แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 540 ซ้ำเติมความยากลำบาก
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 540 ซ้ำเติมความยากลำบาก
โจวฉีอันพยายามสงบจิตใจอย่างยากเย็น จากนั้นก็รีบพูดถึงเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งทันที
เขาถามหนิงหนิงว่า “หูเจียยังไม่ตาย?”
หนิงหนิงไม่คิดว่าเขาจะรู้เร็วขนาดนี้
เธอตอบตามตรง “ตอนแรกมันเป็นแค่การคาดเดาของฉัน”
จากวิธีการใช้วิชาเซียนของเขา และระดับความเข้าใจเกี่ยวกับปีศาจร้าย
สิ่งสำคัญคือทัศนคติแบบไม่แยแสของอีกฝ่าย ที่มองโลกใบนี้เหมือนเป็นแค่ของเล่น
หนิงหนิงแค่เดาสุ่มไปเท่านั้น
ใครจะรู้ว่าบังเอิญเดาถูก เมื่อเห็นเขาปฏิเสธอย่างเบา ๆ หนิงหนิงก็รู้ว่าตนเองเดาถูกแล้ว
โจวฉีอันได้ยินเช่นนั้นก็ดูไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อย
“จริง ๆ แล้วความเป็นไปได้ที่ว่าหูเจียยังไม่ตาย ผมก็เคยคิดถึงมันเหมือนกัน”
เมื่อคิดดูอีกที หูเจียตายอย่างง่ายดายเกินไป
ก่อนที่ทุกคนจะได้จัดการเขา เขากลับถูกปีศาจร้ายกลืนกินไปเสียก่อน
นี่เป็นพฤติกรรมที่ผิดวิสัยของเขาอย่างสิ้นเชิง เพราะเขาเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องนิสัยชอบอวดโอ่
ยิ่งไปกว่านั้น เขามีนิสัยเลวร้ายอยู่แล้ว ทุกคนหรือทุกสิ่งนอกเหนือจากตัวเขา ในสายตาเขาล้วนเป็นเพียงวัตถุดิบให้เขาเอาไว้สนุกสนาน
การสร้างปีศาจร้ายขึ้นมา ก็เพื่อที่จะเพลิดเพลินกับความสิ้นหวังของมนุษย์เท่านั้น
แต่เขายังไม่ทันได้เห็นอะไรมากนัก จะยอมตายง่าย ๆ ได้อย่างไร
นี่คือการวิเคราะห์บุคลิกของหูเจียโดยโจวฉีอันซึ่งไม่มีหลักฐานอะไร
หลายปีนี้เขาพยายามตามหาร่องรอยเกี่ยวกับหูเจียแต่ก็หาไม่พบ
ไม่คิดว่า อีกฝ่ายจะออกมาเองซะก่อน
หนิงหนิง “ประตูบานนั้นเป็นของเขาเหรอ?”
โจวฉีอัน “นั่นเป็นผลิตภัณฑ์พิเศษของปรโลก ถือเป็นสิทธิพิเศษที่มอบให้กับผู้พิทักษ์วิญญาณมันแตกต่างจากประตูของเฮยไป๋อู๋ฉาง ประตูบานนั้นเชื่อมต่อกับทุกสถานที่ในโลกมนุษย์”
สามารถไปได้ทุกที่ ใช้เวลาเพียงประมาณห้านาทีก็สามารถไปถึงได้
แต่ตั้งแต่สิบปีที่แล้ว สิทธิพิเศษเหล่านี้ก็ถูกเรียกคืนไปหมดแล้ว
หนิงหนิงเข้าใจแล้ว มันก็คือประตูวิเศษในตำนานนั่นเอง
ช่างเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากทีเดียว
โจวฉีอันเหม่อลอยด้วยความรู้สึกหนักใจ
ไม่น่าแปลกใจเลยที่หน่วยสืบสวนพิเศษตามหาอีกฝ่ายมานานแล้ว แต่ก็ยังหาไม่พบ
เพราะเขากลับลืมประเด็นนี้ไปเสียได้
การหลบหนีด้วยวิธีแบบนี้ คนธรรมดาจะสามารถค้นพบได้อย่างไร
“เป้าหมายของเขาคือฉัน” หนิงหนิงพูดด้วยความมั่นใจ
จากโลกที่เธอมา หูเจียดูเหมือนจะจงใจคอยต่อต้านเธอมาตลอด
เขาได้พาตัวเจ้าของร่างเดิมไป ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับเธอหรือเปล่า
ถ้าเป็นอย่างนั้น นั่นไม่เท่ากับว่าก่อนที่เธอจะมาถึงโลกใบนี้ เขาก็เตรียมการไว้แล้วหรือ
คิดแบบนั้นแล้วรู้สึกน่ากลัวอยู่เหมือนกัน
โจวฉีอันคิดถึงความเป็นไปได้นี้มานานแล้ว
เรื่องที่เขาสามารถคำนวณได้ หูเจียก็ไม่มีเหตุผลที่จะคำนวณไม่ได้
มีความเป็นไปได้สูงมากว่า ก่อนหน้าที่เขาจะรู้เสียอีก หูเจียก็คำนวณออกมาได้แล้ว
ถ้าเป็นเพราะคำนวณออกมาว่าหนิงหนิงจะเป็นผู้แก้ปม หูเจียถึงได้มุ่งเป้าไปที่หนิงหนิง
นั่นมันก็เรียกว่าโชคชะตาเล่นตลกจริง ๆ
ชะตากรรม ในที่สุดก็เป็นสิ่งที่หลีกหนีไม่พ้น
โจวฉีอัน “คุณไม่ต้องกังวลไปก่อน เขาไม่กล้าเผชิญหน้ากับคุณตอนนี้ แสดงว่าเขายังไม่มั่นใจเต็มที่ว่าจะรับมือคุณได้”
นั่นก็จริง ครั้งนี้ที่ปล่อยผีออกมามากมายขนาดนี้ ก็เพราะโกรธจนอับอายนั่นแหละ
โจวฉีอัน “ผีพวกนี้ หนีออกมาจากปรโลกจริง ๆ”
การบ่นเล่น ๆ ของทุกคนบนโลกออนไลน์ก็ไม่ผิด
ผีบางตัวที่จับได้นั้น เขาเป็นคนส่งให้เฮยไป๋อู๋ฉางพากลับไปด้วยตัวเอง
และผีบางตัวเองก็ยอมรับแล้วว่ามันหนีออกมาจากปรโลก
หนิงหนิงสงสัย “พวกมันหนีออกมาได้ยังไง?”
โจวฉีอัน “ผมถามแล้ว พวกมันแอบหนีออกมาตอนที่ยมทูตเวรไม่ทันระวัง”
เหมียวถานกำลังทำหลายอย่างพร้อมกัน ขณะเดียวกันก็ตั้งใจฟัง “แอบหนี? เป็นไปได้ยังไง?”
ไม่ต้องพูดถึงด่านต่าง ๆ ในปรโลก เวลาพวกมันกลับมา จะต้องข้ามสะพานไน่เหอและผ่านหอคอยมองบ้านเกิดด้วย
แม้แต่บริเวณประตูก็ยังมีนายเวรยมทูตหน้าวัวหน้าม้ายืนเฝ้าอยู่
อะไรก็ตามที่อยู่ในทางเดิน พวกเขาไม่น่าจะหลบผ่านไปได้
แต่กลับออกมาได้แบบนี้ โดยที่ตลอดทางไม่มีใครพบเห็น
‘นรกนี่ บกพร่องหน้าที่หนักจริง ๆ เลยนะ’
เหมียวถาน “ทำไมหูเจียคนนี้ถึงเก่งขึ้นเรื่อย ๆ เลยล่ะ?”
ในเรื่องราวที่เธอเคยได้ยิน แม้หูเจียจะขโมยดอกฮิกันบานะแต่ก็ต้องแอบขโมย
‘แต่ทำไมล่ะ เวลาผ่านไปสิบปี ตอนนี้เขาเหิมเกริมแล้วเหรอ?’
โจวฉีอันส่ายหัวและถอนหายใจ “ไม่แน่ว่าอาจจะไม่ได้ไม่รู้ตัว แต่อาจจะรู้ตัวแล้วแต่ไม่มีเวลามาสนใจหรอก”
เหมียวถาน “???”
หนิงหนิงเตือนว่า “เมื่อสิบปีก่อน หูเจียได้นำผีร้ายจากนรกขุมที่สิบแปดไปฝึกวิชากู่”
เหมียวถานเป็นคนฉลาด เพียงแค่พิจารณานิดหน่อยก็เข้าใจแล้ว
“พวกคุณหมายความว่า ผีร้ายจากนรกขุมที่สิบแปดก็หนีออกมาด้วยใช่ไหม?”
เหมียวถานถึงกับอึ้งไปในทันที
วิญญาณในนรกขุมที่สิบแปดนั้น ล้วนเป็นอาชญากรตลอดกาลที่แบกรับชีวิตนับพันนับหมื่นไว้บนบ่า
แค่ปล่อยพวกมันออกมาหนึ่งตัว ก็สามารถเทียบเท่ากับผีตัวเล็ก ๆ นับพันนับหมื่น
ถ้าเป็นเช่นนั้น จะเกิดอะไรขึ้น
เหมียวถานผู้ที่ไม่เคยกลัวฟ้ากลัวดิน รู้สึกกลัวเป็นครั้งแรก
โจวฉีอันเห็นว่าเธอตกใจกลัว จึงปลอบเธอว่า “อาจจะไม่เป็นอย่างนั้นก็ได้ แต่สรุปแล้ว ปรโลกต้องกำลังเผชิญกับปัญหาที่มีความสำคัญมากกว่าการจัดการผีบนโลกมนุษย์แน่นอน”
เหมียวถาน “ขอให้สวรรค์คุ้มครอง อย่าให้เป็นผีร้ายหนีออกมาเลย! ท่านยมบาลช่วยด้วย!”
โจวฉีอันขยี้ตาขมับของเขา
พอพูดถึงยมบาลเขาก็รู้สึกหมดแรงทันที
เขาไม่กล้าจินตนาการเลยว่า ถ้าผีร้ายที่ปรโลกนั่นกบฏขึ้นมาจริง ๆ จะเป็นภาพอย่างไร
แค่ไม่มียมบาลแล้ว ทุกอย่างก็วุ่นวายมากพออยู่แล้ว
ในช่วงไม่กี่ปีนี้ ธูปที่จุดบูชาให้ยมบาลก็น้อยลงเรื่อย ๆ
ทั้งปรโลกก็เสื่อมโทรมลงเรื่อย ๆ
ในช่วงเวลานี้ หากเกิดความวุ่นวายขึ้นอีก ก็เท่ากับซ้ำเติมความเดือดร้อน
น่ากลัวว่าพลังของเหล่าผู้พิพากษาจะไม่สามารถควบคุมผีร้ายในนรกทั้งสิบแปดขุมได้
เหมียวถานทำหน้าเศร้าตาม
เรื่องนี้ ช่างจัดการได้ยากเหลือเกิน
หนิงหนิงสงสัยอีกเรื่องหนึ่ง “สิบปีก่อนหูเจียสามารถนำผีร้ายออกจากปรโลกได้ สิบปีให้หลัง เขายังสามารถก่อความวุ่นวายในปรโลกอีก ปรโลกนี่ เข้าออกง่ายขนาดนั้นเลยหรือ?”
เหมียวถานรีบตอบทันที “เรื่องนี้ฉันรู้ มีคนในไง”
หนิงหนิง “ถ้ามีคนในตั้งแต่สิบปีก่อน แล้วตอนนี้ยังจับไม่ได้อีกหรือ?”
เหมียวถาน “มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก คนที่สามารถช่วยเหลือพวกในนรกขุมที่สิบแปด ระดับของเขาต้องไม่ต่ำแน่นอน และหลังจากเกิดเหตุการณ์ยมบาลก็ไม่อยู่พอดี พวกเขาเลยลอยนวลมาหลายปี”
หนิงหนิงคิดในใจว่า ‘นี่มันเหมือนกับฝนตกซ้ำซากในบ้านที่หลังคารั่วชัด ๆ’
‘ทุกอย่างมันเกิดขึ้นพร้อมกันหมดเลย’
เหมียวถาน “โอหังมากนะ”
หนิงหนิง “ใช่”
หลังจากผ่านไปสิบปี ก็ยังก่อเรื่องวุ่นวายแบบนี้อีก ทั้งบนดินใต้ดินวุ่นวายไปหมด
ฝ่ายตรงข้ามนั้นก็พูดชัดเจนแล้วว่า ฉันมีเส้นสายในปรโลก
ถึงฉันจะก่อเรื่อง พวกเธอก็ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก
เหมียวถาน “ฮึ ๆ ถ้ายมบาลยังอยู่ละก็ ฉันอยากรู้นักว่าพวกเขาจะกล้าหรือเปล่า”
ภายใต้ตราผนึกของยมบาล ผีทั้งหลายต้องยอมสยบ ใครกล้าโกหก หัวจะถูกบิดออก
สรุปก็คือ อาศัยว่ายมบาลไม่อยู่ ก็เลยก่อเรื่องกันไม่หยุดหย่อน
หนิงหนิงเริ่มสงสัยว่า หูเจียอาจจะไม่รู้สถานการณ์ของลู่เจียนซิน
ถ้าเขารู้ เขาคงไม่ก่อเรื่องกับปรโลกในช่วงเวลานี้แน่นอน
อุตส่าห์ฝังหมุดไว้ในปรโลกได้ แต่ดันเลือกช่วงเวลาที่ไม่แน่นอนนี้มาก่อเรื่อง ถ้าถูกเปิดโปงขึ้นมาก็จะทำให้ทุกอย่างเสียเปล่า
ไม่รู้ว่าตอนนี้ ลู่เจียนซินเป็นอย่างไรบ้าง
โจวฉีอันพาหนิงหนิงกลับไปที่คฤหาสน์ตระกูลลู่
ตอนกลับมา หนิงหนิงเห็นลู่จีอันกำลังส่งแขกกลับอยู่
เมื่อวานหนิงหนิงจัดการกำจัดวิญญาณในห้องโถงหลักของคฤหาสน์ตระกูลลู่เสร็จแล้ว จากนั้นก็แจ้งมอร์ต้าให้พาคนกลับไป
ตอนนั้นการอยู่ที่คฤหาสน์ตระกูลลู่ กลับปลอดภัยและมั่นคงกว่าอยู่ที่อื่น
เพราะมีหนิงหนิงอยู่ พวกเขาจึงผ่านค่ำคืนที่ปลอดภัยมาได้
ลู่จีอันเห็นหนิงหนิงลงจากรถ ก็รีบเข้ามาต้อนรับทันที