โทษที! ศิษย์ข้าคือมหาเทพ - บทที่ 370 การเดินทางครั้งนี้ไม่ไร้ประโยชน์
ดังนั้นแล้ว ถือว่าได้ตอบแทนบุญคุณซะที
เมื่อได้เห็นลูกพลังที่เป็นไปด้วยกฎแห่งดาบ ทำให้ดวงตาของ
เจี้ยนหวู่เฟิงและชายชราเต็มไปด้วยความตื่นเต้น!
พวกเขาสามารถรู้สึกได้
ตราบใดที่เจ้าเข้าใจพลังของกฎแห่งดาบที่อยู่ในลูกพลังนี้
ขอบเขตดาบที่พวกเขาไม่ได้ทะลวงมาเป็นเวลานาน มันสามารถ
พัฒนาไปสู่ขอบเขตที่สูงขึ้นได้!
สิ่งนี้สำหรับพวกเขา
เรียกได้ว่า มันเป็นของขวัญที่ล ้าค่าที่สุด!
หลู่ฉางเซินมองไปรอบๆ จากนั้นเห็นมู่ฟู่เฉิงยืนอยู่ข้างๆ ไม่ไกล
เขาจึงโบกมือเพื่อเรียกมู่ฟู่เฉิงให้มาหา
“เจ้ามานี่สิ”
มู่ฟู่เฉิงตกตะลึงเล็กน้อย แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าผู้เชี่ยวชาญระดับสูง
ขอให้เขาทำอะไร แต่เขาก็ยังเดินเข้ามา
“ท่านอาวุโส มีอะไรให้ข้ารับใช้?”
หลู่ฉางเซินมองไปที่มู่ฟูเฉิงแล้วกล่าวว่า “ข้าไม่ได้ต้องการอะไร
มาก”
“ข้าต้องการเพียงเรื่องเดียวเท่านั้น”
“ท่านผู้อาวุโสโปรดกล่าว!”
หลู่ฉางเซินมองไปที่มู่ฟู่เฉิง
พูดตรงๆ
นิสัยของเด็กคนนี้ค่อนข้างถูกใจเขา
ถ้าข้ายอมรับเขาเป็นลูกศิษย์ละก็
มันก็ไม่เลวเลย
มันน่าจะช่วยเขาแก้ปัญหาบางอย่างได้บ้าง
เมื่อนึกถึงสิ่งนี้แล้ว เขาก็กล่าวว่า “ข้าอยากจะรับเจ้าเป็นลูกศิษย์
เจ้าเต็มใจไหม?”
ทันทีที่คำกล่าวเหล่านี้หลุดออกมา
ทุกคนต่างก็ตกใจ!
โอ้สวรรค์…ผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งสุดยอด!
เขาอยากรับมู่ฟูเฉิงเป็นศิษย์!
อย่างไรก็ตาม ตัวตนของมู่ฟู่เฉิงก็ไม่ได้อ่อนแออยู่แล้ว
แต่คนที่แข็งแกร่งในระดับนี้ เขาสนใจพลังที่อยู่เบื้องหลังมู่ฟู่เฉิง
เหรอ?
ถึงแม้จะเป็นราชวงศ์ไร้ขอบเขต ข้าว่าเขาก็คงไม่สนใจหรอก?
เป็นไปได้ไหมว่า เขาชื่นชมในพรสวรรค์ของมู่ฟู่เฉิงจริงๆ?
เมื่อเจี้ยนหวู่เฟิงคิดอย่างรอบคอบแล้ว
มู่ฟู่เฉิงไม่มีความสำเร็จที่น่าประทับใจเลยนี่นา?
เขาประพฤติตัวตามปกติและทำตัวติดดินที่สุด
เหมือนคนในราชวงศ์ที่เอาแต่รอวันตาย!
แม้แต่ชายชราที่อยู่ข้างๆ ผู้บัญชาการเกราะเงินและมู่ฟู่เฉิงก็มีสี
หน้าแปลกๆ
แม้ว่าพรสวรรค์ของมู่ฟู่เฉิงจะแข็งแกร่งก็ตาม
แต่ตัวตนแบบมู่ฟู่เฉิงนี้…
เขาช่างกลัวความตายซะเหลือเกิน!
ถ้าเจ้าไม่กล้าแม้แต่จะต่อสู้ เจ้าจะเป็นสุดยอดของศิลปะการต่อสู้
ได้อย่างไร?
อย่างน้อยๆ นั่นคือสิ่งที่พวกเขากำลังคิด
อือ…แล้วผู้อาวุโสผู้นี้ เขาเห็นอะไรในตัวมู่ฟู่เฉิงกัน?
แน่นอน มู่ฟู่เฉิงเองก็ตกตะลึง
อา…หัวใจของข้าช่างสุขสันต์เหลือเกิน!
เขาสามารถได้รับความโปรดปรานจากบุคคลที่ทรงพลังเช่นนี้
หลังจากนั้นความแข็งแกร่งของข้า มันก็สามารถปรับปรุงได้
อย่างรวดเร็ว!
หลังจากปรับปรุงความแข็งแกร่งของข้าแล้ว ข้าก็ใช้ชีวิตอย่าง
ระมัดระวังตัว… ใช่ ระ มัด ระ วัง ตัว! ถูกต้องตามอักขระนี้เลย
แล้วชีวิตของข้าก็จะปลอดภัยไปอีกนานแสนนาน!
ใบหน้าของมู่ฟู่เฉิงจริงจัง และเขาก็โค้งคำนับอย่างไม่ลังเลทันที
และกล่าวว่า “ศิษย์มู่ฟู่เฉิง คำนับท่านอาจารย์!”
ทันทีที่ประโยคนี้หลุดออกมา
ทันใดนั้น เสียงกลไกก็ดังขึ้นในใจของหลู่ฉางเซิน
【ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำภารกิจสำเร็จและมอบรางวัล
】
【ตำรายันต์(ฝูหยิ่งซวีซู), เก้าสิบเก้าสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์โกลาหล
(จิ่วจิ่วหงเหมินเฉินเหลย), เต๋าสายฟ้าสวรรค์เคลื่อนคล้อย(เทียน
เหลยเต๋าฉือ)】
เต๋าสายฟ้าสวรรค์เคลื่อนคล้อย (เทียนเหลยเต๋าฉือ)?
หลังจากอ่านคำแนะนำแล้ว
หลู่ฉางเซินจึงเข้าใจ
ด้วยการขับเคลื่อนทักษะเต๋านี้ เราสามารถเปลี่ยนร่างกายของ
เราให้เป็นหายนะสายฟ้า และสามารถต้านทานหายนะต่างๆ ด้วยกาย
เนื้อได้!
หลู่ฉางเซินพยักหน้าเล็กน้อย จากนั้นหยิบหนังสือยันต์ออก
มาแล้วกล่าวว่า: “นี่คือตำรายันต์ เนื่องจากเจ้าคุ้นเคยกับยันต์แล้ว ให้
ศึกษามันอย่างหนัก มันจะส่งเสริมประสิทธิภาพยันต์ของเจ้าอย่าง
มาก”
มู่ฟู่เฉิงรับตำรามาอย่างระมัดระวัง แต่หลังจากดูครั้งแรก สีหน้า
ของเขาก็เปลี่ยนจากแปลกใจเป็นดีใจ!
วิธีการเขียนยันต์ที่บันทึกไว้ในตำรา เป็นยันต์ที่เคยสูญหาย
หรือไม่เคยพบเห็นมาก่อนทั้งสิ้น!
เจ้ารู้ไหมในฐานะองค์ชายแห่งราชวงศ์ไร้ขอบเขต
อาจกล่าวได้ว่า มู่ฟูเฉิงสามารถเข้าถึงวิธีการเขียนยันต์ทั้งหมดที่
สามารถเข้าถึงได้!
แทบไม่มีวิธีการเขียนยันต์แบบใดที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน!
อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากยันต์ที่สูญหายไปสองสามรูปแบบ
แล้ว รูปแบบยันต์ที่เหลือ เขาล้วนไม่เคยพบเห็นมาก่อน!
และแน่นอน มันทรงพลังมาก!
หลู่ฉางเซินถามแบบสบายๆ “ยันต์ที่เจ้าถนัดสุด คือยันต์อะไร?”
มู่ฟู่เฉิงเกาหัวและกล่าวอย่างเขินอาย “รายงานต่อท่านอาจารย์
ข้าเก่งมากในการเขียนหลบหนียันต์และยันต์ป้องกันตัว…”
เมื่อฟังคำเหล่านี้
ผู้บัญชาการองครักษ์เกราะเงินและชายชราที่อยู่ด้านข้างต่างก็
หน้าซีดและปิดหน้าอย่างไร้คำพูด
ฝ่าบาทเป็นองค์ชายของพวกเขาเชียวนะ
จริงจังหน่อยเถอะ…
แต่ดวงตาของหลู่ฉางเซินกลับสว่างขึ้นเมื่อได้ยินสิ่งที่มู่ฟุ่เฉิง
กล่าว เขานึกถึงสิ่งที่มู่ฟู่เฉิงเคยทำมาก่อน และถามว่า “ทำไมเจ้าถึง
เลือกยันต์สองประเภทนี้?”
“เจ้าต้องรู้ว่า ผู้บ่มเพาะเต๋ายันต์เกือบทั้งหมดในโลก พวกเขา
ต่างมีความเชี่ยวชาญในการใช้รูปแบบยันต์สังหารทั้งนั้น”
มู่ฟูเฉิงไม่ได้คิดมากในเรื่องนี้ เขากล่าวทันทีเลยว่า “มีเพียงการ
มีชีวิตรอดเท่านั้นจึงจะสามารถสร้างผลผลิตได้”
“ถ้าเขาตาย พลังสังหารของเขาจะมีประโยชน์อะไร?”
“ส่วนยันต์หลบหนี?”
“ถ้าสามารถรักษาเนินเขาสีเขียวไว้ได้ ไยต้องกังวลว่าฟืนจะ
หมด”
ยิ่งฟังมากเท่าไร ดวงตาของหลู่ฉางเซิงก็ยิ่งสดใสมากขึ้นเท่านั้น!
เด็กดี!
ช่างเป็นเด็กดีจริงๆ!
เด็กคนนี้มีอนาคตที่สดใส!
หลู่ฉางเซินตบไหล่มู่ฟู่เฉิงแล้วอย่างมีความสุขแล้วหัวเราะ
“เยี่ยม! เจ้ายอดเยี่ยมมาก!”
มู่ฟู่เฉิงรู้สึกสับสนเล็กน้อย
เขาคิดอยู่สักพักหนึ่ง มันไม่ชัดเจนว่าหลู่ฉางเซินกำลังเยาะเย้ย
หรือยกย่องเขา…
เจ้ารู้ไหมทุกครั้งที่ข้ากล่าวแบบนี้
แม้แต่บิดาของเขาก็ยังดุเขา เพราะเขาเกลียดเหล็กที่ไม่ยอมเป็น
เหล็กกล้าเสียที
(“เกลียดที่เหล็กไม่ยอมกลายเป็นเหล็กกล้าเสียที” สำนวนนี้มี
ความหมายว่า การที่มีใครบางคนทำได้ไม่เท่าที่ตัวเองคาดหวัง)
แม้ว่าข้าจะไม่สนใจที่บิดาพูดก็ตาม
แต่ตอนแรก ข้าก็พร้อมที่จะถูกท่านอาจารย์ว่าอยู่แล้ว ข้ารู้สึก
สับสนเล็กน้อย!?
หลู่ฉางเซินยิ้มอย่างสดใสและกล่าวว่า “จำความตั้งใจเดิมไว้! จง
ทำต่อไป! ความคิดของเจ้านั้นถูกต้อง! ดังนั้นอย่าฟังผู้อื่นและเปลี่ยน
เส้นทางของเจ้านะรู้ไหม!”
คำกล่าวที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก!
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ถูกกล่าวออกไป
ไม่ว่าจะเป็นผู้บัญชาการองครักษ์เกราะเงิน ชายชรา หรือ
เจียนหวู่เฟิง ทั้งหมดต่างก็ตกตะลึง
นี่มัน……
นี่มันคำพูดอะไรกัน!?
คำพูดเช่นนี้ออกมาจากผู้ยิ่งใหญ่ที่ทรงพลังเนี้ยนะ?
มีเพียงเสี่ยวเฮย และซือเฉิงเท่านั้นที่เฉยๆ
แม้กระทั่งพวกเขากำลังคิดอยู่ถึงบางเรื่องอยู่
ข้าเกรงว่า…มู่ฟู่เฉิงจะกลายเป็นลูกศิษย์ที่ท่านอาจารย์โปรด
ปรานมากที่สุด…
เจ้าลองคิดดูสิ?
พวกเขาทั้งสองส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้
ส่วนมู่ฟู่เฉิงก็ตื่นเต้นมากเช่นกัน!
โอ้…สวรรค์!
ในที่สุดก็มีคนเข้าใจเขาแล้ว!
มู่ฟู่เฉิงจับมือของหลู่ฉางเซินทันทีและกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ตก
ลง! ข้าจะเชื่อฟังท่านอาจารย์และปฏิบัติตามคำสอนของท่านอาจารย์
อย่างเคร่งครัด!”
“เยี่ยม ศิษย์ที่ดี!”
“ท่านอาจารย์ผู้แสนดี!”
ในเวลานี้ มือของคนทั้งสองจับมือกันแน่น…
เหมือนกับคู่ชีวิตที่จะอยู่ด้วยกันตลอดไป…
เมื่อเห็นฉากนี้
ทุกคนอดไม่ได้ที่จะปิดหน้า
ไม่น่าเชื่อ……
นี่คือปรมาจารย์ระดับสูงใช่ไหม?
หลังจากนั้น
หลู่ฉางเซินยังได้ถ่ายทอดเก้าสิบเก้าสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์โกลาหล
(จิ่วจิ่วหงเหมินเฉินเล้ย) ให้กับมู่ฟู่เฉิงอีกด้วย
เขากล่าวว่า: “นี่เป็นทักษะการสังหาร เจ้าสามารถดูได้ในวัน
ปกติ”
“แต่! ความสนใจของเจ้าต้องอยู่ที่ยันต์!”
มู่ฟู่เฉิงพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ข้าเข้าใจแล้ว ท่านอาจารย์ ท่าน
ไม่ต้องกังวล!”
หลู่ฉางเซินพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
“เยี่ยมมาก”
ทันทีที่เขาแจกจี้หยกและกล่าวว่า “หลังจากเมื่อเจ้าจัดการทุก
อย่างเรียบร้อยแล้ว เจ้าสามารถใช้จี้หยกนี้เพื่อค้นหาตำแหน่งของข้า
ได้ ข้าจะกลับไปก่อน”
มู่ฟู่เฉิงพยักหน้า “ขอบคุณท่านอาจารย์ ขออภัยที่ข้าไม่ได้ไป
ส่ง!”
ดวงตาของมูู่ฟู่เฉิงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความเคารพ
เห็นได้อย่างชัดเจน
ในตอนนี้ หลู่ฉางเซินรู้สึกประทับใจกับมู่ฟู่เฉิงอย่างแท้จริง…
ในเวลาเดียวกัน.
หลู่ฉางเซินก็เข้าใจความหมายของโกวเซิน…
ในที่สุด เขาก็มีลูกศิษย์ที่สามารถช่วยเขาให้พ้นจากความกังวล
ได้ซะที
เรียกได้ว่าทริปนี้ไม่เสียเปล่า!
เมื่อหลู่ฉางเซินดึงพลังของกฎแห่งดาบออกมาจากร่างของเย่ชิว
ไป่แล้วi หลังจากนั้นเขาก็แยกมิติพื้นที่ออกและไปจากสถานที่แห่งนี้
หลังจากที่เย่ชิวไป่ตกลงมา เขาก็มองไปที่มู่ฟู่เฉิงด้วยความขุ่น
เคือง
“ศิษย์น้อง…”
มู่ฟู่เฉิงเกาหัวแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ศิษย์พี่ใหญ่ท่านไม่สามารถ
ตำหนิข้าได้! ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าท่านอาจารย์จะไม่เล่นตามบท?”
ตอนนี้เย่ชิวไป่รู้สึกสงสัยอย่างมากว่า มู่ฟู่เฉิงต้องการแสวงหา
อำนาจและแย่งชิงบัลลังก์ของเขา!
เมื่อมองดูดวงตาที่เป็นอันตรายของเย่ชิวไป่แล้ว มู่ฟู่เฉิงก็หัวเราะ
และโอบไหล่เย่ชิวไป่แล้วกล่าวว่า “เอาล่ะ เอาล่ะ เราเป็นครอบครัว
เดียวกันแล้ว! ไปกันเถอะ ไปดื่มกันสุราเถอะ!”
“หลังจากข้าดื่มเสร็จแล้ว ข้าจะกลับไปศึกษาตำรายันต์ท่าน
อาจารย์มอบให้!”