โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 137 ชายลึกลับในชุดคลุมสีดำ
ทะเลทรายทางตอนใต้
ผู้คนที่ได้ยินข่าวของดินแดนลับ รีบมาที่นี่จากทุกทิศทุกทาง
ดินแดนลับ อาณาจักรโบราณ!
ต้องมีมรดกโบราณนับไม่ถ้วนอยู่ในนั้น!
และมรดกโบราณ สามารถทำให้ผู้คนทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าได้!
พวกเขาจะปฏิเสธ การทดสอบเช่นนี้ได้อย่างไร?
ค่าจ้างของความโลภคือความตาย
ผู้ฝึกตนจะสังหารและแย่งชิงกัน เพื่อมรดกเหล่านี้!
ฉินเทียนหนานก็มาที่นี่ พร้อมกับเย่ชิวไป่และคนอื่นๆด้วยเช่นกัน
ผู้คนที่อยู่รอบๆนั้น ก็หันมามองเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นว่าเขาเป็นสมาชิกของสำนักชางเต๋าแดน
ใต้ พวกเขาจึงไม่ได้สนใจมากนัก
ถึงแม้ว่า ฉินเทียนหนานจะเป็นคนกระจายข่าว
ก็เป็นเพียงเพราะ ความแข็งแกร่งของสำนักชางเต๋าแดนใต้นั้น
อ่อนแอมาก!
ในโลกนี้ คนที่อ่อนแอจะไม่มีสิทธิ์จะกล่าว และพวกเขาจะไม่ถูก
สนใจจากคนอื่นด้วย
ฉินเทียนหนานเอง ก็ไม่สนใจเรื่องนี้ และกล่าวกับเย่ชิวไป่และคน
อื่นๆ: “ในตอนเที่ยง เราจะร่วมกันเปิดมิติพื้นที่ จากนั้นเจ้าก็สามารถ
เข้าไปได้”
“ดินแดนลับนี้ยังไม่ถูกสำรวจ จึงไม่มีใครรู้ว่ามีอะไรอยู่ในนั้น”
“ดังนั้น ความปลอดภัยทุกอย่าง ขึ้นอยู่กับตัวเจ้าเอง”
เมื่อเขากล่าวคำเหล่านี้ ใบหน้าของฉินเทียนหนานเคร่งขรึม และ
น ้าเสียงของเขาเต็มไปด้วยคำเตือน
ท้ายที่สุด เย่ชิวไป่และคนอื่นๆ ก็มีความสามารถอย่างมาก
อาจกล่าวได้ว่าทั้งสี่คนนี้ ฉินเทียนหนานเชื่อว่า ตราบใดที่พวก
เขาเติบโตอย่างราบรื่น พวกเขาจะยืนอยู่บนจุดสูงสุดของโลกนี้อย่าง
แน่นอนในอนาคต
ดังนั้น ฉินเทียนหนานไม่ต้องการให้พวกเขาสูญเสีย
“โอ้? ศิษย์พี่เย่!”
มีชายคนหนึ่งถือดาบเข้ามาทักเย่ชิวไป่
เย่ชิวไป่มองไป อดไม่ได้ที่จะยิ้มและกล่าวว่า “เหลียงเฟิงเจ้าอยู่
ที่นี่ด้วยเหรอ?”
ชายผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากเหลียงเฟิงผู้เย่อหยิ่งของนิกายห
ยินเจี้ยนซ่ง
ตอนนี้ เหลียงเฟิงได้ฝึกฝนหนักมากขึ้น หลังจากถูกเย่ชิวไป่ข่ม
เหง!
เข้าสู่สุสานดาบ และลับคมดาบอย่างบ้าคลั่ง
ความแข็งแกร่งของเขา ดีขึ้นมาก!
เหลียงเฟิงยิ้มพร้อมกับดาบของเขาในอ้อมแขน: “โดยปกติแล้ว
ดินแดนลับโบราณนั้นน่าดึงดูดอย่างมาก ที่นี่รวบรวมอัฉริยะและสัตว์
ประหลาดเกือบทั้งหมดบนแผ่นดินใหญ่”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เย่ชิวไป่ก็มองไปรอบๆ
ใช่จริงๆ ผู้คนที่มาที่นี่ไม่ใช่บุคคลธรรมดา!
เหลียงเฟิงยิ้มและกล่าวว่า: “แล้วหลังจากเข้าสู่ดินแดนลับแล้ว
เราจะแข่งขันกันอีกครั้งไหม?”
“แข่งกัยยังไง?”
“ผู้ใดรับมรดก ก็ชนะไป!”
เย่ชิวไป่ไม่สนใจสิ่งเหล่านี้ แต่เมื่อเขาเห็นความกระตือรือร้นของ
เหลียงเฟิง เขาก็พยักหน้า
ตอนนี้เอง สำนักชางเต๋าหลักจลหยู นำโดยรองเจ้าสำนักก็มาถึง
เมื่อเห็นเย่ชิวไป่ เขาพยักหน้าให้เล็กน้อย
เพื่อแสดงความกรุณา.
ส่วนสำนักชางเต๋าแดนเหนือ
นำโดย ผู้ฝึกดาบอันดับหนึ่งในแดนเหนือ หยุนจิง ซึ่งอยู่ใน
อันดับหกในรายนามผู้เยี่ยมยุทธ์สี่ภูมิภาค
ข้างหลังเขาคือ เจี้ยนเจาเมี่ยน
จากแดนตะวันออก มันคือฉีเซิ่ง และคนอื่นๆ
นอกจากนี้ ผู้คนจากนิกายพุทธะในภูมิภาคตะวันตกสังเกตเห็นห
นิงเฉินซินทุกคนต่างก็จ้องมองมาที่เขา!
หงหยิงถาม: “ศิษย์น้องสาม นิกายพุทธะเป็นปฏิปักษ์กับเจ้า
เหรอ?”
หนิงเฉินซินยิ้มเบาๆ และกล่าวอย่างเฉยเมยว่า “มันไม่ใช่เรื่อง
ใหญ่ แค่ข้าเคยบุกไปนิกายพุทธะมาก่อน”
“ต้องขอบคุณการมาถึงของ่านอาจารย์ เซียวเซิงจึงสามารถ
หลบหนีได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ”
ฉินเทียนหนาน: “…”
บุกไปนิกายพุทธะ…
พลังของนิกายพุทธะนั้นลึกลับอย่างยิ่ง และไม่มีใครกล้าที่จะยั่วยุ
ปกติแล้วา หนิงเฉินซินจะดูสงบเสงี่ยมที่สุด ไม่ชอบสร้างปัญหา
ทำไมจึงทำให้เกิดปัญหา และปัญหามันใหญ่มาก…
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ฉินเทียนหนานอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวอย่างช่วย
ไม่ได้
มู่ว่านเอ๋อมองไปรอบๆ
ดูเหมือนจะกำลังมองหาใครบางคน
ในไม่ช้า ตาของเธอก็สว่างขึ้น และเธอก็โบกมือไปที่แห่งหนึ่งแล้ว
ตะโกน: “ท่านพ่อ!”
มู่เหอเจ๋อสังเกตเห็นบางอย่าง หันศีรษะไปมอง ยิ้มแล้วเดินไป
“ว่านเอ๋อ ทำไมเจ้ามาอยู่ที่นี่”
มู่ว่านเอ๋อยิ้มและกล่าวว่า “ออกมาพักผ่อนน่ะ”
มู่เหอเจ๋อมองไปที่เย่ชิวไป่และคนอื่นๆ พยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “เจ้า
ต้องเป็นศิษย์ของผู้อาวุโส ที่หว่านเอ๋อกล่าวถึง”
“ฝากเจ้าช่วยดูแลว่านเอ๋อด้วยนะ”
มู่เหอเจ๋อ ในฐานะหนึ่งในสามตระกูลลึกลับคือตระกูลมู่ กลับไม่มี
ความเย่อหยิ่งแม้แต่น้อย!
เย่ชิวไป่ยิ้มและพยักหน้า: “มันเป็นเรื่องปกติ ที่พวกเราจะดูแล
อย่างดี!”(ตอนนี้ผมพึ่งสังเกตนะครับว่า มู่จือชิง กับมู่ว่านเอ๋อ เป็นคน
ละตระกูลกัน慕梓晴 มู่จือชิง มู่ที่แปลว่า โหยหา ปราถนา ส่วน 木婉
儿 มู่ว่านเอ๋อ มู่ที่แปลว่า ไม้ ต้นไม้ ป.ล. ก็ว่า ไม่เห็นสาวๆทักกัน ที่
แท้อยู่คนละตระกูล >-<)
…
เมื่อถึงยามอู่ (ประมาณเที่ยงวัน)
ฉินเทียนหนานกล่าวว่า: “เอาล่ะ เมื่ออุโมงค์มิติเปิด เจ้าสามารถ
เข้าไปได้ทันที”
หลังจากกล่าวจบ เขาก็บินขึ้นไปคนเดียว และไปที่รอยแตกมิติ
ผู้นำของกองกำลังต่าง ๆ ก็รวมตัวกันที่รอยแตกมิติ
แน่นอนว่าพวกเขาพร้อมผนึกกำลังเพื่อเปิดอุโมงค์มิติแล้ว!
ภายใต้ความพยายามร่วมกันของทุกคน ลมปราณอันน่า
สะพรึงกลัวกระทบกับรอยแตกของมิติ!
มิติปั่นป่วนขึ้น ครั้งแล้วครั้งเล่า!
ด้านหลัง มีผู้คนเตรียมความพร้อมไว้แล้ว
หลังจากยับยั้งความปั่นป่วนได้แล้ว!
ในหมู่พวกเขา มีคนกล่าวว่า: “อุโมงค์มิติเปิดแล้ว และเจ้าเข้าไป
ได้”
“อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ไม่ผ่านข้อกำหนดจะต้องไม่เข้าร่วม มิฉะนั้น
พวกเขาจะถูกขับไล่โดยดินแดนลับ และผลที่ตามมาจะเป็นความ
เสี่ยงของพวกเขาเอง”
มีบางคนที่ต้องการตกปลาในน่านน ้าที่มีปัญหา ก็ชะงักเมื่อได้ยิน
คำเหล่านี้
บางคนอายุมากกว่าสามสิบปี แต่ไม่มากนัก ดังนั้นพวกเขาจึง
อยากลองเสี่ยงโชคดู
อย่างไรก็ตาม หลังจากคำกล่าวของบุคคลนี้ ความคิดของคน
ส่วนใหญ่ก็หายไปทันที
แต่อย่างไรก็ตาม ยังมีคนที่ต้องการลองต่อสู้!
สิ่งล่อใจของดินแดนลับโบราณนั้น ยิ่งใหญ่เกินไปสำหรับพวก
เขา
“เข้าไปได้!”
ทันทีที่สิ้นเสียงผู้คนจากทุกทิศทุกทาง ก็เข้าไปในอุโมงค์มิติ!
เย่ชิวไป่และคนอื่นๆ ก็เข้าไปด้วยเช่นกัน
ในอุโมงค์มิติ เนื่องจากค่ายกล ทำให้มีความเสถียรมาก
และที่ปลายอุโมงค์ เจ้าจะเห็นดินแดนแห้งแล้งขนาดใหญ่!
นอกที่ดินมีรั้วกั้น
อบอวลด้วยบรรยากาศที่ดี
เมื่อเห็นเช่นนี้ หงหยิงก็แน่ใจ
สถานที่แห่งนี้ถูกทิ้งไว้โดยมหาเสนาบดี!
ลมปราณในนี้ เหมือนกับของมหาเสนาบดีทุกประการ
ในเวลานี้ มีใครบางคนกำลังเร่งปราณอย่างรุนแรง และพุ่งเข้าหา
กำแพงปราณ!
“มรดกต้องเป็นของข้า!”
ในหมู่คนกลุ่มนั้น พวกเขาส่วนใหญ่ถูกพลังที่มองไม่เห็นสังหาร
ทันที ก่อนที่พวกเขาจะแตะกำแพงปราณด้วยซ ้า!
แต่มีคนอีกกลุ่มเล็กๆ เข้ามาได้สำเร็จ
เห็นได้ชัดว่าคนที่ถูกสังหาร คือผู้ฝึกตนที่ฉวยโอกาส และ
ต้องการตกปลาในน่านน ้าที่มีปัญหาเพื่อเข้าสู่ดินแดนลับ
ไม่มีใครเห็นใจคนเหล่านี้
กล่าวได้คำเดียวว่า ทำตัวเอง!
เมื่อมองดูผู้คนก้าวเข้าสู่ดินแดนลับทีละคน
เย่ชิวไป่ยิ้มและกล่าวว่า “เข้าไปกันเถอะ”
ทุกคนพยักหน้า
ทั้งห้าคนเข้าไปในกำแพงปราณพร้อมกัน
และหลังจากที่เย่ชิวไป่เข้าไป
ด้านหลังของเขา มีบุคคลที่สวมเสื้อคลุมสีดำทั้งตัวยืนอยู่ที่นี่
บอกไม่ได้ว่าเป็นชายหรือหญิง
เห็นเพียงว่าในดวงตาที่เปิดเผยเพียงคู่เดียวนั้น มองไปยังแผ่น
หลังของเย่ชิวไป่ และมีความเกลียดชังอย่างสุดซึ้ง!
…
เบื้องหลังกำแพงปราณคือดินแดนที่แห้งแล้ง!
และในดินแดนนี้เต็มไปด้วยปราณจิตวิญญาณเข้มข้น!
ปราณจิตวิญญาณอบอวลสุดๆ!
เมื่อเทียบกับโลกภายนอก เข้มข้นมากกว่าสิบเท่า!
มู่ว่านเอ๋อรู้สึกประหลาดใจ: “นี่เป็นเพราะค่ายกลงั้นหรือ?”
“แม้ว่าจะเป็นค่ายกลรวบรวมวิญญาณ ก็ไม่น่าจะมีผลแบบนี้
นับประสาอะไรกับดินแดนลับทั้งหมด”
หงหยิงอธิบายว่า: “นี่คือค่ายกลรวบรวมวิญญาณแบบโบราณ
เป็นปกติที่ค่ายกลนี้ดีกว่าค่ายกลรวบรวมวิญญาณทั่วไป แต่ไม่
สามารถเปรียบเทียบกับศาลาเฉาถังได้”
“พี่สาวหงหยิงรู้เรื่องค่ายกลด้วยเหรอ?”
หงหยิงยิ้มด้วยนัยน์ตาแห่งความระลึกถึง
“ที่นี่คือสนามฝึกผนของอาณาจักรหยุนหวง!”