แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 556 หลงตัวเองอย่างรุนแรง
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 556 หลงตัวเองอย่างรุนแรง
บทที่ 556 หลงตัวเองอย่างรุนแรง
ถังถังโกรธเคือง “เขากล้าซื้อกองทัพน้ำงั้นเหรอ!”
หนิงหนิงกะพริบตาปริบ ๆ “ใครซื้อกองทัพน้ำ? เขาซื้ออะไร?”
ตอนนี้แม้แต่หนิงหนิงก็รู้สึกสงสัย
“ฉันเคยทำอะไรที่ทำให้เขามั่นใจในตัวเองขนาดนี้กัน?”
ถังถังส่งเสียงฮึ่มอย่างแรง
“ฉันไม่คิดว่าเธอได้ทำอะไรที่มากเกินไปเลยนะ พฤติกรรมของเธอทั้งหมดเป็นเรื่องปกติมาก ๆ”
บางครั้ง ถังถังเธอยังรู้สึกว่าหนิงหนิงเก็บความรู้สึกเกินไปด้วยซ้ำ
อย่างคลิปวิดีโอส่งอาหารที่ฟู่เซี่ยนหลี่ปล่อยออกมานั่น อาหารมื้อนั้น หนิงหนิงใช้เวลาทำนานมาก
‘ฟู่เซี่ยนหลี่ไม่อยากรับก็ไม่เป็นไร แต่ทำไมต้องดูถูกเหยียดหยามหนิงหนิงด้วย?’
‘เขามีสิทธิ์อะไรกัน’
แต่หนิงหนิงกลับถูกเขาด่า แล้วไม่พูดอะไรสักคำ
วิดีโอนั้น ถังถังดูแล้วก็แทบจะโกรธจนตาย
ก่อนหน้านี้ หนิงหนิงไม่เคยบอกเธอเลยว่า ฟู่เซี่ยนหลี่เคยพูดจารุนแรงกับเธอขนาดนั้น
ถังถังรู้ว่าเมื่อต้องเผชิญหน้ากับฟู่เซี่ยนหลี่ หนิงหนิงมีความรู้สึกด้อยอยู่บ้าง
และฟู่เซี่ยนหลี่ก็รู้เรื่องนี้ดี
แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลที่เขาจะปฏิบัติต่อหนิงหนิงแบบนั้น
“ฉันคิดว่า ตัวฟู่เซี่ยนหลี่เองนั่นแหละ ที่มีความรู้สึกเหนือกว่าคนอื่นติดตัวมา หลังจากที่เห็นว่าเธอชอบเขา เขาก็มักจะทำตัวแบบนี้ เธอแค่จำไม่ได้เท่านั้นเอง”
ต่อมา ถังถังก็เล่ารายละเอียดทุกเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่ฟู่เซี่ยนหลี่ทำในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมทั้งเรื่องเหลือเชื่อต่าง ๆ ให้หนิงหนิงฟังทั้งหมด
จากน้ำเสียงของเธอ ก็ฟังออกว่าเธอเก็บกดมาเป็นเวลานานมากแล้ว
หนิงหนิงได้ฟังแล้วถึงได้รู้ว่าฟู่เซี่ยนหลี่แท้จริงแล้วเป็นคนที่หลงตัวเองขนาดนี้
ยกตัวอย่างเช่น เหตุการณ์เข้าใจผิดที่คลับครั้งที่แล้ว ก็ไม่ใช่ครั้งแรกด้วย
“น่าโมโหจริง ๆ หนิงหนิงไปงานเลี้ยงของกองถ่ายจริง ๆ แล้วบังเอิญเจอฟู่เซี่ยนหลี่ที่นอกห้องวีไอพี เขาก็ยืนกรานว่าเธอไปแอบตามเขา แถมเพื่อน ๆ ของเขายังหัวเราะเยาะเธอ เรียกเธอว่าขี้แพ้ ไม่ว่าเธอจะพยายามอธิบายยังไงก็ไม่มีประโยชน์!”
“ยังมีเรื่องที่เธอไปแสดงในละครโทรทัศน์ที่ตระกูลฟู่ลงทุนโดยไม่ได้ตั้งใจ แล้วก็ไปเจอฟู่เซี่ยนหลี่ในกองถ่ายเข้า มันน่าเหลือเชื่อมาก เขาพูดต่อหน้าคนอื่น ๆ ในกองถ่าย บอกว่าอย่าได้มาวิ่งตามเขาอีก ไม่แคร์หน้าตาของเธอเลยสักนิด เธอเลยโดนรังแกในกองถ่ายอย่างหนัก”
เรื่องพวกนี้ ฟู่เซี่ยนหลี่เก็บเงียบไว้หมด
เหตุผลคือกลัวหนิงหนิงจะอาศัยเขาเพื่อดังขึ้น
ถังถังยิ่งพูดก็ยิ่งโกรธ
“นั่นมันเป็นการจัดการของบริษัท ใครจะไปรู้ว่าตระกูลฟู่จะลงทุนอีกล่ะ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเจอคนที่เหลือเชื่อขนาดนี้”
…
ถังถังพูดต่อเนื่องเป็นเวลาครึ่งชั่วโมงเต็ม นับความผิดของฟู่เซี่ยนหลี่ทีละข้อ
หนิงหนิงจึงได้เข้าใจอย่างละเอียดว่าฟู่เซี่ยนหลี่น่ารังเกียจมากแค่ไหน
ฟู่เซี่ยนหลี่คือคนที่เห็นแก่ตัวอย่างที่สุด
หลงตัวเอง ทะนงตัว และไร้ความปรานี
ในสายตาของเขา มีแค่ตัวเขาเองและคนที่เขาใส่ใจ
ส่วนนอกเหนือจากนั้น มนุษย์คนอื่น ๆ สำหรับเขาหากไม่ใช่แมลงเล็ก ๆ ก็เป็นแค่หมากตัวหนึ่ง
เช่น จี๋เสี่ยวเสี่ยว ก็เป็นเพียงแมลงเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง
เขาสามารถเพื่อเบี่ยงเบนสงครามให้กับเจียงเจินได้โดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย โดยการชี้นำกระแสสังคมไปยังจี๋เสี่ยวเสี่ยว
เขาไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยว่า นี่จะเป็นความหายนะแบบไหนสำหรับเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
บางทีถ้าจี๋เสี่ยวเสี่ยวถูกรุมประณามจนตาย เขาก็คงแค่ชายตามองข่าวแวบหนึ่ง ไม่เก็บมาเป็นความทรงจำใด ๆ และไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย
จี๋เสี่ยวเสี่ยวในสายตาเขา ก็คงเป็นแค่แมลงตัวเล็ก ๆ ที่ไม่น่าสนใจ
เขาไม่สนใจหรอกว่าความจริงแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร
และเธอ ก็เป็นเพียงตัวหมากเท่านั้น
เขาสามารถทำทุกอย่างเพื่อเจียงเจิน ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยวิดีโอที่ทำให้เธออับอาย ปล่อยให้ชาวเน็ตเยาะเย้ยและหัวเราะเยาะเธอ
ครั้งแล้วครั้งเล่า ที่เขาเหยียบย่ำเธอเพื่อโปรโมตเจียงเจิน
เพื่อผู้หญิงที่เขารัก เขาไม่สนใจศักดิ์ศรีของผู้หญิงอีกคนเลยแม้แต่น้อย ไม่สนใจอนาคตของเธอเลยสักนิด
หนิงหนิงคิดว่า ถ้าเธอไม่ได้เข้ามาในร่างกายนี้
ด้วยกลยุทธ์นี้ของฟู่เซี่ยนหลี่ เมื่อถึงเวลาที่เจียงเจินต้องการกระแสในวันใดวันหนึ่ง เขาก็คงจะปล่อยวิดีโอออกมา
ตอนนั้น คนที่จะต้องเผชิญกับเรื่องทั้งหมดนี้ ก็คือเจ้าของร่างกายที่แท้จริง
เด็กผู้หญิงคนนั้น อาจจะไม่สามารถทนรับสถานการณ์แบบนี้ได้
ถ้าเธอทนไม่ไหว แล้วฆ่าตัวตายหรือทำอะไรก็ตาม ฟู่เซี่ยนหลี่ก็คงไม่สนใจอยู่ดี
เพราะในสายตาเขา มีแค่ตัวเองเท่านั้น
ช่างนานมากแล้วที่ไม่ได้เจอคนที่หลงตัวเองและหยิ่งผยองขนาดนี้
แท้จริงแล้วเรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอเลย
แต่ใครใช้ให้เขาท้าทายขีดจำกัดของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ก็ถือซะว่าทำเพื่อเจ้าของร่างเดิมแล้วกัน
การจัดการกับคนแบบนี้ พูดด้วยเหตุผลไปก็ไม่มีประโยชน์
เพียงแค่ให้เขาได้สัมผัสกับความเจ็บปวดของคนที่เขาทำร้ายไว้ด้วยตัวเอง ถึงจะสาแก่ใจได้
“ฉันเข้าใจแล้ว ฉันจะแก้แค้นเขาให้สาสมกับที่เขาทำไว้”
ถังถัง “?”
‘เธอพูดว่าอะไรนะ?’
‘แก้แค้นให้สาสม? แก้แค้นยังไง?’
จากนั้นหนิงหนิงก็เปลี่ยนประเด็นแบบที่ถังถังตามไม่ทัน “ฉันอยากอ่านนิยายเล่มใหม่”
ถังถังก็ยังคง “?”
‘หัวข้อสนทนานี้มันเปลี่ยนไวจังเลยนะ?’
แต่เธอก็ยังถามต่อไปว่า “เธออยากอ่านอะไร ฉันจะไปซื้อให้”
ถึงแม้หนิงหนิงจะอ่านนิยาย ก็ชอบแบบกระดาษมากกว่า
น่าจะเป็นงานอดิเรกแบบแปลก ๆ อย่างหนึ่ง
หนิงหนิง “เรื่อง ‘หลังจากสลับวิญญาณกับท่านประธาน ฉันกลายเป็นคนที่ใคร ๆ ก็หลงรัก’”
ถังถัง “…”
หนิงหนิง “ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องนี้ก็ได้ แค่อยากให้มีการสลับวิญญาณกัน”
ถังถัง “…เข้าใจแล้ว”
หลังจากวางสายโทรศัพท์กับถังถัง ก็เป็นเวลาสิบเอ็ดนาฬิกาแล้ว
ภายในคฤหาสน์เงียบสงบ ได้ยินเพียงเสียงฝนที่ตกซู่ซ่า
ฝนตกแล้ว
หนิงหนิงอุ้มโคมไฟกลางคืนเล็ก ๆ ที่หนิงเหนียนมอบให้เธอ แล้วเปิดประตูห้องเดินออกไป
ไฟในคฤหาสน์ยังคงส่องสว่างอยู่
เว่ยฉือกำลังอยู่ที่ชั้นล่าง เดินวนไปมาอย่างร้อนรน
หนิงหนิงถาม “เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
เมื่อเห็นหนิงหนิง เขาก็เหมือนจับฟางเส้นสุดท้ายที่จะช่วยชีวิตได้ รีบพุ่งเข้ามาหาหนิงหนิงทันที
“จี๋เสี่ยวเสี่ยวยังไม่กลับมาเลย!”
เว่ยฉือแทบจะเป็นบ้าเพราะความกังวล
จุดสำคัญคือ โทรศัพท์ของจี๋เสี่ยวเสี่ยวโทรไม่ติดเลย
เว่ยฉือ “นี่มันห้าทุ่มแล้ว ถนนมันอันตรายขนาดไหน ถึงจะมียมบาลคุ้มครองก็ไม่ปลอดภัยนะ!”
หนิงหนิง “เมื่อก่อนเธอกลับมาดึกแบบนี้ด้วยเหรอ?”
เว่ยฉือ “เมื่อก่อนเธอก็กลับดึก แต่ไม่เคยเกินสี่ทุ่ม”
จริง ๆ แล้วตามกฎแล้ว ทางกองถ่ายจะไม่ให้กลับดึก
เพราะไม่ปลอดภัยสำหรับแขกรับเชิญ และไม่ปลอดภัยสำหรับทีมงานที่ตามถ่ายด้วย
แต่มีบางสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ยกตัวอย่างเช่น อย่างกรณีของจี๋เสี่ยวเสี่ยวที่ต้องไปเรียน ทีมงานจึงไม่สามารถตามไปได้
แต่ทีมงานก็จะเตือนเธอไม่ให้อยู่ข้างนอกจนดึกเกินไป
ก่อนหน้านี้ จี๋เสี่ยวเสี่ยวก็ปฏิบัติตามเสมอ
ทว่าหลังจากกลับมาจากป่า เธอก็มักจะกลับมาช้า แม้ว่าจะตรงเวลาพอดีและไม่ได้ละเมิดกฎก็ตาม
เธอออกจากบ้านทันทีที่ฟ้าสาง และกลับมาตอนสี่ทุ่ม
ทีมงานรายการมักจะถ่ายเธอไม่ได้ เธอเหมือนหายไปเลย
จริง ๆ แล้วสิ่งนี้ก็ไม่เป็นไปตามกฎของทีมงานรายการ
แต่ในใจของเว่ยฉือรู้ว่าทำไมเธอถึงกลายเป็นแบบนี้
เรื่องแบบนี้ เขาไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว
จี๋เสี่ยวเสี่ยวไม่อยากอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ ไม่อยากอยู่ต่อหน้ากล้อง
เธอกำลังหลบเลี่ยงกล้อง
เว่ยฉือรู้ว่าทำไม เขาจึงแกล้งทำเป็นมองข้ามไป
อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จี๋เสี่ยวเสี่ยวจะไม่ปรากฏตัว ก็ไม่ได้ขัดขวางชาวเน็ตในการด่าเธอในห้องถ่ายทอดสด
น่าสงสารจริง ๆ
โดนใส่ร้ายล้วน ๆ
เมื่อช่วงก่อนที่ข้างนอกวุ่นวายมาก เธอเพิ่งกลับมาที่วิลล่าหลังใหญ่อย่างฝืดเคือง และอยู่ได้แค่ช่วงเวลาหนึ่ง
แต่พอเริ่มถ่ายทอดสดอีกครั้ง เธอก็หายไปทันที
ผลก็คือ วันนี้เป็นวันแรกที่กลับมาถถ่ายทอดสด แต่เธอก็ไม่ได้กลับมา
หนิงหนิง “ก่อนหน้านี้จี๋เสี่ยวเสี่ยวพักอยู่ที่วิลล่า แล้วจี๋ซางก็อยู่ที่นั่นด้วยเหรอ?”
เว่ยฉือคิดสักครู่ “เขาอยู่ที่นั่น”
หนิงหนิง “พวกเขาอยู่ด้วยกัน ไม่รู้สึกอึดอัดเหรอ?”
เว่ยฉือ “อันนี้ไม่มีนะ อย่างน้อยจี๋ซางก็ยังมีท่าทีเหมือนเดิม ส่วนจี๋เสี่ยวเสี่ยวก็ประมาณนั้น”
หนิงหนิง “ประมาณนั้น?”