โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 359 ซือเฉิงสำแดงพลัง!
ค่ายกลดาบเป่ยโต่ว (ค่ายกลดาบกระบวยใหญ่)
มันถูกใช้พร้อมกันโดยศิษย์หลายพันคนของนิกายดาวตก!
เมื่อค่ายกลก่อตัวขึ้น มันก็สร้างความเสียหายอย่างมากต่อกองกำลังชั้นนำทั้งสาม!
ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับพวกเขา ที่จะปล่อยให้นิกายดาบดาวตกสร้างค่ายกลได้
พวกเขาจึงส่งมหาอำนาจขอบเขตมหาจักรพรรดิหลายสิบคนทันที และรีบเข้าไปหาศิษย์ของนิกายดาบดาวตก!
พวกเขาต้องการป้องกัน เพื่อไม่ให้เกิดการก่อตัวของค่ายกลดาบเป่ยโต่วจนสำเร็จ
สำหรับนิกายดาบดาวตก ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่มีมาตรการตอบโต้
พวกเขาเองก็ส่งมหาอำนาจขอบเขตมหาจักรพรรดิ ที่นำโดยผู้อาวุโสของนิกาย ทุกคนต่างมุ่งหน้าไปยังกลุ่มกองกำลังทั้งสามฝ่ายเพื่อโจมตี!
อย่างไรก็ตาม กองกำลังชั้นนำทั้งสามที่รวมกันมีผู้คนมากกว่าหลายเท่า!
พูดง่ายๆ พวกเขามีขอบเขตมหาจักรพรรดิมากกว่านิกายดาบดาวตกถึงสามเท่า!
อาจกล่าวได้ว่า นี่เป็นสถานการณ์ที่นิกายดาบดาวตกเสียเปรียบ
แต่ถึงอย่างนั้น เย่ชิวไป่ ซือเฉิง เสี่ยวเฮย และหลินเจี่ย ทั้งหมดต่างก็วิ่งนำหน้าเป็นผู้นำ!
ที่อยู่ด้านหน้าพวกเขานั้น ต่างก็เป็นขั้นต้นขอบเขตมหาจักรพรรดิทั้งสิ้น
ซือเฉิงเป็นผู้นำทุกคน เขาหยิบขวานหมิงหวงซวนเฮยออกมา และรีบวิ่งเข้าไปหามหาอำนาจขอบเขตมหาจักรพรรดิที่อยู่ตรงหน้าเขา!
บุคคลขอบเขตมหาจักรพรรดิของผาซวนหมิง เขาสามารถมองเห็นซือเฉิงได้อย่างชัดเจน และอดไม่ได้ที่จะกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ดุร้าย “โอ้ เจ้าคือผู้ที่ได้รับวัตถุศักดิ์สิทธิ์จากคุนหลุนเทียนฉือไม่ใช่หรือ? เจ้าส่งมันมาให้ข้าถึงหน้าบ้าน เจ้าช่างแส่หาความตายจริงๆ!”
หลังจากพูดเช่นนั้นแล้ว ก็เกิดกระแสปราณชั่วร้ายในร่างกาย ซึ่งถูกปล่อยออกสู่บริเวณโดยรอบ!
ปราณแห่งความชั่วร้ายขนาดมหึมานี้ปกคลุมไปรอบๆ และจากนั้นก็กวาดไปทางซือเฉิงด้วยพลังที่ท่วมท้น!
แต่ซือเฉิงไม่กลัวเลยแม้แต่น้อย
ในตันเถียนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวภายในร่างกาย ดาวดวงแรกเปล่งประกายด้วยความสุกใส!
ขวานหมิงหวงซวนเฮยในมือของเขา ถูกล้อมรอบด้วยปราณแห่งดวงดาวอันเข้มข้น
อันที่จริง ขวานหมิงหวงซวนเฮยซึ่งมันหนักมากอยู่แล้ว ก็ยิ่งหนักขึ้นในตอนนี้ เมื่อขวานฟาดออกไป มันก็เหมือนกับดาวตก!
“ปราณแห่งดวงดาว?”
“เยี่ยมจริงๆ ข้ามาที่นี่เพื่อดูว่ามีอะไรลึกลับเกี่ยวกับปราณแห่งดวงดาว!”
นอกจากผู้แข็งแกร่งขอบเขตมหาจักรพรรดิผาซวนหมิงแล้ว ชายอีกผู้หนึ่งในขั้นต้นขอบเขตมหาจักรพรรดินิกายของสำนักเฉียนเหมิน เขาถือหอกแล้วหันไปมองที่ซือเฉิงด้วย!
เมื่อมหาจักรพรรดิสำนักเฉียนเหมินกำลังจะโจมตี
กลับมีกลิ่นอายของปราณมารผ่านเข้ามา!
ในปราณมารนั้น มีหมัดพุ่งเข้ามาด้วย
ชายผู้แข็งแกร่งสำนักเฉียนเหมินสะดุ้งเล็กน้อย
แล้วหอกในมือของเขาก็พุ่งออกมา!
หลังจากบังคับให้หมัดกลับไป ตัวเขาก็อยู่ลอบอยู่กลางอากาศและถอยกลับไปหลายจั้ง!
“เจ้าคือใคร?”
มหาจักรพรรดิแห่งสำนักเฉียนเหมินดูหวาดกลัว เขามองไปข้างหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึมที่ “มาร” ที่ปกคลุมไปด้วยปราณชั่วร้ายสีดำอย่างล้นหลามที่อาจทำให้ดวงวิญญาณตกใจ
มือที่ถือหอกก็สั่นเล็กน้อยเช่นกัน
ช่างเป็นหมัดที่ทรงพลังจริงๆ!
แถมกายเนื้อแข็งแกร่งมาก!
แน่นอน ผู้ที่ขัดขวางเขาไว้คือเสี่ยวเฮย!
ชายผู้แข็งแกร่งสำนักเฉียนเหมินเห็นดวงตาของเสี่ยวเฮยกระพริบอย่างรุนแรง ในขณะที่เขามองมาที่มหาจักรพรรดิสำนักเฉียนเหมินนี้ เสี่ยวเฮยกล่าวอย่างเย็นชา “ถ้าเจ้าต้องการต่อสู้ ข้าจะสนองให้เจ้า”
มหาจักรพรรดิสำนักเฉียนเหมินพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา จับมือที่สั่นของเขา และกระจายกำลังตกค้างที่เหลือออกไป
ทันใดนั้น เขาก้าวสองก้าวแล้วรีบพุ่งเข้าไปหาเสี่ยวเฮย!
แน่นอน เสี่ยวเฮยย่อมไม่กลัวอยู่แล้ว เขายกกำปั้นขึ้นเพื่อเผชิญกับมหาจักรพรรดิอย่างฮึกเหิม!
ในตอนนี้ ไม่มีใครจะลอบโจมตีอีกแล้ว ซือเฉิงก็ไม่จำเป็นต้องกังวลอะไรเลย
ซือเฉิงยกขวานหมิงหวงซวนเฮยขึ้นเหนือหัวของเขา
เขาก้าวออกไปสองก้าว เขาก็ปรากฏตัวต่อหน้าคนขอบเขตมหาจักรพรรดิผาซวนหมิงในพริบตา
ซือเฉิงฟันขวานออกไปทันที!
ด้านคมของขวานส่องแสงด้วยดวงดาว!
ก่อนที่ขวานหมิงหวงซวนเฮยจะฟันใส่ ความรู้สึกของการโดนยับยั้งได้ห่อหุ้มมหาจักรพรรดิผาซวนหมิง!
เมื่อรู้สึกถึงกานยับยั้งนี้ สีหน้าของมหาจักรพรรดิผู้นี้ก็เปลี่ยนไป!
ความรู้สึกยับยั้งนี้หนักแน่นจนเกินไป!
คนที่อยู่ตรงหน้าเขาก็เป็นคนที่อยู่ในขั้นต้นมหาจักรพรรดิเช่นกัน ทำไมเขาถึงมีพลังยับยั้งพิเศษเหนือตัวเขาขนาดนี้?
ปราณแห่งดวงดาว
มันทรงพลังมากจริงๆ งั้นเหรอ?
ในตอนนี้ ใบหน้าของซือเฉิงดูเย็นชา
แม้กระทั่งก่อนหน้านี้ ก่อนที่แกนดาราจะถูกหลอมรวม เขายังมีคู่ต่อสู้เพียงไม่กี่คนในขอบเขตเดียวกัน
ในตอนนี้ เมื่อเขาหลอมรวมเข้ากับแกนดาราแล้ว เมื่อเขาได้ทะลวงขอบเขตมหาจักรพรรดิ
มันทำให้ความแข็งแกร่งพุ่งสูงขึ้น!
คนที่อยู่ในขอบเขตเดียวกันจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้อย่างไร?
ขวานหมิงหวงซวนเฮยในมือของเขา ราวกับดาวตกที่ฟาดลงมาอย่างแรง!
มหาจักรพรรดิผาซวนหมิงกัดฟัน เขายกมือขึ้น และกระแสปราณชั่วร้ายรวมตัวกันบนศีรษะของเขา พยายามต้านทานขวานนี้!
แต่…
ซือเฉิงในปัจจุบัน เขาจะถูกต่อต้านโดยผู้ที่อยู่ขั้นต้นของขอบเขตมหาจักรพรรดิได้อย่างไร?
ขวานฟันลงมา!
ปราณป้องกันที่เกิดจากวิญญาณชั่วร้ายแตกร้าวด้วยเสียงอันดัง!
ขวานหมิงหวงซวนเฮยในมือของเขายังไม่หยุด ทำให้สายตาของมหาจักรพรรดิผาซวนหมิงเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ขวานสับลงและเฉือนผ่าน!
ปุ๊! ! ˆ
เลือดพุ่งออกมาจากระหว่างร่างของมหาจักรพรรดิผู้นี้!
ขวานฟันลงมาและแยกชายผู้นี้ออกเป็นสองส่วน!
พลังเช่นนี้ของซือเฉิง
เมื่อตกอยู่ในสายตาของหลินเจี่ย เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวในใจ
ตอนนี้แม้ว่าเขาทะลวงผ่านไปขอบเขตมหาจักรพรรดิก่อนก็ตาม
แต่ถ้าต้องเผชิญกับขวานของซือเฉิง
ข้าเกรงว่าต้องใช้ไพ่ตายทั้งหมดจึงจะป้องกันได้!
และขวานนี้ไม่ใช่ขีดจำกัดของซือเฉิงอย่างเห็นได้ชัด!
“พี่เย่ ศิษย์น้องของเจ้าทรงพลังกว่าเจ้า…”
เย่ชิวไป่ที่อยู่ด้านข้างยิ้มเบาๆ เขาไม่ได้อิจฉา แต่กล่าวว่า “แล้วทำไม? เจ้าคิดว่าการเป็นศิษย์พี่ใหญ่มันง่ายงั้นเหรอ?”
“ที่สำคัญ เจ้ามีศิษย์น้องเช่นนี้ไหมล่ะ?”
เมื่อได้ยินประโยคนี้ หลินเจี่ยก็กลอกตาของเขา
“ให้ตายเถอะ! เจ้าพูดโหดร้ายไปแล้ว!”
หลังจากกล่าวอย่างนั้น เขาก็หยุดคนผู้หนึ่งในขั้นต้นขอบเขตมหาจักรพรรดิ ที่กำลังจะพุ่งเข้าไปสังหารศิษย์ของนิกายดาบดาวตก!
เย่ชิวไป่ถือดาบดาวตกยาวเก้าฉื่อ และหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาวผู้หนึ่งที่อยู่ขั้นแรกขอบเขตมหาจักรพรรดิ
ร่างกายของนางถูกล้อมรอบด้วยอากาศหนาวเย็น
นางสวมผ้าปิดหน้าสีขาวบนใบหน้าของนาง
ทำให้ไม่มีผู้ใดมองเห็นใบหน้านางได้ชัด
ทุกคนเห็นเพียงรูปร่างที่สง่างามและดวงตาดุจประกายดาว ที่ทำให้ผู้คนจิตนาการถึงความสวยงามบนใบหน้าที่แท้จริง
หญิงสาวนิกายหานหลิงก็เลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิงั้นเหรอ เจ้าหยุดข้าไม่ได้หรอก”
เย่ชิวไป่ยิ้มเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ข้าต้องลองดูก่อน”
“ถ้าเจ้าลอง เจ้าจะต้องตายอย่างแน่นอน”
“ยังไม่แน่ว่าใครจะตาย” เย่ชิวไป่ยิ้มบางๆ ตอบ
เมื่อได้ยินสิ่งนี้ หญิงสาวนิกายหานหลิงก็ไม่กล่าวอะไรอีก หลังจากพยักหน้าเล็กน้อย นางก็หยิบริบบิ้นผ้าไหมสีฟ้าน้ำแข็งออกมาจากเอวของนาง
ทันใดนั้น นางใช้ริบบิ้นพุ่งไปทางเย่ชิวไป่ราวกับงูเลื้อย!
บนริบบิ้นนั้น เจตจำนงแห่งน้ำแข็งล้อมรอบอยู่
ถ้าเข้าไปพัวพันติดกับ เขากลัวว่ามันจะทำให้ร่างกายแช่แข็งทันที!
เมื่อรู้เช่นนี้ เย่ชิวไป่จะไม่ยืนนิ่งโดยธรรมชาติ
เขาถือดาบดาวตกยาวเก้าฉื่อไว้แน่น
เจตจำนงดาบระเบิดออกมา!
อาณาเขตดาบถูกปล่อยออกมาทันทีเช่นกัน
ค่ายกลดาบสี่สมบูรณ์ถูกรวมเข้าด้วยกัน!
ดาบยักษ์ลวงตาที่เต็มไปด้วยเจตจำนงสี่แบบลอยอยู่ตรงหน้าเย่ชิวไป่!
กลายเป็น ซื่อเจ๋ไท่จู(ดาบสี่สมบูรณ์ผสานไท่จู)!
“พอมีดีอยู่บ้าง…”
หญิงหาวนิกายหานหลิงกล่าวต่ออย่างเย็นชา “เพียงว่าสิ่งนี้เพียงอย่างเดียวไม่สามารถชดเชยช่องว่างของขอบเขตได้ ช่องว่างระหว่างครึ่งก้าวมหาจักรพรรดิและมหาจักรพรรดินั้นกว้างมากเกินไป!”
หลังจากฟัง เย่ชิวไป่ก็ไม่ตอบ
แต่เขากลับควบคุมซื่อเจ๋ไท่จู(ดาบสี่สมบูรณ์ผสานไท่จู) ต่อสู้กับริบบิ้นที่พุ่งเข้ามา
และตัวเขาเองนั้น
เขาหยิบดาบดาวตกและรีบวิ่งไปต่อหญิงสาวนิกายหานหลิง
ออกด้วยหนึ่งกระบวนท่า!
ทักษะดาบซิงหยุน(อุกกาบาต)!
หญิงสาวนิกายหานหลิงสูดอากาศเย็นๆ เข้าลึกๆ
นางยกฝ่ามือขึ้น และดอกบัวน้ำแข็งสีฟ้าก็ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของนาง มันเต็มไปด้วยความเย็นยะเยือก!
ทันใดนั้น นางก็ตบเย่ชิวไป่ด้วยฝ่ามือของนาง!
ส่วนเย่ชิวไป่ฟันสวนด้วยดาบกระบวนท่าเดียว!
อย่างที่คาดไว้
เขาถูกกระแทกกลับไปเกินกว่าสิบจั้งโดยตรง!
แม้แต่แขนก็ยังถูกปกคลุมไปด้วยชั้นน้ำแข็ง!
“ตามที่คาดไว้ ขอบเขตมหาจักรพรรดิเป็นสันปันน้ำ…”
แต่ถึงอย่างนั้น
สันปันน้ำเช่นนี้มีไว้เพื่อก้าวข้ามไม่ใช่หรือ?
การต่อสู้ข้ามขอบเขตนั้น
เย่ชิวไป่มีประสบการณ์มากมายในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่เคยแพ้เลย!