แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 508 ทานข้าวด้วยกัน
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 508 ทานข้าวด้วยกัน
หนิงหนิงรู้สึกแปลกใจ
“วันนี้ทำไมคุณพูดเยอะจัง?”
ปกติเมื่อจี๋ซางเห็นเธอ เขามักจะหลบหลีกหนีไปเสียถ้าเป็นไปได้
ได้ยินดังนั้น จี๋ซางชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วยิ้มออกมา “มีด้วยเหรอ ก็แค่ทักทายตามปกติธรรมดา”
“จริงเหรอ?” หนิงหนิงจ้องมองเขาอยู่พักหนึ่ง
จี๋ซางถูกมองจนเหงื่อเย็นเกือบจะผุดออกมาแล้ว
ทว่าหนิงหนิงก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เดินผ่านเขาออกไปที่ทางเข้า
นอกวิลล่า มีรถรอเธออยู่จริง ๆ
คนขับรถเปิดประตูรถให้เธออย่างเคารพนบนอบ หนิงหนิงขึ้นรถไป
ประมาณสี่สิบนาทีต่อมา รถก็หยุดลง
คนขับเปิดประตูรถ หนิงหนิงลงจากรถ หญิงสาวเงยหน้าสำรวจสภาพแวดล้อมรอบตัว
ตรงหน้าเธอคือสโมสรส่วนตัวที่ชื่อว่า ‘คลับบลูเซนต์’
ที่นี่อยู่ในย่านธุรกิจ แต่บริเวณโดยรอบกลับเงียบผิดปกติ
มีคนรออยู่ที่ทางเข้าแล้ว พอหนิงหนิงเดินเข้ามา พวกเขาก็โค้งคำนับให้หนิงหนิงทันที แล้วพาหนิงหนิงเดินไปตามทางพิเศษ
หนิงหนิงเดินตามหลังพวกเขา พลางสำรวจการตกแต่งภายในและโครงสร้างของสโมสรไปด้วย
ภายนอกดูธรรมดาไม่โดดเด่น แต่ไม่คิดว่าการตกแต่งภายในจะเป็นสไตล์ที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง
ที่นี่เน้นโทนสีเหลืองเป็นหลัก และเมื่อพิจารณาดี ๆ จะพบว่าสิ่งที่ประกอบขึ้นเป็นสีเหลืองเหล่านี้ล้วนเป็นทองคำทั้งสิ้น
แม้แต่พื้นยังปูด้วยทอง
ตลอดทางเดิน มีแจกันกระเบื้องเคลือบสีน้ำเงินเขียวที่มีมูลค่ามหาศาลวางไว้เป็นเครื่องประดับทุกที่
โคมไฟคริสตัลที่เพดานทางเดินส่องแสงระยิบระยับ สิ่งที่ฝังอยู่ในนั้นคือเพชร
ความหรูหราถูกแสดงออกมาอย่างถึงที่สุดจริง ๆ
ทองคำและเครื่องประดับมากมายขนาดนี้ ทำให้มอร์ต้าเริ่มกระสับกระส่ายอีกแล้ว
โชคดีที่คนนำทางข้างหน้าไม่ได้หันกลับมามอง ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงได้เห็นงูตัวเล็ก ๆ ที่กำลังเลื้อยไปมาอยู่บนข้อมือของหนิงหนิง
หนิงหนิงกดตัวมอร์ต้าที่กำลังพยายามจะมุดลงไปบนพื้นเอาไว้อย่างเงียบ ๆ
คนที่พาเธอมา หยุดอยู่หน้าห้องรับรองห้องหนึ่ง พร้อมกับชี้แจงว่า “ถึงแล้วครับ คุณหนิง”
หนิงหนิงเปิดประตูห้องรับรองพิเศษเข้าไป ข้างในห้องก็ตกแต่งเป็นสไตล์หรูหราเช่นกัน
ตรงกลางห้อง มีโต๊ะสี่เหลี่ยมทำจากคริสตัลตั้งอยู่ ลู่จีอันนั่งอยู่ริมโต๊ะ กำลังโบกมือเรียกเธอ
เวลาผ่านไปสักพักแล้ว แสงสีทองบนตัวเขาดูเข้มข้นขึ้นกว่าเดิมอีก
หนิงหนิงเดินเข้าไปหา นั่งลง และถามตรง ๆ “มีอะไรหรือ?”
ลู่จีอันส่งตะเกียบให้เธอ “ไม่ต้องรีบ กินข้าวก่อน”
หนิงหนิงมองตะเกียบแวบหนึ่ง แล้วเหลือบมองไปที่ลู่จีอัน ชายหนุ่มกะพริบตาปริบ ๆ
หนิงหนิงไม่ได้ปฏิเสธ รับตะเกียบมา
‘เขาไม่รีบร้อน ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร’
‘สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ กองอาหารตรงหน้านี้ ส่งกลิ่นหอมมาก ดูน่ากินมาก’
มีอาหารหลายอย่างที่หนิงหนิงไม่เคยเห็นมาก่อน
เธอได้ลองชิม และพบว่ามันอร่อยมากจริง ๆ เมื่อเริ่มกินแล้ว ก็กินจนหยุดไม่ได้
แต่ก่อนนี้หนิงหนิงเป็นคนที่ไม่ชอบกินข้าวที่สุด
ทว่าตอนนี้ การกินข้าวกลายเป็นงานอดิเรกที่หาได้ยากของเธอ
เมื่อเห็นหญิงสาวกินอย่างเอร็ดอร่อย ลู่จีอันก็ยิ้มอย่างอ่อนโยน
หนิงหนิงกินข้าวไม่รวดเร็ว และมีมารยาทในการกินที่ดูดีมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาที่เธอกินอาหาร จะทำให้คนรู้สึกถึงความสุข
สรุปคือ ดูแล้วเพลิดเพลินและเจริญอาหาร
ไม่แปลกใจเลย ที่ผู้ชมจำนวนมากมาดูรายการนี้เพื่อชมหนิงหนิงกินข้าวโดยเฉพาะ
จนกระทั่งหนิงหนิงวางตะเกียบลง เวลาก็ผ่านไปแล้วครึ่งชั่วโมง
ลู่จีอันยิ้ม “คุณชอบกินทุกอย่างจริง ๆ นะ”
หนิงหนิงพยักหน้า จริง ๆ แล้วทั้งหมดนี้เป็นรสชาติที่เธอชอบ
หนิงหนิง “ตอนนี้คุณบอกได้แล้วว่า ที่คุณเรียกฉันมา จริง ๆ แล้วเพื่ออะไรกันแน่?”
ลู่จีอันพูด “จริง ๆ แล้วมันง่ายมาก วันเสาร์หน้า คุณปู่ของผมมีงานวันเกิด ผมหวังว่าคุณจะมาร่วมงานได้”
หนิงหนิง “คุณไม่ได้บอกเหรอว่ามันเกี่ยวกับน้องชายคุณ?”
ลู่จีอัน “เกี่ยวกับเขานั่นแหละ เจ้าหมอนั่นบอกว่าอยากพบพี่สาวนางฟ้าที่ช่วยชีวิตเขาสักครั้ง”
หนิงหนิงไม่คิดอะไรเลย เธอปฏิเสธทันที “ไม่ไป”
เธอช่วยลู่เจียนซินก็แค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น เธอไม่อยากมีความเกี่ยวข้องมากไปกว่านี้แล้ว
ลู่จีอันคาดเดาได้แล้วว่าเธอจะปฏิเสธ เขาแสดงสีหน้าเสียดาย ถอนหายใจ แล้วพูดว่า “งั้นเหรอ? แต่วันนั้นผมยังติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารจากทั่วทุกมุมโลกมาเป็นพิเศษด้วยนะ จะจัดงานเลี้ยงอาหารหรูระดับโลกเลยละ ผมคิดว่าคุณน่าจะชอบแท้ ๆ”
หนิงหนิงพูดแทบจะในทันที “ก็ได้ ในเมื่อคุณอยากเชิญฉันขนาดนั้น ฉันจะไป”
ลู่จีอันแทบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ เขาพยักหน้า “งั้นก็ตกลงตามนี้”
หนิงหนิงหยิบตะเกียบขึ้นมาอีกครั้ง อาหารมากมายขนาดนี้ ไม่กินก็จะเสียเปล่า
อดคิดไม่ได้ว่า ‘ถ้ามีวาเซียอยู่ด้วยก็ดีสิ พวกอาหารเหล่านี้คงไม่มีทางเหลือแน่’
อย่างไรก็ตาม ช่วงนี้ มันคอยช่วยเธอจับตาดูซูเจาอยู่ตลอด
ไม่มีมันคอยติดตามอยู่ หนิงหนิงรู้สึกไม่ค่อยชินเท่าไร
หนิงหนิง “พวกนี้กินไม่หมด เอากลับบ้านได้ไหม?”
พอเธอพูดจบลู่จีอันก็เข้าใจทันที “เอาไปให้วาเซียกินใช่ไหม?”
หนิงหนิงพยักหน้า
ลู่จีอัน “ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวช่วยแพ็กให้”
หนิงหนิงถึงได้วางใจ
ลู่จีอันมองเธอแล้วถามราวกับไม่ได้ตั้งใจ “ตอนที่ผมมา ผมเจอฟู่เซี่ยนหลี่พอดี”
หนิงหนิงกำลังตั้งใจจัดการกุ้งในชามของเธอ จึงตอบอย่างไม่ค่อยใส่ใจ “อ่อ เขาเจอผีหรือไง?”
ลู่จีอัน “ก็ไม่เชิงนะ”
งั้นก็ไม่มีอะไรแล้ว
การสนทนาจบลงแค่นั้น หนิงหนิงกินข้าวของเธอต่อไป
ส่วนลู่จีอันยิ้มอย่างเงียบ ๆ
มื้อนี้ หนิงหนิงทานจนอิ่มเอมใจ
หลังกินอาหารเสร็จ ทั้งสองก็เดินออกมาจากห้องส่วนตัว ที่นี่น่าจะเป็นโซน VIP เพราะไม่มีเสียงวุ่นวายใด ๆ เลย
พนักงานรอที่หน้าประตูมานานแล้ว หนิงหนิงกำลังจะกล่าวลาลู่จีอัน แต่ทันใดนั้น เธอเหลือบเห็นพนักงานในชุดยูนิฟอร์มคนหนึ่ง
ทั้งสองเดินสวนกันไป
หนิงหนิงรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แต่ยังไม่ทันที่เธอจะคิดให้กระจ่าง คนผู้นั้นก็ได้ขึ้นลิฟต์จากไปแล้ว
หนิงหนิงไม่ได้คิดอะไรมาก รีบวิ่งตามลงไปทางบันไดข้าง ๆ ทันที
ลู่จีอันตกใจ แต่หนิงหนิงก็หายลับไปแล้ว
หนิงหนิงไล่ตามลงมาถึงชั้นล่าง แต่ก็ไม่พบเห็นร่องรอยของคนที่ต้องสงสัยคนนั้น
สัญชาตญาณบอกเธอว่า คนคนนั้นจากไปแล้ว
‘อีกแล้วกับความรู้สึกคุ้นเคยแบบนี้’
ตอนนั้นที่หงถีสุ่ย หนิงหนิงรีบตามไปถึงบนภูเขา แต่ก็ไม่ได้เจอใครเลย
ความเร็วในการหลบหนีของเขานั้น เร็วผิดปกติมาก
ไม่ว่าคนคนนี้จะเป็นใคร แต่เขาอยู่ข้างกายเธอตลอดเวลา คอยแอบดูชีวิตของเธอ
‘เขาเป็นใครกันแน่’
เมื่อหาคนไม่เจอ หนิงหนิงกำลังเตรียมตัวจะกลับไป
ทว่าพอเธอเพิ่งจะหันหลัง ก็มีคนเรียกเธอไว้จากข้างหลังเสียก่อน
“หนิงหนิง ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่?”
เจียงเจินยืนอยู่ข้างหลังเธอ มองเธอด้วยความประหลาดใจ
หนิงหนิง “คุณมาที่นี่ทำไม ฉันก็มาที่นี่ด้วยเหตุผลเดียวกัน”
‘นี่มันไม่ใช่เรื่องเหลวไหลหรอกหรือ?’
‘ไม่ได้มาเพื่อกินข้าว แล้วจะมาที่นี่ทำไมล่ะ’
เจียงเจินยังไม่ทันได้พูดอะไร ประตูห้องส่วนตัวข้าง ๆ เธอก็เปิดออก ฟู่เซี่ยนหลี่เดินออกมาจากข้างใน
“ไม่ได้เข้าห้องน้ำหรอกเหรอ ทำไมไปนานขนาดนั้น?”
พอเขามองตามสายตาของเจียงเจิน ฟู่เซี่ยนหลี่ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วขมวดคิ้ว
“ทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร
หนิงหนิง “…”
เจียงเจินนึกขึ้นได้ จึงตบไหล่ฟู่เซี่ยนหลี่ “พอเถอะ ฉันเพิ่งถามเธอ หนิงหนิงบอกว่าตั้งใจมาที่นี่ ไหน ๆ ก็มาแล้ว เรากินข้าวด้วยกันดีไหม”
ฟู่เซี่ยนหลี่ปฏิเสธอย่างเย็นชาทันที “ไม่เอา”
ปฏิเสธอย่างรวดเร็วและตรงไปตรงมา ทำให้รู้สึกไม่ให้เกียรติกันสักเท่าไร ทำให้คนรู้สึกอับอายเล็กน้อย
แน่นอน หนิงหนิงก็ไม่พูดอะไร
เจียงเจินหัวเราะอยู่ในใจ เธฮมองไปที่ฟู่เซี่ยนหลี่แล้วแกล้งล้อเล่นว่า “ทำไม เขินหรือ พวกคุณไม่ได้เป็นเพื่อนสมัยเด็กที่เติบโตมาด้วยกันหรือไง ไม่ได้เจอกันนานขนาดนี้ แค่ไปกินข้าวด้วยกันมันจะเป็นไรไป”