่ยมขนาดนี้ได้?]
เมื่อทีมผู้กำกับออกมาจากตัวบ้าน พวกเขาต่างก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็นตรงหน้า
ตอนนี้เห็นเพียงว่าหมอกหนาที่เคยปกคลุมท้องฟ้านั้นได้หายไปแล้ว
แต่เบื้องหลังความเขียวชอุ่มที่อำพรางอยู่นั้น คือสีแดงมากมายนับไม่ถ้วน
เป็นภาพที่ประหลาดพิศวงอย่างยิ่ง
สีเขียวแสดงถึงความมีชีวิตชีวาเต็มเปี่ยม ส่วนสีแดง แทนความตาย
นกจำนวนมากมายกำลังส่งเสียงร้องและบินผ่านเหนือศีรษะไป
มองเห็นเป็นมวลสีดำหนาทึบ
ใบไม้สั่นไหว แผ่นดินสั่นสะเทือน
นั่นคือสัตว์จำนวนมากมายกำลังแย่งกันหนีเอาชีวิตรอดมาทางนี้
พวกเขาไม่สามารถใช้คำพูดใดมาบรรยายความตกตะลึงของตัวเองในตอนนี้ได้เลย
เจียงซั่วตบไหล่ช่างกล้องที่ยืนอึ้งอยู่ข้าง ๆ “รีบถ่ายเร็ว”
ห้องไลฟ์สดที่เพิ่งปิดไป ถูกเปิดขึ้นมาใหม่อีกครั้ง
ผู้ชมที่ยังคงอยู่ในห้องไลฟ์สดก็ได้เห็นภาพที่น่าตกตะลึงนี้
สีแดงกับสีเขียว แบ่งแยกด้วยเส้นแบ่งเขตที่ชัดเจนออกเป็นสองส่วน
เหล่าสัตว์กำลังแย่งกันหนีออกจากพื้นที่แห่งความตาย มุ่งหน้าไปยังป่าสีเขียว
ฉากนี้ช่างยิ่งใหญ่อย่างบรรยายไม่ถูกจริง ๆ
[พระเจ้า แม้จะเป็นป่าเดียวกัน แต่กลับดูเหมือนอยู่คนละโลกเลย]
[ที่หนิงหนิงพูดนั้นถูกต้อง ป่านี้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนจริง ๆ]
[ตอนนี้ยังมีคนคิดว่านี่เป็นเล่ห์กลของหนิงหนิงอีกมั้ย? ถ้าอย่างนั้นพวกคุณก็ให้ความสำคัญกับหนิงหนิงมากเกินไปแล้ว]
[ถ้าทำได้ขนาดนี้จริง หนิงหนิงก็คือราชาแห่งป่าเลยนะ]
[คุณขอโทษหนิงหนิงรึยัง? เธอแบกรับความผิดมานานแล้ว]
[พวกเขาไม่ขอโทษหรอก บางคนก็แค่ทำเป็นลืมไป แล้วก็ด่าต่อ]
[ถ้าไม่ใช่หนิงหนิง ก็เป็นขงชิวคนเดียว ตอนนี้สถานการณ์ยิ่งอันตรายกว่าเดิม]
…
แฟนคลับของเจียงเจินจำนวนมากที่คิดมาตลอดว่าหนิงหนิงเป็นคนก่อเรื่อง ตอนนี้พวกเขาเพิ่งตระหนักรู้และร้อนรน
[แล้วจะทำยังไงล่ะ ถ้าแม้แต่หนิงหนิงยังรับมือไม่ได้ แล้วเจินเจินจะทำยังไงล่ะ?]
[หน่วยสืบสวนพิเศษล่ะ ทำไมหน่วยสืบสวนพิเศษยังไม่มาถึงอีก?]
[ถึงมาแล้วก็ไม่มีประโยชน์มั้ง ภาพมายาแบบนี้ ต่อให้เป็นหน่วยสืบสวนพิเศษก็คงเข้ามาได้ยากนะ?]
[แล้วไม่มีวิธีอะไรเลยเหรอ?]
[ดูเหมือนตอนนี้จะเป็นแบบนั้น]
แฟน ๆ ทุกคนที่เห็นข้อความนี้ต่างรู้สึกสิ้นหวัง
โดยดฉพาะเจียงอันไซ่และหลินจื่อเหลียน
หลินจื่อเหลียนร้องไห้จนหายใจไม่ทั่วท้อง “คุณไม่ได้บอกหรอกเหรอว่านี่เป็นฝีมือของหนิงหนิง แต่มันไม่ใช่เลยนี่!”
เจียงอันไซ่หน้าซีดเขียว เห็นได้ชัดว่าเขาเพิ่งตระหนักถึงปัญหานี้เมื่อไม่นานมานี้
‘นี่เป็นฝีมือของขงชิว’
‘มันช่างเป็นความเป็นไปได้ที่แย่ที่สุดเลย’
คนที่เขาส่งไป ก็ยังคงติดต่อไม่ได้
น่ากลัวว่าพวกเขาก็คงจะเจอกับดอกฮิกันบานะสีแดงเช่นกัน
เจียงอันไซ่เข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันว่าอันตรายแค่ไหนยิ่งกว่าคนดูเสียอีก
หลินจื่อเหลียน “เราจะทำยังไงดีล่ะ”
เธอถามเจียงอันไซ่ แต่เจียงอันไซ่เองก็ไม่รู้เหมือนกัน
การไลฟ์ยังคงดำเนินต่อไป พวกเขาได้แต่มองดูเฉย ๆ ที่หน้าจอ ในขณะที่ลูกสาวและลูกชายของพวกเขาถูกมัดติดกับต้นไม้
พวกเขาทำอะไรไม่ได้เลย
ขงชิวแสดงให้เห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของป่าต่อหน้าทุกคน เขาค่อย ๆ ชื่นชมความกลัวของผู้คนที่รู้ความจริงอย่างไม่รีบร้อน
ดอกฮิกันบานะสีแดงเหล่านั้นดูเหมือนมีชีวิต มันเบียดมาที่เขาเล็กน้อย ส่งผ่านข้อมูลจากบางส่วนของป่า
ขงชิวรับข้อมูลนั้น และยิ้มออกมา
เขาแค่นเสียงหัวเราะครั้งหนึ่ง เพราะดูเหมือนหนิงหนิงจะเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในแผนของเขาจริง ๆ
ไม่คิดว่าเขาจะเดิมพันถูก
ที่แท้ผู้หญิงที่ดูเหมือนจะไร้ข้อบกพร่องคนนั้น ก็ยังมีจุดอ่อนเหมือนกัน
แท้จริงแล้ว ถ้าเป็นมนุษย์ ทุกคนย่อมมีความปรารถนา เมื่อมีความปรารถนาก็ย่อมจะตกอยู่ในภาพมายา
ต่อให้เก่งกาจแค่ไหนก็ตาม ท้ายที่สุดก็ยังเป็นเพียงมนุษย์
ไม่รู้ว่าเธอจะสามารถหาทางออกด้วยตัวเองได้หรือไม่
หนิงหนิงรู้สึกว่ามีดวงตานับไม่ถ้วนจับจ้องมาที่ตัวเธอ
แต่ว่า รอบตัวเธอกลับไม่มีใครอยู่เลย
เธอเพียงแค่อึ้งไปเล็กน้อย แล้วคนรอบข้างก็หายไปหมด
หนิงเหนียนหายไปแล้ว ซูเจาหายไปแล้ว แม้แต่สำนักเซียนที่น่ารำคาญก็หายไปด้วย
หนิงหนิงมองไปรอบ ๆ เธอก้าวเท้าเดินไปข้างหน้า แขนของเธอถูกมือเย็นเฉียบข้างหนึ่งจับไว้
“พี่จะไปไหนเหรอ พาผมไปด้วยสิ”