แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 511 ข่าวลือฉาว
คราวนี้ ดูเหมือนเรื่องราวจะลุกลามใหญ่โตแล้ว
แย่แล้ว เกิดเรื่องยุ่งขึ้นแล้วจริง ๆ
พวกเจินกั่วใช้เวลาหนึ่งวันผ่านไปด้วยความกังวลและหวาดระแวง
สิ่งที่น่าแปลกใจคือ ทางฝั่งตระกูลลู่ไม่ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงแต่อย่างใด
เรื่องนี้ชักจะชวนให้คนคิดแล้วนิดหน่อย
แต่แฟน ๆ ก็โล่งอกในที่สุด
เช่นเดียวกับเจียงเจินและผู้จัดการของเธอ เจียงลี่ ที่ต่างก็โล่งอกเช่นกัน
เจียงลี่เช็ดเหงื่อบนหน้าผาก แม้จะถูกถอดออกจากเทรนด์ยอดนิยมแล้ว แต่ในใจยังคงรู้สึกไม่สบายใจ
ตอนนี้เธอถึงรู้สึกโล่งใจได้ในที่สุด
เจียงลี่พูดด้วยความหวาดกลัว “แฟน ๆ ของคุณพวกนี้ ช่างเก่งในการสร้างปัญหาให้คุณจริง ๆ ฉันต้องคุยกับพวกเขาให้ดี ๆ เพื่อไม่ให้พวกเขาพูดจาไร้สาระอีก”
เธอกำลังเตรียมตัวจะไป เจียงเจินเรียกเธอไว้
เธอรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย “ทำไมตระกูลลู่ถึงไม่ออกมาชี้แจงล่ะ?”
เจียงลี่ “บางทีอาจจะยุ่งอยู่มั้ง”
เจียงเจินกลอกตา “คุณคิดว่าตระกูลลู่เป็นอะไรกัน?”
ตระกูลลู่ต่อให้ยุ่งแค่ไหนก็จะไม่ขาดคนหรอก
เจียงลี่รู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง เธอมองเจียงเจินแล้วถาม “คุณไม่ได้รู้จักลู่จีอันจริง ๆ ใช่ไหม?”
เจียงเจินส่ายหัว “แน่นอนว่าไม่รู้จัก”
เจียงลี่ “แล้วข้อมูลของคุณได้มาจากไหน?”
เจียงเจิน “ฟู่เซี่ยนหลี่บอกฉันน่ะ”
เจียงลี่รู้สึกปวดหัวมาก “ฟู่เซี่ยนหลี่บอกคุณ แล้วคุณก็กล้าเอาไปพูดต่อเลยเหรอ”
ดูเธอตอนที่พูดสิ มีท่าทางที่มั่นใจและชอบธรรมมาก เจียงลี่ถึงกับคิดว่านี่เป็นเรื่องที่ตระกูลลู่บอกเธอด้วยตัวเอง
เจียงเจิน “มีอะไรที่พูดไม่ได้ล่ะ”
เจียงลี่ “นี่เรียกว่าเอาเรื่องของคนอื่นมาโอ้อวดเป็นของตัวเองนะ!”
เจียงเจินแค่นเสียงหนึ่งที “ทางตระกูลลู่ก็ไม่ได้พูดอะไรหรอก คุณก็อย่าได้กังวลไปเลย”
เธอเปลี่ยนเรื่องสนทนาอย่างรวดเร็ว
เจียงลี่แทบจะโกรธจนเป็นบ้าเพราะเจียงเจิน แต่เธอก็ไม่กล้าทำให้คุณหนูคนนี้ไม่พอใจ
เจียงเจินไม่รู้กำลังคิดอะไรอยู่ แล้วก็ถามเจียงลี่ว่า “คุณคิดว่าทางตระกูลลู่ตามใจฉันมากเกินไปหรือเปล่า?”
เจียงลี่มีลางสังหรณ์ไม่ดี “คุณหมายความว่ายังไง?”
“ตระกูลลู่ไม่ออกมาชี้แจง โดยทั่วไปแล้วก็หมายความว่ามันเป็นเรื่องจริง คุณคิดว่าสิ่งที่พูดกันในเน็ต มันจะเป็นจริงแบบนั้นรึเปล่า?”
เจียงลี่ “คุณหมายถึงลู่จีอันแอบชอบคุณเหรอ?”
เจียงเจินสีหน้าเย็นชาลง “นั่นสีหน้าอะไรของคุณกัน ฉันไม่คู่ควรให้เขาแอบชอบงั้นเหรอ?”
ความคิดของเธอล่องลอยไปไกลแล้ว พยายามนึกย้อนกลับไปว่าตัวเองมีอะไร ตรงไหนที่ดึงดูดใจลู่จีอัน
‘เป็นตอนที่เธอเพิ่งกลับมาที่ตระกูลเจียง และตระกูลเจียงจัดงานเลี้ยงรับรองเครือญาติให้เธอครั้งนั้นหรือเปล่า?’
ตอนนั้นตระกูลลู่ดูเหมือนจะมาส่งของขวัญให้ด้วย
‘หรือว่า ลู่จีอันเป็นแฟนคลับของเธอจริง ๆ?’
เจียงลี่เห็นท่าทางเธอที่กำลังคิดเพ้อฝันอยู่ เดาได้ว่าเธอคงเชื่อจริง ๆ แล้ว
“เจินเจิน ไม่ว่าเรื่องของตระกูลลู่จะเป็นยังไงก็ตาม เราไม่ควรไปยุ่งเกี่ยวกับตระกูลลู่จะดีกว่า ถ้าเกิดความเข้าใจผิดอะไรขึ้นมา ตระกูลลู่ไม่ใช่คนธรรมดานะ และตระกูลเจียงก็รับมือไม่ไหวด้วย”
เจียงเจินฟังแล้วรู้สึกไม่พอใจมาก
ถึงแม้ว่าการที่ตระกูลเจียงไม่สามารถเทียบเท่าตระกูลลู่ได้เป็นความจริง แต่เจียงลี่พูดแบบนี้เหมือนกับว่าเธอไม่คู่ควรกับลู่จีอันอย่างไรอย่างนั้น
“ฮ่า ๆ ลู่จีอันไม่เคยปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณะเลยจนถึงตอนนี้ หน้าตาก้ไม่รู้ว่าเป็นยังไง ฉันเดาว่าคงไม่ใช่เพราะเขาหน้าตาน่าเกลียดหรอกนะ ถ้าเขาน่าเกลียด ฉันก็จะไม่เอาเขาหรอก”
เจียงลี่แอบคิดในใจ ‘ใครสมควรหรือไม่สมควรกับใคร ก็ยังไม่แน่นอนเลย’
เจียงลี่ “ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น….ตอนนี้เป็นเวลาที่ต้องมาพิจารณาว่าคู่ควรหรือไม่เหรอ?”
เจียงเจิน “ส่วนเรื่องแฟนคลับ คุณไม่ต้องไปสนใจ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติก็พอ”
นี่หมายความว่าเธอจะดื้อดึงจนถึงที่สุดแล้วสินะ
การปล่อยให้แฟนคลับเป็นไปตามธรรมชาติ นั่นไม่เท่ากับปล่อยให้พวกเขาเอาแต่ปล่อยข่าวลือมั่ว ๆ หรอกเหรอ
ต่อจากนี้ เธอรู้สึกว่าจะเกิดความวุ่นวายใหญ่ขึ้นแน่
เจียงลี่คิดไม่ผิด หลังจากที่แฟนคลับหลายคนกระวนกระวายมาทั้งคืน เมื่อเห็นว่าตระกูลลู่ไม่ได้ออกมาชี้แจงอะไร วิกฤตในใจของพวกเขาก็ผ่านพ้นไปท
หลังจากที่คลายความกังวลแล้ว แฟนคลับก็เริ่มปล่อยจินตนาการทันที
[โอ้โฮ ไม่มีการชี้แจงเลยเหรอ?]
[เกิดอะไรขึ้นนี่!!]
[นี่เป็นครั้งที่สองตระกูลลู่ไม่ออกมาชี้แจงแล้วใช่ไหม ครั้งก่อนก็เป็นหนิงหนิง]
[ถ้าไม่อธิบายให้ชัด มันก็เป็นความจริง…]
[เดี๋ยวก่อน เป็นความจริงเหรอ?!]
[ไม่ใช่นะ ฉันแค่เดาสุ่มไปเองนะ ทำไมพวกคุณถึงเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริงล่ะ?]
[พูดแบบนี้ หมายความว่าลู่จีอันกำลังแอบชอบเจินเจินเหรอ?]
[ฮ่า ๆ เขาไม่ได้แค่แอบชอบนะ เขายังแอบหึงอีกต่างหาก]
[โอ้ว นี่มันสุดยอดมากไม่ใช่หรือไง?!]
[ตลกมาก ฉันถามว่าทำไมเจินเจินถึงได้รับบัตรเชิญในรอบแรก ที่แท้ก็เป็นเพราะเหตุผลนี้นี่เอง]
[ฉันไม่ชอบลู่จีอัน ก่อนหน้านี้เจินเจินเจอปัญหามากมาย แต่เขาไม่เคยปรากฏตัวเลย แล้วตอนนี้มาทำเป็นหึงหวงเพื่ออะไร?]
[ใช่แล้ว และพวกเราก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน้าตาเขาเป็นยังไง ถ้าเกิดเป็นคนขี้เหร่ล่ะจะทำยังไง เจินเจินของพวกเราสวยขนาดนี้ ไม่อยากให้คู่กับคนขี้เหร่หรอก!]
[ใช่ มีเงินก็ไม่พอ เงินนี่เจินเจินของพวกเราสามารถหาเองได้ เจินเจินเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับอาชีพจริง ๆ อนาคตไม่ต้องกังวลเรื่องเงินหรอก]
[พวกคุณเลือกเยอะเนอะ ส่วนฉันกินได้ทุกอย่าง สามคนไปด้วยกัน มันดีมากจริง ๆ ฮ่า ๆ ๆ]
[ใช่แล้ว เจินเจินของพวกเรานี่ดีมาก สมควรแล้วที่จะมีคนชอบมากกว่านี้!]
[ยังไม่มีการชี้แจง พวกคุณก็จินตนาการไปไกลขนาดนี้แล้ว ไปเขียนนิยายกันไม่ดีกว่าเหรอ?]
]ถ้าหากเป็นเพราะเหตุผลอื่น พวกคุณจะไม่รู้สึกอายตัวเองเหรอ?]
[เอ่อ…เจียงเจินเพิ่งเริ่มเดินตามเส้นทางสาวควีนไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้มาสร้างภาพลักษณ์คนที่ใคร ๆ ก็ชอบอีกล่ะ?]
[ฮิ ๆ อิจฉาเหรอ? ช่วยไม่ได้นี่นา ลู่จีอันเขาชอบเจินเจินเองนะ ถ้านายไม่พอใจก็ไปบอกเขาสิ]
[คงตายกันหมดแล้ว คาดว่าคงไม่ได้เจอหน้าลู่จีอันด้วยซ้ำมั้ง อิจฉาตายไปซะเถอะ]
[เป็นอะไรไป ราชินีไม่มีคนรักหรือไง? ราชินีน่าจะได้รับความนิยมมากกว่าด้วยซ้ำ]
[แทนที่จะอยู่ตรงนี้หาวิธีเสียดสีเจินเจินไปเรื่อย ไม่ดีกว่าถ้าจะไปช่วยคิดหาทางให้หนิงหนิงได้รับบัตรเชิญหรือไง]
[คนมีหน้ามีตาทั้งนั้น มีแค่หนิงหนิงคนเดียวที่ไม่ได้รับบัตรเชิญ น่าอายไหมล่ะ]
…
คนที่กล้าโต้แย้งก็ถูกแฟนคลับด่ากลับไปหมดแล้ว
หลังจากผ่านไปหนึ่งวัน แท็กสำหรับคู่จิ้นของเจียงเจินและลู่จีอันก็ถูกสร้างขึ้นเรียบร้อย แฟนคลับคู่จิ้นพากันเชียร์อย่างเอาเป็นเอาตาย
แฟนคลับทั้งสองฝ่ายก็ทะเลาะกันไม่ยอมหยุด นับว่าคึกคักเป็นอย่างมาก
เมื่อเจียงเจินไปร่วมงานกิจกรรม ถึงขนาดมีสื่อออกมาสัมภาษณ์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเจียงเจินกับลู่จีอัน
เจียงเจินพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เรื่องนี้ฉันไม่ทราบเลยค่ะ อาจจะเป็นเพราะคุณลู่เป็นแฟนคลับของฉันก็ได้”
ประโยคที่ว่า ‘คุณลู่’ นี้ ทำให้แฟน ๆ พากันกรี๊ดดังสนั่นว่าได้เห็นความหวานแล้ว
สถานะ ‘แฟนคลับตัวน้อย’ ของลู่จีอันก็ถูกสถาปนาขึ้นแล้ว
เจียงลี่แทบจะตายเพราะความร้อนรุ่มใจ “พวกสื่อเหล่านี้มันอะไรกัน? คุณเป็นคนเรียกพวกมันมาหรือเปล่า?”
“ใช่” เจียงเจินยอมรับ
นั่นเพราะสื่อทั่วไปไม่มีความกล้าพอที่จะสอดรู้สอดเห็นเรื่องซุบซิบของตระกูลลู่
เจียงลี่ “คุณบ้าไปแล้ว!”
เจียงเจินทำหน้าดูแคลน “ฉันไม่ได้บ้า มีปัญหาอะไรหรือ?”
ข่าวถูกเผยแพร่ออกไปแล้วเป็นเวลาสองชั่วโมง แต่ทางฝั่งตระกูลลู่ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ เลย
อีกฝ่ายเห็นแล้วแน่นอน การที่ไม่ได้แสดงอะไรก็หมายถึงยอมรับโดยนัย
เจียงเจินยิ่งมั่นใจว่าการคาดเดาของตัวเองนั้นถูกต้อง
ลู่จีอันคนนี้ แน่นอนว่าต้องมีใจให้ตัวเองบ้างแล้ว
“วางใจเถอะ ไม่มีปัญหาอะไรอย่างแน่นอน”
เจียงเจินมีความมั่นใจอย่างมาก
ส่วนเจียงลี่ ไม่ว่าเจียงเจินจะพูดอะไร เธอก็ยังรู้สึกกังวลอยู่ในใจ เธอรู้สึกตลอดเวลาว่าเรื่องราวมันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น
เจียงเจินเห็นท่าทางหวาดระแวงของอีกฝ่ายแล้วก็รู้สึกหงุดหงิด สุดท้ายก็ต้องพึ่งพาตัวเองนั่นแหละ เรื่องที่ดูสมเหตุสมผลมากขนาดนี้ มีอะไรให้ต้องสงสัยด้วย
แต่ในใจของเธอกลับรู้สึกดีใจจนออกนอกหน้า
ทันใดนั้น เมื่อมองที่หน้าจอโทรศัพท์ซึ่งแสดงชื่อผู้โทรเข้า เจียงเจินก็รู้สึกหนักใจอยู่บ้าง
‘ผู้ชายเนี่ย คนแล้วคนเล่า ทำไมถึงน่ารำคาญกันขนาดนี้นะ’