แม่มดสาวทะลุมิติมาเป็นดาราตกอับ ใช้คำสาปนำทางสู่ชื่อเสียง - บทที่ 96 สาวใช้ผี?
บทที่ 96 สาวใช้ผี?
หลินจื่ออวิ่นเข้าใจแล้ว
หากเป็นเช่นนี้ หนิงหนิงจะต้องถูกคนอื่นมองว่าเป็นคนชั่วร้ายที่อิจฉาและต้องการทำร้ายผู้อื่นไปตลอด
เพราะเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เธอได้ทำลงไปจริง ๆ
ไม่มีทางที่จะล้างมลทินนี้ได้
เจียงอันไซ่ พูดว่า “วางใจได้ ถ้าคนอื่นลืมเรื่องนี้ไป ฉันจะคอยเตือนความทรงจำพวกเขาเอง ฉันช่างเอาใจใส่ใช่ไหมล่ะ?”
นี่คือการลงโทษที่ตระกูลเจียงมอบให้กับหนิงหนิง
เจียงอันไซ่ยิ้มน้อย ๆ แม้เขาจะมีอายุใกล้ห้าสิบปี แต่ดูราวกับว่าอายุแค่สามสิบปีเท่านั้น
เส้นผมสีดำดกหนา รูปร่างก็ไม่ได้เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย
ไม่เหมือนกับภาพจำของซีอีโอวัยกลางคนที่มักจะมีพุงพลุ้ย ๆ
เขาคือผู้มีอำนาจรุ่นปัจจุบันของตระกูลเจียงและดำรงตำแหน่งประธานกรรมการของบริษัทเจียง
ทายาทคนก่อนของตระกูลเจียงไม่ใช่เขา แต่เป็นพี่ชายของเจียงอันไซ่
หลังจากนั้นธุรกิจภายใต้การบริหารของพี่ชายก็ประสบภาวะขาดทุน ตระกูลเจียงเกือบจะล้มละลาย
ในช่วงเวลานั้น เจียงอันไซ่ได้เข้ามารับช่วงดูแลบริษัทของตระกูลเจียง
กลุ่มบริษัทตระกูลเจียงภายใต้การบริหารของเขา ได้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาใหม่ และตอนนี้ก็เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
คนในแวดวงต่างพากันหัวเราะว่าเจียงอันไซ่แต่ก่อนเป็นลูกคุณหนูที่ใช้ชีวิตสุรุ่ยสุร่าย
แต่แท้จริงแล้วเขาคือผู้มีความสามารถที่แอบซ่อนฝีมือเอาไว้
หลินจื่ออวิ่นกำผ้าเช็ดหน้าไว้ เอามือปิดปากหัวเราะ แล้วพูดประชดว่า “คุณนี่แหละ คุณนี่แหละ ต้องเป็นคุณจริงๆ”
เจียงอันไซ่ก้มหน้าลง จิบชาอย่างช้า ๆ ซ่อนแววเยือกเย็นในดวงตาเอาไว้
เป็นไปตามที่หลินจื่ออวิ่นคิดไว้ ชาวเน็ตที่อยากจะด่าหนิงหนิงแทนเจียงเจิน ไม่สามารถหาช่องทางระบายในห้องไลฟ์สดได้
พวกเขาจึงต้องถอยกลับไปที่เทรนด์ยอดนิยมเพื่อด่าหนิงหนิงต่อไป
เมื่อเวลาผ่านไป จำนวนคนที่ด่าก็ค่อย ๆ ลดน้อยลงเรื่อย ๆ
เทรนด์ยอดนิยมเริ่มมีกระแสการพูดถึงลดลงเรื่อย ๆ
ช่วงเวลาที่เรื่องกำลังบานปลายพอดีเป็นช่วงเวลาพัก พอถึงเวลาทำงานทุกคนต้องวางโทรศัพท์แล้วกลับไปทำงาน ไปเรียนหนังสือ
ในช่วงบ่ายยังเกิดเหตุการณ์ใหญ่อีกเรื่องหนึ่ง
เรื่องนี้ได้ดึงความสนใจของทุกคนไป ช่วยให้หนิงหนิงรอดพ้น
นักแสดงเชอริเดนซึ่งเริ่มต้นอาชีพจากการเป็นนักแสดงเด็กของประเทศอี เคยแสดงผลงานคลาสสิกมากมาย มีสถานะเทียบเท่าน้องชายแห่งชาติในต่างประเทศและมีแฟนคลับมากมายในประเทศ ถูกพบว่าแอบนัดพบกับนักแสดงนำหญิงอีฟลินระหว่างถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง ‘การกลับมาของแม่มด’
มีคนบอกว่าตอนที่พบพวกเขา ทั้งสองนั้นกำลังทำเรื่องที่ไม่สามารถบรรยายได้
เพราะรุนแรงเกินไป จนถึงขั้นมีเลือดออก
ทั้งสองคนกอดกันแน่น ร่างเปลือยเปล่าถูกหามเข้าโรงพยาบาล
พอถึงโรงพยาบาลก็ไม่สามารถแยกออกจากกันได้ แยกไม่ออกจริง ๆ
แม้แต่หมอก็ทำอะไรไม่ได้
แต่สุดท้ายก็แยกออกมาได้ และรีบรักษาทันที
ส่วนวิธีที่ใช้ในการแยกนั้น รายงานข่าวไม่ได้เขียนไว้
พอข่าวนี้ออกมา ชาวเน็ตก็เกิดความวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างแรง
มันเป็นเรื่องที่เกินจริงไปมาก
ดูเหมือนจะเป็นเรื่องตลกเสียมากกว่า
อีฟลินก็ไม่ใช่นักแสดงเล็ก ๆ เธอเป็นนักแสดงหญิงระดับแถวหน้าของประเทศ มีเสน่ห์ดึงดูดผู้ชม และรับประกันความสำเร็จของผลงานมาโดยตลอด ฝีมือการแสดงของเธอเคยได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลนักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากรางวัลปาล์มทองคำด้วย
เชอริเดนและอีฟลิน
คนหนึ่งเป็นหนุ่มสดใสร่าเริง อีกคนเป็นสาวมากเสน่ห์ทั้งความรู้และความอ่อนโยน
ดูแล้วก็เข้ากันได้ดี
ทั้งสองคนต่างโสด จะนัดเจอกันเป็นการส่วนตัวก็ไม่มีอะไรผิด
เพียงแค่ข่าวที่เปิดเผยออกมาว่าทั้งสองคนออกเดทกัน
ไม่เป็นไร ถ้าจะคบกันก็คบไป
แต่ตอนนี้ไม่ใช่แค่นั้น รายละเอียดการพบปะกันอย่างลับ ๆ ที่ถูกเปิดเผยออกมาพร้อมกันมันเกินจริงไปมาก
ช่างเร่าร้อนเหลือเกิน
ก็เพราะว่ามันเกินจริงเกินไป ข่าวถึงได้ปิดกั้นไม่อยู่
พยานหลายคนออกมาให้ข้อมูล ยืนยันความถูกต้องของข่าว
ชาวเน็ตทั้งในและต่างประเทศต่างก็งงงันไปตาม ๆ กัน
ในขณะที่ทุกคนในโลกออนไลน์กำลังถกเถียงกันว่าแยกทั้งสองคนออกจากกันด้วยวิธีไหน
เน็ตไอดอลคนหนึ่งที่อ้างว่าเป็นแฟนนอกวงการของเชอริเดนก็ออกมาพูด เธอได้โพสต์ประวัติการแชทและรูปถ่ายคู่ ยืนยันสถานะว่าเป็นแฟนสาวของเชอริเดนจริง ๆ
น้องชายแห่งชาติในดวงใจของประชาชนนอกใจคนรัก!
ชาวเน็ตต่างตกตะลึงอีกครั้ง
แต่เรื่องยังไม่จบแค่นี้
ไม่นานหลังจากนั้นก็มีคนที่อ้างว่าเป็นแฟนหนุ่มของอีฟลินออกมาเปิดโปง พร้อมแสดงหลักฐานชัดเจนที่ยืนยันตัวตนของเขา
เอาล่ะ ทั้งสองคนต่างก็นอกใจกันทั้งคู่
เสียงดังตูมตาม ๆ กับข่าวที่ประโคมออกมาเป็นระลอก
ชาวเน็ตต่างพากันมึนงง
ช่างตื่นเต้นจริง ๆ
ข่าวใหญ่นี้ ทั้งชาวเน็ตในประเทศและต่างประเทศต่างก็ติดตามกันอย่างใกล้ชิด
ไม่มีใครต้องเสียใจ ไม่มีใครต้องถูกทำร้ายจิตใจ
ตลอดช่วงบ่าย เทรนด์ยอดนิยมถูกยึดครองด้วยเรื่องราวของเชอริดันและอีฟลิน
กระแสในโลกออนไลน์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
ชาวเน็ตต่างลืมไปแล้วว่าเมื่อไม่นานมานี้ ตอนที่รายการพวกเราโตแล้วเจอผีระหว่างไลฟ์สด
พวกเขาก็รู้สึกตื่นเต้นแบบนี้เหมือนกัน
เกือบห้าโมงเย็นแล้ว
เรื่องราวในโลกออนไลน์ยังไม่จบแค่นี้ หลังจากที่ทั้งคู่นอกใจกันแล้ว ยังมีข่าวแฉเรื่องชู้คนที่สามคนที่สี่ออกมาอีก เรื่องราวยิ่งเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ
แฟนคลับทั้งหลายโกรธจนแทบจะตายกันอยู่แล้ว
ก็บอกว่าจะไปช่วยกันแก้แค้นให้เจินเจินไง แล้วทุกคนหายไปไหนกันหมด
ทำไมพากันไปดูเรื่องฉาวกันหมดแล้ว
พึ่งพาไม่ได้เลย!
ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยให้พวกเขาไปเองเถอะ!
เรื่องราวในอินเทอร์เน็ตกำลังเป็นประเด็นร้อนแรงขนาดนี้ หนิงหนิงต้องเห็นแน่นอน
อดีตที่พยายามจะฝังกลบไว้ก็ถูกขุดขึ้นมาอีกครั้ง มันคือรอยด่างที่ไม่มีวันลบออกไปได้ตลอดชีวิต
ตอนนี้คงกำลังทุกข์ใจและหวาดกลัวมากสินะ
รอดูตอนออกอากาศแล้วโดนด่าเถอะ!
ยังคงมีผู้คนมากมายที่รอดูรายการเพื่อที่จะโจมตีหนิงหนิงและบีบให้หนิงหนิงขอโทษ
ห้าโมงเย็น
รายการพวกเราโตแล้วกลับมาไลฟ์สดอีกครั้ง
ห้องไลฟ์สดทั้งห้าห้องเปิดพร้อมกัน
ผู้ชมที่รอคอยอยู่ในห้องไลฟ์สดของหนิงหนิงก็พากันกรูเข้ามาอย่างรวดเร็วและใจร้อน
เสียงตะโกนประสานกันดังขึ้น
[ของปลอมจิตใจชั่วร้าย ออกมาขอโทษเจินเจินเดี๋ยวนี้!]
[ของปลอมจิตใจชั่วร้าย ออกมาขอโทษเจินเจินเดี๋ยวนี้!]
…
เสียงโห่ร้องเป็นจังหวะพร้อมเพรียงกันนั้น ครอบครองห้องไลฟ์สดของหนิงหนิงจนแทบมองไม่เห็นภาพ ช่างน่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน
เพิ่งเริ่มไลฟ์ได้ไม่นาน ห้องไลฟ์สดของหนิงหนิงก็พุ่งทะยานขึ้นสู่อันดับหนึ่งของชาร์ตความนิยมอย่างรวดเร็ว
พวกเขาด่าจนพอใจแล้วจึงปิดคอมเมนต์ หวังจะดูท่าทางที่หนิงหนิงได้รับความกระทบกระเทือนใจ
ภายในห้องหนิงหนิงนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง
วันนี้เธอสวมชุดกระโปรงพองสีดำ
กระโปรงแบ่งเป็นสองชั้น ด้านในเป็นซับสีดำ ด้านนอกคลุมด้วยผ้าตาข่ายสีดำ บนผ้าตาข่ายมีประกายระยิบระยับราวกับมีดวงดาวประดับอยู่
เข็มขัดดูเหมือนหนามสีดำ ประดับด้วยดอกกุหลาบสีแดงเรียงเป็นวงรอบเอว
เธอติดดอกกุหลาบสีแดงไว้ที่ผม ทำให้ใบหน้าของเธอดูเล็กลงไปอีก
หนิงหนิงก้มหน้าอ่านหนังสืออยู่ ดอกกุหลาบในแจกันบนโต๊ะกำลังบานสะพรั่งสวยงาม
เธอยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
กาลเวลาช่างแสนสงบ
คนที่มาเพื่อด่าเธอ เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ก็โมโหจนแทบระเบิด
[เฮ้อ เธอยังมานั่งอ่านหนังสืออยู่อีกเหรอ?]
[เรื่องในเน็ตมันลุกลามใหญ่โตขนาดนั้น ฉันไม่เชื่อหรอกว่าเธอไม่เห็น]
[ไปขอโทษเจินเจินสิ เธอตาบอดหรือหูหนวกไปแล้วหรือไง?]
[คิดว่าตัวเองเป็นแม่มดแล้วคนอื่นไม่กล้าด่าเธอหรือไง?]
[เออ ทำต่อไปสิ เสแสร้งต่อไปเรื่อย ๆ ยังไม่ลืมบทบาทของตัวเองสินะ?]
ข้อความแชตพุ่งกระจายด้วยคำด่าทอ
พวกเขาคิดผิดไปแล้ว
หนิงหนิงเธอไม่รู้เรื่องอะไรเลยจริง ๆ เพราะเธอไม่ได้ดูโทรศัพท์เลย
แต่ก่อนที่จะดูโทรศัพท์ก็เพื่อคุยกับหนิงเหนียนว่าจะกินอะไรดี
ตอนนี้หนิงเหนียนบาดเจ็บ เลยไม่ได้ไปทำงานที่บริษัทด้วย
มีเรื่องอะไรเดินมาสองก้าวก็คุยกันได้แล้ว
โทรศัพท์เธอก็ไม่ดูอีกต่อไป
เมืองนี้เสียงดังเกินไป หนิงหนิงจึงชินกับการลดทอนความสามารถในการได้ยินของเธอ
ไม่ว่าในโลกออนไลน์จะวุ่นวายสับสนอลหม่านแค่ไหน หนิงหนิงก็ไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้น
ต่อให้มีคอมเมนต์ด่าทอรุนแรงแค่ไหน หนิงหนิงก็ไม่ได้ยินอยู่ดี
มีเสียงเคาะประตู
วาเซียไปเปิดประตู
“อาหารเสร็จแล้วค่ะ” เสียงผู้หญิงแปลกหน้าดังมาจากหน้าประตู
เสียงหวานใส ฟังดูไพเราะดี
หนิงหนิงวางหนังสือลง แล้วลุกขึ้นยืน
เธอเปิดประตู
ด้านนอกมีเด็กสาวคนหนึ่งยืนอยู่
สวมชุดเมดสีขาวดำ ผมรวบเป็นหางม้าและติดดอกกุหลาบไว้
บนใบหน้าของเธอสวมหน้ากากผีเสื้อ
มีผีเสื้อที่กำลังลุกไหม้บินว่อนอยู่รอบตัวเธอ
ผู้ชม ??
พวกเขาเห็นอะไรกัน?
สาวใช้ผีเหรอ!
ช่วยด้วย!