โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 346 ใช้เวลาเพียงหนึ่งเฟิน
บทที่ 346 ใช้เวลาเพียงหนึ่งเฟิน
นิกายดาบดาวตกมีสี่ยอดเขา
ได้แก่ยอดเขาโปหยุน(พักเมฆา) ยอดเขาซีเซี่ย(หมอกม่วง) ยอดเขาจียี่(สูงสุดขีด) และยอดเขาเซี่ยวเจี่ยน(ดาบหอน)
ยอดเชาทั้งสี่มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน โดยแต่ละยอดเขาอยู่ที่มุมต่างๆ ทั้งสี่เหลี่ยมนี้
จุดกึ่งกลางของยอดเขาทั้งสี่ในสี่เหลี่ยม มีรูปปั้นของจักรพรรดิดาวตกยืนอยู่อย่างน่าเกรงขาม
ตามตำนานได้กล่าวไว้ มีมรดกดาบของจักรพรรดิดาบดาวตกอยู่ที่รูปปั้นนี้
อย่างไรก็ตาม มีคนไม่มากนักที่สามารถเข้าใจมรดกลึกลับนี้ได้อย่างถ่องแท้
จำไว้ว่าให้ถี่ถ้วน
มีคนส่วนน้อยเท่านั้นที่สามารถเข้าใจส่วนเล็กๆ ของการสืบทอดเจตนารมณ์ของจักรพรรดิดาบดาวตกได้
ตัวอย่างเช่น ผู้นำคนปัจจุบันของนิกายดาบ เจี้ยนหวู่เฟิง
และลูกศิษย์ของเจี้ยนหวู่เฟิง หลินเจี่ย
ในตอนนี้ เย่ชิวไป่และหลินเจี่ยเดินมาถึงจุดศูนย์กลางของยอดเขาทั้งสี่แล้ว
เมื่อเย่ชิวไป่มองที่รูปปั้นนี้
อือ…มันดูไม่มีอะไรเลย
รูปปั้นไม่สูง มันสูงแค่ขนาดของคนธรรมดา
ไม่มีออร่าปราณ
ไม่มีการประดับประดาที่รูปปั้นเช่นกัน
ลักษณะรูปปั้นเป็นบุคคลผู้หนึ่ง สวมเสื้อคลุมยาว
ในมือถือดาบเล่มหนึ่ง
นอกจากนั้นไม่มีอะไรพิเศษอีก
เหมือนแค่ให้ช่างทั่วไปมาปั้นขึ้นรูปอย่างง่ายๆ
อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เหตุผลที่เย่ชิวไป่ดูถูก
เมื่อทั้งสองมาที่นี่
เย่ชิวไป่เดินขึ้นไปที่รูปปั้น
เขาก้มหัวลงและโค้งคำนับ
หลังจากนั้นเย่ชิวไป่ก็สังเกตเห็นว่า มีผู้ฝึกฝนดาบนั่งขัดสมาธิอยู่ที่นี่ด้วย
พวกเขาคงอยากจะเข้าใจมรดกดาบในรูปปั้นนี้นั่นเอง!
มีหลายคนนั่งขัดสมาธิอยู่ที่นี่เพื่อรู้แจ้งมานานหลายสิบปี หลายร้อยปี หรือหลายพันปี!
มีบางคนลืมตาขึ้นมาและมองไปที่เย่ชิวไป่ด้วย
แต่เขาก็แค่เหลือบมองเท่านั้น แล้วหลับตาลงอีกครั้ง
ผู้คนที่นี่
นอกเหนือจากมรดกดาบในรูปปั้นของจักรพรรดิดาบดาวตกแล้ว พวกเขาไม่สนใจสิ่งอื่นใดอีกเลย
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนี้
วันปกติทั่วๆ ไป ก็มีผู้ที่มาสักการะรูปปั้นนี้อยู่แล้ว
พวกเขาไม่รู้สึกแปลกตรงไหน ค่อนข้างจะคุ้นเคยซะมากกว่าด้วยซ้ำ
ในตอนนี้ เย่ชิวไป่โค้งคำนับเป็นเวลาธูปหนึ่งดอก
จากนั้นเขาก็ยืดตัวขึ้น
ในเวลาเดียวกัน.
ผู้นำยอดเขาเซี่ยวเจี่ยน(ดาบหอน) จางหยุนจงก็มาที่นี่เช่นกัน
ศิษย์สายตรงทั้งสองย่อมตามมาด้วย
จางหยุนจงเมื่อเห็นเย่ชิวไป่ ใบหน้าของเขายังคงจริงจังและเด็ดเดี่ยว เขาได้เย่ชิวไป่ว่า “ผู้นำนิกายได้อธิบายให้ข้าฟังแล้ว เจ้าสามารถลองทำความเข้าใจได้ที่นี่”
เย่ชิวไป่สะดุ้งเล็กน้อย
แม้แต่ชายหนุ่มและหญิงสาวที่อยู่ข้างหลังเขาก็ตกใจเล็กน้อย
“ท่านอาจารย์ เฉพาะศิษย์นิกายดาบดาวตกเราเท่านั้นไม่ใช่เหรอ ที่สามารถรู้แจ้งที่นี่ได้?”
“เขาเป็นแค่คนนอก!”
ใบหน้าของจางหยุนจงไม่ได้เปลี่ยนไปเลย และเขากล่าวอย่างเฉยเมย “คำพูดนี้เป็นของผู้นำนิกาย ข้าแค่ส่งข้อความต่อในนามของเขา”
“ยิ่งไปกว่านั้น รูปปั้นของจักรพรรดิดาบดาวตกสามารถเข้าใจได้โดยผู้ที่จริงใจเท่านั้น”
“ส่วนผู้ที่ไม่จริงใจ แม้ว่าพวกเขาจะนั่งอยู่ที่นี่ พวกเขาก็จะไม่สามารถเข้าใจสิ่งใดได้เลย”
ชายหนุ่มกับหญิงสาวมองหน้ากัน และทำได้แค่นิ่งเงียบเท่านั้น
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เย่ชิวไป่ก็ไม่สุภาพอีกต่อไป
หลังจากเขาได้ยินเกี่ยวกับเรื่องราวของจักรพรรดิดาบดาวตก
ซึ่งเป็นหนึ่งในมหาอำนาจชั้นนำของขอบเขตนี้ในขณะนั้น
อาจกล่าวได้ว่า เขาคือนักดาบที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตแดนไร้พรมแดน!
ในช่วงเวลานั้น ไม่มีใครสามารถเทียบกับเขาได้เลย
แน่นอนว่า การสืบทอดวิญญาณดาบจากบุคคลประเภทนี้
มันคงเป็นเรื่องโกหกที่จะบอกว่าเย่ชิวไป่ไม่หวั่นไหว
“ข้าจะไปขอบคุณหัวหน้านิกายหลังจากนี้”
หลังจากกล่าวประโยคแล้ว เขาก็นั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น
ปลดปล่อยเจตจำนงดาบ ค่อยๆ นำมันออกมา และห่อหุ้มรูปปั้นของจักรพรรดิดาบดาวตก
เมื่อทุกคนได้เห็นเจตจำนงดาบนี้ ทั้งหมดต่างก็ตกใจ
นี่มัน…ครึ่งก้าวบรรพจารย์ดาบศักดิ์สิทธิ์!?
ในครั้งแรกที่พบกันนั้น
เขายังคงเป็นเพียงขอบเขตบรรพจารย์ดาบขั้นสูงสุดเท่านั้นเอง
แต่ตอนนี้ เพิ่งผ่านไปไม่กี่วัน เขาก็มาถึงขอบเขตครึ่งก้าวบรรพจารย์ดาบศักดิ์สิทธิ์แล้ว?
ทุกคนต้องรู้ก่อนว่า
ศิษย์เอกมากพรสวรรค์ของผู้นำนิกายอย่างหลินเจี่ยนั้น เขาคือความหวังของนิกายดาบดาวตก เขาคือผู้ที่จะฟื้นคืนความรุ่งโรจน์ในกาลก่อนของนิกาย
เขาก็เป็นครึ่งก้าวบรรพจารย์ดาบศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน!
แสดงว่าพรสวรรค์ด้านดาบของชายหนุ่มผู้นี้สูงมากงั้นเหรอ?
แม้แต่จางหยุนจงก็กระตุกริมฝีปากและพยักหน้าอย่างลับๆ
ผู้นำนิกายมีสายตาที่เยี่ยมจริง ท่านมีวิสัยทัศน์ที่ดีมาก
มันจะเป็นการดีที่สุดสำหรับคนที่มีพรสวรรค์เช่นนี้ เขาควรจะเข้าร่วมนิกายดาบดาวตกจริงๆ
…
การรู้แจ้งในเจตจำนงดาบ
มันค่อนข้างน่าเบื่อจริงๆ
ไม่มีอะไรแปลกใหม่
ก็แค่ต้องทำความเข้าใจในตัวของมันเท่านั้น
ในรูปปั้นนี้มีเจตจำนงของดาบอยู่
และการค้นหาเจตจำนงดาบที่ซ่อนอยู่ในรูปปั้นนี้
คือก้าวแรก
อย่างไรก็ตาม มีกี่คนที่ติดอยู่ที่ก้าวแรก?
มันอาจฟังดูเรียบง่าย
มันยากที่จะทำ
จางหยุนหลงเดินมาหาหลินเจี่ย
เขามองมาที่หลินเจี่ยแล้วถามว่า “หลินเจี่ย เจ้าใช้เวลานานแค่ไหนในการค้นพบเจตจำนงดาบในรูปปั้น”
หลินเจี่ยคิดอยู่พักหนึ่งและกำลังจะตอบ
หญิงสาวที่อยู่ข้างหลังจางหยุนจงยิ้มแล้วตอบแทนหลินเจี่ยว่า “ศิษย์พี่ใหญ่หลิน ใช้เวลาเพียงแค่สามวันใช่ไหม?”
ผู้หญิงคนนี้ เมื่อนางมองไปยังหลินเจี่ย ดวงตาของนางก็เต็มไปด้วยความรัก
เห็นได้อย่างชัดเจน
นางมีความรู้สึกดีๆ กับหลินเจี่ยนั่นเอง
ไม่น่าแปลกใจอยู่แล้ว
ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่มีพรสวรรค์และความสามารถ คือผู้ที่น่าหลงใหลที่สุด
“สามวัน แม้แต่ผู้นำนิกายก็ใช้เวลาถึงเจ็ดวัน!”
นี่คือเหตุผลว่า ทำไมหลินเจี่ยจึงถูกเรียกว่า “ความหวังผู้ฟื้นฟูนิกาย”
หลินเจี่ยทำได้เพียงเลือกที่จะเพิกเฉยต่อสายตาที่กระตือรือร้นของหญิงสาวผู้นี้เท่านั้น
“พรสวรรค์ของพี่เย่ไม่ได้ด้อยกว่าของข้า อันที่จริง มเขาดีกว่าข้าด้วยซ้ำ”
หญิงสาวเม้มริมฝีปากและยิ้ม ราวกับว่าเธอคุ้นเคยกับการถ่อมตัวของหลินเจี่ย และกล่าวว่า “ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านถ่อมตัวเกินไปแล้ว”
หลินเจี่ยไม่พูดอะไร เขาเมินเฉยหญิงสาวอย่างสิ้นเชิง
ในช่วงเวลานี้ คนทั้งหมดตกอยู่ในความเงียบและมองไปที่เย่ชิวไป่
ทุกคนอยากจะรู้ว่า เย่ชิวไป่จะต้องใช้เวลากี่วันจึงจะตระหนักถึงเจตจำนงดาบในรูปปั้นนี้
นับเวลาดูแล้ว การสนทนาของหลินเจี่ยที่ผ่านมา ใช้เวลาประมาณหนึ่งเฟิน… (1 นาที)
ทันใดนั้น หลังจากหลินเจี่ยหยุดตอบโต้หญิงสาว บนรูปปั้นของจักรพรรดิดาบดาวตกก็เกิดการเปลี่ยนแปลง
มีเจตจำนงดาบพิเศษที่ไหลไปตามเจตจำนงดาบของรูปปั้นจักรพรรดิดาบดาวตก
เจตจำนงดาบของเย่ชิวไป่และรูปปั้น ทั้งสองกำลังดึงดูดซึ่งกันและกันจริงๆ!
เมื่อทุกคนฉากนี้.
ทุกคนต่างก็ตกตะลึง!
แม้แต่ศิษย์ของนิกายดาบดาวตกที่กำลังพยายามรู้แจ้ง ทั้งหมดก็ลืมตาขึ้นด้วยความหวาดกลัว
ทุกคนต่างก็มองไปที่เย่ชิวไป่!
ชายหนุ่มผู้นี้คือใคร?
พวกเขาไม่เคยเห็นบุคคลผู้นี้มาก่อนในนิกายดาบดาวตก!
แค่มาถึงที่นี่ไม่นาน เขาก็สามารถผสานเจตจำนงดาบของรูปปั้นเข้ากับตนเองได้งั้นเหรอ?
เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ ดวงตาของจางหยุนจงก็สว่างวาบขึ้นมาเช่นกัน!
ชายหนุ่มและหญิงสาวที่อยู่ข้างหลังเขายิ่งหวาดกลัวมากขึ้นไปอีก
ผู้หญิงสาวผู้นี้ร้องตะโกนขึ้นด้วยความประหลาดใจ “มันเป็นไปได้ยังไง!”
หลินเจี่ยยังยิ้มแห้งๆ อีกด้วย
เย่ชิวไป่ไม่เพียงแค่ทำขั้นตอนแรก คือค้นหาเจตจำนงดาบในรูปั้นเจอเท่านั้น
แต่เขายังทำขั้นตอนที่สองเสร็จสมบูรณ์ในเวลาเดียวกัน!
เขาผสานเจตจำนงดาบของตนเอง เข้ากับเจตจำนงดาบของจักรพรรดิดาบดาวตก!
ในเวลาเพียงแค่หนึ่งเฟินเท่านั้น! (1 นาที)
พวกเจ้าต้องรู้ก่อนว่า
ในขั้นตอนที่สองนี้
ข้าใช้เวลาถึงสิบวันเต็มๆ!
แม้แต่ผู้นำนิกายเจี้ยนหวู่เฟิง เขาก็ใช้เวลาถึงยี่สิบวันเช่นกัน!
พรสวรรค์เช่นนี้
มันน่าเหลือเชื่อเกินไปหรือเปล่า?
แต่ถึงอย่างนั้หลินเจี่ยก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวว่า “เรื่องจริงใช่ไหมเนี้ย… ”
จางหยุนจงยิ้มและกล่าวว่า “ขั้นตอนสุดท้ายคือการเข้าใจเจตจำนงดาบ”
หลังจากนั้น เขาก็ออกจากสถานที่แห่งนี้ทันที
เขาตรงบินขึ้นสู่ยอดเขาหลักโปหยุน(พักเมฆา) !
เขาจะต้องรายงานเรื่องนี้ต่อผู้นำนิกาย!
อัจฉริยะสัตว์ประหลาดมากพรสวรรค์อย่างเย่ชิวไป่
ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้เข้าร่วมนิกายดาบดาวตกให้ได้!
ขอเพียงให้เวลาเขาสักหน่อย
อนาคตของเย่ชิวไป่นั้น ไร้ขีดจำกัด!
เป็นไปได้ที่เขาจะเหนือกว่าจักรพรรดิดาบดาวตกด้วยซ้ำ!
ตอนนี้ทุกคนในบริเวณรูปปั้น ต่างก็มองไปที่เย่ชิวไป่ซึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าหวาดกลัว
ตอนนี้เย่ชิวไป่ยังคงหลับตาแน่น
จริงๆ แล้ว การที่เย่ชิวไป่ทำสิ่งนี้ มันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก
อย่าลืมว่าร่างกายของเขา คือร่างกายดาบฮุ่นหยวน(กายดาบโกลาหลแรกเริ่ม) !
กายดาบอันดับหนึ่งตลอดกาล!
อาจกล่าวได้ว่า นี่คือร่างกายที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการฝึกฝนดาบ
ในเรื่องการรับรู้วิถีแห่งดาบ
ไม่มีใครสามารถเอาชนะเย่ชิวไป่ได้
แน่นอน อืม….ยกเว้นหลู่ฉางเซิน
แต่ถึงจะเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นมา
เย่ชิวไป่เองก็ไม่ได้แสดงความตื่นเต้นใดๆ
เขากลับขมวดคิ้วแน่น
เพราะเขารู้สึกถึงเจตจำนงดาบในรูปปั้นของจักรพรรดิดาบดาวตกแล้ว
มันดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่เจตจำนงดาบที่สมบูรณ์
พูดง่ายๆ มันค่อนข้างไม่สมบูรณ์!
เย่ชิวไป่รู้สึกอย่างคลุมเครือว่า
มีบางสิ่งที่สำคัญหายไปจากเจตจำนงดาบนี้
ราวกับว่า…มองเห็นเพียงรูปร่าง แต่มองไม่เห็นวิญญาณ?