แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 493 มาช้าเสียจริง
[หมาป่าไม่ขยับแล้ว กรี๊ดดด ช่วยด้วย มาช่วยเร็วเข้า!]
[คราวนี้ไม่มีใครมาจริง ๆ ใช่ไหม แล้วจะทำยังไงกัน!]
ขงชิวเดินไปข้างหน้าแล้วเตะหมาป่าทีหนึ่ง พบว่าหมาป่าหลับตาอยู่ ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
ขงชิวดีใจสุด ๆ ดูเหมือนว่า เขาจะทำสำเร็จแล้ว
ชายหนุ่มหัวเราะจนหยุดไม่ได้
เขาหัวเราะไปเรื่อย ๆ
หนึ่งนาทีผ่านไป ท้องฟ้ายังคงแบ่งครึ่งเป็นสีแดงและสีฟ้า
สองนาทีผ่านไป ท้องฟ้ายังคงแบ่งครึ่งเป็นสีแดงและสีฟ้า
สามนาทีผ่านไป ทุกอย่างยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ขงชิวชะงักยิ้มค้าง
เขาหัวเราะไม่ออกแล้ว
‘ไม่ถูกต้องสิ ตามหลักการแล้ว เพียงแค่สิบกว่าวินาที ดอกฮิกันบานะสีแดงก็น่าจะดูดซับพลังของวิญญาณไปหล่อเลี้ยงโคมไฟกลืนวิญญาณได้แล้ว’
‘แต่ทำไมผ่านไปนานขนาดนี้ ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย?’
ขงชิวมองไปทางทิศที่โคมไฟกลืนวิญญาณอยู่ ด้วยความงุนงง
‘ไม่ถูก นี่มันไม่ถูกต้อง’
มันไม่ควรเป็นแบบนี้ ในแผนการของเขา ตรงนี้เป็นส่วนสำคัญที่สุด เป็นแผนที่ไม่มีทางล้มเหลวได้
สัญญาณเตือนภัยดังกึกก้องในสมองของขงชิว
รู้สึกว่าเหมือนมีอะไรบางอย่างแตกต่างไป จุดที่เขาไม่ได้สังเกตเห็น
ทันใดนั้น ท่ามกลางสายฝนดอกไม้สีแดงที่โปรยปรายทั่วฟ้า ร่างสีดำร่างหนึ่งปรากฏขึ้น และค่อย ๆ เดินมาทางนี้
ดอกฮิกันบานะสีแดงที่บดบังท้องฟ้านี้ ก็บดบังแสงอาทิตย์ด้วยเช่นกัน
จากระยะไกล จึงไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของคนที่กำลังเดินมาได้อย่างชัดเจน
แต่ว่า จากลักษณะการเดินของเธอ ผมยาวที่ปล่อยสยาย รวมถึงการแต่งตัวด้วยชุดกระโปรงยาวที่ดูเด่นสะดุดตาแม้จะอยู่ในป่าลึก
ใครที่คุ้นเคยกับหนิงหนิงก็จะจำได้ทันทีว่านั่นคือเธอ
หนิงหนิงมาแล้ว
มาช้ามาก
[อ๊าาาาา! เป็นหนิงหนิง!]
[ดีจังเลย หนิงหนิงไม่เป็นอะไร!]
[ฉันรู้แล้วว่า หนิงหนิงจะต้องมาแน่ ๆ!]
[ช้าเกินไป! ช้าเกินไป! ทำไมเพิ่งมาล่ะ!]
หนิงหนิงมาแล้ว ต้องยอมรับว่าการเห็นเธอทำให้ผู้ชมรู้สึกมั่นใจขึ้น
เหมียวถานก็เห็นเธอเข้าเช่นกัน เธอตะโกนด้วยความตื่นเต้นไปทางหนิงหนิง “พี่คะ ในที่สุดพี่ก็มาแล้ว!”
ร่างนั้นค่อย ๆ เดินมาอย่างไม่เร่งรีบ
เด็กสาวหยุดลงเมื่อมาถึงที่ใกล้ ๆ
ดวงตารูปดอกท้อกวาดมองไปรอบ ๆ พื้นที่อย่างละเอียด แล้วสุดท้ายก็หยุดที่ร่างของหมาป่าซึ่งนอนอยู่บนพื้น
หมาป่าที่เดิมทีปิดตาอยู่ ทันใดนั้นก็ลืมตาขึ้นมา จ้องมองเธออย่างแน่วแน่
หนิงหนิง “คุณวางใจได้ พวกมันออกไปอย่างปลอดภัยแล้ว”
หมาป่าดูเหมือนจะวางใจและผ่อนคลายลง
หนิงหนิงเดินตรงไปที่หมาป่าโดยไม่สนใจขงชิวเลยสักนิด แล้วเธอก็พิจารณาดูยันต์คาถาที่ติดอยู่ทั่วร่างของหมาป่า
เป็นไปตามที่แบล็กโครว์พูดไว้ เหมือนกันจริง ๆ คล้ายกับยันต์คาถาที่ใช้ผนึกชุนฮวา
เธอก้มตัวลง ดึงยันต์คาถาออกจากตัวของวิญญาณทีละแผ่น ๆ
ขงชิวมองการเคลื่อนไหวของหนิงหนิงอย่างเหม่อลอย ไม่ได้ห้ามปราม
ยันต์คาถานี้ ชัดเจนว่าเขาเป็นผู้เรียกใช้พลังมันแล้ว
ทว่าตอนที่เธอดึงออกจากร่างของวิญญาณผู้พิทักษ์ กลับรู้สึกว่าไม่ได้ยากเย็นเลยแม้แต่น้อย
สัญชาตญาณของเขายังคงบอกว่า ผู้หญิงตรงหน้านี้อันตรายมาก
หนิงหนิงค่อย ๆ ดึงออกทีละแผ่น เอายันต์คาถาที่อยู่บนตัวของหมาป่าออกมาจนหมด
ทว่าหมาป่าได้รับบาดเจ็บ บนตัวของเขามีเลือดค่อย ๆ ซึมออกมา การลุกขึ้นยืนต้องใช้ความพยายามอยู่บ้าง
หนิงหนิง “คุณอย่าขยับ ฉันจัดการได้”
หมาป่ามองเธอแวบหนึ่ง แล้วนอนลงอย่างว่าง่าย ไม่ขยับตัวอีก
หนิงหนิงค่อย ๆ ลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า
ขงชิวไม่อยากเชื่อสายตา “ทำไมถึงเป็นคุณล่ะ?”
เขาได้รับข่าวว่า หนิงหนิงติดอยู่ในภาพมายาและไม่มีทางที่จะหนีออกมาได้ แล้วเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
หนิงหนิงเหลือบตาขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง “ทำไมล่ะ ฉันไม่ตาย คุณผิดหวังมากเหรอ?”
ขงชิว “เป็นเรื่องที่คุณก่อขึ้นใช่ไหม?”
หนิงหนิงคิดสักครู่ “คุณหมายถึงโคมไฟนั่นเหรอ?”
ขงชิวสีหน้าเปลี่ยนไปทันที “คุณเจอโคมไฟแล้วเหรอ?”
หนิงหนิงพยักหน้า “เจอแล้วสิ คุณวางมันไว้อย่างเด่นชัดขนาดนั้น คงมีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่หาไม่เจอ”
ขงชิว “เป็นไปไม่ได้นี่?”
หนิงหนิง “ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะ ทั้งผืนป่า มีแค่ต้นแพร์ต้นนั้นที่มีสีขาวหนึ่งดอกท่ามกลางสีแดง ใครมีตาก็มองเห็นได้ทั้งนั้น”
หนิงหนิงนึกถึงตอนที่เดินมาถึงเส้นแบ่งเขตอีกครั้ง
แม้แต่จ้าวฉี่หมิงยังเห็นทันทีว่าต้นแพร์ที่ยังสมบูรณ์ท่ามกลางดอกฮิกันบานะมีปัญหา
‘นี่ยังมีคนมองไม่ออกอีกหรือ?’
ขงชิว “คุณทำอะไรกับต้นไม้?”
หนิงหนิง “ถอนมัน”
ขงชิว “…”
‘เห็นด้วยตาเปล่าก็รู้ว่าไม่ปกติ มันไม่ควรจะเดินหลบ ๆ ซ่อน ๆ หรือไง?’
‘ทำไมถึงคิดจะถอนต้นไม้ได้ล่ะ’
‘เดี๋ยวก่อน คุณถอนต้นไม้นี้ยังไงกัน?’
หนิงหนิงไม่ต้องถามก็รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
ที่จริงแล้ว ทุกคนก็มองเห็นได้ว่าต้นไม้นี้ไม่ปกติ
ดังนั้น ตอนนั้นจึงไม่มีใครแตะต้องมัน
ทว่าเป็นหนิงหนิงเองที่หลังจากส่งทุกคนออกไปแล้ว ก็กลับมาอีกครั้ง และถอนต้นไม้นั้นขึ้นมา
เธอพบโคมไฟที่สวยงามมากอยู่ใต้รากไม้
โคมไฟถูกบรรจุอยู่ในกล่องไม้ ดูเหมือนจะเก่ามากแล้ว
เธอเปิดกล่องออก พบว่ามันเป็นสีแดงทั้งหมด มีรูปร่างเหมือนกับดอกฮิกันบานะสีแดงพวกนั้น
เมื่อถือไว้ในมือ มันดูเหมือนดอกฮิกันบานะสีแดงจริง ๆ แต่มันทำจากหยกแกะสลัก โปร่งใส และดูมีชีวิตชีวามาก
รอบ ๆ โคมไฟยังมีอนุภาคแสงสลัวสีแดงแผ่กระจายออกมา ดูสวยงามมากจริง ๆ
เกสรดอกไม้เปล่งแสงหลากสีที่ดูลึกลับ
อย่างไรก็ตาม หนิงหนิงที่คุ้นเคยกับการติดต่อกับวิญญาณมาพอสมควร เมื่อเธอแตะโคมไฟนี้ เธอจึงรู้สึกถึงความผิดปกติทันที
สัญชาตญาณบอกเธอว่าเธอเกลียดโคมไฟนี้มาก
เมื่อมองดูไส้โคมไฟอย่างละเอียด
จึงพบว่า เกสรดอกไม้สีแดงที่ห้อมล้อมอย่างแน่นหนาเหมือนกรงขังนั้น กำลังล้อมรอบลูกกลมเล็ก ๆ ตรงกลางไว้
ลูกกลมเล็กนั้นมีขนาดเท่าลูกปิงปองเท่านั้น มันกระจายแสงหลากสีออกมา
สีแดง สีดำ สีขาว และสีทอง
แม้แต่หนิงหนิงยังรู้สึกตกใจ
แสงเหล่านี้คือสีของวิญญาณ
ลำแสงนับไม่ถ้วนที่ถักทอเข้าด้วยกันกลายเป็นโคมไฟนี้ ส่องสว่างไปทั่วโดยรอบ
ซึ่งก็หมายความว่า ภายในโคมไฟนี้มีวิญญาณมากมายนับไม่ถ้วนถูกขังอยู่
ขงชิวร้อนรนขึ้นมาทันที “โคมไฟล่ะ คุณเอาโคมไฟไปไว้ที่ไหน?”
หนิงหนิงสะบัดผมเล็กน้อย “โคมไฟนั่นสวยมาก ฉันอยากดูให้ชัด ๆ ไม่คิดว่ามือจะลื่น โคมไฟก็เลยพังไปแล้วน่ะ โคมไฟนั่นเป็นของคุณเหรอ? งั้นฉันต้องขอโทษจริง ๆ นะ”
หญิงสาวพูดคำขอโทษออกมา แต่ในคำพูดไม่มีความจริงใจที่จะขอโทษเลย
ขงชิวสมองว่างเปล่า “คุณทำโคมไฟแตกเหรอ?”
หนิงหนิง “ใช่สิ ฉันทำมันแตก” เธอไม่รู้สึกว่าตัวเองทำอะไรผิดเลย
ขงชิวนิ่งไป ไม่น่าแปลกใจเลย เมื่อสักครู่ตอนที่เขากระตุ้นโคมไฟกลืนวิญญาณเพื่อดูดซับพลังวิญญาณ ถึงได้ไม่มีการตอบสนองอะไรเลย
นั่นเพราะเธอถึงกับทำโคมไฟกลืนวิญญาณแตกเสียแล้ว
ขงชิวรู้สึกว่าตรงหน้าเขามืดวูบ ๆ จนเกือบจะยืนไม่อยู่
แต่ทันใดนั้นเอง ร่างของเขาพลันแผ่พลังงานสีดำอย่างเข้มข้นออกมา
ความแค้นพุ่งสูงเสียดฟ้า
ขงชิวผู้สุภาพอ่อนโยนหายไปแล้ว แทนที่จะเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีที่ยืนอยู่ที่เดิม ตอนนี้กลับกลายเป็นผีร้ายที่มีใบหน้าบิดเบี้ยว
ขงชิวในที่สุดก็เผยโฉมหน้าที่แท้จริงของเขาออกมา
[โอ้แม่เจ้า! น่ากลัวจังเลย เป็นวิญญาณอาฆาตอีกแล้ว]
[นี่แหละคือรูปลักษณ์ที่แท้จริงของขงชิวสินะ ที่แสดงออกก่อนหน้านี้เป็นแค่การแสร้งทำทั้งนั้น!]
[ฮึ่ม หนิงหนิงเก่งจริง ๆ เพิ่งมาก็ทำให้ขงชิวแตกเละแล้ว ยังไงก็ต้องเป็นหนิงหนิงนี่แหละ]
[ถึงแม้จะฟังไม่เข้าใจว่าพวกเขากำลังพูดเรื่องโคมไฟอะไรกัน แต่เห็นขงชิวอับอายแบบนี้ ฉันก็มีความสุข ฮ่า ๆ]
[ฉันชอบดู ชอบดูจริง ๆ ชอบดูเวลาคนเลวเสียหน้า ฮ่า ๆ ๆ]
…
ผู้ชมอึดอัดมานานแล้ว ตอนนี้พวกเขารู้สึกโล่งอกสักที
“คุณทำโคมไฟแตกเลยนะ” น้ำเสียงของขงชิวเต็มไปด้วยความโกรธ
สิบปี เขาอดทนต่อความขมขื่น ฝืนทนความทุกข์ทรมานอยู่ที่นี่มาสิบปี ก็เพื่อโคมไฟดวงนั้น
เกือบจะได้หล่อเลี้ยงโคมไฟให้อิ่มเต็มที่แล้ว
แต่ตอนนี้หนิงหนิงกลับมาบอกเขาว่า เธอทำโคมไฟแตกเสียแล้ว
แค่บอกเขาเบา ๆ แบบนี้ว่า โคมไฟแตกแล้ว
ความโกรธแค้นที่สุมอยู่เต็มอกไม่มีที่ให้ระบายออก
ขงชิวแทบจะฆ่าหนิงหนิงในทันที
ความมีสติสัมปชัญญะทั้งหมดของเขาหายไปแล้ว
ขงชิวกระโจนตัวพุ่งเข้าหาหนิงหนิงอย่างรวดเร็ว