โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 245: เศษความทรงจำ
หมู่บ้านตั้งอยู่หลังภูเขา
ภูเขาสูงตระหง่านปกคลุมท้องฟ้าและบดบังแสงอาทิตย์
เฉพาะตอนพระอาทิตย์กำลังจะตกดินเท่านั้นที่จะมีแสงตะวันส่อง
ลงมา
ชื่อของหมู่บ้านได้มาจากแสงระเรื่อตอนพระอาทิตย์ตก
หมู่บ้านหยูฮุย (หมู่บ้านสายัณห์)
นี่เป็นเพียงหมู่บ้านมนุษย์ปถุชน ไม่มีใครสนใจ…
หลู่ฉางเซินพาเสี่ยวเฮยเข้าไปในหมู่บ้าน
ขณะนี้ พระอาทิตย์กำลังตกดิน
แสงระเรื่อของดวงอาทิตย์ตกกระทบที่หมู่บ้านแห่งนี้
อย่างไรก็ตาม ในหมู่บ้านนี้เงียบสงบมาก
เสียงลมพัดใบไม้
เสียงดังกรอบแกรบ
นี่คือเสียงเดียวส่วนใหญ่ในหมู่บ้านแห่งนี้
ค่อนข้างเงียบจนน่ากลัว
หลู่ฉางเซินมองไปรอบๆ
ไม่พบร่องรอยของใครเลย
และอย่างคลุมเครือ สามารถรู้สึกถึงปราณมารได้ด้วยซ ้า!
มันลอยอยู่ในอากาศอย่างช้าๆ
“ที่นี่ไม่มีใครเลยเหรอ?”
หลู่ฉางเซินขมวดคิ้วเล็กน้อย
จิตสัมผัสกวาดไปทั่วหมู่บ้าน
เขาพบอะไรบางอย่าง
มีบ้านอยู่ด้านหน้า
บ้านหลังนี้แตกต่างจากกระท่อมไม้หลังอื่นๆ
มันหล่อจากหิน
สูงถึงสองชั้น
หรือเป็นบ้านดูเพล็กซ์…
(บ้านดูแพล็กซ์ เป็นรูปแบบห้องบ้านประเภทหนึ่ง ที่มีการแบ่ง
พื้นที่ออกเป็น 2 ชั้น โดยส่วนที่เป็นพื้นที่ห้องนอนจะอยู่ด้านบน และ
ด้านล่างจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น มุมทำงาน
ห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องน ้า เป็นต้น)
ดูเหมือนว่าคนที่เคยอยู่ที่นี่ จะเป็นหัวหน้าหมู่บ้านหยูฮุย
ในบ้านหินหลังนี้ หลู่ฉางเซินรู้สึกได้ถึงลมปราณที่แรงกว่าคน
ทั่วไป
มันน่าสนใจมากยิ่งขึ้น
ในที่สุดลมปราณของหินสีดำ ก็หายไปในบ้านหินหลังนี้
ตอนนี้ หลังจากที่เสี่ยวเฮยเข้ามาในหมู่บ้านหยูฮุย
ปราณมารรอบตัวดูเหมือนจะพัวพันกับปราณสีดำในอากาศ
ปราณทั้งสองเริ่มผสมกัน
ดึงดูดกันและกัน
เมื่อหลู่ฉางเซินนำเสี่ยวเฮยมา เขาก็เข้าไปใกล้บ้านหินอย่าง
รวดเร็ว
ยิ่งเขาเข้าไปใกล้มากเท่าไหร่ ปราณมารบนร่างของเสี่ยวเฮยก็
ยิ่งเข้มขึ้นเท่านั้น!
ในขณะเดียวกัน ความเจ็บปวดของเสี่ยวเฮยก็ทวีความรุนแรงขึ้น
เช่นกัน!
บนหน้าอกของเขา มีใบหลิวที่ต้นหลิวมอบให้เขา
มันเปล่งแสงสีเขียวอ่อนๆ
ระงับปราณมารในร่างกายของเสี่ยวเฮย
ด้วยสิ่งนี้ มันจะไม่ทำให้เขาตกอยู่ในอาการบ้าคลั่ง
หลังจากทั้งสองเข้าไปในบ้านหิน
ประตูไม้ที่ล็อคอยู่ก็ระเบิดทันที!
มีร่างสีดำยื่นมือออกมา
ที่มือ เล็บเหมือนกรงเล็บที่แหลมคมทิ่มแทงออกมาจากนิ้ว!
กรงเล็บแหลมคมสีดำสองคู่ พุ่งมาจับหลู่ฉางเซินอย่างโหดเหี้ยม!
การแสดงออกของหลู่ฉางเซินเรียบเฉย ราวกับว่าเขาสังเกตเห็น
มันแล้ว
เขายืนตรง เหยียดมือข้างเดียว
จับไปที่หัวของร่างสีดำ
คนผู้นี้ถูกลมปราณสีดำปกคลุม และยากที่จะบอกได้ว่าเขาเป็น
มนุษย์หรือปีศาจ
อย่างไรก็ตาม ด้วยความแข็งแกร่งของหลู่ฉางเซิน เขาสามารถ
รับรู้นได้
คนผู้นี้ถูกครอบงำด้วยปราณมาร
เช่นเดียวกับเสี่ยวเฮย
เขาตกอยู่ในสภาพคลุ้มคลั่ง และกลายเป็นเครื่องจักรสังหาร ที่
สังหารคนได้เพียงเท่านั้น!
สิ่งนี้น่าจะเกิดจากหินสีดำ…
หลู่ฉางเซินแสดงเจตจำนงแห่งชีวิตที่ไม่มีที่สิ้นสุดจากมือของเขา
มันปกคลุมไปทั้งตัวของร่างสีดำ
ชำระล้างร่างสีดำอย่างต่อเนื่อง
หมอกสีดำภายใต้การชำระของเจตจำนงแห่งชีวิตที่ไม่มีที่สิ้นสุด
เริ่มส่งเสียง “ซือซือ”
เหมือนเสียงน ้ามันเดือดสาดลงมา
ในหมอกสีดำ มีเสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวดด้วย
กรงเล็บแหลมเปื้อนเลือดยังคงจับหลู่ฉางเซิน
แต่มันไม่สามารถฝ่าวงล้อมของเจตจำนงแห่งชีวิตที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ได้
ผ่านไปหนึ่งก้านธูป
หมอกดำที่ห่อหุ้มร่างได้รับการชำระล้างอย่างสมบูรณ์
คนที่เปิดเผยเป็นชายชรา
ตาของชายชราจมลง
บนหัวมีผมสีขาวประปรายเพียงเล็กน้อย
ร่างกายหลังค่อม
กรงเล็บที่แหลมคมทั้งสองคู่ ก็เริ่มถอนเข้าไปในนิ้วของชายชรา
อย่างช้าๆ
ทันทีหลังจากนั้น เขาเหลือบมองหลู่ฉางเซิน ดวงตาของเขาเต็ม
ไปด้วยความงุนงง
สิ่งที่ตามมาคือหยดน ้าตาขนาดใหญ่เท่าเม็ดถั่ว
ทีละหยด หยดจากเบ้าตาที่จมอยู่ของชายชรา
“หายแล้ว…หายแล้ว…”
ราวกับว่าทนไม่ไหวอีกต่อไป ชายชราก็สลบไป
ใช่แล้ว มนุษย์จะตื่นอยู่ได้อย่างไรหลังจากเสียสติไปแล้ว?
ก็ไม่เลวถ้าเจ้าไม่ตายจากความเหนื่อยล้าในทันที
หลู่ฉางเซินรีบช่วยชายชราลุกขึ้น
นำโฮสถออกมา บดเป็นผง แล้วโรยลงบนร่างของชายชรา
ทันในนั้น
มีเส้นแสงสีขาวปรากฏบนหน้าอกของชายชรา
เป็นการซ่อมแซม และปรับปรุงร่างกายของชรา
ในเวลาเดียวกัน หลู่ฉางเซินก็ยิงคลื่นเจตจำนงแห่งชีวิตที่ไม่มีที่
สิ้นสุด พุ่งเข้าใส่คิ้วของชายชรา
ซ่อมแซมทะเลแห่งสติที่เสียหาย…
หลังจากทำทั้งหมดนี้แล้ว
หลู่ฉางเซินนำเสี่ยวเฮยไปที่บ้านหิน
ณ ใจกลางบ้านหิน
หินสีดำถูกวางไว้บนแท่นบูชา
แวดล้อมด้วยของบรรณาการ.
แต่เครื่องบรรณาการเหล่านั้น…
มันเป็นกระดูกของผู้คน
สีแดงของโลหิต แม้แต่ชิ้นเนื้อที่เริ่มเน่าและเปลี่ยนเป็นสีดำ…
หัวใจที่หยุดเต้นแล้ว
หัวที่ดวงตาเบิกกว้าง…
มันเหมือนกับพิธีกรรมบางอย่าง ที่จัดขึ้นโดยมารชั่วร้าย
ช่างนองเลือดและโหดร้ายอย่างยิ่ง…
หินสีดำ ต่างก็ถูกรายล้อมไปด้วยสิ่งบรรณาการเหล่านี้
ในขณะเดียวกัน มันก็เปล่งปราณมารออกมา
บางที สาเหตุที่ชายชราตกอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง อาจเป็นเพราะ
เขาติดเชื้อจากปราณมารนี้…
หลู่ฉางเซินถอนหายใจเบาๆ เขาหยิบหินสีดำขึ้นมา
วางไว้ข้างหน้าเสี่ยวเฮย
ดูเหมือนทั้งสองจะเกี่ยวข้องกัน
ในทันทีทันใด หินสีดำก็กลายเป็นกระแสแสงสีดำ เจาะเข้ากลาง
คิ้วของเสี่ยวเฮย!
ในช่วงเวลานี้.
ทั้งตัวของเสี่ยวเฮยเต็มไปด้วยแสงสีดำ!
ผนึกหลุดออก และความทรงจำที่ว่างเปล่าก็ปรากฏขึ้น
ในขณะนี้ มันเต็มไปด้วยแสงสีดำ
ความทรงจำที่เต็มไปด้วยฝุ่นถูกเปิดออกเหมือนกล่อง
ความทรงจำเริ่มโผล่ออกมาแล้ว!
“ท่านพี่ ถ้าท่านพี่ไม่แข็งแรงพอ อย่ามาหาข้า”
“ฮิฮิ จอมมารเอ๋ย พวกเราวางแผนกันมานานหลายล้านปี และใน
ที่สุดมันก็สำเร็จ”
“ในอนาคต ข้าจะแทนที่เจ้าในการควบคุมอาณาจักรมาร…”
พี่ชาย?
เทพจอมมาร?
แดนมาร?
แล้วยังมีแผนการอีก?
เสี่ยวเฮยมองดูชิ้นส่วนความทรงจำที่ยังคงกระพริบอยู่ในทะเล
แห่งจิตสำนึก
เขารู้ว่าความทรงจำนี้ยังไม่สมบูรณ์
อาศัยแค่ภาพแตกนิดหน่อย ก็ยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น
และสิ่งสุดท้ายที่ปรากฎ
ที่นี่เป็นหุบเขาที่เต็มไปด้วยบรรยากาศสีเทา
ในหุบเขามีกระดูกมากมายมหาศาล
ในส่วนลึกนั้น มีสัตว์อสูรนับไม่ถ้วน!
ที่ปากทางเข้าหุบเขา เสี่ยวเฮยมองเห็นแผ่นหิน
บนแผ่นหิน สามารถมองเห็นคำสองคำได้ไม่ชัดเจน
แดนมาร(โม่หยวน)…
คำนี้?
เป็นไปได้ไหมว่า เศษความจำชิ้นถัดไปตั้งอยู่ที่นี่?
หรือว่าคนพวกนั้นอยู่ในแดนมารแห่งนี้?
เสี่ยวเฮยลืมตาขึ้น
เห็นแต่หลังคา
“ไม่ว่ายังไง ข้าก็ต้องไปที่แดนมารแห่งนี้”
แดนมาร(โม่หยวน)?
หลู่ฉางเซินอดไม่ได้ที่จะผงะเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำกล่าวของเสี่ยว
เฮย
มันคือที่ไหน?
เสี่ยวเฮยที่มาถึงเขตแดนทุรกันดาร(หมานฮวง) มานานแล้ว และ
เขาก็รู้ว่าแดนมาร(โม่หยวน) อาจไม่ใช่สถานที่ของเขตแดนนี้
หลู่ฉางเซินตบไหล่เสี่ยวเฮยและกล่าวว่า “ในเมื่อเจ้าตื่นแล้ว ก็มา
จัดการเรื่องนี้กันเถอะ เพราะท้ายที่สุดแล้ว เจ้าคือต้นเหตุของเรื่องนี้”
เสี่ยวเฮยพยักหน้า
พระอาทิตย์ตกแล้ว.
ในวันรุ่งขึ้น มันก็ขึ้นตามปกติ
แต่เนื่องจากหมู่บ้านหยูฮุย อยู่หลังภูเขา
แม้ว่าดวงอาทิตย์จะขึ้น ก็ไม่สามารถรับแสงแดดโดยตรงได้ใน
ขณะนี้
มันยังมืดไปหน่อย
ชายชราก็ค่อยๆ ตื่นขึ้นในเวลานี้เช่นกัน
หลังจากตื่นขึ้น เขามองไปรอบๆ ด้วยแววตาแห่งความหวัง
เขาหวังว่าสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้จะเป็นเพียงแค่ความฝัน
แต่เมื่อเขาเห็นหมู่บ้านที่ว่างเปล่า มีเพียงชายในชุดคลุมสีขาว
เท่านั้นที่ปรากฏตัวเป็นคนสุดท้ายในความทรงจำของเขา
แววตาสิ้นหวังปรากฏขึ้นในดวงตาของเขาอีกครั้ง
“หายไปหมดแล้ว…หายไปหมดแล้ว…”
“ทั้งหมดเป็นเพราะหินสีดำนั่น…”