โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 350 อา..ถูกถูกถูก เจ้ากล่าวถูก!
บทที่ 350 อา..ถูกถูกถูก เจ้ากล่าวถูก!
(อา..ถูกถูกถูก มาจากประโยค 啊对对对 A duì duì duì เป็นมีมจากทางจีน หมายถึง การแกล้งทำเป็นยอมรับ สามารถใช้ประโยคนี้เมื่อมีคนสร้างปัญหาอย่างไร้เหตุผล มักใช้เพื่อจัดการกับคนที่ก้าวร้าวหรือใจร้าย แสดงความไม่พอใจ เพื่อดูถูกอารมณ์ของอีกฝ่าย หรือ การเผชิญข้อกล่าวหาที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หรือ การข่มเหงเพื่อนร่วมทีม ใช้ในการโต้กลับ เพื่อบ่งบอกว่า ไม่ต้องการร่วมมือ)
รูปแบบค่ายกลที่หลู่ฉางเซินกำลังศึกษาอยู่นั้น
กล่าวง่ายๆ
มันคือการใช้พลังของขงจื๊อและเต๋าผสานกับค่ายกลชะล้างหัวใจ(ชิงซิน)
ผลกระทบของมันคือ ของการชำระล้างจิตวิญญาณให้บริสุทธิ์
เขาต้องการใช้สิ่งนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการต่อสู้
ถึงจะไม่รู้ว่ามีประโยชน์หรือเปล่า แต่…
ก็ข้าอยากมีเวลาว่างเยอะไม่ได้หรือไง?
แต่ไอ้สารเลวน้อยพวกนั้น มักบอกว่านี่คือวิถีปลาเค็ม!
ไม่…นั่นไม่ถูกต้อง มันคือการทำให้เรามีเวลาว่างมากขึ้นต่างหาก!
หลู่ฉางเซินแตะคางของเขาแล้วบ่นว่า “ความฝันของข้า ทำไมทุกคนถึงต้องเรียกว่าวิถีปลาเค็มด้วยล่ะ?”
หลังจากนั้นไม่นาน
ค่ายกลก็เสร็จสมบูรณ์แล้ว
ค่ายกลเปล่งประกายด้วยแสงสีขาวสว่างจ้า
อือ…ดูเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาอะไรนะ?
อย่างไรก็ตาม เรายังคงต้องทดสอบ…
แล้วข้าจะหาผลิตภัณฑ์ทดสอบได้ที่ไหนดีล่ะ?
หลู่ฉางเซินคิดอยู่พักหนึ่งแล้วเรียกหาหลิวซื่อหลู
สักพัก เขาก็เห็นหลิวซื่อหลูมาที่นี่อย่างมีความสุข
นี่เป็นครั้งแรกที่ หลู่ฉางเซินเชิญเขามาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น!
ในวันปกติ เขาจะคอยสังเกตหลู่ฉางเซินอยู่ใกล้ๆ เสมอ
เป็นไปได้ไหมที่ทัศนคติของผู้อาวุโสหลู่จะเปลี่ยนไปแล้ว?
ตอนที่เขากำลังคิดถึงเกี่ยวกับเรื่องนี้
หลู่ฉางเซินก็เทน้ำเย็นราดหัวเขาทันที
“อั้นหยู(สนามทมิฬ)เป็นขยะแบบไหน? มันคุ้มค่าที่จะให้ข้าเข้าร่วมไหม?”
“เมื่อมองดูท่าทางเหมือนสุนัขของเจ้าแล้ว เจ้ายังเป็นสือจื่อกวน(ขุนนางมัคทายก) ระดับห้าดาวอยู่หรือเปล่า? เป็นที่รู้จักในฐานะสือจื่อกวนระดับแนวหน้าในอั้นหยู?”
“หากเป็นเช่นนี้ อั้นหยูก็ไม่มีค่าอะไรมากไปกว่านั้น”
เมื่อกล่าวเสียดสีเช่นนี้แล้ว หลู่ฉางเซินก็หัวเราะเยาะออกมา
ใบหน้าที่มีความสุขของหลิวซื่อหลูเปลี่ยนเป็นสีหน้าเย็นชา
ในฐานะสือจื่อกวนระดับห้าดาวของอั้นหยู นี่คือสิ่งที่หลิวซื่อหลูภูมิใจมากที่สุด!
ในตอนนี้ หลู่ฉางเซินกำลังโจมตีความภาคภูมิใจของเขาอย่างรุนแรง!
“เจ้าสามารถดูถูกความแข็งแกร่งของข้าได้ แต่พลังของอั้นหยูนั้นอยู่เหนือจินตนาการของเจ้า”
หลู่ฉางเซินเยาะเย้ย “ถ้าอย่างนั้นเจ้าช่วยพิสูจน์ให้ข้าเห็นได้ไหม?”
เมื่อฟังคำกล่าวนี้
ร่างกายของหลิวซื่อหลูเต็มไปด้วยออร่าปราณที่รุนแรง มันปะทุออกมาก่อตัวเป็นพลังแห่งพายุ!
มิติพื้นที่โดยรอบถูกฉีกเป็นชิ้นๆ อย่างต่อเนื่อง!
ต้องขอบคุณต้นหลิว ที่ทำให้พื้นที่นี้ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งทันเวลา
ไม่เช่นนั้นละก็ ด้วยออร่าปราณที่น่าสะพรึงกลัวเพียงอย่างเดียว มันก็สามารถทำลายพื้นที่ในเขตแดนทุรกันดารได้อย่างสมบูรณ์!
“ขออนุญาต!”
เมื่อประโยคจบลง
หลิวซื่อหลูก็หายตัวไป
ก่อนที่จะทันได้กะพริบตา เขาก็ปรากฏตัวต่อหน้าหลู่ฉางเซินแล้ว
เขาใช้ฝ่ามือตบออกมาทันที!
ฝ่ามือนี้ดูเหมือนจะสามารถระดมปราณแห่งธรรมชาติทั้งหมดที่อยู่รอบๆ และเปลี่ยนมันให้เป็นพลัง!
มันคือพลังที่ใช้ในการพิชิตโลก!
พลังที่สามารถทำลายล้างศัตรูทั้งหมดที่อยู่ตรงหน้าเจ้า!
หลู่ฉางเซินหัวเราะเบาๆ ดวงตาของเขาแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกที่ประสบความสำเร็จในการยั่วยุหลิวซื่อหลู!
เขาสะบัดมือเบาๆ ด้วยมือเดียว
มือข้างเดียวนี้ ตบฝ่ามือของหลิวซื่อหลูทันที!
อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้ใช้พละกำลังใดๆ เขาก็แค่สกัดกั้นพลังทำลายล้างของฝ่ามือของหลิวซื่อหลูเท่านั้น!
อีกมือทำมุทราเพื่อใช้ค่ายกล
“เปิด!”
ค่ายกลทำงานทันที!
ค่ายกลชำระล้างใจพิสุทธิ์(จิงฉือชิงซิน)!
แสงสว่างสีขาวที่มีพลังปราณขงจื๊อและเต๋าปกคลุมร่างกายของหลิวซื่อหลูทีละชั้น!
เมื่อเห็นสิ่งนี้ การแสดงออกของหลิวซื่อหลูก็เปลี่ยนไป!
ทันใดนั้น ความโกรธในใจของเขาลดน้อยลงอย่างอธิบายไม่ได้
พลังทำลายล้างบนปราณฝ่ามือก็จางหายไปด้วยความเร็วอย่างช้าๆ
แน่นอน หลู่ฉางเซินก็จ้องมองผลกระทบนี้อย่างตั้งใจ
เขาต้องการดูว่า มันมีผลกระทบอื่นใดอีกหรือไม่?
หรืออีกนัยหนึ่ง ผลกระทบนั้นยอดเยี่ยมขนาดไหน!
ไม่รู้ว่ามันจะตอบสนองความคาดหวังของความฝันข้าได้หรือไม่!?
หลังจากนั้นสักพัก
ในเวลานี้ หลิวซื่อหลูกัดฟันและตะโกน “ฝ่ามือธรรมชาติ!” (จ้าวฮ่าวจ้าง)
ทันใดนั้น ปราณแห่งธรรมชาติก็รวมตัวกันอีกครั้ง!
เมื่อหลู่ฉางเซินเห็นสิ่งนี้
เขาแอบถอนหายใจเล็กน้อยในจิตใจ
ดูเหมือนว่าค่ายกลจะล้มเหลว
ดังนั้น หลู่ฉางเซินจึงไม่มีความตั้งใจที่จะทดสอบอีกต่อไป เขาสะบัดมือเบาๆ
จากนั้นเขาก็ตบหลิวซื่อหลูออกไป!
หลิวซื่อหลูกัดฟันและต้องการที่จะวิ่งมาข้างหน้าอีกครั้ง
แต่หลู่ฉางเซินกล่าวว่า “เอาล่ะ โอเค ข้าขอยกเลิกคำพูดข้าเพิ่งกล่าวไป ข้าแค่อยากจะยั่วยุเจ้าเท่านั้น เพื่อลองใช้ค่ายกล”
เมื่อได้ยินประโยคนี้
หลิวซื่อหลูสะดุ้งเล็กน้อยและหยุดอยู่กลางอากาศ
เจ้าจงใจทำให้ข้าโกรธเหรอ?
เจ้ากำลังลองค่ายกลใช่ไหม?
เมื่อเขารู้สึกถึงพลังบริสุทธิ์รอบตัว เขาอดไม่ได้ที่จะสงบสติอารมณ์ลง
หลิวซื่อหลูไม่ใช่คนโง่ แต่เขาแค่โกรธกับความเห็นถากถางดูถูกอย่างกะทันหันของหลู่ฉางเซินเท่านั้น ซึ่งทำให้สมองของเขาลัดวงจรไปชั่วขณะหนึ่ง
ตอนนี้เมื่อเขาสงบสติอารมณ์และคิดอย่างรอบคอบ
เขาก็พบกับสิ่งผิดปกติมากมาย
ตัวอย่างเช่น ด้วยบุคลิกปลาเค็มของหลู่ฉางเซิน เขาจะเป็นคนกล่าวแบบนั้นได้อย่างไร?
เมื่อเขาคิดถึงเรื่องนี้ได้
ใบหน้าของหลิวซื่อหลูก็มืดลงและเขากล่าวว่า “ผู้อาวุโส หากท่านต้องการลองค่ายกลในอนาคต เพียงแค่บอกข้าโดยตรง ทำไมจะต้องยั่วยุข้าเช่นนี้และทำให้ข้าเสียหน้า”
เมื่อกี้นี้เขาลงมืออย่างสุดกำลัง
แต่กลับถูกหลู่ฉางเซินซึ่งสะบัดมือเบาๆ ทำให้เขาถอยไปอย่างง่ายดาย
มันช่างน่าละอายยิ่งนัก!
ในเวลาเดียวกัน หลิวซื่อหลูก็รู้สึกหวาดกลัวอย่างมากเช่นกัน
แม้ว่าเขาจะรู้อยู่แล้วว่า หลู่ฉางเซินนั้นแข็งแกร่งมาก
แต่ในตอนนี้
หลิวซื่อหลูได้เพิ่มระดับความแข็งแกร่งของหลู่ฉางเซินเพิ่มขึ้นอีกระดับ!
เมื่อได้ยินที่หลิวซื่อหลูบอก หลู่ฉางเซินก็กลอกตาแล้วกล่าวว่า “หลังจากรู้สาเหตุแล้ว เจ้าจะยังโกรธอยู่หรือเปล่าล่ะ?”
“แม้ว่าเจ้าจะทำท่าโกรธ แล้วผลกระทบของมันจะเป็นเรื่องจริงไหม?!”
หลิวซื่อหลูตกตะลึง
“ทำไมต้องทำให้ข้าโกรธด้วย?”
หลู่ฉางเซินอธิบายการทำงานของค่ายกลนี้
หลังจากนั้น เขาก็โบกมือและกล่าวอย่างช่วยไม่ได้ “นั่นคือทั้งหมด ค่ายกลนี้ถือว่าล้มเหลว ข้าค่อยศึกษามันในภายหลัง”
เฮ้อ…ข้าไม่ได้นอนกลางวันเลย ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา!
ข้าต้องไปนอนให้เท่ากับเวลาที่ข้าสูญเสียไป
หลังจากได้ยินสิ่งนี้ หลิวซื่อหลูก็ยิ้มและกล่าวว่า “ผู้อาวุโสหลู่ มันไม่ใช่ความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง”
“โอ้?”
หลู่ฉางเซินหันศีรษะและมองไปที่หลิวซื่อหลู
หลิวซื่อหลูกล่าวต่อ “ในเวลานั้น ความโกรธในใจของข้าลดลงบ้างภายใต้อิทธิพลของค่ายกล อย่างไรก็ตาม ในสภาวะแห่งความโกรธ อารมณ์จะได้รับการแก้ไขอย่างง่ายดายด้วยพลังภายนอกได้อย่างไร?”
เมื่อฟังเหตุผลนี้
หลู่ฉางเซินคิดอยู่พักหนึ่ง
อือ…มันก็สมเหตุสมผลนะ
อารมณ์เป็นสิ่งที่ควบคุมได้ยาก
อย่างไรก็ตาม ค่ายกลนี้ถือได้ว่ามีผลกระทบบางอย่างจริงๆ
แต่เราจะปรับปรุงให้มันดียิ่งขึ้นได้อย่างไร?
นี่คือปัญหา
ใช่แล้ว!
ในตอนนี้ หลู่ฉางเซินไม่มีความตั้งใจที่จะกลับไปที่ห้องของเขาแล้ว
เฮ้อ…ต้องงดนอนกลางวันอีกแล้ว!
หลิวซื่อหลูถอนหายใจด้วยความโล่งอกและกล่าวด้วยรอยยิ้ม “อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ผู้อาวุโสหลู่กล่าวที่ผ่านมา ข้ารู้สึกว่าน้ำเสียงและดวงตาของท่านทำให้ข้าไม่สงสัยเลย ข้าคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง!!”
หลู่ฉางเซินคิดอยู่พักหนึ่ง
แน่นอนสิ……
ข้าก็ไม่ได้แสดงนิ…
กล่าวตามตรง เรื่องที่ผ่านมา หลู่ฉางเซินคิดเช่นนี้จริงๆ…
แต่หลังจากที่หลู่ฉางเซินมองไปที่หลิวซื่อหลูแล้ว เขาก็ตัดสินใจที่จะไม่บอกความจริง
มิฉะนั้นอีกฝ่ายจะต้องโกรธขึ้นมาอีกครั้งแน่นอน
ดังนั้น หลู่ฉางเซินตอบได้เพียงเท่านี้
“อา..ถูกถูกถูก สิ่งที่เจ้าพูดมา เจ้าพูดถูก!”
หลิวซื่อหลู “???”
เหตุใดเขาจึงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับประโยคนี้
…
กลับมาที่เขตแดนไร้พรมแดน
ในตำหนักลับของนิกายดาบดาวตก
เจี้ยนหวู่เฟิงได้อธิบายให้เย่ชิวไป่ทราบแล้ว เกี่ยวกับภารกิจของนิกายดาบดาวตก
เมื่อเย่ชิวไป่ได้ฟัง
เขาก็เข้าใจทันที
พูดง่ายๆ
การดำรงอยู่ของนิกายดาบดาวตกนั้น ไม่ใช่แค่การรับศิษย์ผู้ฝึกฝนดาบจากทั่วทุกมุมโลก เพื่อกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของผู้ฝึกฝนดาบเท่านั้น!
จุดประสงค์ของนิกายนั้น
พวกเขากำลังเตรียมพร้อมสำหรับคำทำนาย!
ในอนาคต
ซึ่งไม่รู้ว่ามันจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้หรืออีกนานข้างหน้า
มันจะเกิดหายนะในเขตแดนมิติโลกระดับต่ำ!
ภัยพิบัติครั้งนี้ มันจะส่งผลกระทบต่อเขตแดนมิติโลกระดับต่ำทั้งหมด!
และจักรพรรดิดาบดาวตกต้องการสร้างนิกายนี้ขึ้นมา เพื่อป้องกันภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้น โดยหวังว่าจะทำลายหายนะนี้ด้วยพลังของนิกาย!
ต้องกล่าวว่า
ในชีวิตของเย่ชิวไป่นั้น เขาชื่นชมคนเพียงไม่กี่คนในช่างชีวิตของเขาที่ผ่านมา
นอกจากหลู่ฉางเซินแล้ว ตอนนี้ยังมีจักรพรรดิดาบดาวตกอีกผู้หนึ่ง…