โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 103 เถี่ยฉือ!
ดินแดนจงหยู
ณ อาณาเขตตันซ่ง(นิกายยาศักดิ์สิทธิ์)
ตอนนี้บรรยากาศมีชีวิตชีวามาก
เป็นเพราะมีงานปราชุมนักปรุงยา
ไม่เพียงแต่ปรมาจารย์ปรุงยาจากสี่ภูมิภาคเท่านั้น ที่มาที่นี่เพื่อ
เข้าร่วมปราชุม
แม้แต่เหล่าผู้คนจากตะกูลใหญ่ก็มาเช่นกัน
จุดประสงค์ของพวกเขาไม่ใช่การมาปราชุม
แต่เป็นนักปรุงยาที่เข้าร่วมในงานนี้
เจ้าต้องรู้ว่านักปรุงยามักจะเป็นที่ต้องการในหมู่ตระกูลใหญ่
เหตุที่พวกเขามาที่นี่คือเพื่อเอาติดต่อกับนักปรุงยาเหล่านี้
เพื่อให้พวกเขาเข้าร่วมตระกูล
ในขณะเดียวกัน ยังมีคนที่พาลูกศิษย์มาด้วย เพื่อต้องการให้
เรียนรู้จากปรมาจารย์ปรุงยาเหล่านั้น
รวมทั้งตระกูลของมู่ด้วย
ตระกูลมู่เป็นหนึ่งในสามตระกูลลับที่อยู่ในจงหยู
“นี่ พี่สาวคนโตของข้า ในตระกูลมีนักปรุงยามากมาย ทำไมเจ้า
ถึงมาที่งานปราชุมนักปรุงยาเพื่อหาอาจารย์?”
ต่อหน้าชายชรา เด็กสาวเดินอยู่บนถนน มองไปรอบๆ และตอบ
คำถามด้วยรอยยิ้ม: “ข้าไม่ต้องการ นักปรุงยาในตระกูลสอนข้าไม่ดี”
ผู้เฒ่าหลี่ทำอะไรไม่ถูก “เจ้าหญิงน้อยของข้า ปรมาจารย์ปรุงยา
ในตระกูลล้วนเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงมากในจงหยู ถ้าในตระกูลไม่มี
อาจารย์ที่เหมาะกับเจ้า แล้วจะมีข้างนอกได้อย่างไร”
มู่ว่านเอ๋อเสยผมยาวสีดำของเธอ และตะคอกอย่างฉุนเฉียว “ข้า
ไม่สน! อย่างไรก็ตาม กลุ่มปรมาจารย์ปรุงยาในตระกูลช่วยข้าไม่ได้”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้เฒ่าหลี่ก็ไร้คำจะกล่าว เขาทำได้เพียงส่ายหัว
อย่างช่วยไม่ได้ และเดินตามมู่ว่านเอ๋อไปช้าๆ
สาวน้อยคนนี้เอาแต่ใจจริงๆ
มีเพียงพ่อของเธอซึ่งเป็นหัวหน้าตระกูลมู่เท่านั้น ที่สามารถ
ควบคุมเธอได้!
“เอ๋ กลิ่นหอมมากเลย”
มู่ว่านเอ๋อเดินตามกลิ่นและเห็นว่าเป็นร้านอาหาร
นางจึงกล่าวว่า: “ไปกินข้าวกันเถอะ!”
ผู้เฒ่าหลี่พยักหน้า
และ ตามมู่ว่านเอ๋อ เข้าไป
…อีกด้านหนึ่ง
หูชิงลากหลู่ชางเฉิน ผู้ไร้อารมณ์ไปยังอาณาเขตตันซ่ง
“ผู้อาวุโสหู เราทานอาหารกันก่อนได้ไหม”
เมื่อได้ยินคำกล่าวของหลู่ชางเฉิน หูชิงก็กล่าวด้วยความโกรธ:
“เจ้ายังอดอาหารไม่ได้หรือ ทำไมเจ้าเอาแต่ตะโกนขออาหาร”
“ไม่เกี่ยวอะไรกับการอยู่ได้โดยปราศจากอาหาร แต่การกิน
อาหารเป็นสิ่งที่มีความสุขมากสำหรับข้า”
เมื่อกล่าวเสร็จ หลู่ชางเฉิงก็เห็นร้านอาหารอยู่ตรงหน้าเขา
จากนั้นเขาก็ดึงหูชิง และเดินเข้าไป
หลังจากเข้ามา หลู่ฉางเฉิงก็ขึ้นไปที่ชั้นสอง และหาที่นั่งริม
หน้าต่าง
เสี่ยวเอ้อวิ่งเหยาะๆมาพร้อมกับผ้าปูโต๊ะพาดไหล่
“ท่านทั้งสอง รับอะไรดีขอรับ”
จะเป็นเสี่ยวเอ้อที่อยู่ชั้นสองในร้านอาหารใหญ่ๆได้ เจ้าต้องมี
สายตาที่ดี
หลู่ชางเฉินมีความโดดเด่น
หูชิงเป็นผู้อาวุโสที่ดูภูมิฐาน
โดยธรรมชาติแล้วตัวตนของทั้งสอง ไม่ง่ายอย่างแน่นอน
หลู่ชางเฉินกล่าวอย่างสบายๆ: “เอาล่ะ เอาของพิเศษทั้งหมดใน
ร้านเจ้ามา และเสิร์ฟไวน์ดีๆสักขวด”
เสี่ยวเอ้อยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อได้ยินสิ่งนี้
“ได้ขอรับท่าน ขอเวลาข้าสักครู่”
หลังจากกล่าวจบ เสี่ยวเอ้อก็ถอยกลับไป
หูชิงซึ่งนั่งอยู่ข้างๆดูฉากนี้ อดที่จะถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้
และกล่าวว่า: “เจ้ากินอาหารมาสองมื้อแล้วในการเดินทางครั้งนี้ และ
ตอนนี้เจ้าอยากกินอีก?”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ หลู่ชางเชิงก็กล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง: “ผู้
อาวุโสหู อาหารสามมื้อต่อวันขาดไม่ได้ และตอนนี้ก็ถึงเวลาอาหาร
เย็นแล้ว”
ที่โต๊ะข้างๆ
เด็กสาวที่น่ารักคนหนึ่งกล่าวด้วยว่า: “ลุงลี่ การกินเป็นสิ่งที่มี
ความสุข และหนทางบ่มเพาะนั้นยาวไกล ถ้าท่านไม่พบสิ่งที่ให้
ความสุข แล้วท่านจะเดินต่อไปบนถนนที่เปล่าเปลี่ยวนี้ได้อย่างไร? ”
เมื่อมองย้อนกลับไปที่หลู่ชางเฉิน เขายังคงกล่าวกับหูชิง:
“ตัวอย่างเช่น พีกู๋ แม้ว่าท่านจะไปถึงสถานะพีกู๋ ท่านก็ไม่จำเป็นต้อง
กินอาหาร”
“อย่างไรก็ตาม มีอาหารรสเลิศมากมายในโลก แล้วท่านจะไม่
ลองได้อย่างไร”
เหมือนกับว่า หลังหลู่ชางเฉิงกล่าวจบ เด็กสาวก็ตอบสนองต่อ
หลู่ชางเฉินทันที
เด็กสาวมองไปที่ผู้เฒ่าหลี่ด้วยสีหน้าทำอะไรไม่ถูก และกล่าวว่า
“ข้าคิดอย่างนี้นะ ลุงหลี่ บางครั้งการทานอาหาร และการพักผ่อนก็
ทำให้จิตใจของท่านผ่อนคลายได้เช่นกัน เพื่อที่ท่านจะได้บ่มเพาะได้
ดีขึ้น!”
“ในกระบวนการบ่มเพาะ สภาพจิตใจนั้นสำคัญที่สุด! นี่ไม่ใช่สิ่ง
ที่ท่านมักจะบอกข้างั้นหรือ!”
ทันใดนั้น
มู่ว่านเอ๋อและหลู่ชางเฉิน ต่างก็กล่าวพร้อมกัน
“เพราะงี้แหละ! ถึงจำเป็นต้องกิน!”
“……”
หลังจากที่ทั้งสองกล่าวจบ พวกเขาก็ผงะไปพร้อมกัน
ทันใดนั้น ทั้งคู่ก็หันหน้ามามองหน้ากัน
ทั้งคู่มองเห็นความหมาย ของความเข้าอกเข้าใจ ในดวงตาของ
กันและกัน
ทั้งสองเดินเข้าหากัน และจับมือกัน
มู่ว่านเอ๋อ: “สหาย!”
หลู่ ชางเชิง: “เถี่ยฉือ!”(铁磁 อ่านว่า “เถี่ยฉือ (tiěcí)” แปลว่า
เพื่อนผู้ชายที่สนิทกันระหว่างผู้ชายด้วยกัน เป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก
จนติดกันเป็นแม่เหล็ก หากจะเบากว่านี้หน่อย ก็จะใช้คำว่า 哥们儿
(gēmēnr เกอเมอร์) ซึ่งใกล้เคียงกับคำว่า “พรรคพวก”)
แม้ว่ามู่ว่านเอ๋อจะไม่เข้าใจความหมายของเถี่ยฉือ
แต่ถ้าดูในสถานการณ์ปัจจุบัน สิ่งที่เข้าใจได้คือ อีกฝ่ายเข้าใจ
ในต้วเขา (นาง)!
หูชิงปิดหน้าด้วยความลำบากใจ จากนั้นจึงมองผู้อาวุโสหลี่ด้วย
สายตาขอโทษ
ผู้อาวุโสหลี่ทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน และพยักหน้าเพื่อแสดงว่าเขา
เคยชินกับมันแล้ว
ขณะนี้อาหารมาเสิร์ฟแล้ว
หลู่ชางเฉินและมู่ว่านเอ๋อ กลับมานั่งที่เดิม
เริ่มกินข้าว
หลู่ชางเฉินนั้นดูอ่อนโยนและสง่างาม แต่ความเร็วของเขาเร็ว
มาก
มู่ว่านเอ๋อกินอย่างหรูหรา แต่เธอไม่ได้ช้าไปกว่าหลู่ชางเฉิง!
“ลุง ทำอะไรอยู่ที่จงหยู?”
ลุง?
หลู่ชางเฉินจับใบหน้าของเขา มองไปที่หูชิงแล้วถามว่า “ผู้
อาวุโสหู ข้าดูแก่หรือเปล่า”
หูชิง: “…”
มู่ว่านเอ๋อกัดอาหารแล้วถามต่อไป: “ท่านมาที่นี่เพื่อเข้าร่วมงาน
ปราชุมนักปรุงยาหรือไม่?”
หลู่ชางเฉินพยักหน้า
ลุงหลี่ก็สนใจเช่นกัน และถามว่า “โอ้ แล้วตอนนี้เจ้าเป็นนักปรุง
ยาระดับไหน?”
ผู้ที่สามารถเข้าร่วมงานปราชุมนักปรุงยา
ข้อกำหนดขั้นต ่าคือระดับผู้เชี่ยวชาญปรุงยา
สำหรับระดับปรมาจารย์ปรุงยานั้น
ล้วนเป็นแขกของกองกำลังต่างๆ ดังนั้นย่อมไม่ปรากฏที่นี่
ปรมาจารย์ปรุงยาคือ สิ่งมีชีวิตที่เปรียบเหมือนมังกรเห็นหัวแต่ไม่
เห็นหาง
หลู่ชางเชิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ขั้นสี่”
เขาไม่ได้โกหก เขาพึ่งผ่านการทดสอบมาไม่นานนี้
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้อาวุโสหลี่ก็หมดความสนใจทันที
ระดับผู้เชี่ยวชาญปรุงยาขั้นสี่
อาจได้รับความเคารพจากที่อื่นบ้าง
แต่สำหรับพวกเขา ที่เป็นสมาชิกของสามตระกูลลับ
ระดับผู้เชี่ยวชาญปรุงยาขั้นสี่ ยังคงไม่สามารถดึงดูดสายตาของ
พวกเขาได้!
มู่ว่านเอ๋อยิ้มและกล่าวว่า: “ท่านลุง ถ้าอย่างนั้นท่านต้องพยายาม
อีกสักหน่อยนะ”
หลู่ชางเฉิน จิบไวน์ของเขาแล้วพยักหน้า
หลังอาหาร
ทั้งสองออกไป
หลู่ชางเฉินและหูชิง ไปที่งานปราชุมนักปรุงยาเพื่อลงทะเบียน
หลังจากนั้น ก็หาที่พัก
วันต่อมา
งานปราชุมนักปรุงยาเริ่มต้นขึ้น
ผู้เข้าร่วมทั้งหมดมาถึงประตูด้านนอกของตันซ่ง
ที่นี่ เวทีจตุรัสถูกสร้างขึ้น
รอบเวทีจัตุรัสมีที่นั่งเรียงเป็นแถว
ด้านหน้ามีโต๊ะสี่เหลี่ยม และชายชราสี่คนนั่งอยู่หน้าโต๊ะสี่เหลี่ยม
ชายชราทุกคนแต่งกายด้วยชุดคลุมสีขาว มีตัว丹(ตัน)พิมพ์ที่
หน้าอกด้านซ้ายของชุดคลุม
เห็นได้ชัดว่าพวกเขาทั้งสี่เป็นผู้อาวุโสของตันซ่ง
ผู้อาวุโสคนหนึ่งยืนขึ้นและกล่าวเสียงดัง: “นี่คือสถานที่สำหรับ
งานปราชุมนักปรุงยารอบแรก”
“หลังจากผ่าน เจ้าสามารถเข้าสู่ด้านนอกตันซ่ง สำหรับรอบที่
สอง”
“รอบชิงชนะเลิศจะจัดขึ้นที่ประตูด้านในของตันซ่ง”
“สำหรับรางวัล 20อันดับแรกสามารถเข้าร่วมตันซ่งของข้าได้”
“อันดับที่ 3 ได้รับหญ้าเทียนหลิง(หญ้าจิตวิญญาณสวรรค์)”
“อันดับที่ 2 เจ้าจะได้รับเตาปรุงยาระดับปฐพี”
“อันดับ 1 คือเม็ดยาหยวนฮุ่น(เม็ดยาวิญญาณแรกเริ่ม)ระดับ
ปฐพี”
ท่ามกลางความโกลาหลของฝูงชน
ผู้อาวุโสประกาศว่า: “การประเมินรอบแรกคือการกลั่นยาขั้นสูง
ระดับลึกลับ!”
“ตอนนี้ ทุกคนเริ่มได้”
ด้วยคำกล่าวของผู้อาวุโส งานปราชุมนักปรุงยาเริ่มต้นอย่างเป็น
ทางการ!