แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 544 เงาดำประหลาด
โรล่ารายงานเรื่องต่าง ๆ เสร็จแล้วก็จากไป
ดูเหมือนเธอจะยุ่งมากจริง ๆ
แต่หนิงหนิงกลับไม่ได้ทำตามที่สัญญาไว้ว่าจะกลับไปปกป้องคนของตระกูลลู่
เธออยู่ในสวนอีกสักพัก ไม่เร่งรีบแต่อย่างใด เอาแต่มองดูดอกไม้และหญ้าที่ถูกเหยียบย่ำไปอย่างเรื่อยเปื่อย ไม่รู้สึกเร่งร้อนเลยแม้แต่น้อย
ในขณะที่เธอกำลังมองนู่นนี่อย่างสบาย ๆ อยู่นั้น คนที่อยู่บนชั้นบนกลับรู้สึกตึงเครียด
เพราะอยู่ดี ๆ พวกเขาก็ถูกโยนขึ้นไปชั้นบน กลุ่มคนเหล่านั้นจึงไม่ค่อยสงบ
เจียงเอี้ยนจือยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง
“ไม่ถูกต้องนะ พี่ฉีบอกตั้งแต่เมื่อไรว่าจะฝึกซ้อมที่นี่ เขาบอกชัดเจนว่าให้พวกเราใช้เวลาช่วงเที่ยงรีบกลับบริษัทนี่”
จินซุ่ยทนไม่ไหว “นายนี่โง่จริง ๆ เลย! ความหมายของหนิงหนิงก็คือไม่ให้พวกเราไปไงละ!”
เจียงเอี้ยนจือยังคงไม่เข้าใจ “ทำไมถึงไม่ให้พวกเราไปล่ะ?”
หนิงเหนียนพูดตรง ๆ ว่า “ข้างนอกมีอันตราย”
เจียงเอี้ยนจือสูดลมหายใจเข้าอย่างตกใจ
“อันตรายเหรอ? หมายถึงอะไร?”
จินซุ่ย “ผีไง ยังจะมีอันตรายอะไรอีกล่ะ?”
เจียงเอี้ยนจือ “นี่มันกลางวันแสก ๆ นะ…”
‘ผีตนไหนกันที่กล้าก่อเรื่องตอนเที่ยงวันแบบนี้ นอกเสียจากว่าจะไม่ใช่ผีธรรมดา’ เมื่อคิดให้กระจ่างแล้ว เจียงเอี้ยนจือรู้สึกว่าอากาศรอบตัวเย็นลงไปหลายส่วน
ถังถังถอนหายใจ
ก็เดาไว้แล้วว่ามันจะเป็นแบบนี้
เมื่อคืนมีผีมากมายขนาดนั้น แต่ไม่มีตัวไหนที่น่ากลัวเท่าไร เธอยังรู้สึกแปลกใจด้วยซ้ำ
ตอนนี้มีพวกเก่ง ๆ โผล่ออกมา ถึงจะรู้สึกว่าเป็นปกติ
ถังถังทรุดลงอย่างเสียขวัญ “นี่มันจะจบลงเมื่อไรกันนะ!”
น่าจะเป็นเพราะได้รับคำสั่งจากลู่จีอัน คนทั้งหมดของตระกูลลู่จึงย้ายขึ้นไปชั้นบนด้วยข้ออ้างว่าจะทำความสะอาด
มีความตึงเครียดที่มองไม่เห็นลอยอยู่ในอากาศ
ส่วนลู่เจียนซินที่ยังไม่ตื่น ก็กลายเป็นจุดสำคัญที่ต้องเฝ้าดูแลอย่างใกล้ชิด
เมื่อติดแผ่นยันต์อีกหลายแผ่นที่หน้าประตูห้อง ลู่จีอันถึงจะพอใจ
ฮวาหยูถาม “แบบนี้มันจะไม่มากเกินไปหรือ?”
ทั้งห้องแทบจะถูกล้อมรอบไปด้วยแผ่นยันต์ทั้งหมดแล้ว
ลู่จีอัน “ไม่เป็นไรหรอก มีเยอะหน่อยจะได้ปลอดภัย”
แม้จะพูดแบบนั้น แต่ฮวาหยูก็ยังกังวลว่าอะไรที่มากเกินไปก็อาจจะให้ผลตรงกันข้ามได้
เมื่อเธอเห็นคนรับใช้ทั้งหมดขึ้นมาแล้ว รู้สึกว่ามันแปลก ๆ ยังไงสักอย่าง
“มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า?”
“ไม่มีอะไรหรอกครับ เมื่อคืนวุ่นวายมากไม่ใช่เหรอ ผมเลยให้พวกเขามาทำความสะอาดกัน”
หัวใจของฮวาหยูยังรู้สึกไม่สบายใจเลย
“แล้วหนิงหนิงล่ะ?” เธอถาม
“อยู่ชั้นล่าง”
“แม่มีเรื่องจะคุยกับเธอ”
ลู่จีอันขวางทางฮวาหยูที่กำลังจะออกไปข้างนอกเอาไว้
“แม่ครับ อย่าไปเลย ผมจะลงไปดูเอง”
ฮวาหยูมองดูลู่จีอันอย่างสงสัย “ไม่เป็นไรจริง ๆ นะ?”
“ไม่เป็นไรน่า” ลู่จีอันทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ผมลงไปข้างล่างก่อน”
ก่อนจะออกไป เขาได้กำชับว่า “พวกคุณอยู่ในห้องนี้นะ คอยอยู่เป็นเพื่อนลู่เจียนซิน ถ้าเกิดเขาตื่นขึ้นมาแล้วหาคนไม่เจอ มันจะไม่ดีเลย”
“เข้าใจแล้ว” ฮวาหยูปิดประตู
ลู่จีอันตรวจสอบให้แน่ใจว่าประตูปลอดภัยแล้วจึงเดินจากไป
และหลังจากที่เขาเพิ่งเดินออกไป จู่ ๆ ที่หน้าประตูห้องก็มีเงาดำปรากฏขึ้นมาจากความว่างเปล่า
ฮวาหยูส่งลู่จีอันออกไปแล้วเดินกลับเข้ามาในห้อง ลู่เจียฝูเห็นเธอหน้าบึ้งตึง จึงถามว่า “เป็นอะไรหรือ?”
ฮวาหยูส่ายหน้า “ไม่มีอะไร”
อันที่จริงเธอรู้สึกแปลก ๆ แต่ก็บอกไม่ถูกว่าแปลกตรงไหน
‘ช่างมันเถอะ รอให้หนิงหนิงมาแล้วค่อยถามหนิงหนิงดีกว่า’
ฮวาหยูเดินกลับไปที่ขอบเตียง ลู่เจียนซินที่นอนอยู่บนเตียงมีสีหน้าที่แดงระเรื่อ หายใจสม่ำเสมอ
แต่ยังคงไม่ตื่น
ความรู้สึกดีใจที่ได้ยินหนิงหนิงบอกว่าไม่มีอะไรเมื่อแรกเริ่มค่อย ๆ สงบลง
ฮวาหยูเริ่มคิดฟุ้งซ่านอีกครั้ง
‘ทำไมยังไม่ตื่นอีก นี่ก็เที่ยงวันของวันที่สองแล้ว’
‘พลังวิญญาณก็ไม่เข้มข้นเหมือนเมื่อคืนแล้ว’
‘เขานอนนานขนาดนี้ ได้แค่อาศัยน้ำเกลือเพื่อรักษาสัญญาณชีพไว้’
‘ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่มีโรคก็คงหิวจนเป็นโรค’
ลู่เจียฝูเห็นว่าเธอกังวลใจ จึงถาม “เป็นอะไรหรือ? กังวลเรื่องซินซินหรือเปล่า?”
ฮวาหยูพยักหน้า “หนิงหนิงก็ไม่ได้บอกว่าลู่เจียนซินเป็นอะไรกันแน่ แล้วคนที่ดี ๆ อยู่ ทำไมถึงหมดสติไปกะทันหันแบบนี้ล่ะ”
สถานการณ์แบบนี้ ทำให้ฮวาหยูนึกถึงครั้งก่อนที่ลู่เจียนซินสลบไม่ได้สติเหมือนตอนนี้ นั่นคือตอนที่เขาควบคุมตัวเองไม่ได้และคลุ้มคลั่ง
ครั้งนั้น เขาถูกบังคับพาตัวไปโรงพยาบาล ไม่ทันได้บอกลากันด้วยซ้ำ
หลังจากนั้น เขาก็ต้องถูกบังคับประหารชีวิตอย่างไม่มีทางเลือก โดยที่พวกเขาแทบไม่มีเวลาได้เจอกันเลยสักครั้ง
ฮวาหยูคิดแล้วก็รู้สึกกลัว
“เด็กคนนี้ ทำไมชีวิตถึงลำบากขนาดนี้นะ”
ดวงตาของฮวาหยูแดงก่ำ
ตั้งแต่เกิดมา เขาแทบจะไม่เคยมีชีวิตเหมือนเด็กปกติทั่วไปเลย
หลายปีมานี้ ลู่เจียนซินชินกับมันแล้ว
แต่ฮวาหยูรู้สึกเจ็บปวดใจ
ลูกของคนอื่น ปกติในวัยนี้กำลังอยู่ในช่วงซุกซน และยังมีเพื่อนวัยเดียวกันอีกมากมาย
ทุกวันพวกเขามีความสุขสนุกสนาน ไร้กังวล
สิ่งเหล่านี้ ลู่เจียนซินไม่มีเลย
เขาได้แต่อยู่ในห้องคนเดียว วันแล้ววันเล่า ปีแล้วปีเล่า
เขาอยู่เพียงลำพังเสมอ
ครอบครัวรักและทะนุถนอมเขา แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถมอบความสุขที่แท้จริงให้เขาได้
ชีวิตแบบนี้ไม่เหมือนชีวิตของเด็กเลย
เขาไม่มีวัยเด็ก ถ้าต่อไปเป็นแบบนี้เรื่อย ๆ อนาคตจะทำอย่างไร
ฮวาหยูยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกแย่
‘แม้แต่หนิงหนิงยังช่วยอะไรไม่ได้ แล้วต่อไปจะไปหาใครดี’
ลู่เจียฝูตบไหล่ของฮวาหยู เขาก็รู้สึกแย่เช่นกัน
ส่วนคุณปู่ลู่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา
ทั้งสามคนจมอยู่ในอารมณ์ความรู้สึกเศร้าหมอง ไม่ได้สังเกตเห็นอันตรายที่เข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ
รอยเท้าสีดำปรากฏขึ้นที่ประตู
มันปรากฏขึ้น แล้วก็หายไป
ค่อย ๆ เข้าใกล้ริมเตียงอย่างช้า ๆ
ทั้งสามคนหันหลังให้ประตู จึงไม่ได้มองเห็นว่า ที่ด้านหลังของพวกเขา เงาสีดำรูปร่างเหมือนคนค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
เงานี้ดำมืด เปล่งแสงพลังงานสีดำภายออกมา โดยในพลังงานสีดำนั้นมีแสงสีแดงส่องทะลุออกมาด้วย
เมื่อเงานั้นลืมตาขึ้น ก็เผยให้เห็นม่านตาสีแดงเลือด
สายตาที่เต็มไปด้วยความโลภของมันกวาดมองคนที่อยู่ตรงหน้าทีละคน
จู่ ๆ ฮวาหยูก็รู้สึกหนาวขึ้นมาทันที เธอกอดแขนตัวเอง
“แปลกจัง ทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าร้อนแท้ ๆ”
‘ทำไมถึงรู้สึกหนาวได้นะ’
‘ไม่ใช่ มันไม่ปกติ’
ทั้งสามคนอึ้งไปชั่วขณะ
ความเย็นมาจากด้านหลัง
ดังนั้น ในตอนนี้ มีอะไรอยู่ด้านหลังของพวกเขากันแน่
ทั้งสามคนเหงื่อเย็นไหลออกมาแล้ว
ในขณะนั้น พวกเขาพลันได้ยินเสียงหัวเราะปริศนา
เป็นเสียงหัวเราะแบบที่ดังอู้อี้ออกมาจากลำคอ คล้ายกับคนแก่ที่ใกล้จะตาย
เสียงต่ำ ๆ ประหลาดที่สุด
“หอมจังเลย”
เสียงนี้แหบแห้งและน่ารำคาญอย่างมาก ทำให้ผู้ฟังรู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งตัว
หัวใจของฮวาหยูสั่นระริกไปทั้งร่าง
‘หนิงหนิงล่ะ หนิงหนิงอยู่ที่ไหน’
เธออยากจะตะโกนเรียกหนิงหนิง
แต่เธอพบว่าตัวเองไม่สามารถอ้าปากได้ ทั้งร่างกายไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลย
ตึก ตึก ตึก
เป็นเสียงฝีเท้า
เขากำลังเดินมาที่นี่แล้ว
ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ
เมื่อมองใกล้ ๆ พวกเขาถึงเห็นชัดว่าสิ่งที่มานั้นคืออะไรกันแน่
มันเป็นเงาสีดำทั้งตัว มีเพียงรูปร่างคล้ายมนุษย์ที่เลือนราง
ทั้งสามคนแสดงสีหน้าหวาดกลัวอย่างที่สุด แต่ไม่มีใครสามารถขยับตัวได้
และไม่สามารถส่งเสียงออกมาได้
น้ำตาของฮวาหยูไหลพรั่งพรูออกมา
‘มันมาเพื่อลู่เจียนซิน แน่นอนว่ามันมาเพื่อลู่เจียนซิน’
เธอมองไปที่ลูกชายบนเตียง เขาไม่รู้ตัวถึงอันตรายที่กำลังมาถึง ยังคงหลับอย่างสงบ
‘จะทำอย่างไรดี ใครจะมาช่วยลูกชายของเธอได้’ ฮวาหยูคิดอย่างตื่นตระหนกและสิ้นหวัง
แต่จู่ ๆ เงาดำกลับส่งเสียงประหลาดใจออกมา มันจ้องมองที่ลู่เจียนซินบนเตียงและชะงักไป
ไม่รู้ว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่
ทั้งสามคนรู้สึกเพียงว่าเวลาช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้า
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไรแล้ว เงาดำจึงยอมแพ้
“งั้นเริ่มจากพวกแกก่อนแล้วกัน” สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่คุณปู่ลู่ในที่สุด
ผู้ที่มีอายุมากที่สุด และเป็นคนที่สะสมบุญกุศลมากที่สุดในทั้งสามคน