แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 581 อย่าทำผิดซ้ำรอยเธอ
- Home
- แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง
- บทที่ 581 อย่าทำผิดซ้ำรอยเธอ
บทที่ 581 อย่าทำผิดซ้ำรอยเธอ
ไม่คิดว่าเขาจะเดาถูกจริง ๆ
แต่เขาก็ยังพูดจาไม่ไว้หน้าอีกฝ่ายไปอยู่ดี
‘ก็วันนี้อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว ใครใช้ให้จี๋ซางมายั่วโมโหเขาล่ะ’
“อารมณ์ร้อนขนาดนี้ ฉันขอแนะนำให้นาายไปโรงพยาบาลจิตเวชดูหน่อย ไม่อย่างนั้นถ้าวันไหนไปทำร้ายคนจริง ๆ คงไม่ดีแน่”
จี๋ซางกำหมัดแน่น มองดูจี๋เสี่ยวเสี่ยวที่ยิ้มแต่ปาก แต่ไม่ยิ้มตา
ฟู่เซี่ยนหลี่ “เป็นอะไร ยังไม่ยอมรับอีกเหรอ? นี่เรียกว่าตอบแทนกันไง ฉันทนนายมานานแล้ว แค่วันนี้วันเดียว นายก็ทนไม่ไหวแล้วเหรอ?”
จี๋ซางไม่รู้จะทำอย่างไรกับอีกฝ่าย จึงได้แต่ยิ้มและพูดว่า “ไม่มีอะไร ตามใจคุณ”
“โอเค ไม่มีอะไรแล้ว พวกคุณกลับไปได้แล้ว”
ฟู่เซี่ยนหลี่เริ่มไล่คน เพราะเขาหิวมากขึ้นเรื่อย ๆ จริง ๆ
เว่ยฉือมองดูจานที่เต็มไปด้วยของสีดำมืดนั่น สงสัยว่าจี๋เสี่ยวเสี่ยวได้รับความกระทบกระเทือนหรือเปล่า ถึงได้ตั้งใจทำแบบนี้
เขาพูดว่า “ไม่เป็นไร พวกเรามีอาหารรอบดึก คุณไปทานหน่อยไหม?”
ฟู่เซี่ยนหลี่รู้สึกดีใจ แต่แล้วก็ได้ยินหนิงหนิงพูดว่า “ฉันว่าไม่ต้องหรอกค่ะผู้กำกับ อาหารรอบดึกของพวกคุณ เธอเพิ่งออกจากโรงพยาบาล คงกินไม่ได้ ปล่อยให้เธอทำอะไรที่กินได้เองดีกว่า”
เว่ยฉือคิดดู ก็จริงอย่างที่ว่า
อาหารที่พวกเขามีล้วนเป็นของทอดน้ำมันพวกนี้ จี๋เสี่ยวเสี่ยวเพิ่งออกจากโรงพยาบาล ไม่สามารถกินได้
ฟู่เซี่ยนหลี่ “…”
เขารู้ว่าหนิงหนิงต้องเล่นงานเขาแน่ ๆ และก็จริงอย่างที่คาดไว้
เว่ยฉือจึงเสนอ “ลองต้มข้าวต้มกินหน่อยไหม มีข้าวสารพร้อมอยู่แล้วนะ”
“เข้าใจแล้ว”
แต่ความจริงคือไข่เจียวยังทำไม่เป็น แล้วจะพูดถึงการต้มข้าวต้มได้อย่างไร
อย่างไรก็ตาม ฟู่เซี่ยนหลี่ก็ยังฝืนตอบตกลงไป
เมื่อคนพวกนั้นเดินจากไป จี๋ซางก็จ้องมองฟู่เซี่ยนหลี่อย่างเกรี้ยวกราด
ฟู่เซี่ยนหลี่ไม่สนใจเขา ตอนนี้เขาหิวมาก ไม่มีเวลามาสนใจอีกฝ่ายหรอก
หลังจากที่จี๋ซางเดินจากไปด้วย เขาก็ทำอาหารของเขาต่อไป
คราวนี้ เขาเคลื่อนไหวอย่างเบามือขึ้น
ไม่ใช่ว่ากลัวจี๋ซาง แต่กลัวว่าถ้าล้มเหลวอีกครั้งแล้วมีเสียงดัง อาจจะดึงดูดคนอื่นมาและมันจะไม่ดีเลย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนิงหนิง เธอจะต้องล้อเลียนเขาแน่นอน
ฟู่เซี่ยนหลี่ไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นเด็ดขาด
หลังจากวุ่นวายอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนถึงเที่ยงคืน ฟู่เซี่ยนหลี่ก็พอจะทำไข่ดาวที่พอกินได้ออกมา
เขาถ่ายรูปแล้วส่งให้หนิงหนิง จากนั้นก็รีบยัดเข้าปากอย่างใจร้อน
เขากลืนแบบไม่ได้เคี้ยวให้ละเอียด แค่ไม่กี่คำก็กินหมดแล้ว
ต้องยอมรับว่า นี่เป็นมื้ออาหารที่อร่อยที่สุดที่ฟู่เซี่ยนหลี่เคยกินตั้งแต่เด็กจนโต
แน่นอน อาหารที่ทำเองนั่นแหละที่อร่อยที่สุด
การอาบน้ำล้างหน้าก็ลำบากใจอยู่พักหนึ่ง กว่าจะอาบเสร็จและนอนลงบนเตียงก็เกือบตีหนึ่งแล้ว
เขามองดูโทรศัพท์มือถือ พบว่าหนิงหนิงยังไม่ได้ตอบกลับมา
ฟู่เซี่ยนหลี่ในตอนนี้ถึงได้ตระหนักอย่างแท้จริงว่า หนิงหนิงไม่ชอบเขาแล้วจริง ๆ
ในใจพลันรู้สึกว่างเปล่าและหดหู่
ช่างแย่เสียจริง ๆ
ทั้งที่คิดว่าตัวเองคงนอนไม่หลับ แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะร่างกายนี้แย่เกินไปหรือเปล่า ฟู่เซี่ยนหลี่จึงผล็อยหลับไปโดยไม่รู้ตัว
ส่วนอีกด้านหนึ่ง จี๋เสี่ยวเสี่ยวกลับไม่ได้หลับง่ายขนาดนั้น
หนิงหนิงฟังเสียงบ่นของจี๋เสี่ยวเสี่ยวมาเป็นระยะ ๆ โดนบังคับให้ฟังมาเกือบสามชั่วโมงกว่าแล้ว
หนิงหนิงถือโทรศัพท์ไว้ สายตาจับจ้องอยู่ที่หนังสือ ปากก็ตอบรับเป็น “อืม ๆ” ไปเรื่อย ๆ
“โอ้แม่เจ้า เสื้อเชิ้ตตัวเดียวราคาสามแสนเลยนะ น่ากลัวจริง ๆ”
“นาฬิกาเรือนเดียวสองล้าน!”
“วันนี้ชุดนี้รวมกันทั้งหมด ประมาณ…”
“แจกันดอกไม้นี่ ฉันเคยเรียนเกี่ยวกับมันในชั้นเรียนมาก่อน ฉันจำได้ว่ามันมีราคาอย่างน้อยสองล้านแน่ ๆ พวกเขากลับวางมันไว้ในทางเดินเฉยเลย!”
…
“ห้องนี้ใหญ่มาก! ใหญ่กว่าห้องสิบห้องที่ฉันเคยอยู่รวมกันอีก!”
“สระว่ายน้ำบนดาดฟ้านี่ใหญ่มาก! ใหญ่กว่าสระที่วิลล่าของพวกเราตอนนี้อีกนะ!”
น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
หนิงหนิงจินตนาการถึงใบหน้าของฟู่เซี่ยนหลี่ที่แสดงสีหน้าตื่นเต้นเหมือนเด็กผู้หญิง
หนิงหนิง “…”
“คุณระวังหน่อย ระวังคนรอบข้างด้วย”
“ไม่ต้องห่วง ฉันอยู่ในห้อง เก็บเสียงดีมาก ไม่ต้องพูดถึงว่าไม่มีใครกล้าเข้ามาด้วย”
จริง ๆ แล้ว สิ่งที่ทำให้จี๋เสี่ยวเสี่ยวรู้สึกประทับใจมากที่สุดคือ
เมื่อครู่นี้คุณนายฟู่มาหาเธอ และอีกฝ่ายถึงกับเคาะประตูก่อน และถามเธอ
หลังจากได้รับการยืนยันว่าเข้ามาได้ อีกฝ่ายถึงจะเข้ามา
นี่เป็นการปฏิบัติที่ไม่เคยมีมาก่อนในบ้าน
พ่อแม่แท้ ๆ ของเธอ ไม่เคยมีสัญญาณเตือนใด ๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหนหรือสถานที่ไหน ไม่ว่าเธอจะกำลังทำอะไรอยู่ ถ้าพวกเขาอยากเข้ามา ก็จะผลักประตูเข้ามาเลย
พวกเขาไม่เคยคำนึงถึงเธอที่เป็นเด็กผู้หญิง ที่เมื่อโตขึ้นแล้วต้องการพื้นที่ส่วนตัวมากแค่ไหน
เธอเคยมีกลอนประตูห้องนอน แต่มันถูกพ่อที่โกรธจัดใช้ขวานฟันทิ้งไปในช่วงวัยรุ่นที่เธอกำลังอยู่ในช่วงกบฏ
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธของพ่อ เป็นฝันร้ายที่ติดตามจี๋เสี่ยวเสี่ยวอยู่เป็นเวลานาน
ส่วนไป๋จิง เธอช่างอ่อนโยนเหลือเกิน อ่อนโยนมากจริง ๆ
สายตาที่อีกฝ่ายมองเธอนั้น เต็มไปด้วยความรัก
เธอชอบลูกของเธอจริง ๆ
เพียงแค่ค่ำคืนเดียวที่ได้อยู่ด้วยกัน จี๋เสี่ยวเสี่ยวก็ได้รับความรู้สึกของความรักแม่จากไป๋จิง ความรู้สึกที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อน
คิดมาถึงตรงนี้ จี๋เสี่ยวเสี่ยวก็รู้สึกละอายใจอีกครั้ง
เธอไม่ใช่ฟู่เซี่ยนหลี่ แต่เธอยึดครองร่างกายของฟู่เซี่ยนหลี่ และยังแย่งชิงความรักจากพ่อแม่ของเขาไป
เมื่อรู้สึกถึงอารมณ์ที่หดหู่ลงอย่างกะทันหันของจี๋เสี่ยวเสี่ยว หนิงหนิงจึงพูดว่า “เป็นอะไรไป เร็วขนาดนี้ก็ลืมสภาพของตัวเองตอนนี้แล้วหรือว่าเป็นเพราะใคร? ฟู่เซี่ยนหลี่ใส่ร้ายคุณขนาดนั้น พวกเขาก็ไม่ได้ห้ามปรามอะไรเลยไม่ใช่หรือ? ถ้าไม่ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลฟู่อยู่เบื้องหลัง เขาจะทำได้หรือ?”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวยังมองอะไรไม่ลึกซึ้งพอ
ที่จริงแล้วไป๋จิงเธอก็เป็นแบบนี้กับลูกชายของตัวเองเท่านั้น
ตามข้อมูลที่ได้มาจากโจวเฉิงซื่อ ครอบครัวนี้ โดยเฉพาะไป๋จิง ไม่ได้อ่อนโยนเลยแม้แต่นิดเดียว
ไป๋จิงเป็นหญิงสาวที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง มีวิธีการที่เด็ดขาด และทำงานอย่างรวดเร็วฉับไว
ผู้ที่ดูแลตระกูลฟู่อยู่เบื้องหลังที่แท้จริงคือไป๋จิง
เธอไม่ชอบเจียงเจิน รู้ดีว่าเจียงเจินไม่ใช่คนดี แต่เธอก็สามารถทนได้ที่ฟู่เซี่ยนหลี่อยู่กับเจียงเจิน
ทั้งหมดก็เพราะคิดถึงอนาคตของตระกูลฟู่
ดูเหมือนว่าในใจของเธอ อนาคตของฟู่เซี่ยนหลี่ก็ยังไม่สำคัญเท่ากับอนาคตของบริษัท
การตามใจและการทะนุถนอมฟู่เซี่ยนหลี่ ถึงได้เลี้ยงดูฟู่เซี่ยนหลี่ให้กลายเป็นคนหยิ่งยโสและเห็นแก่ตัวแบบนี้
จี๋เสี่ยวเสี่ยวถึงบางอ้อในทันที “ฉันเข้าใจแล้ว”
ใช่แล้ว สถานการณ์ที่เธอเผชิญอยู่ตอนนี้ ล้วนเป็นเพราะตระกูลฟู่เป็นผู้ก่อขึ้น
ความรู้สึกผิดในใจ พลันมลายหายไปในพริบตา
“อย่าไปคิดถึงเรื่องในอดีตอีกเลย ตอนนี้คุณคือฟู่เซี่ยนหลี่ อย่าลำพองจนลืมตัวนะ สิ่งที่คุณต้องทำตอนนี้คือแสดงเป็นฟู่เซี่ยนหลี่ให้ดี หรือพูดอีกอย่างก็คือ ทำให้ดีกว่าฟู่เซี่ยนหลี่คนเดิมอีก”
จี๋เสี่ยวเสี่ยวพยักหน้าอย่างจริงจัง “ฉันรู้แล้ว!”
หนิงหนิง “แต่คุณก็ไม่ต้องเครียดมากนัก แค่ทำให้ดีขึ้น ทำให้ทุกอย่างดีจนไม่มีใครอยากให้คุณไปไหน ถึงแม้พวกเขาจะรู้สึกว่าคุณแปลกไป รู้ว่าคุณไม่ใช่ฟู่เซี่ยนหลี่ ก็จะไม่มีใครเปิดโปงคุณหรอก”
ไม่ว่าจะกับจี๋เสี่ยวเสี่ยวหรือฟู่เซี่ยนหลี่ เธอเคยบอกว่า สิ่งสำคัญไม่ใช่ตัวคน แต่เป็นตำแหน่งหน้าที่
“ถ้าไม่เชื่อ ก็รอดูไปเองก็แล้วกัน”
“สิ่งเดียวที่คุณต้องระวัง จำหลี่เฉียวอี้ได้ไหม?”
“จำได้”
เด็กสาวคนนั้นที่ใช้ชีวิตทั้งชีวิตไล่ตามหาความรัก จนกระทั่งตาย ก็ยังถูกหลอกลวง
“อย่าทำผิดซ้ำรอยเธอล่ะ”
“อืม ฉันจะจำมันตลอดไป” จี๋เสี่ยวเสี่ยวสัญญา
เธอรู้สึกกังวลเล็กน้อย “แล้วฉันควรจะทำยังไงดีล่ะ?”
‘นี่มันประธานบริษัทเชียวนะ การเป็นประธานบริษัทที่ดีน่ะ จะพูดว่าง่ายได้อย่างไรกัน’
หนิงหนิง “ฉันจะหาคนมาช่วยคุณเอง ไม่ต้องกังวลไป”
สามนาทีต่อมา จี๋เสี่ยวเสี่ยวได้รับนามบัตรที่หนิงหนิงส่งมาทางวีแชต
เมื่อเห็นข้อความบนนามบัตร จี๋เสี่ยวเสี่ยวถึงกับตกตะลึง
‘ลู่จีอัน?’