แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 578 จะไม่ให้กระทบกับตระกูลฟู่อีกต่อไป
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 578 จะไม่ให้กระทบกับตระกูลฟู่อีกต่อไป
บทที่ 578 จะไม่ให้กระทบกับตระกูลฟู่อีกต่อไป
ไป๋จิงมองดูเบอร์โทรศัพท์ แต่เธอไม่รู้จัก
เธอจึงกดตัดสายไปทันที
ทว่าหลังจากตัดสายไปไม่กี่วินาที เบอร์เดิมก็โทรเข้ามาอีกครั้ง
ทั้งพ่อและลูกชายต่างเงยหน้ามามองเธอ ไป๋จิงมองดูเบอร์อีกครั้ง แล้วกดรับสาย
“แม่!” ทันทีที่รับสาย คนในสายก็ตะโกนเรียกเสียงดัง
เป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง
ไป๋จิงชะงักไปเล็กน้อย
เสียงนั้นดังพอที่จี๋เสี่ยวเสี่ยวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามจะได้ยิน
“ขอโทษค่ะ คุณโทรผิด” ไป๋จิงวางสายทันที
อย่างไรก็ตาม โทรศัพท์ดับไปไม่กี่วินาที แล้วก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ยังคงเป็นเบอร์เดิม ไป๋จิงขมวดคิ้ว
“แม่ รับสายเถอะ”
นั่นเป็นเสียงของเธอเอง แน่นอนว่าจี๋เสี่ยวเสี่ยวต้องคุ้นเคยดี
ไป๋จิงจึงรับสายโทรศัพท์
เสียงเรียกคำว่า “แม่” ดังมาจากทางนั้นอีกครั้ง
“คุณเป็นใคร? อย่าพูดเรื่อยเปื่อยนะ”
ไป๋จิงรู้สึกโกรธเล็กน้อย
ฟู่เซี่ยนหลี่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย
“แม่ครับ ผมเองนะ ผมคือ…”
ทุกครั้งที่อยากจะพูดชื่อของตัวเอง คอก็รู้สึกเหมือนถูกบีบไว้ ไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้เลย
ฟู่เซี่ยนหลี่ได้แต่ไอแรง ๆ
ฟู่เยี่ยนฮวยมองไป๋จิง และค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย แต่ไป๋จิงจ้องเขาอย่างเอาเรื่อง ฟู่เยี่ยนฮวยเลยลูบจมูกตัวเองแก้เก้อ
“ถ้าไม่พูดอะไรสักที ฉันจะวางสายแล้วนะ”
ไป๋จิงพูดด้วยท่าทีเย็นชา
ฟู่เซี่ยนหลี่ร้อนใจขึ้นมา
“อย่าวางสายสิแม่ นี่ลูกเองนะ”
“คุณเป็นใครกัน? ฉันรู้จักคุณด้วยเหรอ?”
ไป๋จิงยิ่งโกรธมากขึ้นเรื่อย ๆ
พวกพยายามหลอกเอาเงินทำกันถึงขนาดนี้แล้วเหรอ
ดูเหมือนว่าไป๋จิงกำลังจะวางสาย แต่ฟู่เซี่ยนหลี่กลับพูดอะไรออกมาไม่ได้เลยแม้แต่ประโยคเดียว
เป็นเหมือนที่หนิงหนิงพูดไว้จริง ๆ เมื่อเป็นเรื่องเกี่ยวกับความจริง เขาไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้แม้แต่ประโยคเดียว
“ผมรู้ว่าคุณจะไม่เชื่อ แต่ผมเป็นลูกของคุณจริง ๆ…”
ไป๋จิงวางสายทันที
“อะไรเนี่ย วุ่นวายเหลือเกิน”
“นี่ใคร คุณไปมีลูกสาวตั้งแต่เมื่อไรกัน” ฟู่เยี่ยนฮวยถามอย่างจงใจ
‘ดูเขาสิ อยากพูดเหลือเกิน แต่ก็กลัวเกินกว่าจะพูดได้’ ไป๋จิงมองเขาด้วยสายตาไม่สบอารมณ์ ไม่พูดอะไรมาก ส่งเบอร์ให้พ่อบ้านโดยตรง และสั่งให้เขาไปตรวจสอบดู
ส่วนจี๋เสี่ยวเสี่ยว ใจเธอรู้ดีว่าคนคนนั้นเป็นใคร
อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้พูดอะไรเลย
พ่อบ้านทำงานได้รวดเร็วมาก อาหารมื้อนั้นยังไม่ทันจบ เขาก็สืบหาข้อมูลได้แล้ว
“คุณผู้หญิงครับ ผมสืบได้แล้ว เจ้าของเบอร์โทรศัพท์นี้ชื่อ จี๋เสี่ยวเสี่ยว”
แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่เมื่อได้ยินชื่อของตัวเอง จี๋เสี่ยวเสี่ยวก็ยังอดไม่ได้ที่จะสั่นเล็กน้อย
ไป๋จิงรู้สึกว่าชื่อนี้คุ้นหูมาก
เธอนึกขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
“นี่ไม่ใช่คนนั้น…”
เธอมองไปที่ฟู่เซี่ยนหลี่แล้วลังเลที่จะพูดต่อ
เรื่องระหว่างฟู่เซี่ยนหลี่กับเจียงเจิน พวกเขาในฐานะพ่อแม่อาจจะดูเหมือนไม่ยุ่งเกี่ยว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่ห่วงใยในที่ลับ
สิ่งต่าง ๆ ที่ฟู่เซี่ยนหลี่ทำเพื่อเจียงเจินอยู่เบื้องหลัง ไป๋จิงรู้ดีอยู่แก่ใจ
เพราะรู้ชัดเจนเลยนี่แหละ เธอถึงได้ยิ่งไม่ชอบเจียงเจินมากขึ้นเรื่อย ๆ
ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบกัน ไป๋จิงก็รู้แล้วว่า เจียงเจินไม่ได้ใสซื่อบริสุทธิ์อย่างที่แสดงออกภายนอกเลย
พวกเธอก็เป็นเหมือนนางจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ทั้งคู่ เธอก็ได้แต่เฝ้ามองเจียงเจินแสดงอยู่เงียบ ๆ
ผลก็คือ ไม่คิดว่าหล่อนจะไปจีบลูกชายของเธอซะอย่างนั้น
จริง ๆ แล้ว เธอไม่ค่อยพอใจเท่าไร แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ลูกสะใภ้ของพวกเขาตระกูลฟู่ ไม่ควรจะเป็นคนที่ไร้เดียงสาและไม่รู้อะไรเลย
ตัวอย่างเช่น หนิงหนิงคนเดิม
หนิงหนิงคนเดิม เวลาที่ออกไปข้างนอก ไม่ต้องให้คนอื่นพูดถึง ไม่มีใครสามารถรู้ได้เลยว่าเธอเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่
ไม่รู้ว่าตระกูลเจียงเลี้ยงดูเธอยังไง ถึงทำให้เธอกลายเป็นคนที่ขี้อาย หวาดกลัว และไม่กล้าที่จะออกหน้าออกตาแบบนั้น
ทุกครั้งที่เจอเธอ เด็กคนนี้จะไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามอง
หนิงหนิงชอบฟู่เซี่ยนหลี่ นี่เป็นสิ่งที่ไป๋จิงมองออกได้ในครั้งแรก
ตอนนั้นไป๋จิงคัดค้านอย่างมาก โชคดีที่ฟู่เซี่ยนหลี่ไม่มีความสนใจในหนิงหนิงเลยสักนิด
ไป๋จิงจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก
เธอคิดว่าฟู่เซี่ยนหลี่สามารถรักษาระยะห่างได้ด้วยตัวเอง
แต่ตอนนี้เธอพบว่าตัวเองมองในแง่ดีเกินไป
ผู้ชายเวลาหุนหันพลันแล่น จริง ๆ แล้วก็ไม่เหลือสมองอะไรเลย
เจียงเจินก่อเรื่องขึ้นมาเอง ส่วนฟู่เซี่ยนหลี่ต้องตามไปจัดการเก็บกวาดความเละเทะข้างหลัง
เพราะเรื่องนี้ ทุกครั้งที่เธอคุยกับฟู่เซี่ยนหลี่ก็มักจะทะเลาะกัน สุดท้ายก็แยกย้ายกันไปอย่างไม่สบอารมณ์
เจียงเจินคงคิดว่ามีฟู่เซี่ยนหลี่คอยหนุนหลัง ครั้งนี้เลยยิ่งเกินเลย
ถึงขั้นไม่บอกกล่าวอะไรเลยแม้แต่คำเดียว เอารูปที่เคยกินข้าวกับเธอก่อนหน้านี้โพสต์ออกไป
ไป๋จิงไม่เคยคิดมาก่อนว่า ตัวเองจะมีวันที่ต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของการปั่นกระแสของนักแสดงในวงการบันเทิง
ตอนเช้าเมื่อเห็นเทรนด์ยอดนิยม เธอแทบจะเป็นลมด้วยความโกรธ
ตามนิสัยของฟู่เซี่ยนหลี่ที่มีสมองแบบคนมีความรัก เธอคาดว่าเขาคงไม่พูดอะไร ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป
ไป๋จิงคาดว่า มื้อเย็นวันนี้คงกินอย่างไม่เป็นสุข
แต่ใครจะคิดล่ะว่า ฟู่เซี่ยนหลี่จะให้เซอร์ไพรส์ใหญ่กับเธอ
เขาปกป้องเธอต่อหน้าผู้คน ถึงขั้นตบหน้าเจียงเจิน
ไป๋จิงดีใจสุด ๆ
มื้ออาหารนี้จึงหายากที่จะเป็นไปอย่างกลมเกลียว
“เธอรู้เบอร์โทรศัพท์ของฉันได้ยังไง?” ไป๋จิงยิ่งคิดก็ยิ่งแปลกใจ
ฟู่เยี่ยนฮวยก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน
“เธอเพิ่งอ้าปากมาก็เรียกคุณว่าแม่เลยเหรอ?”
ไป๋จิงจ้องเขาอย่างดุดัน “อย่าคิดมาก เธอดูเหมือนพ่อแม่ของเธอชัดเจนอยู่แล้ว ฉันไม่มีลูกสาวโตขนาดนั้นหรอก”
ฟู่เยี่ยนฮวยก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง เขาก็ไม่ได้จริงจัง
แต่ก็ยังรู้สึกแปลกอยู่ดี
“หมายเลขส่วนตัวของคุณ นอกจากคนในครอบครัว น่าจะไม่มีใครรู้นะ เธอไปได้มายังไง?”
ไป๋จิงพยักหน้า
ประเด็นที่แปลกก็คือเรื่องนี้แหละ
ทั้งสองคนคิดไม่ออกว่าเป็นไปได้ยังไง
“เด็กคนนี้ เป็นไปได้ไหมว่าเธอถูกคำพูดต่าง ๆ ในอินเทอร์เน็ตกระตุ้นจนคลั่งไปแล้ว?”
ไป๋จิงตั้งใจพูดแบบนี้ แล้วมองไปที่ฟู่เซี่ยนหลี่อย่างระมัดระวัง
ฟู่เยี่ยนฮวยส่ายหัวให้ไป๋จิงอย่างเงียบ ๆ
ช่างเถอะ เวลาอยู่ด้วยกันที่หายากแบบนี้ ขอไม่พูดเรื่องนั้นไปก่อนดีกว่า
แต่ไป๋จิงทนไม่ได้
ถึงจะเป็นอย่างนั้น บางเรื่องก็ต้องพูดจริง ๆ
เธอคิดวนไปวนมา มองดูฟู่เซี่ยนหลี่ที่วางตะเกียบลงแล้ว สุดท้ายก็ถามขึ้น “คุณคิดยังไง? อาหลี่?”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวรู้สึกกังวลใจ
กินอิ่มแล้ว ปัญหาก็มาแล้ว
เธอพูดอย่างระมัดระวัง “จี๋…เสี่ยวเสี่ยว เธอมีอาการทางจิตไม่ค่อยมั่นคง และสาเหตุทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะผม”
สามีภรรยาทั้งสองคนถูกทำให้ตั้งตัวไม่ทันกับคำสารภาพที่ไม่คาดคิดของลูกชาย
ก่อนที่พวกเขาจะพูดอะไร จี๋เสี่ยวเสี่ยวก็พูดต่อว่า “ผมจะหาวิธีแก้ไขเอง”
ไป๋จิงหลุดปากออกมาว่า “แล้วเจียงเจินจะทำยังไง?”
ฟู่เซี่ยนหลี่ “ควรทำอย่างไรก็ทำอย่างนั้น”
ตอนนี้ทั้งไป๋จิงและฟู่เยี่ยนฮวยต่างตกใจ
‘นี่หมายความว่ายังไง?’
ในที่สุดพวกเขาก็รู้สึกว่า ท่าทีของลูกชายที่มีต่อเจียงเจินดูเหมือนจะเย็นชาไปหน่อย
ไป๋จิงดีใจจนหน้าบาน
“ฉันบอกไว้นานแล้วว่า อย่าไปเล่นตามน้ำกับเรื่องไร้สาระของเธอ ถ้าเธอสร้างปัญหา เธอก็ต้องรับผิดชอบเอง”
ฟู่เยี่ยนฮวยเตะเธอเบา ๆ ใต้โต๊ะ
พยายามส่งสัญญาณว่า ‘พอได้แล้ว อย่าพูดอีกเลย’
ไป๋จิงก็รู้สึกว่าความดีใจของตัวเองชัดเจนเกินไป แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี
“เข้าใจแล้ว ผมจะระวังตัวให้มากขึ้น จะไม่ให้ส่งผลกระทบต่อตระกูลฟู่อีก”
ไป๋จิงมองเขาด้วยความประหลาดใจและดีใจ
เมื่อฟู่เซี่ยนหลี่พูดแบบนี้ เธอก็รู้สึกสบายใจมากขึ้น
สามีภรรยาคู่นี้ต่างก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาก
ฟู่เยี่ยนฮวย “แล้วเรื่องของจี๋เสี่ยวเสี่ยว คุณวางแผนจะจัดการยังไง”
ถึงแม้พวกเขาจะไม่อยากให้ฟู่เซี่ยนหลี่หลงใหลเจียงเจินมากเกินไป แต่พวกเขาก็ไม่อยากให้ทั้งสองคนแตกหักกันอย่างสิ้นเชิง
หากจัดการเรื่องนี้ไม่ดี อาจส่งผลกระทบต่อความร่วมมือระหว่างตระกูลฟู่และตระกูลเจียงได้