แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 546 ความสับสนอย่างต่อเนื่อง
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 546 ความสับสนอย่างต่อเนื่อง
ฮวาหยูถูหูของตัวเอง เธอสงสัยว่าตัวเองได้ยินเสียงหลอน
“เป็นไปได้ยังไง?”
“ยมบาลกับลู่เจียนซินใช้ร่างกายร่วมกันเหรอ?”
“หมายความว่ายังไง?”
เธอฟังไม่เข้าใจ
ลู่จีอันเป็นคนที่สงบที่สุดตรงนี้ เพราะก่อนหน้านี้ได้พูดคุยกับหนิงหนิงเกี่ยวกับปัญหานี้ไปแล้ว
เขาจึงมีความมั่นใจ
อย่างไรก็ตาม การได้ยินหนิงหนิงพูดเช่นนั้นกับหูตัวเอง ความตกใจก็ยังมีอยู่
ฮวาหยูมองไปที่หนิงหนิงอย่างไม่อยากเชื่อ “หนิงหนิง คุณกำลังล้อเล่นใช่ไหม?”
‘นั่นมันท่านยมบาลนะ’
‘ถึงแม้ว่าความน่าเกรงขามของท่านยมบาลจะค่อย ๆ ลดลงในช่วงหลายปีนี้ แต่ท่านก็ยังคงเป็นยมบาล เป็นสิ่งที่คนธรรมดาไม่อาจสัมผัสถึงได้’
‘แล้วทำไมอยู่ดี ๆ ถึงได้มาใช้ร่างร่วมกับลู่เจียนซิน’
หนิงหนิงคิดไปคิดมา หาทางว่าจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไรให้สั้นและเข้าใจได้
เพราะเรื่องนี้หากพูดแล้วจะยาวมาก และถ้าจะเล่าย้อนไป ก็ต้องย้อนกลับไปถึงสิบปีก่อนโน้น
หนิงหนิงไม่แน่ใจว่า คุณพ่อคุณแม่ลู่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อนหรือเปล่า
ยังดีที่ลู่จีอันออกมาได้ทันเวลา
“เรื่องนี้เดี๋ยวผมจะอธิบายให้พวกคุณฟังเอง ให้คุณปู่ไปพักผ่อนก่อนเถอะ”
เมื่อได้รับการเตือนจากเขา ทุกคนถึงนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่คุณปู่ลู่ดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บ
พวกเขาเรียกคนรับใช้บ้าง เรียกหมอบ้าง ทำให้บ้านตระกูลลู่วุ่นวายอีกครั้ง
วิกฤตได้ผ่านพ้นไปแล้ว มีแต่ความตกใจแต่ไม่มีอันตราย
คนที่ต้องรีบไปทำงานก็กลับไปตามกำหนดการของตัวเอง
ส่วนหนิงหนิงก็กลับไปยังห้องพักที่ตระกูลลู่เตรียมไว้ให้เธอ
ในห้องมีการเตรียมขนมหวานและหนังสือไว้ รวมถึงดอกกุหลาบหลากหลายชนิด
พอถึงตอนกลางคืน ลู่จีอันก็พาฮวาหยูมาเคาะประตูห้องของหนิงหนิง
ถึงแม้ว่าดวงตาของฮวาหยูจะแดงก่ำ แต่เธอก็มีความสุขมาก
เมื่อเห็นหนิงหนิง เธอก็จับมือของหนิงหนิงไว้ มือของเธอสั่นเล็กน้อย
“ขอโทษนะ” เธอกล่าวขอโทษกับหนิงหนิง
“ลู่จีอันเล่าให้ฉันฟังทุกอย่างแล้ว ขอบคุณนะ”
น้ำตาเอ่อล้นที่หางตาของเธอ อารมณ์ความรู้สึกเริ่มปั่นป่วนอีกครั้ง
ลู่จีอันได้แต่ถอนหายใจอย่างจนใจ “แม่ครับ นี่มันเรื่องดีนะ”
“ใช่ ๆ นี่มันเรื่องดี” ฮวาหยูเช็ดน้ำตาให้แห้ง
“ลู่จีอันเล่าเรื่องเมื่อวานให้ฉันฟังแล้ว ฉันไม่รู้มาก่อนว่าสถานการณ์เมื่อวานคับขันขนาดนั้น ขอบคุณคุณมากจริง ๆ”
ฮวาหยูดูมีความสุขมาก
ลู่จีอันเล่าให้เธอฟังว่า สิ่งชั่วร้ายในร่างของลู่เจียนซินพยายามจะฉวยโอกาสออกมายึดครองร่างของลู่เจียนซินอีกครั้ง แต่ได้ถูกหนิงหนิงกำจัดไปแล้ว
เมื่อส่วนที่คอยรบกวนจิตใจของเขาถูกทำลายไปแล้ว ลู่เจียนซินก็คงจะไม่ถูกมันรบกวนอีกต่อไป
“ต่อไปนี้ ลู่เจียนซินจะสามารถใช้ชีวิตเหมือนคนปกติได้แล้วใช่ไหม?” ฮวาหยูถามอย่างกระวนกระวายใจเล็กน้อย
หนิงหนิง “ตามหลักการแล้วก็ควรจะเป็นอย่างนั้น แต่จะเป็นอย่างไรแน่ คงต้องรอให้ยมบาลกลับมาก่อนถึงจะรู้”
เมื่อได้ยินชื่อยมบาล หัวใจของฮวาหยูก็ยังรู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว
อย่างไรก็ตาม จากที่ได้ยินมา ยมบาลก็ดูเป็นคนที่น่าเชื่อถือมาก
เมื่อหนิงหนิงพูดแบบนี้แล้ว ก็ทำให้เธอวางใจได้พอสมควร
ถึงอย่างไรก็ตาม ส่วนที่ยากที่สุดก็ได้รับการแก้ไขไปแล้ว
“แล้วลู่เจียนซินไม่เป็นอะไรใช่ไหม?”
“วางใจได้ ไม่มีเรื่องอะไรแน่นอน” เรื่องนี้ หนิงหนิงยังรับประกันได้
“หนิงหนิง คุณอยู่ที่นี่สักสองวันนะ” ฮวาหยูวางใจแล้ว ยิ้มมองที่หนิงหนิง
ลู่จีอันพูดตาม “ยังมีขนมอีกหลายอย่างที่คุณยังไม่ได้ลอง ถ้ามีเวลาก็ลองชิมดูนะ”
พอได้ยินเรื่องของอร่อย วาเซียก็เป็นคนแรกที่เดินไม่ออกแล้ว
“หนิงหนิงอยู่ต่อสิ!”
หนิงหนิงคิดสักครู่ “ได้”
ทางทีมรายการแจ้งมานานแล้วว่าในช่วงหลายวันนี้จะระงับการถ่ายทอดสด เธอจะอยู่ที่วิลล่าของทีมรายการก็เหมือนกับอยู่ที่นี่ ทั้งสองที่ก็ไม่แตกต่างกัน
ฮวาหยูจากไปแล้ว แต่ลู่จีอันยังอยู่ต่อ
หนิงหนิงนั่งอยู่ที่โต๊ะ เขาจึงเดินมาข้างหน้าเธอ
“เป็นยังไงบ้าง หนังสือที่เตรียมไว้ให้คุณโดยเฉพาะ ชอบหรือเปล่า?”
หนิงหนิงวางหนังสือลง เงยหน้ามองเขา
“คุณไม่ได้บอกความจริงกับพ่อแม่ของคุณ น้องชายของคุณน่ะ จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้ถือว่าฉันช่วยเขาไว้”
ลู่จีอันเกือบจะหลุดหัวเราะ “เมื่อกี้ที่คุณมองผมแล้วดูเหมือนอยากพูดแต่ก็ไม่พูด คงไม่ได้อยากจะพูดเรื่องนี้หรอกนะ”
“ใช่” หนิงหนิงยอมรับ
“ทำไมจะไม่นับว่าคุณเป็นคนช่วยล่ะ ผมอยู่กับลู่เจียนซินมาหลายปีแล้ว ถ้าผมช่วยเขาได้ ผมก็คงช่วยไปนานแล้ว จนกระทั่งคุณปรากฏตัว ลู่เจียนซินถึงได้รับการช่วยเหลือในที่สุด ส่วนผมน่ะ แค่บังเอิญช่วยได้นิดหน่อยเท่านั้นเอง”
เขาไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย
หนิงหนิงมองชายตรงหน้า
ตามคำพูดของโรล่า ในอนาคตเขาจะได้เป็นพระพุทธเจ้า
แต่ความรู้สึกที่เธอมีต่อเขา ชายคนนี้ไม่เหมือนคนที่จะเป็นพระพุทธเจ้าเลยสักนิด
นิสัยของเขาดูเหมือนจะเป็นคนค่อนข้างไม่ค่อยใส่ใจอะไร
“แล้วแต่คุณ” หนิงหนิงรู้ว่าไม่สามารถพูดให้เขาเข้าใจได้
ลู่จีอันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
หนิงหนิงบอกกับทีมงานรายการว่าเธอต้องการอยู่ที่บ้านตระกูลลู่ต่ออีกสองวัน
ซึ่งทีมงานรายการก็เห็นด้วย
เว่ยฉือแอบกระซิบกระซาบกับหนิงหนิง
“คุณสนิทกับตระกูลลู่ตั้งแต่เมื่อไรกัน”
หากรู้ว่าหนิงหนิงสนิทกับตระกูลลู่ขนาดนี้ เขาก็ไม่จำเป็นต้องดูสีหน้าของตระกูลเจียงแล้วทำให้หนิงหนิงลำบากใจเลย
หนิงหนิง “ฉันไม่ได้บอกไปแล้วตั้งแต่วันแรกที่เริ่มออกอากาศหรอกเหรอ?”
เว่ยฉือ “…”
‘นั่นเป็นความจริง’
‘แต่ตอนนั้นก็ไม่รู้ว่าสนิทกันถึงขนาดนี้’
เว่ยฉือตัดสินใจแล้วว่า เขาจะเลือกตอบรับคำขอของตระกูลเจียงตามความเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม พักเรื่องนั้นไว้ก่อน แล้วมาคิดถึงเรื่องอื่นที่ทำให้เขาปวดหัวกันดีกว่า
ก็คือวิญญาณที่ลอยไปมาอยู่ทั่วทุกที่ในช่วงไม่กี่วันนี้
“ผีพวกนี้จะจบเมื่อไรกันนะ”
ก่อนหน้านี้ตอนกลางคืนก็เรื่องหนึ่งแล้ว แต่ตอนนี้กลางวันแสก ๆ ขนาดซุกตัวอยู่แต่ในบ้านก็ไม่กล้าออกไปข้างนอกแล้ว
ช่างทรมานเหลือเกิน
หนิงหนิง “วางใจเถอะ อีกไม่นานหรอก”
ไม่ใช่แค่วิญญาณที่หนีออกมาอยู่บนพื้นดินพวกนี้เท่านั้น
ยมบาลกลับมาแล้ว สภาวะความวุ่นวายในปรโลกที่ดำเนินมาสิบปีก็คงจะจบลงในเร็ว ๆ นี้
เมื่อปรโลกกลับมาเป็นปกติ ก็ถึงเวลาที่จะจัดการกับวิญญาณเร่ร่อนพวกนั้นที่กำลังเดินเพ่นพ่านอยู่บนโลกมนุษย์
หนิงหนิงคิดเช่นนั้น
แต่ว่า หลังจากผ่านไปสองวัน ประกาศเตือนที่ทางรัฐบาลออกมายังคงไม่ได้ถูกยกเลิก
เหมียวถานส่งข้อความมาหาเธอทุกวัน บ่นว่าเหนื่อยมาก
นั่นคือสิ่งที่เธอพุด แต่เมื่อกลับไปดูในอินเทอร์เน็ต ก็จะเห็นรูปที่ชาวเน็ตโพสต์ ในรูปนั้นเหมียวถานเหมือนกำลังไล่ต้อนศพ ไล่ต้อนผีเป็นขบวนยาวผ่านตึกที่พักอาศัยของคนอื่น แล้วเงยหน้ายิ้มทักทายคนบนตึกด้วย
‘แปลกจัง ยมบาลกลับไปแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมเหล่าผีน้อยพวกนี้ยังอยู่ที่นี่อีก’
คนของตระกูลลู่ก็เริ่มร้อนใจเหมือนกัน ทั้ง ๆ ที่บอกว่าจะกลับมาอธิบาย แต่ผ่านไปสองวันแล้ว ยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลย
ในขณะที่หนิงหนิงกำลังคิดว่าควรไปหาใครสักคนเพื่อถามดูหรือไม่ เซี่ยปี่อานก็มาเองพอดี
เขาปรากฏตัวในห้องของหนิงหนิงอย่างเงียบกริบ ทำเอาวาเซียที่กำลังกินเค้กอยู่ตกใจจนเกือบหล่นจากโต๊ะ
มาเยี่ยมอย่างกะทันหันแบบนี้ เซี่ยปี่อานรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง
“ขอโทษนะที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าแล้วมาเยี่ยมกะทันหัน”
หนิงหนิงไม่รีบร้อน จิบชาแล้วถาม “มาเร่งรีบแบบนี้ มีธุระอะไรหรือ?”
“ท่านยมบาลส่งฉันมา บอกว่าขอบคุณที่คุณช่วยจัดการปีศาจร้าย”
“ฉันไม่ได้จัดการมันหรอก ส่วนนั้นถูกหูเจียพาไปแล้ว”
เมื่อได้ยินชื่อหูเจีย สีหน้าของเซี่ยปี่อานเย็นชาลงไปหลายส่วน
เขาน่าจะได้ยินเรื่องนั้นมาเหมือนกัน
แต่หนิงหนิงสงสัยเรื่องอีกอย่างหนึ่ง
“คุณจะไม่อธิบายหน่อยหรอกเหรอว่าทำไมยมบาลกับปีศาจร้าย ถึงอยู่ในร่างเดียวกัน”
เซี่ยปี่อาน “ฉันกำลังจะพูดถึงเรื่องนี้พอดี”
ที่จริงแล้ว เมื่อสิบปีที่แล้ว ปีศาจร้ายและยมบาลดูเหมือนจะพินาศไปด้วยกัน แต่ความจริงแล้วไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ทั้งสองฝ่ายต่างเหลือวิญญาณสุดท้ายเพียงเล็กน้อย ปีศาจร้ายพยายามซ่อนตัวเข้าไปในวิญญาณที่กำลังจะไปเกิดใหม่ ยมบาลจึงไม่ลังเลแม้แต่น้อย รีบไล่ตามไปทันที
ต่อมา เด็กคนนั้นก็ได้ถือกำเนิดขึ้น ซึ่งก็คือลู่เจียนซิน
พลังของทั้งสองฝ่ายต่างเสียหายอย่างมาก ได้แต่ซ่อนตัวอยู่ในร่างกาย อาศัยพลังจากภายนอก ค่อย ๆ ฟื้นฟูอย่างเงียบ ๆ
ปีศาจร้ายพยายามฆ่าเจ้าของร่างกายตัวจริงมาตลอด เพื่อแย่งชิงอำนาจการควบคุมร่างกาย
ส่วนยมบาลกลับพยายามขัดขวางมันตลอดเวลา