แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 576 หาเรื่องคิดบัญชีกับหนิงหนิง
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 576 หาเรื่องคิดบัญชีกับหนิงหนิง
บทที่ 576 หาเรื่องคิดบัญชีกับหนิงหนิง
โทรศัพท์ดังขึ้นสามครั้ง แต่ไม่มีใครรับ
เจียงเจินรู้สึกแปลกใจ
แต่ก่อนแค่เสียงแรกดัง ฟู่เซี่ยนหลี่ก็จะรับโทรศัพท์แล้ว ไม่เคยปล่อยให้เธอต้องรอเลย
โทรศัพท์ดังอีกสามครั้ง ในที่สุดก็มีคนรับสาย
“ฮัลโหล”
เสียงผู้ชายที่คุ้นเคยดังมาจากปลายสาย
“ฟู่เซี่ยนหลี่ บทสัมภาษณ์นั่นมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
เจียงเจินกำลังโมโห เธอจึงไม่ทันได้สังเกตว่าน้ำเสียงของฟู่เซี่ยนหลี่เย็นชากว่าปกติ
ปลายสายเงียบไปหลายวินาที เจียงเจินมองดูโทรศัพท์ด้วยความงุนงง แต่ก็เห็นว่ายังไม่ได้วางสาย
“ฟู่เซี่ยนหลี่?”
ในที่สุดฟู่เซี่ยนหลี่ก็เอ่ยปาก
“ฉันหมายความว่าอะไร ตอนสัมภาษณ์ก็พูดไปหมดแล้วไม่ใช่เหรอ?”
น้ำเสียงที่เย็นชาของเขา ทำให้เจียงเจินรู้สึกไม่ทันตั้งตัว
“ฉันพูดไปแล้วว่า เรื่องนี้สร้างความลำบากใจให้กับแม่ของฉันมาก มีอะไรที่คุณยังไม่เข้าใจหรือไง?”
การถามกลับของฟู่เซี่ยนหลี่ ทำให้เจียงเจินถึงกับพูดไม่ออก
สาเหตุหลักคือเธอไม่คิดว่าฟู่เซี่ยนหลี่จะมีปฏิกิริยาเช่นนี้
‘เขานิ่งสงบเกินไปรึเปล่า’ แต่ก็ทำให้เจียงเจินได้สติกลับคืนมาบ้าง
“แต่ว่า คุณไม่บอกฉันล่วงหน้าแบบนี้ ทำให้ฉันรู้สึกเสียหน้า”
“ก็ตอนที่คุณโพสต์รูปนั่น คุณก็ไม่ได้บอกฉันก่อนเหมือนกันนี่”
เจียงเจินพูดไม่ออก รู้สึกน้อยใจเล็กน้อย “แต่ฉันก็ได้ขอโทษคุณไปแล้วนะ”
“ขอโทษครับ” ฟู่เซี่ยนหลี่กล่าว
เจียงเจิน “หา?”
“ตอนนี้ฉันก็ขอโทษคุณแล้ว คุณยังมีปัญหาอะไรอีกไหม?”
“ไม่มีแล้ว…” เจียงเจินตอบอย่างงุนงง
ตอนนี้แม้แต่คนโง่ก็รู้สึกได้ว่าท่าทีของฟู่เซี่ยนหลี่เย็นชาลงไปบ้างแล้ว
เจียงเจินถามอย่างระมัดระวัง “คุณกำลังทำอะไรอยู่เหรอ”
“กำลังกลับไปกินข้าวที่บ้านเก่า เกือบถึงแล้ว ขอวางสายก่อนนะ”
จนกระทั่งโทรศัพท์ถูกวางสาย เจียงเจินก็ยังคงอยู่ในภวังค์
กว่าจะได้สติกลับมา หน้าจอโทรศัพท์ก็ดับไปแล้ว
เจียงลี่ที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินทุกอย่างชัดเจน เกือบจะกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ? คุณฟู่พูดอะไรเหรอ?” เธอถามอย่างจงใจ
เจียงเจินอึดอัดใจอยู่และรู้สึกหงุดหงิด
“เขาต้องกลับไปพบพ่อแม่ คงอารมณ์ไม่ค่อยดี”
ความสัมพันธ์ระหว่างฟู่เซี่ยนหลี่กับพ่อแม่ไม่ค่อยดีนัก
ครอบครัวชั้นสูงมักเป็นแบบนี้ พ่อแม่ยุ่งกับการหาเงิน จึงละเลยลูก
พ่อแม่ของฟู่เซี่ยนหลี่ก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนในเรื่องนี้
พวกเขาเดินทางไปทั่วโลกตั้งแต่เด็ก และการไม่กลับบ้านเป็นเวลาหนึ่งปีก็เป็นเรื่องปกติ
จำนวนครั้งที่ฟู่เซี่ยนหลี่ได้พบพ่อแม่แทบนับได้ด้วยนิ้วมือ เวลาทั้งครอบครัวนั่งด้วยกันก็เหมือนกับคนแปลกหน้า
หลังจากที่ข่าวลือเกี่ยวกับฟู่เซี่ยนหลี่กับเธอเริ่มแพร่กระจาย เจียงเจินก็สังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่ฟู่เซี่ยนหลี่รับโทรศัพท์จากตระกูลฟู่ เขาจะดูหงุดหงิดมาก
คาดว่าทางนั้นคงสั่งให้ฟู่เซี่ยนหลี่อยู่ห่างจากเธอแน่ ๆ
วันนี้ฟู่เซี่ยนหลี่กลับบ้าน คาดว่าคงเป็นเพราะเรื่องเทรนด์ยอดนิยม
การที่เขาอารมณ์ไม่ดี ก็เข้าใจได้
โดยสรุปแล้ว ทั้งหมดเป็นความผิดของคนตระกูลฟู่
ตอนนี้เจียงเจินต้องพิจารณาอย่างจริงจังแล้วว่า ในอนาคตจะแต่งเข้าไปจริง ๆ หรือไม่
เจียงลี่ “…”
‘ช่างมองโลกในแง่ดีเหลือเกิน’
‘เมื่อเจอทัศนคติแบบนั้นจากอีกฝั่ง แต่เธอยังไม่สงสัยเลยว่ามันอาจเป็นปัญหาของตัวเอง’
‘กับความคิดแบบนี้ เธอคงไม่มีวันเรียนรู้ได้เลยตลอดชีวิต’
‘ช่างมันเถอะ’
เจียงลี่คิดว่า เธอควรจะหาที่ทำงานใหม่ไว้ล่วงหน้าดีกว่า
ส่วนทางด้านฟู่เซี่ยนหลี่ หลังจากวางสายไปแล้ว เขายังคงมีสีหน้าเหมือนปกติทุกอย่าง
กลับกลายเป็นผู้ช่วยพิเศษที่นั่งอยู่ด้านหน้า ที่หันกลับมามองเขาหลายครั้ง
แน่นอนว่าจี๋เสี่ยวเสี่ยวสังเกตเห็น เธอรู้สึกกังวลมาก
‘ตัวเธอเองทำอะไรผิดไปหรือเปล่า?’
แต่เธอก็ได้ระมัดระวังตัวมากขึ้นแล้ว
เพราะตอนได้ยินเสียงของเจียงเจิน เธอเกือบจะระเบิดด่าทอออกมาด้วยความโมโห
ตอนแรกก็ตั้งใจจะด่าเจียงเจินอย่างรุนแรง แต่ว่าเมื่อพิจารณาถึงความสัมพันธ์ปัจจุบันระหว่างฟู่เซี่ยนหลี่กับเจียงเจิน ก็กลัวว่าจะออกนอกคาแรคเตอร์ไปมากเกินไป จึงระงับไว้
‘หรือว่า ยังไงก็หลุดออกมาแล้ว?’
เธอพยายามทำทีเย็นชา ถามผู้ช่วยพิเศษว่า “มีอะไรเหรอ?”
เกาฮั่น ผู้ช่วยพิเศษตอบว่า “คุณฟู่อารมณ์ไม่ดีเพราะว่าเดี๋ยวจะต้องกลับไปกินข้าวที่บ้านเก่าใช่ไหมครับ?”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวอึ้งไป “ฉันไม่สบายใจตั้งแต่เมื่อไรกัน?”
เธอนึกย้อนกลับไป คงเป็นเพราะท่าทีของเธอต่อเจียงเจินเมื่อครู่นี้ “เจียงเจินเอารูปครอบครัวของฉันไปลงอินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้รับอนุญาตจากฉัน การที่ฉันโกรธก็เป็นเรื่องปกติมากนะ”
คราวนี้กลับเป็นเกาฮั่นที่อึ้งไป ‘ก่อนลงมาเขายังให้อภัยเจียงเจินอย่างมีความสุขอยู่เลยไม่ใช่เหรอ?’
‘แล้วยังมีคำว่า ‘ครอบครัว’ นั่นอีก ถ้าคุณนายได้ยินคำนี้ ต้องดีใจแน่นอน’
‘แต่ทำไมทัศนคติของคุณฟู่ถึงเปลี่ยนไปอีกแล้ว?’
“พอเถอะ อย่าถามอีกเลย ฉันมีความคิดของตัวเอง” จี๋เสี่ยวเสี่ยวแกล้งทำโกรธ
เกาฮั่นรีบขอโทษทันที เขาหันหน้าไปทางอื่น ไม่พูดอะไรอีก
‘รอดไปได้อีกครั้ง’
‘การเป็นซีอีโอเผด็จการนี่มันช่างได้ผลดีจริง ๆ ด้วย’
จี๋เสี่ยวเสี่ยวถอนหายใจด้วยความโล่งอก ‘ให้ตายสิ อำนาจมันช่างได้ผลดีจริง ๆ เธอถึงกับรู้สึกสนุกกับตำแหน่งใหม่นี้อย่างบอกไม่ถูก’
เธอมีความสุขมาก แต่อีกคนหนึ่งกลับรู้สึกไม่ดีเลย
ฟู่เซี่ยนหลี่ถูกทีมงานรายการลากตัวออกมาจากวงล้อมของนักข่าว
หลังจากเขาขึ้นรถแล้ว ก็ไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว เพียงแต่จ้องมองตรงไปข้างหน้า แต่สายตาไม่มีจุดโฟกัส ดูเหมือนร่างไร้วิญญาณ
เว่ยฉือที่เป็นห่วงและติดตามมาด้วย เรียกจี๋เสี่ยวเสี่ยวหลายครั้ง แต่จี๋เสี่ยวเสี่ยวทำเหมือนไม่ได้ยินอะไรเลย
เขากำลังเตรียมตัวที่จะปลอบใจสักคำสองคำ
แต่ทันใดนั้นจี๋เสี่ยวเสี่ยวราวกับนึกอะไรขึ้นได้ รีบล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาอย่างร้อนรน กดเปิดหน้าจอ นิ้วปัดไปมาบนหน้าจออย่างสับสน
เว่ยฉือกำลังสงสัยว่าเธอจะทำอะไร ก็ได้ยินเสียงของฟู่เซี่ยนหลี่ดังออกมาจากโทรศัพท์
“…ทั้งหมดเป็นความเข้าใจผิด”
“…เรื่องนี้จะสร้างความลำบากให้กับแม่ของผม”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวจ้องมองโทรศัพท์มือถือด้วยดวงตาเบิกกว้าง มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริก
เว่ยฉือเห็นเธออ้าปากพูด
“เขาไม่…”
ทันใดนั้น เธอก็คว้าจับที่คอตัวเอง สีหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวดอย่างมาก
“เกิดอะไรขึ้น!”
เว่ยฉือเกือบจะสั่งให้คนเลี้ยวรถกลับไป แต่จี๋เสี่ยวเสี่ยวก็กลับมาเป็นปกติแล้ว
เธอใช้มือทั้งสองบีบไหล่ของเว่ยฉือแน่นจนเขาเจ็บ
“หนิงหนิงอยู่ที่ไหน?”
ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย ดูน่ากลัวอยู่พอสมควร
“หนิงหนิงอยู่ในวิลล่า คุณมีธุระกับเขาเหรอ?”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวไม่พูดอะไร เพียงแค่กลับไปนั่งให้เรียบร้อย
“กลับไป”
คำพูดของเธอมีน้ำเสียงของการออกคำสั่ง คนนอกที่ได้ยินอาจรู้สึกไม่สบอารมณ์นัก
แต่เมื่อพิจารณาว่าเธออาจจะได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ เว่ยฉือจึงไม่ได้คิดอะไรมาก
‘อย่างไรก็ตาม จี๋เสี่ยวเสี่ยวตามหาหนิงหนิงทำไมกัน’
‘หรือว่าเธอรู้แล้วว่าการถ่ายทอดสดครั้งนี้เป็นข้อเสนอของหนิงหนิง?’
เว่ยฉือแอบส่งข้อความสั้น ๆ ไปเตือนหนิงหนิง
ดูเหมือนจี๋เสี่ยวเสี่ยวกำลังจะมาเอาเรื่องหนิงหนิง
หนิงหนิงตอบกลับว่าทราบแล้ว
เว่ยฉือถึงได้วางใจ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถหยุดที่หน้าประตูบ้านพักวิลล่า
จี๋เสี่ยวเสี่ยวเปิดประตูรถ แล้วก็วิ่งออกไปทันที
เว่ยฉือที่อยู่ด้านหลังตามไม่ทัน
ฟู่เซี่ยนหลี่เข้าประตูมาแล้ววิ่งตรงไปยังห้องของหนิงหนิงที่ชั้นสอง
ปัง!
เขาผลักประตูห้องของหนิงหนิงอย่างรุนแรง
เพียงแวบแรก ก็เห็นหนิงหนิงนั่งอยู่หน้าโต๊ะเขียนหนังสือ
ฟู่เซี่ยนหลี่เห็นหนังสือในมือของหนิงหนิง
‘หลังจากสลับร่างกับซีอีโอ นักแสดงสาวเจ้าเล่ห์ก็โด่งดังเป็นพลุแตกในชั่วข้ามคืน’
ฟู่เซี่ยนหลี่พุ่งเข้าไปแย่งหนังสือจากมือของหนิงหนิงอย่างรวดเร็ว แล้วโยนลงบนพื้น
จากนั้นก็เหยียบมันอย่างแรงหลายครั้ง
ไม่นานหนังสือเล่มหนึ่งก็ถูกเขาเหยียบจนเสียหาย
หลังจากที่ระบายความโกรธใส่หนังสือเสร็จแล้ว เขาก็หันไปที่หน้าของหนิงหนิงแล้วยื่นมือออกไป
หนิงหนิงโบกมือเบา ๆ ทำให้ตัวเขาถูกผลักออกไปและล้มลงกับพื้น
ฟู่เซี่ยนหลี่นอนคว่ำอยู่บนพื้น เงยหน้าขึ้นมามองจ้องหนิงหนิงด้วยความโกรธ
“เป็นคุณ! คุณเป็นคนทำใช่ไหม!”