โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 201 กลั่นกายเนี้อในอาณาเขตดาบ!
ซือเฉิง.
ไม่มีใครเคยได้ยินชื่อของบุคคลผู้นี้
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่มาที่สำนักชางเต๋าคราวนี้ ต่างก็มีตัวตนที่
ค่อนข้างเป็นที่รู้จักในโลกผู้ฝึกตน
ยกตัวอย่างเช่น ชายที่ยังคงยืนหยัดอีกคน
คนผู้นี้คืออัจฉริยะของตระกูลยักษ์ใหญ่จงหยู
เฉินหมิงซือ
ในจงหยู เขาเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงของบุตรแห่งสวรรค์ด้วย!
ตั้งแต่อายุยังน้อย เขาทะลวงไปสู่ขอบเขตก้าวข้ามแดนหยวนได้
และยังมีความสามารถ ในการต่อสู้ข้ามระดับอีกด้วย!
อย่างไรก็ตาม ซือเฉิงผู้นี้ กลับไม่เป็นที่รู้จัก
เขาดูเหมือนเป็นผู้ฝึกตนธรรมดาๆ ในหมู่ผู้ฝึกตนทั้งหมด โดย
ไม่มีชื่อเสียงใด ๆ
ทุกคนไม่แปลกใจกับเรื่องนี้
ยังไงซะ ในโลกนี้ ก็ต้องกองกำลังลับที่ซ่อนอยู่
และพลังของกองกำลังที่ซ่อนเร้น ก็ทรงพลัง!
มันเป็นเรื่องปกติ ที่จะคนทั่วไปจะไม่รู้
อย่างไรก็ตาม ขอบเขตของซือเฉิง อยู่แค่ขั้นต้นของคฤหาสน์
ม่วงเท่านั้น และสมรรถภาพทางกายของเขายังอ่อนแอมาก
นี่จะเป็นสมาชิดกองกำลังซ่อนเร้นและทรงพลังได้อย่างไร?
คาดกันว่าเป็น เขาคงเป็นเพียงผู้ฝึกตนธรรมดา
แต่ผู้ฝึกฝนธรรมดาผู้นี้นั้น มีแรงใจที่แข็งแกร่งกว่าทุกคนที่อยู่
ที่นี่!
ภายใต้อาณาเขตดาบ เขาสามารถอยู่ได้จนถึงตอนนี้!
ตอนนี้ ใบหน้าของซือเฉิงซีดขาว
ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับจะล้มลงได้ทุกเมื่อ
แต่.
เมื่อใดก็ตามที่ทุกคนคิดว่า ซือเฉิงกำลังจะล้มลง
เขาก็ยังยืนนิ่งได้อยู่!
ดุจต้นสนในลมหนาว!
ยืนนิ่งอยู่ในทุ่งน ้าแข็ง!
ส่วนเฉินหมิงซือที่อยู่ด้านข้าง ก็สังเกตเห็นซือเฉิง
ภายใต้การโจมตีด้วยเจตจำนงดาบในขอบเขตบรรพจารย์ดาบ
เขายังยืนมาจนถึงตอนนี้
แม้ว่าจะเป็นเขาเอง ปราณในร่างกาย ก็แทบจะหมดสิ้น!
ต้องพึ่งแรงใจเท่านั้นที่ยึดมั่น!
เฉินหมิงซือ รู้สึกว่าร่างกายของเขาหนักขึ้นอย่างช้าๆ และสติ
ของเขาเริ่มเลือนลาง
อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาเห็นว่าซือเฉิงยังไม่ล้มลง
เฉินหมิงซือได้แต่กัดฟันสู้ต่อไป!
เขาคืออัจฉริยะของตระกูลยักษ์ใหญ่!
ผู้มีชื่อเสียงทั่วแดนจงหยู!
เขาจะถูกกดดันโดยผู้ฝึกฝนที่ไร้ชื่อ ซึ่งร่างกายอ่อนแอกว่าเขา
ได้อย่างไร?
นี่ไม่ใช่การรักษาหน้า
แต่คือความภูมิใจของการเป็นผู้ฝึกตนอัจฉริยะ
ผู้บ่มเพาะเต๋า ต้องแข่งขันกับสวรรค์และปฐพี
สิ่งที่เจ้าใช้ต่อสู้เพื่อมัน คือความเย่อหยิ่ง!
ถ้าเจ้าไม่มีความเย่อหยิ่งแบบนี้ เจ้าจะกล่าวถึงการปีนขึ้นไปบน
จุดสูงสุดได้อย่างไร?
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เฉินหมิงจือก็กัดฟันและยืนหยัดต่อไป
กัดแม้กระทั่งขอบปาก จนมีสีแดงสดรอบริมฝีปากแล้ว!
เย่ชิวไป่ดูฉากนี้ด้วยความสนใจอย่างมาก
เฉินหมิงซือ นี้ค่อนข้างดี
พรสวรรค์และพละกำลังนั้นดีที่สุดในหมู่คนรุ่นเยาว์
อย่างไรก็ตาม คนเขาสนใจมากกว่า
นั่นคือ ซือเฉิง!
ขอบเขตต ่า สมรรถภาพทางกายไม่ดี
แต่เขาก็อยู่ได้จนถึงตอนนี้
คงต้องบอกว่า เย่ชิวไป่รู้สึกทึ่งกับความมุ่งมั่นนี้
“งั้น… ถ้าทำให้มันยากขึ้นล่ะ?”
เย่ชิวไป่ยิ้มเล็กน้อยและยื่นนิ้วออกมา
เจตจำนงของบรรพจารย์ดาบผสานเข้ากับอาณาเขตดาบ!
และการรวมกันของเจตจำนงนี้ ในอาณาเขตดาบ ก็มีลมพายุ
ดาบสองอันเกิดขึ้นจริง!
โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ซือเฉิงและเฉินหมิงซือ
ขังพวกเขาทั้งสองไว้ในกรงพายุ!
เมื่อทุกคนเห็นสิ่งนี้ ใบหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย!
เจตจำนงดาบในอาณาเขตดาบนั้นยากที่จะต้านทาน
แต่ตอนนี้ กลับแข็งแกร่งขึ้นอีก!
ซือเฉิงและเฉินหมิงซือ ทัั้งสองคนจะต้านทานได้อย่างไร?
ฉินเทียนหนานขมวดคิ้วเล็กน้อยเช่นกัน มองไปที่เย่ชิวไป่ และ
กล่าวว่า “ชิวไป่ นี่รุนแรงเกินไปหรือเปล่า”
เมื่อได้ยินเช่นนี้เย่ชิวไป่ ส่ายหัวและกล่าวว่า: “การไหลบ่าของ
เจตจำนงดาบนี้ คือการโจมตีร่างกายของพวกเขา และใน
ขณะเดียวกัน ก็สามารถช่วยให้กายเนื้อของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้นได้
เช่นกัน”
“ถ้าพวกเขารอด มันจะทำให้ร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่งขึ้น”
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ ฉินเทียนหนานยิ้มและกล่าวว่า “ดูเหมือนว่า
เจ้าจะชอบซือเฉิง?”
เย่ชิวไป่มองซือเฉิงในแง่ดี?
เย่ชิวไป่ยิ้มโดยไม่กล่าวอะไรสักคำ
เห็นได้ชัดว่า ฉินเทียนหนานเดาเจตนาของเย่ชิวไป่ออก
สมรรถภาพกายเนื้อของซือเฉิงแย่เกินไป และมีสิ่งสกปรกใน
ร่างกายมากเกินไป
เส้นลมปราณแคบและแออัดเกินไป
มันยังทำให้ลมปราณทำงานไม่ปกติ
ด้วยร่างกายแบบนี้ เมื่อเวลาผ่านไป การทำลายขอบเขตมันจะ
ยากมากยิ่งขึ้น
หรือร้ายแรงยิ่งกว่านั้นอีก
เมื่อเวลาผ่านไป มันอาจจะเป็นการสะสมของอาการบาดเจ็บที่
ซ่อนอยู่!
การเคลื่อนไหวของเย่ชิวไป่ มุ่งเป้าไปที่ซือเฉิง เพื่อกลั่นร่างกาย
ของเขา
ในอาณาเขตดาบ
มีการเพิ่มขึ้นของพายุดาบ
ใบหน้าของเฉินหมิงซือเปลี่ยนไปด้วยความตกใจ!
เขารู้สึกถึงพายุที่รายล้อมเข้ามาหาเขาเป็นศูนย์กลาง
เฉินหมิงซือ คิดจะล้มเลิก!
และมันเป็นเพราะอารมณ์ที่เปลี่ยนไป แรงใจที่มีอยู่ถึงขีดสุด ก็
พังทลายลง!
เหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่ยื้อไว้!
เฉินหมิงซือ กระอักเลือดออกมาเต็มปาก แล้วบินกลับหัว!
หลุดออกนอกขอบเขตดาบ!
เสียคุณสมบัติไปทันที!
ในลานสำนัก เหลือเพียงซือเฉิงเท่านั้น!
ทุกคนมุ่งความสนใจไปที่ซือเฉิง
ทุกคนเห็นว่าพายุแห่งคมดาบ พุ่งเข้ามาหาเขาตลอดเวลา
เศษเสี้ยวของคมดาบกระทบร่างกายของเขา!
อย่างไรก็ตาม ซือเฉิงยังคงมีสีหน้าดื้อรั้นไม่ยอมล้มลง!
สี่งนี้ทำให้ทุกคนตกใจ
สายตาที่มองซือเฉิง ค่อยๆ เปลี่ยนจากดูถูกเป็นเคารพ
ถูกต้อง
เคารพ.
ความมุ่งมั้นของซือเฉิง ได้รับความเคารพจากผู้ฝึกตนทุกคน!
รวมถึงผู้อาวุโสของสำนักชางเต๋า และฉินเทียนหนานด้วย
ในหมู่พวกเขา ผู้อาวุโสคนหนึ่งพยักหน้าและกล่าวว่า: “แม้ว่า
พรสวรรค์จะอ่อนแอไปหน่อย แต่เขาก็เป็นต้นกล้าที่ดีสำหรับการบ่ม
เพาะ”
“ถ้าศาลาเฉาถังไม่ยอมรับเขา ข้าจะรับเขาเป็นศิษย์และส่งต่อ
เสื้อคลุมสืบทอดให้เขา”
ฉินเทียนหนานกล่าวด้วยรอยยิ้มในขณะนี้: “ผู้อาวุโส ข้าสนใจ
เด็กคนนี้ด้วย ถ้าเขาไม่ได้เข้าไปในศาลาเฉาถัง ข้าจะฝึกเขาเป็นการ
ส่วนตัว และหลังจากนั้น ข้าจะส่งเขาไปที่สำนักหลักด้วย ”
ผู้อาวุโสทุกคนพยักหน้าเมื่อได้ยินสิ่งนี้
ยิ่งไปสำนักหลักยิ่งดี
ด้วยแรงใจอันแน่วแน่เช่นนี้ เส้นทางแห่งการบ่มเพาะของเขา จะ
ราบรื่นขึ้นมาก
หากกล่าวว่า พรสวรรค์กำหนดขีดจำกัดล่างของบุคคล
ถ้าอย่างนั้น แรงใจจะเป็นตัวกำหนดขีดจำกัดสูงสุดของมนุษย์!
หากเจ้ามีพรสวรรค์เพียงอย่างเดียว แต่ความมุ่งมั่นของเจ้าไม่
แข็งแกร่งพอ เจ้าจะไม่มีทางไปถึงจุดสูงสุดได้!
เย่ชิวไป่มองไปที่ซือเฉิงในอาณาเขตดาบอย่างเงียบๆ และไม่
กล่าวอะไร
เวลาผ่านไป 1 เฟิน 1 เมี่ยว (1นาที1วินาที)
ในอาณาเขตดาบ ทุกครั้งที่ซือเฉิงยืนหยัดอยู่ หนี่งเมี่ยว(1วินาที)
สิ่งสกปรกสีดำจะซึมออกจากร่างกายของเขา!
เจตจำนงดาบเหล่านี้ กำลังกลั่นร่างกายของซือเฉิง!
หนึ่งชั่วยามต่อมา.
ซือเฉิงยังคงไม่ล้มลง
ร่างกายเขาเริ่มสั่น
หมดธูปอีกหนึ่งดอก
ดวงตาของซือเฉิงเปิดและปิด ปิดและเปิดหลายๆครั้ง
และในขณะนั้นเอง
เย่ชิวไป่รู้สึกว่าถึงเวลาแล้ว และยกเลิกอาณาเขตดาบ
จู่ๆซือเฉิงก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาเบาลง แต่ในขณะนี้ เขายังไม่
ล้มลง แต่มองไปที่เย่ชิวไป่ บนแท่นสูง
ทันใดนั้นก็กำหมัดแล้วกล่าวว่า “ขอบคุณ เก๋อเซี่ย”
ซือเฉิงรู้ว่า นี่คือโชคลาภที่เย่ชิวไป่มอบให้เขา!
เย่ชิวไป่ยิ้มและกล่าวว่า: “เจ้าเยี่ยมมาก ข้าจะแนะนำเจ้าให้รู้จัก
กับอาจารย์ แต่ข้าไม่รู้ว่าอาจารย์จะยอมรับเจ้าหรือไม่?”
ซือเฉิงยิ้มและพยักหน้า
ตอนนี้ ใครๆ ก็อิจฉาหนักมาก!
อย่างไรก็ตาม มันก็แค่ความอิจฉา
ท้ายที่สุดแฃ้ว ซือเฉิงชนะสิ่งนี้ด้วยตัวเอง
แม้แต่ฉินเทียนหนานก็ออกมากล่าวด้วยรอยยิ้ม: “ซือเฉิง ถ้า
ศาลาเฉาถังไม่ยอมรับเจ้า ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์ส่วนตัวและสอนเจ้า
อย่างดี”
ซือเฉิงรีบคำนับขอบคุณเขา!
และอีกด้านหนึ่ง
หลู่ชางเฉิน คิดวิธีแก้ปัญหาได้แล้ว และเริ่มการทดสอบรอบที่
สอง!