แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 560 แรงสนับสนุนที่แข็งแกร่ง
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 560 แรงสนับสนุนที่แข็งแกร่ง
บทที่ 560 แรงสนับสนุนที่แข็งแกร่ง
[เธอรู้ตัวไหมว่ากำลังพูดอะไร?]
[นี่เธอเป็นบ้าหรือเปล่า? อ่านนิยายมากไปรึเปล่า?]
[แค่จินตนาการอย่างมีเหตุผลนะ สำคัญที่สุดคือหนิงหนิงเป็นแม่มดนะ เธอทำแบบนั้นได้ไม่ใช่เหรอ]
[ใครบอกแกว่าแม่มดสามารถแลกเปลี่ยนวิญญาณคนได้ แกดูหนังมากเกินไปแล้ว?]
[แล้วใครบอกว่าแม่มดทำแบบนั้นไม่ได้ล่ะ? เรื่องแบบนี้ไม่มีความแน่นอน การสงสัยอย่างมีเหตุผลไม่ได้เหรอ?]
[บ้ารึเปล่า นี่มันเกี่ยวอะไรกับการที่แม่มดจะสามารถแลกเปลี่ยนวิญญาณได้หรือไม่ ถึงแม้ว่าหนิงหนิงจะทำได้ แต่มันเกี่ยวอะไรกับฟู่เซี่ยนหลี่ด้วย ก็แค่อ่านนิยายไม่ใช่เหรอ?]
[ฉันชอบอ่านนิยายแนวเกิดใหม่ที่มีระบบ พวกคุณเดาซิว่าฉันเป็นใคร?]
[สวัสดี ขอถามหน่อยว่ายังจำเลขถูกรางวัลงวดหน้าได้ไหม? บอกฉันหน่อย แค่สิบหยวนก็ได้!]
[ถึงแม้ฉันจะไม่ชอบหนิงหนิง แต่ฉันก็ไม่เห็นด้วยกับความคิดแบบนี้ ใครบอกว่าหนิงหนิงจะแลกร่างกับฟู่เซี่ยนหลี่ ถ้าเธออยากจะแลก ก็น่าจะเป็นกับเจินเจินสิ]
[…]
[พอได้แล้ว พวกคุณทั้งหมดนี่]
[ใช่แล้ว ฉันว่าหนิงหนิงแค่ชอบอ่านนิยายเท่านั้นแหละ ถ้าเธอสามารถแลกเปลี่ยนวิญญาณได้จริง ๆ คนที่เธออยากแลกเปลี่ยนด้วยมากที่สุดก็ต้องเป็นเจินเจินแน่นอน]
[ฮ่า ๆ ถ้าหนิงหนิงมีความสามารถแบบนั้นจริง ๆ แล้วเจินเจินที่พวกเรากำลังเห็นอยู่ตอนนี้ ยังจะเป็นเจินเจินคนเดิมอีกหรือเปล่า?]
[ยิ่งคิดก็ยิ่งน่ากลัว]
[…]
[ฉันบอแล้วไง! หุบปากซะ!]
[แฟน ๆ ของเจียงเจินนี่มันบ้าคลั่งเหมือนกันไปหมดเลยจริง ๆ…]
…
สำหรับเรื่องที่หนิงหนิงชอบนิยายประเภทการสลับวิญญาณอย่างกะทันหัน
ถึงแม้ทุกคนจะถกเถียงกันอยู่แบบนี้ แต่ก็ชัดเจนว่าพวกเขาแค่อยากทะเลาะกันเท่านั้น ไม่มีใครจริงจังกับเรื่องนี้
แต่กระนั้นเรื่องดังกล่าวก็ยังติดเทรนด์ยอดนิยมที่แปลกมาก
#หนิงหนิงสลับวิญญาณ#
ในส่วนความคิดเห็น ทุกคนต่างหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน พากันเล่นมุกต่าง ๆ
บางคนถึงกับใช้จินตนาการ โดยเอาหนิงหนิงกับฟู่เซี่ยนหลี่มาเป็นต้นแบบ แล้วเขียนนิยายลงไปในเทรนด์ยอดนิยม
เทรนด์ยอดนิยมเกือบจะกลายเป็นโซนแนะนำนิยายไปแล้ว
เจียงเจินเห็นหัวข้อสนทนาเป็นเรื่องตลก จึงจับภาพหน้าจอส่งให้ฟู่เซี่ยนหลี่ดู
เธอโทรหาฟู่เซี่ยนหลี่และแกล้งหยอกล้อเขา
“ในอินเทอร์เน็ตเขาลือกันว่าหนิงหนิงจะสลับวิญญาณกับคุณ แล้วจะเล่นเป็นซีรีส์รักหวาน ๆ แบบไอดอล คุณยังต้องวิ่งไล่ตามภรรยาในสุสานเผาศพอีกด้วยนะ”
ฟู่เซี่ยนหลี่แสดงท่าทีรังเกียจเล็กน้อย “อย่าล้อผมเล่นเลย เมื่อเทียบกับผมแล้ว คุณน่าจะระวังความปลอดภัยมากกว่านะ คุณอยู่บ้านหลังเดียวกับเธอทุกวันเลยนี่”
น้ำเสียงของเจียงเจินฟังดูไม่ใส่ใจ “ฉันต่อสู้กับเธอมานานขนาดนี้แล้ว ฉันจะกลัวเธอเหรอ?”
ฟู่เซี่ยนหลี่ยิ้ม
สมกับเป็นผู้หญิงที่เขารักมาตลอด
เธอเข้มแข็ง ใจดี และไม่เคยยอมแพ้เสมอ
ไม่เหมือนกับหนิงหนิงที่เป็นผู้หญิงเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการ ไม่มีอะไรเทียบได้เลย
“ไม่ต้องกังวล ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะเป็นที่พึ่งที่ซื่อสัตย์ที่สุดของคุณเสมอ”
ฟู่เซี่ยนหลี่ให้คำมั่นกับเจียงเจินอย่างจริงจัง
“ฉันรู้แล้วละ” เจียงเจินพูดออดอ้อน
ทั้งสองคนอยู่ในช่วงความสัมพันธ์กำกวม ไม่มีใครกล้าพูดความในใจออกมา
ผ่านโทรศัพท์ ฟู่เซี่ยนหลี่ไม่เห็นสีหน้าของเจียงเจิน
ตอนที่เธอพูดประโยคนี้ออกมา ใบหน้าเธอไร้ความรู้สึก
คำพูดที่เอ่ยออกมานั้นหวานซึ้ง แต่แววตากลับเย็นชา
ถ้าพูดกันตรง ๆ ก่อนที่จะได้พบกับลู่จีอันนั้น ฟู่เซี่ยนหลี่คือตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเธอ
ใครกันนะที่ทำให้หนิงหนิงได้พบกับลู่จีอันสิ่งสำคัญคือ ลู่จีอันและหนิงหนิงดูเหมือนจะคุ้นเคยกันมาก
เมื่อเทียบฟู่เซี่ยนหลี่กับลู่จีอันแล้ว เห็นได้ชัดว่าเขาดูไม่น่าสนใจเลย
ถึงแม้ว่าคนทั่วไปในตอนนี้จะคิดว่าลู่จีอันและหนิงหนิงมีแค่ความสัมพันธ์ในการทำงานธรรมดา และเจียงเจินก็ไม่คิดว่าพวกเขาทั้งสองจะมีความสัมพันธ์อื่นใดนอกเหนือจากนี้
เพราะท้ายที่สุดระหว่างพวกเขาสองคน นอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยแม้แต่น้อย
แต่เจียงเจินก็กลัว
กลัวว่าถ้าหนิงหนิงได้อยู่กับลู่จีอันและยอมละทิ้งฟู่เซี่ยนหลี่จริง ๆ
เช่นนั้นแล้ว ปัจจุบันสิ่งเดียวที่เธอสามารถกดข่มหนิงหนิงได้ ก็จะไม่มีอีกต่อไป
แล้วเธอก็จะไม่มีจุดไหนที่เหนือกว่าหนิงหนิงอีกแล้ว
เจียงเจินรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย แต่เมื่อคิดดูแล้ว หนิงหนิงน่าจะไม่ยอมแพ้กับฟู่เซี่ยนหลี่เร็วขนาดนี้
เธอรู้ดีว่า หนิงหนิงชอบฟู่เซี่ยนหลี่มากแค่ไหน
ตระกูลฟู่และตระกูลเจียงเป็นตระกูลที่มีความสัมพันธ์กันมาช้านาน หนิงหนิงชอบฟู่เซี่ยนหลี่ตั้งแต่เด็ก และชอบแอบมองเขาตลอด
คอยทำอาหารให้ฟู่เซี่ยนหลี่ คอยตามเขาไปทุกที่เพื่อสร้างเหตุการณ์ให้พบกันโดยบังเอิญ และยังยืนกรานที่จะร่วมแสดงในภาพยนตร์ที่ฟู่เซี่ยนหลี่ลงทุน เธอติดตามฟู่เซี่ยนหลี่ราวกับคนวิปริต
เรื่องพวกนี้ดำเนินมาจนกระทั่งฟู่เซี่ยนหลี่ออกไปต่างประเทศ หนิงหนิงก็ยังไม่หยุดรบกวนฟู่เซี่ยนหลี่ ทำให้เขารำคาญจนทนไม่ไหว
ครั้งนี้ที่ฟู่เซี่ยนหลี่กลับประเทศ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตำแหน่งปัจจุบันหรือเปล่า ทำให้หนิงหนิงทำตัวเหลิงเกินไป
คิดว่าถึงแม้เธอจะทำหน้าเย็นชา ฟู่เซี่ยนหลี่ก็จะยอมรับเธอ
หนิงหนิงยังคงวางท่าอยู่จนถึงตอนนี้
เธอคงไม่รู้ว่า คนที่เธอชอบได้แสดงความรู้สึกกับเธอทั้งทางตรงและทางอ้อมหลายครั้งแล้ว แต่ทุกครั้งเธอก็พยายามบ่ายเบี่ยงไป
เจียงเจินคิดแล้วก็รู้สึกสาแก่ใจ
ถ้าปล่อยให้เรื่องดำเนินต่อไป คงอีกไม่นานที่ฟู่เซี่ยนหลี่จะขอเธอแต่งงานแล้ว
หนิงหนิงไม่ได้ชอบทำตัวเป็นคู่แข่งกับเธอมาตลอดหรอกหรือ? ถ้ามีความสามารถก็มาแย่งไปสิ มาดูกันว่าเธอจะแย่งไปได้หรือเปล่า
เจียงเจินลืมไปแล้วว่าตอนแรกที่คุยกับฟู่เซี่ยนหลี่นั้น เป็นเพราะอะไร
เธอหันหน้าไปทางอื่น แล้วก็ลืมเรื่องเทรนด์ยอดนิยมไปแล้ว
ฟู่เซี่ยนหลี่ก็เช่นกัน
ไม่มีใครเอาจริง แม้แต่ชาวเน็ตด้วย
ยกเว้นคนเดียว นั่นคือจี๋เสี่ยวเสี่ยว
เธอซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำ มองดูหนิงหนิงที่กำลังพลิกหน้านิยายอย่างรวดเร็วในห้องถ่ายทอดสด
หัวใจของเธอเต้นรัวแรง
ราวกับมีอะไรบังคับ เธอเปิดแอปนิยายในโทรศัพท์ ค้นหาคำสำคัญ ‘การสลับร่าง’ ทันใดนั้นก็มีนิยายมากมายปรากฏขึ้นมา เธอสุ่มเปิดเล่มหนึ่งและเริ่มอ่าน
ในขณะที่อยู่ในห้องถ่ายทอดสด ผู้ชมไม่สนใจว่าจี๋เสี่ยวเสี่ยวจะเป็นอย่างไร พวกเขากำลังสนุกกับการด่าทออย่างเต็มที่
จี๋เสี่ยวเสี่ยวไม่ได้ปรากฏตัวในห้องถ่ายทอดสดมาหลายวันแล้ว ผู้ชมที่อยากด่าเธอก็ไม่มีโอกาส
วันนี้เธอไม่ได้ออกไปข้างนอก พวกเขาจึงไม่พลาดโอกาสที่จะด่าเธออย่างเต็มที่
สำหรับด้านหนิงหนิง แม้ว่าผู้ชมจะบ่นบ้าง แต่พวกเขาก็ยังคงสงบเสงี่ยมและดูหนิงหนิงอ่านนิยายมาสองวัน
สองวันผ่านไป หนิงหนิงอ่านหนังสือเสร็จแล้ว
จี๋เสี่ยวเสี่ยวไม่ได้มาหาเธอ
หนิงหนิงเคยบอกว่าจะให้เวลาเธอคิด
แต่จะไม่ปล่อยให้เธอคิดไปเรื่อย ๆ
ตอนนี้ถึงเวลาแล้ว เธอตัดสินใจจะทำอะไรบางอย่าง
ตอนกลางคืน หลังจากห้องถ่ายทอดสดปิดลง หนิงหนิงก็ไปหาเว่ยฉือ
เว่ยฉือรู้สึกประหม่าเล็กน้อย
ปกติหนิงหนิงไม่ค่อยติดต่อเขา ถ้าเธอติดต่อเขา แสดงว่าต้องมีเรื่องสำคัญแน่นอน
“พรุ่งนี้มาทำไลฟ์ถามตอบกันอีกครั้งเถอะ”
เขาไม่คิดว่าสิ่งที่เธอจะพูดคือเรื่องนี้
“แต่ว่า ช่วงเวลาแบบนี้ มันไม่ค่อยดีหรอกนะ?”
ตอนนี้ทั่วอินเทอร์เน็ต เต็มไปด้วยข่าวลือเรื่องความรักสามเส้าระหว่างหนิงหนิง ฟู่เซี่ยนหลี่ และเจียงเจิน ถ้าถ่ายทอดสดตอนนี้ หนิงหนิงต้องหนีไม่พ้นคำถามพวกนี้แน่นอน
เว่ยฉือนึกภาพออกแล้วว่าคอมเมนต์ในไลฟ์จะวุ่นวายขนาดไหน
“ไม่เป็นไร คุณถ่ายทอดสดไปเถอะ”
“แต่ว่า…”
เว่ยฉือยังลังเลอยู่
หนิงหนิงจิตใจเข้มแข็ง ไม่มีปัญหาอะไร แต่ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นจะไม่มีปัญหาเหมือนกัน
ยังมีจี๋เสี่ยวเสี่ยวไม่ใช่หรือ จี๋เสี่ยวเสี่ยวก็อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน
ก่อนหน้านี้เมื่อหนิงหนิงและหนิงเหนียนถูกด่า อย่างน้อยพวกเขาก็ยังมีแฟนคลับคอยพูดปกป้อง
แต่จี๋เสี่ยวเสี่ยวเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่มีใครช่วยแก้ต่างให้เธอเลย
แค่เปรียบเทียบกับการถ่ายทอดสดในช่วงสองวันที่ผ่านมา ก็พอจะรู้แล้วว่าเมื่อถึงเวลานั้น มันจะเป็นสถานการณ์ที่น่ากลัวขนาดไหน
จี๋เสี่ยวเสี่ยวตอนนี้มีสภาพจิตใจที่แย่มากแล้ว แน่นอนว่าเธอคงรับไม่ไหวแน่ ๆ
เว่ยฉือ “เราค่อยคุยเรื่องนี้กันทีหลังดีกว่า”