โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 249 นิกายพุทธะถกกันเรื่องเต๋า!
นิกายพุทธะได้ออกมาท้าทาย
ในอีกเจ็ดวัน
สำนักจือไจ่(สำนักห้องหนังสือ)ในภูมิภาคตะวันตก
นี่คือกองกำลังที่สร้างขึ้นโดย หนิงเฉินซิน
พุทธบุตรจากนิกายพุทธะ จะต่อสู้เพื่อถกเรื่องเต๋ากับหนิงเฉิน
ซิน!
สิ่งนี้เหมือนเป็นการเดิมพันด้วย
ถ้าหนิงเฉินซินพ่ายแพ้
นี่จะต้องสร้างความเสียหายอย่างร้ายแรง ต่อกองกำลังที่ตั้งขึ้น
ใหม่ อย่างไม่ต้องสงสัย!
ในทางตรงกันข้าม.
ถ้าหนิงเฉินซินชนะ
มันจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงนิกายพุทธะเป็นอันมาก
ในขณะเดียวกัน การจัดตั้งสำนักจือไจ่จะราบรื่นมากอย่างยิ่ง
อย่างไรก็ตาม ถ้าหนิงเฉินซินปฏิเสธการท้าทายนี้
ชื่อเสียงของสำนักจือไจ่ ก็จะได้รับผลกระทบด้วย
กองกำลังที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ไม่สามารถต้านทานชื่อเสียงที่เสียหาย
ได้
จดหมายท้าทายฉบับนี้
หนิงเฉินซินต้องยอมรับมันเท่านั้น
ไม่มีความจำเป็นต้องปฏิเสธ!
ในทันที
จดหมายตอบกลับถูกส่งมาที่นิกายพุทธะ ภายใต้สายตาของทุก
คน
ซึ่งเนื้อหานั้น…
เจ้าสำนักจือไจ่หนิงเฉินซิน
ยอมรับการท้าทาย!
แม้ว่าผลลัพธ์นี้จะคาดเดาไว้แล้วก็ตาม
แต่มันก็ยังน่าทึ่งมาก!
ข้อพิพาทระหว่างนิกายพุทธะกับนิกายขงจื๊อ ไม่ได้เกิดขึ้นมา
เป็นเวลาถึงหนึ่งหมื่นปีแล้ว
ท้ายที่สุด หลังจากการสู้รบในสมัยโบราณ
นิกายขงจื๊อประสบกับผลกระทบร้ายแรง
ทุกวันนี้ เหลือเพียงสำนักชางเต๋าเท่านั้น ที่มีผ่ายปราชญ์ขงจื๊อ
และเต๋า
น่าเสียดายที่ถูมิหลังไม่เพียงพอ
มันอ่อนด้อยมากเกินไป
มีเพียงนิกายพุทธะเท่านั้น ที่สืบทอดมาแต่โบราณกาลจนถึง
ปัจจุบัน
มีผู้ศรัทธานับไม่ถ้วน
ทั่วทุกมุมโลก!
ณ แดนตะวันตก
สำนักจือไจ่ตั้งอยู่บนภูเขาเฮหมิง(ภูเขาเสียงกระเรียน)
ที่นี่เป็นสถานที่ที่สืบสานนิกายขงจื๊อและเต๋า
ในขณะเดียวกัน ที่นี่ก็ยังเคยเป็นที่ตั้งของนิกายขงจื๊ออีกด้วย
ตอนนี้ หนิงเฉินซินกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนยอดเขาเฮหมิง โดยมี
โต๊ะเตี้ยอยู่ข้างหน้าเขา
บนโต๊ะเตี้ยมีกาต้มชาร้อนๆ มีกลิ่นชาอ่อนๆ โชยออกมาจากพวย
กา
ต้นหลิวสีเขียวพลิ้วไหวไปตามสายลม
ได้ยินเสียงกิ่งไม้หลิวชนเสียดสีกัน
ส่งเสียงดังกรอบแกรบ
แสงแดดอ่อนๆ ส่องลงมาบนร่างของหนิงเฉินซิน ผ่านใบหลิวที่
เรียวและแคบ
สร้างจุดสีทองทีละจุดบนตัวเขา
ในเวลานี้ หนิงเฉินซินถือหน้าหนังสือที่ไม่สมบูรณ์อยู่ในมือ เขา
พึมพำเงียบๆ พลิกนิ้วเป็นครั้งคราว
มีหน้าหนังสือหลายหน้า เรียงต่อๆกัน
ของเหล่านี้ เป็นหนังสือที่เหลือจากนิกายขงจื๊อ
มันถูกกัดเซาะมาเป็นเวลาหลายหมื่นปี มันก็ได้รับความเสียหาย
แต่ภายใต้การฟื้นฟูของหนิงเฉินซิน ความเสียหายแทบไม่
สามารถมองเห็นได้
ในช่วงเจ็ดวันนี้
ด้วยกองกำลังนับไม่ถ้วน พวกเขามาถึงภูเขาเฮมิง
พวกเขาอยากเห็นการต่อสู้ระหว่างนิกายพุทธะกับนิกายขงจื๊อ
ด้านหนึ่งคือนิกายพุทธะ ที่มีผู้ศรัทธานับไม่ถ้วน
อีกด้านหนึ่งคือนิกายขงจื๊อและเต๋า ซึ่งเสื่อมถอยไปนานแล้ว
อย่างไรก็ตาม หนิงเฉินซินยังมีอีกตัวตนหนึ่ง
นั่นคือ ศิษย์ศาลาเฉาถัง
เขาเป็นศิษย์ของหลู่ฉางเซิน
ตอนนี้ สิ่งที่สะดุดตาที่สุดในโลกนี้คือ ศาลาเฉาถัง
ดังนั้น นิกายพุทธะจึงต้องการท้าทายหนิงเฉินซิน ในเรื่อง
สำนักจือไจ่
ดูเผินๆ เหมือนว่าพวกเขากำลังต่อสู้เพื่อนิกายพุทธะและนิกาย
ขงจื๊อ
แต่ที่จริงแล้ว.
นิกายพุทธะอยากริเริ่มท้าทายศาลาเฉาถัง!
พวกเขาต้องการดูว่า หนิงเฉินซินจะตอบสนองอย่างไร
พวกเขายังต้องการเห็นความแตกต่างระหว่างหนิงเฉินซิน และ
พุทธบุตรที่ไม่มีใครเทียบได้ตั้งแต่เกิด
ณ ตอนนี้ กองกำลังจำนวนมากได้ตั้งค่ายชั่วคราวที่เชิงเขาเฮมิง
กองกำลังบางส่วน ต้องการขึ้นไปบนภูเขา
แต่หนิงเฉินซินปฏิเสธ
“พวกท่านจะได้ขึ้นภูเขา ตอนเริ่มสงคราม”
หลังจากได้ยินคำกล่าวนี้ ทุกคนไม่โกรธ
ทุกคนต่างพยักหน้า
พวกเขาต่างเฝ้ารออย่างเงียบ ๆ สำหรับสงครามการท้าทายที่จะ
มาถึง
…
เจ็ดวันเหมือนเมฆขาวเคลื่อนผ่านช่องว่าง
มันผ่านไปชั่วพริบตา
กองกำลังทั้งหมด มองขึ้นไปบนยอดเขาเฮมิง
ที่นั่นหนิงเฉินซินยังคงเหมือนเดิม นั่งขัดสมาธิอยู่หน้าโต๊ะเตี้ย
ชายังคงเดือดและหน้าหนังสือยังอยู่ในมือ
เพียงแต่จำนวนหน้าหนังสือลดน้อยลง
ดูเหมือนว่า เขาไม่มีความรู้สึกตึงเครียดก่อนสงคราม
ใบหน้าของเขาดูสงบ
ทุกคนต่างสงสัย เขาโอกาสชนะบ้างไหม?
ใกล้จะเที่ยงแล้ว
เวลานี้ เป็นเวลาที่ดวงอาทิตย์ขึ้นสูงสุด
ทางทิศตะวันตก มีแสงสีทองระยิบระยับปกคลุมแสงอาทิตย์ที่ส่อง
เข้ามา และกระทบไปทางภูเขาเฮมิง
ในหมู่พวกเขา ลมปราณของนิกายพุทธะมีมากจนล้นออกมา
มีภาพมายาอาชูร่าเฝ้ามองอยู่
มีพระโพธิสัตว์จิงกวงกำลังสวดพระไตรปิฎกอยู่ในนั้น
(พระโพธิสัตว์จินกวงเหยียน เป็นพระโพธิสัตว์องค์หนึ่งในสิบทิศ
ที่ควรเคารพบูชา)
ยังมีหมี่เล่อฝอถือประคำ แสดงรอยยิ้มที่ไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อ
มนุษย์และสรรพสัตว์
(หมี่เล่อฝอ พระศรีอริยเมตไตรย)
พุทธนิมิต 3 ดวงปรากฏขึ้นพร้อมกัน!
สิ่งนี้ยังแสดงถึงคำสอนสูงสุดสามประการของนิกายพุทธะอีกด้วย
และภายใต้นิมิตทั้งสามนี้
แต่เดิมนิกายเหล่านั้น คิดว่ามีหลายคนจากนิกายพุทธะออกมา
แลัวบังคับใช้ปราณอย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาเห็นว่าภายใต้นิมิตทั้งสามนั้น มีเพียง
ร่างผอมๆ อยู่เพียงคนเดียว
พวกเขาอดไม่ได้ที่จะผงะเล็กน้อย
คนผู้เดียวเองเหรอ?
และคนๆ เดียวสามารถทำให้เกิดพุทธนิมิตได้สามดวง?
นี่หรือคือพุทธบุต รผู้ชื่อว่าเป็นอัจฉริยะ ผู้หาตัวเทียบมิได้มาแต่
เกิด…
เมื่อกองกำลังนิกายเหล่านั้น มองไปที่หนิงเฉินซินอีกครั้ง
พวกเขารู้สึกไม่แน่ใจเล็กน้อยในใจ
แม้ว่าหนิงเฉินซินจะเป็นศิษย์ของศาลาเฉาถัง
ขอบเขตของความรู้นิกายขงจื๊อและเต๋าค่อนข้างก้าวหน้า
แต่ต่อหน้าอัจฉริยะไร้เทียมทานเช่นนี้ เขาจะเอาชนะได้จริงหรือ?
พวกเขาเกรงว่า…มันยากมาก!
ในตอนนี้ หนิงเฉินซินก็วางหน้าหนังสือในมือลง เขาเลิกคิ้ว และ
เฝ้าดูชายในแสงสีทองที่กำลังใกล้เข้ามาอย่างใจเย็น
เขาเห็นชายคนนั้นถือตราพุทธองค์ด้วยมือข้างเดียว เมื่อเขาก้าว
ขึ้นไปบนท้องฟ้าเหนือภูเขาเฮหมิง
เขาเปิดปากของเขา และกล่าวตรงๆ: “เต๋าคืออะไร?”
ไม่มีการเปิดระฆังและสัญญาณใดๆ
ไม่มีการคาดเดาคำแถลงการณ์
พุทธบุตรเลือกที่จะเริ่มสนทนาเรื่องเต๋าโดยตรง!
เต๋าคืออะไร? (เหอเหวยเต๋า)
สามคำง่ายๆ
แต่เป็นสิ่งที่ตอบยากที่สุด
ทุกคนมองไปที่หนิงเฉินซินที่โต๊ะเตี้ย
พวกเขาอยากฟังว่าเขาจะตอบยังไง
หนิงเฉินซินปากโค้งเล็กน้อย
เต๋าคืออะไร?
เป็นหัวข้อที่กว้างมาก
หนิงเฉินซินยืนขึ้นและกล่าวเบาๆ: “มีสิ่งที่ผสมและก่อตัวขึ้น ซึ่งมี
อยู่ก่อนการก่อตัวของสวรรค์และโลก นั่นคือเต๋า”
ทันทีที่เขากล่าวคำใดคำหนึ่ง เจตจำนงเต๋า ก็วนรอบร่างของห
นิงเฉินซิน!
แข่งขันกับแสงสีทองของพุทธองค์!
“เต๋าที่ลึกที่สุดและไกลที่สุด ลึกลับมาก และส่วนผสมของเต๋าไร้
ขอบเขต ทั้งร่างกายและรูปลักษณ์ว่างเปล่า ส่วนเหตุผล ก็ลึกลับ
อย่างยิ่ง”
“หนึ่งดอกหญ้า ก็เป็นเต๋า”
หนิงเฉินเอนตัวไป บีบดินหนึ่งกำมือ และกล่าวเบาๆ: “เศษไม้และ
เศษดินก็เป็นเต๋าเช่นกัน”
“ทุกสิ่งในโลกคือเต๋า”
พุทธบุตรพยักหน้าเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าคำถามแรกของเขา จะ
สามารถเอาชนะหนิงเฉินซินได้
หนิงเฉินซินเห็นเขาก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวหนึ่ง
แสงของพุทธองค์โปรยลงมาบนเจตจำนงเต๋า
ดูเหมือนว่าจะกัดเซาะและครอบครอง!
“แล้ว ในเมื่อทุกสิ่งล้วนเป็นเต๋า พุทธะกับขงจื๊อ ต่างกันอย่างไร?”
“ทำไมเจ้าถึงต้องการสร้างสำนักจือไจ่ เพื่อเผยแพร่นิกายขงจื๊อ
และเต๋า”
“ทำไมเจ้าไม่มาร่วมพัฒนานิกายพุทธะกับเราล่ะ”
ใช่แล้ว
ในเมื่อทุกอย่างคือเต๋า
ความแตกต่างระหว่างนิกายขงจื๊อกับนิกายพุทธะคืออะไร?
หนิงเฉินซินไม่หยุดคิด
กล่าวออกมาอย่างรื่นไหลโดยไม่สดุด
“ประการแรก ทุกอย่างคือเต๋า แต่มีความแตกต่างที่สำคัญ
ระหว่างเต๋ากับเต๋า”
“ตัวอย่างเช่น น ้ากับไฟ ชีวิตกับความตายเป็นสองทางที่ตรงกัน
ข้าม”
“นิกายพุทธะกับนิกายขงจื๊อ มีความแตกต่างกันโดยธรรมชาติ”
พุทธบุตรถามกลับว่าต่างกันอย่างไร
หนิงเฉินกล่าว: “เต๋าคือการชดใช้และจ่ายเงิน คุณธรรมที่สั่งสม
มา จะเป็นร่มเงาให้กับลูกหลาน มิฉะนั้น ลูกหลานจะถูกประณาม”
“ถ้าเรากล่าวว่า พุทธองค์ถือว่าโลกปัจจุบันเป็นทะเลแห่งความ
ทุกข์
“ถ้าอย่างนั้น เต๋าเป็นผู้ทำให้ชีวิตมนุษย์มีความสุข เป็นบุญใหญ่
แห่งสวรรค์และโลก และถือเอาโลกนี้เป็นแดนสุขาวดี”
“ชะตากรรมของข้าขึ้นอยู่กับข้า ตัวข้าไม่ได้อยู่บนสวรรค์ และ
ข้าจะกลายเป็นเทพเจ้าโดยการฝึกเต๋า”
“แล้วพุทธองค์เจ้าล่ะ? ถ้าปฏิบัติตามทางสวรรค์ ก็สามารถเป็น
พุทธองค์ผู้ยิ่งใหญ่ได้ แต่ถ้าฝืนฟ้าจะส่งลงนรกชั้นที่สิบแปด!”
“ประการที่สอง ในบรรดานิกายพุทธะ เจ้าคิดว่า มีคนที่ตอบสนอง
ความต้องการของตนเอง ผ่านพุทธะจริงๆ หรือไม่?”