โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 229 หยุดใส่ร้ายข้า!
พิชิตเส้นทางสวรรค์
ไม่ใช่แค่เพื่อไปสู่เขตแดนเบื้องบนเท่านั้น แต่เพื่อไล่ตามขอบเขต
ที่สูงขึ้น
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการมีอายุยืนยาว
เพื่อปกป้องเขตแดนโลกแห่งนี้
อย่าปล่อยให้ผู้คนจากเขตแดนนอก ยึดครองหัวใจของเขตแดน
ซึ่งทำให้ปราณจิตวิญญาณหายไปและผู้คนบนโลกนี้จะสูญพันธุ์!
เมื่อทุกคนได้ยินข้อมูลนี้ พวกเขาอดไม่ได้ที่จะเงียบ
ในทุ่งน ้าแข็ง พร้อมกับการหายไปของหัวใจของเขตแดน พายุก็
ค่อยๆ สลายไป
มีเพียงลมหนาวกัดกร่อนที่ไม่เปลี่ยนแปลงเท่านั้น ที่ยังคงพัด
ผ่านร่างกายของทุกคนราวกับหอกน ้าแข็ง
หงหยิงสวมเสื้อคลุมสีแดงผูกเอวด้วยริบบิ้นสีน ้าเงิน
มือถือหอก มีความเย่อหยิ่งเย็นชาในดวงตาของนาง
s’spb’มองไปรอบๆ เพื่อดูว่ากองกำลังใดที่จะเข้าร่วม ในการ
สนับสนุนok’
ในเวลานี้ หลินหลูเฟิ่ง เดินออกมาก่อน
ด้วยใบหน้าที่จริงจัง เขากำหมัดแน่นและกล่าวว่า “นิกายหยิน
เจี้ยนซ่งแห่งจงหยู ยินดีที่จะเข้าร่วมกับจักรวรรดิหยุนหวง เพื่อ
ต่อต้านศัตรูด้วยกัน!”
เจ้าสำนักหยานผงะไปครู่หนึ่ง จากนั้นสาปแช่งอย่างลับๆ ว่า
“จิ้งจอกเฒ่า”
เขาตามหลินหลูเฟิ่งมา เจ้าสำนักหยานยืนขึ้น กำหมัดของเขา
และกล่าวด้วยน ้าเสียงที่เข้มข้น: “สำนักเต๋าจงหยู ยินดีที่จะเข้าร่วมกับ
จักรวรรดิหยุนหวงเพื่อต่อต้านต่างชาติ”
นิกายหยินเจี้ยนซ่งและสำนักชางเต๋า
ต่างก็เป็นกองกำลังยักษ์ใหญ่ของจงหยู
พวกเขามีชื่อเสียง.
ตอนนี้ ยักษ์ใหญ่ทั้งสองกล่าวว่า พวกเขาต้องการเข้าร่วม
จักรวรรดิหยุนหวง ซึ่งช่วยไม่ได้ที่จะทำให้หัวใจของกองกำลัง
บางส่วนเริ่มลังเล
หากเจ้าไม่เข้าร่วม แล้วจักรวรรดิหยุนหวงชนะในภายหลัง
ผลประโยชน์จะหายไปอย่างมาก
แต่หากเจ้าเข้าร่วม แล้วเจ้าล้มเหลว มีเพียงจุดจบเดียวเท่านั้น
นั่นคือการถูกทำลายล้างโดยสิ้นเชิง!
การตัดสินใจครั้งนี้ เดิมพันด้วยชีวิตและความตายของตระกูล
นิกาย
จะเลือกอย่างไรดี.
สิ่งนี้ทำให้นิกายระดับสูงจำนวนมากคิดหนัก
ในเวลานี้ ชายวัยกลางคนออกมาและกล่าวด้วยเสียงอันดัง:
“ตระกูลมู่แห่งจงหยู ยินดีที่จะเข้าร่วมกับจักรวรรดิหยุนหวง”
ตระกูลมู่แห่งจงหยู!
ยังเป็นหนึ่งในกองกำลังขนาดใหญ่ในจงหยู
ชายวัยกลางคนที่โดดเด่นในตอนนี้คือ หัวหน้าตระกูลมู่ คน
ปัจจุบัน มู่เหอเจ๋อ
หนิงเฉินซินมองไปที่มู่เหอเจ๋อ และถามเบาๆ ว่า “เขาเป็นบิดา
ของว่านเอ๋อหรือเปล่า”
เย่ชิวไป่ยิ้มและพยักหน้า
มู่ว่านเอ๋อเป็นเจ้าหญิงน้อยของตระกูลมู่ในจงหยู ทุกคนในศาลา
เฉาถังรู้เรื่องนี้ดี
วันนี้ มีกองกำลังหลักสามกลุ่มเข้าร่วมกับจักรวรรดิหยุนหวงแล้ว
ในเวลานี้ การเข้าร่วมของตระกูลมู่กลายเป็นสิ่งที่ครอบงำความ
สมดุลของกองกำลังบางส่วน
มีกองกำลังชั้นหนึ่งบางส่วน พวกเขาทั้งหมดยืนขึ้นและแสดง
ความเต็มใจที่จะเข้าร่วมกับจักรวรรดิหยุนหวง
สิ่งที่พวกเขาคิดอยู่ในใจคือ ถึงไม่ต่อสู้ สุดท้ายมันก็เป็นทางตัน
อยู่ดี
เป็นการดีกว่าที่จะต่อสู้กับจักรวรรดิหยุนหวง ถ้าประสบ
ความสำเร็จ พวกเขาจะเป็นกองกำลังกลุ่มแรกที่เต็มใจเข้าร่วมกับ
จักรวรรดิหยุนหวง และพวกเขาจะได้รับประโยชน์มากขึ้นอย่าง
แน่นอน!
พวกเขาเดิมพันอนาคตของนิกายกับจักรวรรดิหยุนหวง
แน่นอนว่ายังมีกองกำลังจำนวนมากที่ยังคงเลือกที่จะรอดู…
หลังจากนั้น ทุกกลุ่มก็เตรียมตัวออกจากทุ่งน ้าแข็งแดนเหนือสุด
ขั้ว
ฝ่ายที่เลือกจะลงเรือลำเดียวกับจักรวรรดิหยุนหวง ต้องการถาม
ว่าจะพัฒนาต่อไปอย่างไรในอนาคต
หงหยิงกล่าวว่า: “พัฒนาตนเองต่อไป รอการเรียกหา”
หลังจากนั้น พวกเขาก็แยกย้ายกันไป
เย่ชิวไป่เข้ามา ตบไหล่หงหยิงด้วยรอยยิ้มและกล่าวว่า “ศิษย์น้อง
หญิง นี่เป็นเพียงก้าวแรก”
ภายใต้สายตาแปลกๆ ของกองพลเก้าสวรรค์ หงหยิงยิ้มและพยัก
หน้า “ขอบคุณศิษย์พี่ใหญ่”
“ไม่ต้องเกรงใจ เจ้าคือหนึ่งในครอบครัวของเรา”
“เข้าใจแล้ว” หงหยิงตอบ
เมื่อมองไปที่ฉากนี้ กองพลเก้าสวรรค์ มองหน้ากันด้วยความ
ตกใจ
เมื่อใดที่พวกเขาเคยเห็น ชายคนหนึ่งตบไหล่จักรพรรดินีอย่าง
ใกล้ชิดเช่นนี้?
ในสมัยโบราณ หากมีใครต้องการเข้าใกล้จักรพรรดินี มือของ
เขาจะถูกตัดออก
ดูเหมือนว่า พระจักรพรรดินีจะเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ
หลังจากเข้าไปอยู่ที่ศาลาเฉาถัง…
หลังจากนั้นเย่ชิวไป่และคนอื่นๆ ก็เตรียมที่จะกลับไปที่ศาลาเฉา
ถัง
และเหตุการณ์ของทุ่งน ้าแข็งแดนเหนือสุดขั้ว
ก็กระจายไปทั่วทวีปด้วย!
ศิษย์คนที่สองของศาลาเฉาถังคือ จักรพรรดินีหยุนหวงที่กลับ
ชาติมาเกิด
ด้วยความแข็งแกร่งของก้าวข้ามแดนหยวน บดขยี้และสังหาร
ขอบเขตเสมือนเทพอย่างง่ายดาย!
ทันใดนั้นเป่ยเฟิง เจ้าเมืองเป่ยหยวน ก็ถูกสังหารตายอย่าง
โหดเหี้ยม ศพของเขาถูกเหยียบย ่า และเล่าเรื่องราวของ การต่อสู้บน
เส้นสวรรค์ในสมัยโบราณ!
มันทำให้ทุกคนประหลาดใจมากยิ่งขึ้น
ปรากฎว่านอกเหนือจากโลกพวกเขาแล้ว ยังมีผู้คนที่แข็งแกร่ง
กว่าด้านนอก
พวกเขาเป็นเพียงอาณาเขตมิติโลก ระดับที่ต ่าที่สุดเท่านั้น
ผู้คนจากเขตแดนภายนอก ต้องหัวใจของเขตแดน พวกเขา
มายังเขตแดนนี้ เพื่อต่อสู้กับจักรวรรดิหยุนหวงและกองกำลังทั้งหมด
บนแผ่นดินใหญ่!
เมื่อหัวใจของเขตแดนถูกพรากไป เมื่อนั้นสิ่งที่รอเขตแดนนี้อยู่
คือ
หนทางสูญพันธ์เท่านั้น.
“ไม่น่าแปลกใจเลย ที่จักรวรรดิหยุนหวงในสมัยโบราณและกอง
กำลังทั้งหมดบนแผ่นดินใหญ่ จะรวมกันเป็นหนึ่งเดียว และเปิด
สงครามโดยไม่สนค่าใช้จ่ายทั้งหมด”
“ในตอนเริ่มต้น จักรวรรดิหยุนหวงนั้นทรงพลังมาก และใน
บรรดากองกำลังเหล่านั้น ก็มีกองกำลังที่ทรงพลังยิ่งกว่า ขอบเขต
ของพวกเขาถึงจุดสูงสุดแล้ว”
“หากเป็นเพียงการแสวงหาขอบเขตที่สูงกว่า ก็เป็นไปได้ที่จะ
ระดมพลังของทั้งโลก”
“ไม่แปลกใจเลย…”
อย่างไรก็ตาม ผู้คนในเขตแดนนอก ยังคงมีเจตนาชั่วร้าย
เช่นเดิม
ยังต้องการพิชิตหัวใจของเขตแดน
สำหรับเขตแดนทุรกันดาร(หมานฮวง) ไม่ว่ามันจะสูญพันธุ์
หรือไม่ก็ตาม ไม่ใช่เรื่องของพวกเขา
ดังนั้นกองกำลังบางส่วนที่ได้ยินข่าว จึงตัดสินใจเข้าร่วมกับ
จักรวรรดิหยุนหวง
ไม่เพียงแต่เพื่อผลกำไร แต่ยังเพื่ออนาคตของนิกายด้วย!
แต่ก็มีคนเยาะเย้ย: “ในเมื่อผู้คนจากเขตแดนนอก ต้องการหัวใจ
ของเขตแดน ทำไมเราไม่เจรจากับพวกเขาล่ะ”
“เรามอบหัวใจของเขตแดนให้พวกเขา แล้วทำไมเราไม่ตามไปที่
เขตแดนเบื้องบนล่ะ”
“ทำไมเราต้องจ่ายราคาด้วยชีวิตและความตาย เพื่อเริ่มสงคราม”
ชั่วระยะเวลาหนึ่ง ข้อความทั้งสองฝั่ง ถูกส่งไปในทั่วสี่ภูมิภาค
แต่ตอนนี้ ไม่มีใครหยุดการสร้างจักรวรรดิหยุนหวงขึ้นมาใหม่ได้
แม้ว่าหงหยิงจะไม่ได้ฟื้นคืนสู่สถานะจักรพรรดิผู้ปกครองทั้งทวีป
แต่ตอนนี้ ในฐานะจักรพรรดินีหงหยิง แม้ว่านางจะอยู่ในขอบเขต
ก้าวข้ามแดนหยวน
แต่นางก็ยังสามารถสังหารขอบเขตเสมือนเทพได้
สำหรับผู้ใต้บังคับบัญชาของนาง พวกเขาเคยมีชื่อเสียง กองพล
เก้าสวรรค์ ที่พิชิตพื้นที่ส่วนใหญ่ของโลกให้กับจักรวรรดิหยุนหวง
นี่คือพละกำลังทั้งหมดของนาง
ทั้งเก้าคน ล้วนเป็นขอบเขตเสมือนเทพ
ในบรรดาพวกเขา หัวหน้ากองพลเก้าสวรรค์ อยู่ขั้นกลาง
ขอบเขตเสมือนเทพ!
แล้วใครจะมีคุณสมบัติ ที่จะขัดขวางการสร้างจักรวรรดิหยุนหวง
ขึ้นมาใหม่ได้?
หรือใครจะกล้าลุกขึ้นมาคัดค้าน?
อย่างน้อย ก็ไม่มีใครกล้ายืนหยัดในด้านสว่าง
ในตอนนี้ ศูนย์กลางของหัวข้อสนทนา
หงหยิงและพวก ได้กลับมาที่ศาลาเฉาถังแล้ว
“ท่านอาจารย์”
ทั้งสี่คนยืนต่อหน้าหลู่ฉางเซินด้วยความเคารพ
หลู่ฉางเซินเม้มริมฝีปากและกล่าวด้วยความเบื่อหน่าย: “กลับมา
จากการก่อปัญหาแล้วเหรอ?”
เย่ชิวไป่: …
หงหยิง: …
เสี่ยวเฮย: …
หนิง เฉินซิน: …
“อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้มีความคืบหน้า อย่างน้อยข้าก็ไม่ได้
เคลื่อนไหว”
เมื่อเห็นพวกเขาเงียบ หลู่ฉางเซินจึงกล่าวคำเหล่านี้อย่างจริงจัง
ฉินเทียนหนานที่ยืนอยู่ข้างซือเฉิง ไม่สามารถพูดสิ่งใดออกมา
ได้
ซือเฉิง ถามอย่างไร้เดียงสา: “ท่านอาจารย์ หมายความว่า
อย่างไรที่กล่าวแบบนั้น?”
ฉินเทียนหนานรีบตอบแทน: “…ไม่มีความหมายลึกซึ้ง เป็นเพียง
เพราะความเกียจคร้านเท่านั้น”
ซือเซิง: “???”
ฉินเทียนหนาน ลูบหัวของซือเฉิงและกล่าวด้วยความสงสาร:
“ซือเฉิง จากนี้ไป เจ้าต้องรีบคุ้นเคยกับพฤติกรรมของอาจารย์เจ้า”
เสียงของหลู่ฉางเซินดังขึ้นทันที
“ลุงฉิน ถ้าลุงยังใส่ร้ายข้าแบบนี้อีก ข้าจะไม่ทำอะไรให้ลุงอีกแล้ว
นะ!”
ใส่ร้ายเจ้า?
ที่กล่าวออกมา ไม่รู้สึกอะไรในใจบ้างเหรอ?
เย่ชิวไป่และคนอื่นๆ ก็ปิดหน้าด้วยเช่นกัน
พวกเขาทั้งหมดรู้สึกเมา**จริงๆ…
(**醉了 zuìle คำนี้แปลตรงตัวว่าเมา นะครับ แต่จริงๆแล้ว เป็น
คำศัพท์บนอินเทอร์เน็ต สามารถใช้เพื่อแสดงความหมดหนทางหรือ
ความไม่เข้าใจหรือความชื่นชมต่อผู้คนหรือสิ่งของ )