แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 568 รักในวัยเรียน
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 568 รักในวัยเรียน
บทที่ 568 รักในวัยเรียน
[ความรักในวัยเรียนหรือ? มีเรื่องฉาวหรือ? เล่ารายละเอียดหน่อย!]
[ดูเหมือนจะเป็นคนที่รู้เรื่องอีกแล้ว อย่ามาแกล้งพูดเป็นปริศนา บอกให้ชัดเจนหน่อย]
[นี่หมายความว่าสาเหตุที่จี๋เสี่ยวเสี่ยวสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ผ่านเพราะมีรักในวัยเรียนงั้นเหรอ?]
[ใจจะขาดแล้ว มีเพื่อนร่วมชั้นหรือคุณครูคนไหนออกมาเปิดเผยข้อมูลบ้างไหม]
…
ในที่สุด หลังจากที่ฝูงชนที่นั่งกินแตงกันร้องเรียกกันอย่างสนั่นหวั่นไหว ก็มีนักเรียนบางคนออกมายืนกล้าหาญแล้วจริง ๆ
เรื่องราวในนี้ยังมีความผันผวนอยู่พอสมควร
ข่าวลือเล่าว่า จี๋เสี่ยวเสี่ยวตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลายปีหนึ่ง เป็นที่รู้จักกันในฐานะอัจฉริยะที่เชี่ยวชาญแค่ด้านเดียว
สายวิทย์ได้ที่หนึ่งทุกครั้ง แต่ก็เป็นวิชาภาษาอังกฤษนี่แหละ ที่ลากขาทุกครั้ง
ผลการเรียนของจี๋เสี่ยวเสี่ยวถูกภาษาอังกฤษถ่วงไว้ ทำให้ไม่เคยได้ติดท็อปเท็นของระดับชั้นเลยสักครั้ง
สถานการณ์แบบนี้ เมื่อขึ้นมัธยมปลายปีที่สาม จู่ ๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
คะแนนภาษาอังกฤษของจี๋เสี่ยวเสี่ยวเริ่มพัฒนาขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ผลการเรียนก็ค่อย ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ
เหมือนกับจู่ ๆ เธอก็เกิดความเข้าใจขึ้นมาอย่างไรอย่างนั้น ฟังดูแล้วช่างน่าอัศจรรย์
ไม่เพียงแค่เพื่อนร่วมชั้นเท่านั้น แม้แต่ครูก็ยังสงสัยว่า จี๋เสี่ยวเสี่ยวทำได้ยังไงกันแน่
แต่ไม่ว่าจะถามจี๋เสี่ยวเสี่ยวอย่างไร จี๋เสี่ยวเสี่ยวก็ไม่ยอมบอก
หลังจากนั้น เพื่อนร่วมชั้นก็บังเอิญเห็นเธอกับนักเรียนย้ายเข้าใหม่ที่เพิ่งมาถึง ทั้งสองอยู่ในห้องเรียนหลังเลิกเรียน นั่งหัวติดกันในท่าทางที่ดูสนิทสนม
คราวนี้ ปริศนาก็ถูกเฉลยในที่สุด
ที่แท้ นักเรียนย้ายเข้าใหม่คนนี้เพิ่งย้ายมาในชั้นมัธยมปลายปีที่สาม และเติบโตมาในต่างประเทศตั้งแต่เด็ก
ไม่รู้ว่าทั้งสองคนถูกชะตากันตั้งแต่เมื่อไร
และภาษาอังกฤษของจี๋เสี่ยวเสี่ยวนั้น ก็เรียนมาจากอีกฝ่ายนั่นเอง
ทางโรงเรียนไม่อนุญาตให้มีการคบกันในวัยเรียน แต่เนื่องจากครอบครัวของเด็กหนุ่มค่อนข้างมีฐานะ และทั้งสองคนก็ไม่ได้ปล่อยให้การเรียนเสียหาย ทางโรงเรียนจึงเลือกที่จะมองข้ามไป
พวกเขาทั้งสองคนรักษาความสัมพันธ์แบบนี้ไว้จนกระทั่งใกล้ถึงการสอบเข้ามหาวิทยาลัย
ในช่วงก่อนการสอบเข้ามหาวิทยาลัย เด็กหนุ่มตัดสินใจที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ และเขาอยากพาจี๋เสี่ยวเสี่ยวไปด้วย
แต่ความเป็นจริงก็คือความเป็นจริง เรื่องราวแบบในเทพนิยายไม่ได้มีให้เห็นบ่อย ๆ
ทั้งสองคนมาจากครอบครัวที่มีฐานะต่างกัน ครอบครัวของเด็กหนุ่มคัดค้านอย่างรุนแรงที่ทั้งสองจะอยู่ด้วยกัน
พวกเขาไม่สนใจว่าปกติแล้วทั้งสองจะอยู่ด้วยกันอย่างไร แต่ความสัมพันธ์ระยะยามนั้นเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิต
ในที่สุด เด็กหนุ่มได้ออกไปต่างประเทศ ส่วนจี๋เสี่ยวเสี่ยวยังคงอยู่ที่นี่
[แล้วยังไงล่ะ เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับการสอบเกาเข่าที่ล้มเหลวของจี๋เสี่ยวเสี่ยวด้วยล่ะ]
[ใช่แล้ว คะแนนภาษาอังกฤษของจี๋เสี่ยวเสี่ยวก็ดีขึ้นแล้วนี่ แค่ตอนสอบเกาเข่าเธอทำข้อสอบพลาดอีกครั้งเท่านั้นเอง]
[ใช่ มันไม่เกี่ยวกับการมีแฟนก่อนวัยอันควรสักหน่อย ถึงจะมีแฟนตั้งแต่เด็ก แต่ผลการเรียนของเธอกลับดีขึ้นด้วยซ้ำ]
[อย่าเพิ่งใจร้อน เรื่องนี้แค่ยังเล่าไม่จบ ความจริงพวกเราหลายคนก็แค่คนนอกที่ติดตามข่าวเท่านั้น รายละเอียดเฉพาะเราก็ไม่ค่อยรู้ชัดเจน]
[ดูเหมือนว่าก่อนสอบภาษาอังกฤษ เด็กผู้ชายคนนั้นมาหาจี๋เสี่ยวเสี่ยว บอกเธอว่าสามารถพาเธอไปต่างประเทศด้วยกันได้แล้ว จี๋เสี่ยวเสี่ยวคิดว่าตัวเองจะได้ไปต่างประเทศ ตื่นเต้นมาก เลยไม่ได้ตั้งใจสอบภาษาอังกฤษ แล้วพวกคุณก็รู้เรื่องต่อมา…]
[คือเด็กผู้ชายคนนั้นทิ้งเธอไว้แล้วหนีไปเหรอ?]
[น่าจะเป็นอย่างนั้น]
[จริงหรือเปล่า? มีหลักฐานไหม?]
[ไม่มีหรอก แค่ตอนนั้นพวกเขาทั้งสองเป็นคนดังของโรงเรียน เลยได้รับความสนใจมากกว่า มีคนเห็นเยอะมาก]
[คนที่อยู่ห้องสอบเดียวกับจี๋เสี่ยวเสี่ยวก็บอกว่า ตอนจี๋เสี่ยวเสี่ยวสอบภาษาอังกฤษไม่ค่อยตั้งใจ อาจารย์เตือนเธอหลายครั้ง ให้สอบอย่างตั้งใจ ไม่ต้องมองซ้ายมองขวา ถ้าไม่เชื่อก็ไปถามเพื่อนที่อยู่ห้องสอบเดียวกับจี๋เสี่ยวเสี่ยวดูได้ ยังไงพวกเขาก็ต้องรู้ความจริง]
[จี๋เสี่ยวเสี่ยวพื้นฐานภาษาอังกฤษไม่ค่อยดีอยู่แล้ว ปีนั้นข้อสอบภาษาอังกฤษก็ค่อนข้างยากพอดี พอคะแนนออกมาก็เลยแย่]
[แต่ตะแนนของจี๋เสี่ยวเสี่ยวแย่เฉพาะภาษาอังกฤษนี่ วิชาอื่น ๆ ยังโอเคอยู่นะ]
[นั่นเพราะเด็กผู้ชายจากไปในวันที่สอง จี๋เสี่ยวเสี่ยวก็ไม่มีทางเลือก ต้องสอบต่อไป]
[ดูเหมือนว่าเพราะเมื่อวานไปหาจี๋เสี่ยวเสี่ยวแล้วถูกคนที่บ้านรู้เข้า วันรุ่งขึ้นจึงรีบส่งไปต่างประเทศทันที]
[ถ้าเป็นอย่างนั้น จี๋เสี่ยวเสี่ยวสอบตกก็สมควรแล้วละ เด็กผู้ชายพูดแค่ประโยคเดียว เธอก็เชื่อเลย นี่มันสมองมีแต่ความรักจนทำร้ายตัวเองชัด ๆ]
[แล้วที่เธอดูเหมือนจะกินเลือดกินจี๋ซางในรายการนั่นมันอะไรกัน นี่ฝีมือการแสดงดีเกินไปแล้ว]
[พวกคุณก็พูดตาม ๆ กันมาทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ ไม่มีหลักฐานสำคัญอะไรที่บอกว่าจี๋เสี่ยวเสี่ยวเสียสมาธิเพราะต้องไปต่างประเทศเลย ไม่มีหลักฐานที่เป็นรูปธรรมอะไรเลย]
[ก็ต้องหาหลักฐานที่เป็นรูปธรรมมาก่อนสิถึงจะได้]
เรื่องราวการมีความรักเร็วเกินวัยของจี๋เสี่ยวเสี่ยวนั้น มีความเป็นละครอยู่พอสมควร
ผู้ชมทั้งหลายต่างก็กึ่งเชื่อกึ่งสงสัย
พวกเขาต่างก็กำลังมองหาหลักฐาน
และในไม่ช้า หลักฐานนั้นก็มาถึง
ผู้เกี่ยวข้องอีกคนในเรื่องนี้ ซึ่งก็คือเด็กผู้ชายที่ไปต่างประเทศในตอนนั้น ออกมาให้ข้อมูลโดยตรงแล้ว
เด็กผู้ชายคนนี้นามสกุลเจียง ตระกูลเจียงเมื่อเทียบกับตระกูลลู่และตระกูลฟู่แล้ว ยังด้อยกว่ามาก แต่ในวงการตระกูลชั้นสูง ก็นับว่ามีชื่อเสียงอยู่
เด็กผู้ชายที่คบกับจี๋เสี่ยวเสี่ยวตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นคุณชายคนเล็กที่สุดของตระกูลเจียง
คุณชายเจียงโพสต์บัตรนักเรียนมัธยมของตัวเองโดยตรง และรูปถ่ายคู่กับจี๋เสี่ยวเสี่ยวอีกหนึ่งใบ
เขาบอกว่าเรื่องที่มีคนเปิดโปงนั้นเป็นความจริง
เขาขอโทษด้วยความตั้งใจ บอกว่าเป็นเพราะตัวเขาเองที่ทำผิดต่อจี๋เสี่ยวเสี่ยว เคยให้ความหวังแก่เธอ แล้วก็ทำให้มันพังทลาย
เป็นเขาที่ทำลายการสอบเข้ามหาวิทยาลัยของจี๋เสี่ยวเสี่ยว ทำลายชีวิตครึ่งหลังของเธอ
เขาแสดงความเสียใจต่อจี๋เสี่ยวเสี่ยว บอกว่าถ้าหากจี๋เสี่ยวเสี่ยวต้องการ เขายินดีที่จะใช้เงินชดเชยความผิดของตัวเอง
ในส่วนความเห็นด้านล่าง มีคนรู้เรื่องจำนวนมากที่พากันยืนยันว่า นั่นคือคุณชายคนเล็กของตระกูลเจียงอย่างแน่นอน
ด้วยคนรู้จักในตอนนั้นมากมายขนาดนี้ เรื่องราวนี้จึงถือว่าได้รับการพิสูจน์ความจริงแล้ว
[ถ้าอย่างนั้น การที่จี๋เสี่ยวเสี่ยวสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ผ่าน แค่เพราะว่าเธอจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวงั้นเหรอ?]
[พระเจ้า นี่มันน่าเสียดายมากเลยนะ แค่นิดเดียวเอง]
[ผู้ชายก็ผิด จี๋เสี่ยวเสี่ยวก็ผิด ทำไมถึงเชื่อคำพูดของผู้ชายง่าย ๆ แบบนั้นล่ะ]
[ฉันบอกแล้ว คนหัวสมองมีแต่เรื่องความรัก สมน้ำหน้า!]
[จี๋เสี่ยวเสี่ยวเรียนดีนะ ดูก็ไม่เหมือนคนโง่ขนาดนั้น ทำไมถึงไม่รู้จักแยกแยะอะไรเลยนะ]
[ไม่มีทางเลี่ยง ท่ามกลางความมั่งคั่งมหาศาล มีคนน้อยมากที่สามารถยืนหยัดเป็นตัวเองได้ หากเธอได้ไปต่างประเทศด้วยกันกับคุณชายเจียงจริง ครึ่งชีวิตที่เหลือก็ไม่ต้องพยายามอีกแล้ว]
[กลับกัน ฉันเห็นว่าจี๋เสี่ยวเสี่ยวไม่ได้โง่ เธอแค่ฉลาดเกินไป และเฉลียวฉลาดเกินไปเท่านั้น]
[ใช่ จากการที่ไม่ลังเลแม้แต่น้อยในการทอดทิ้งน้องชาย และตอนนี้เพื่อล้างชื่อเสียงของตัวเอง เธอยังผลักความผิดทั้งหมดไปให้คนในครอบครัว จากตรงนี้ก็เห็นได้ชัดว่า จี๋เสี่ยวเสี่ยวมีนิสัยที่เย็นชาและเห็นแก่ตัวโดยพื้นฐาน]
[ช่างร้ายกาจจริง ๆ เธอกล้าทำแบบนี้ได้ยังไง]
[ฉันก็บอกแล้วว่าถ้าพ่อแม่ลำเอียงจริง ทำไมจี๋เสี่ยวเสี่ยวถึงอดทนมานานขนาดนี้ก่อนจะออกมาพูด ช่างน่าสงสารที่เธอต้องคิดอยู่นาน เพื่อหาเหตุผลที่ร้ายกาจขนาดนี้ออกมา]
[น้องชายจี๋ซางยังไม่ออกมาซ้ำเติม ก็นับว่าให้เกียรติมากแล้ว]
[ดีที่เพื่อนร่วมชั้นทุกคนออกมาพูด และยืนยันความบริสุทธิ์ให้น้องชายจี๋ซาง]
[แบบนี้ก็พอจะเห็นได้ว่าจี๋ซางคงมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีในโรงเรียน มีคนมากมายออกมาพูดแทนเขา ในทางกลับกัน ดูจี๋เสี่ยวเสี่ยวสิ นานขนาดนี้แล้วไม่มีใครสักคนออกมายืนเคียงข้าง ก็พอจะเดาได้ว่ามนุษยสัมพันธ์เป็นยังไง]
[ขำจริง ๆ พวกคุณดูเรื่องเมื่อกี้สิ ตอนที่เพื่อน ๆ ถามวิธีเรียนภาษาอังกฤษจากเธอ เธอแทบไม่ยอมพูดแม้แต่ประโยคเดียว เป็นเพราะกลัวคนอื่นจะแย่งโอกาสในการเปลี่ยนเป็นนกฟีนิกซ์ของเธอหรือเปล่านะ]